พลิกโฉมคุณหนูรองขี้โรคแห่งสกุลหลิน

พลิกโฉมคุณหนูรองขี้โรคแห่งสกุลหลิน

last updateLast Updated : 2026-09-25
By:  หนามชมพูCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
47Chapters
3.4Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เหยาเหยาทะลุมิติมาอยู่ในร่างเหยาเหยาที่ร่างกายอ่อนแอ เมื่อย้ายเข้าเมืองหลวงจึงได้ทำเครื่องหอมขาย จวนติดกับจวนกั๋วกงผู้สูงศักดิ์และโดนรังเกียจ ต่อมาบิดาเสียชีวิตเพราะถูกใส่ร้าย และถูกเนรเทศไปอยู่เมืองอื่นก็ไปตั้งแผงขายน้ำชาเลี้ยงชีพ ต่อมามารดาก็เสียชีวิตอีกคน นางและพี่สาวก็ถูกรุมรังแก แต่มีพระเอกคอยช่วยและส่งคนมาดูแล จนกระทั่งล้างมลทินให้ครอบครัวสำเร็จ แม่ของเขาก็หายป่วยจากการรักษาของนางจึงเลิกรังเกียจและทั้งสองคนก็ได้แต่งงานกัน

View More

Chapter 1

เด็กสาวขี้โรค

เมืองชายแดนมู่หาน แคว้นต้าฉี ที่แทบไม่มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้น เพราะความกันดารของลักษณะทางภูมิศาสตร์และความยากไร้ของราษฎร เท่านั้นยังไม่พอเมื่อเช้านี้บุตรสาวคนเล็กของนายอำเภอยังประสบอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้นหมดสติจนถึงตอนนี้

"ท่านหมอบอกว่าชิงเหยาเลือดออกมาก หัวกระแทกพื้นแรงเกินไป แล้วร่างกายยังอ่อนแอต้องดูแลเป็นพิเศษเจ้าค่ะ"

หลี่ซูเยี่ยน ภรรยานายอำเภอหลินเวินเซิ่งรายงานสามี สีหน้าของนางบ่งบอกชัดเจนว่าไม่สบายใจเอาเสียเลย

หลินเวินเซิ่งถอนหายใจออกมาเบา ๆ บุตรสาวคนรองร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด ยามที่นางเจ็บป่วยมักสร้างความกังวลแก่เขาและภรรยาไม่น้อย แม้ตอนนี้นางจะอายุสิบห้าปีแล้วก็ยังไม่มีวี่แววจะหายขาด

"ท่านพ่อ ท่านแม่ พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลน้องรองเอง"

หลินเม่ยหลิงเดินถือถาดใส่ยาต้มเข้ามา เห็นใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของบุพการีแล้วนางก็อดห่วงใยไม่ได้

"เม่ยหลิง เจ้าเองก็ตรากตรำบดเครื่องหอมมาหลายวันแล้ว เจ้าพักสักครู่ก่อนแล้วค่อยมาเปลี่ยนแม่ดูแลน้อง"

ผู้เป็นมารดากล่าวอย่างเป็นห่วงไม่แพ้กัน หลินเม่ยหลิงเป็นบุตรสาวคนโต ในวัยสิบเจ็ดปีนางควรแต่งงานออกเรือน แต่นางรักครอบครัวมากและเป็นห่วงน้องสาวถึงกับยอมปฏิเสธแม่สื่อจากบุตรชายตระกูลเล่อ มือปราบอันดับหนึ่งของเมืองนี้

สองสามีภรรยาทั้งซาบซึ้งและเห็นใจในความเสียสละของหลินเม่ยหลิง นางควรได้ออกเรือนมีครอบครัวกับบุรุษที่ดีสักคนทั้งที่นางหน้าตางดงามหมดจดและกิริยาเรียบร้อย แต่นางก็เลือกที่จะช่วยบิดามารดาแบ่งเบาหน้าที่ด้วยการดูแลน้องสาวเพียงคนเดียวเต็มความสามารถ

หลินเม่ยหลิงไม่เคยแสดงความรำคาญหรือเหน็ดเหนื่อยต่อหน้าผู้ใด แต่หลินชิงเหยาก็รู้แก่ใจดีว่าพี่สาวของนางมีแววทุกข์ใจอยู่ไม่น้อย

"ข้าต้องออกไปทำงานด่วนก่อนเอาไว้ตอนเย็นจะเข้ามาดูชิงเหยาต่อ แล้วจะซื้อยาตัวใหม่มาให้"

ว่าแล้วหลินเวินเซิ่งก็เดินออกไป เหลือสองแม่ลูกที่ผลัดเปลี่ยนกันดูแลผู้ป่วย

ขณะที่ทุกอย่างเงียบสงัดหลินชิงเหยาพลันลืมตาโพลง นางกวาดตามองเพดานและรอบห้อง เห็นหญิงสาวแรกรุ่นในชุดสีอ่อนยืนหันหลังจัดแจงสิ่งของอยู่บนโต๊ะห่างจากเตียงไม่มาก ร่างกายของนางตอบสนองต่อสติที่เพิ่งฟื้นทันที

ในหัวของนางมีเรื่องราวร้อยแปดผุดขึ้นมาครู่หนึ่งจนปวดหัวจี๊ด ๆ แล้วก็หายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

'ทะลุมิติ อย่าบอกว่าทะลุมิติ ใช่สิเป็นทางเดียวที่เป็นไปได้'

ร่างแน่นิ่งบนเตียงพึมพำในใจ

เหยาเหยาผู้เก่งกาจพ่ายแพ้ต่อความเหน็ดเหนื่อยจนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเสียชีวิตทันทีหลังจากล้มตัวลงนอน จิตสำนึกของนางคิดว่าคงไม่มีวันตื่นมาเผชิญหน้ากับโลกใบนี้อีกแล้ว

แต่นางก็ทะลุมิติมายังอีกโลกหนึ่งซึ่งดูจากสภาพแวดล้อมแล้วไม่พ้นยุคโบราณที่ไม่เคยเห็น ดูแล้วน่าจะเก่ากว่าประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ

ข้าวของเครื่องใช้ล้วนเรียบง่าย ลวดลายของผ้าม่านบาง ๆ มีแต่ลายพื้นฐานที่เคยเห็นในหนังสือประวัติศาสตร์ผ่านตา

หลินเม่ยหลิงหันกลับมาเห็นน้องสาวลืมตามองเพดานแน่นิ่งนางรีบถลาเข้ามาหา

"น้องรองฟื้นแล้ว เจ้าฟื้นแล้ว"

นางจับมือน้องสาวที่รักที่สุดเอาไว้แน่นพลางเรียกหามารดา

"ท่านแม่เจ้าคะ ท่านแม่ น้องรองฟื้นแล้ว"

สิ้นเสียงเรียกร่างของหลี่ซูเยี่ยนก็ก้าวเร็ว ๆ ถึงเตียงทันที

"ชิงเหยา โธ่เอ๋ย แม่เป็นห่วงแทบแย่"

นางลูบศีรษะบุตรสาวเบา ๆ ดั่งของล้ำค่า แววตาของสตรีทั้งคู่เปล่งประกายทว่าแฝงความกังวลจาง ๆ

"ท่านแม่ ท่านพี่"

หลินชิงเหยาเรียกเสียงเบา มารดาของนางดูอิดโรยเล็กน้อยไม่ต่างจากพี่สาว คงเพราะดูแลนางจนไม่ได้พักผ่อนทั้งคู่

ในความทรงจำของนาง ครอบครัวนี้รักใคร่กลมเกลียวกันมาก แม้นางจะเป็นคนขี้โรคมาแต่กำเนิดแต่ทุกคนในบ้านก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจรักษานางสุดความสามารถ

ต่างจากโลกที่จากมา นางเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่โหยหาอ้อมกอดอบอุ่น ทว่ากลับไม่เคยได้รับสักครั้งในชีวิต

ในเมื่อมีโอกาสอีกครั้งและมีครอบครัวสมบูรณ์แบบเช่นนี้ แม้ฐานะต่ำต้อยนางก็จะนำพาไปสู่ความรุ่งเรืองให้จงได้ นางมีสมองและสองมือ ความสามารถไม่อ่อนด้อยย่อมไม่เหลือบ่ากว่าแรงแน่

เจ้าของร่างเดิมนั้นได้ตายลงแล้วอย่างแน่นอน หากคนในบ้านรู้ความจริงหัวใจคงแหลกสลาย แต่ไม่เป็นไรนางจะรับหน้าที่เยียวยาจิตใจแทนเอง

เมื่อจิตใจนิ่งสงบพลันลมเย็น ๆ พัดมากระทบใบหน้า เกิดความสบายกายสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่หน้าผากแต่หลินชิงเหยากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกเลย

"ข้า...ไม่เป็นไรแล้ว"

นางเอ่ยเสียงแผ่วเบาและแหบแห้ง หลินเม่ยหลิงรีบรินน้ำชาใส่ถ้วย มารดาประคองศีรษะยกขึ้นช่วยกันป้อนน้ำลงไปช้า ๆ

'อืม อบอุ่นในหัวใจจนบรรยายไม่ถูก'

หลินชิงเหยายิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยกระทำ สร้างความประหลาดใจให้มารดาและพี่สาวเป็นอันมาก

"ชิงเหยา เจ้าต้องพักให้มาก หากไม่จำเป็นอย่าลุกเดินไปไหนมาไหน ประเดี๋ยวจะล้มอีก"

หากเป็นเมื่อก่อนนางคงผงกศีรษะเชื่อฟังอย่างว่าง่าย เพราะตระหนักว่าตนร่างกายอ่อนแอ นางจึงไม่อยากเป็นภาระไปมากกว่านี้

ชีวิตของนางมีเพียง กินข้าวต้มอ่อน ๆ กินยา นอนพักผ่อน เคลื่อนไหวออกนอกห้องเท่าที่จำเป็น

"ท่านแม่ ข้าอยากออกไปเดินเล่นสูดอากาศเจ้าค่ะ"

นางเอ่ยปากขออนุญาต เป็นครั้งแรกที่กล้าแสดงความเห็นของตัวเอง สตรีทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่มารดาหันมามองนางและขมวดคิ้ว

"แต่ไหนแต่ไรเจ้าไม่เคยขอออกจากห้องนอกจากไปทำธุระส่วนตัว วันนี้เกิดดื้อรั้นขึ้นมาได้"

ดูท่าทางแล้วคงไม่ได้รับอนุญาตแน่นอน หลินชิงเหยาจึงค่อย ๆ หลับตาลงให้มารดาเข้าใจว่านางเริ่มอยากพักผ่อนแล้ว นางจึงห่มผ้าให้บุตรสาวคนรอง ดับไฟและปิดประตูห้อง

หลินชิงเหยาลืมตาขึ้นมาในความมืด ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปเพราะพฤติกรรมผิด ๆ ของผู้ป่วยเองและการดูแลที่ประคบประหงมเต็มไปด้วยความกลัวของคนในครอบครัว

"ข้าต้องรีบแข็งแรงไว ๆ มีเรื่องต้องทำอีกมากนัก"

 

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
47 Chapters
เด็กสาวขี้โรค
เมืองชายแดนมู่หาน แคว้นต้าฉี ที่แทบไม่มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้น เพราะความกันดารของลักษณะทางภูมิศาสตร์และความยากไร้ของราษฎร เท่านั้นยังไม่พอเมื่อเช้านี้บุตรสาวคนเล็กของนายอำเภอยังประสบอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้นหมดสติจนถึงตอนนี้"ท่านหมอบอกว่าชิงเหยาเลือดออกมาก หัวกระแทกพื้นแรงเกินไป แล้วร่างกายยังอ่อนแอต้องดูแลเป็นพิเศษเจ้าค่ะ"หลี่ซูเยี่ยน ภรรยานายอำเภอหลินเวินเซิ่งรายงานสามี สีหน้าของนางบ่งบอกชัดเจนว่าไม่สบายใจเอาเสียเลยหลินเวินเซิ่งถอนหายใจออกมาเบา ๆ บุตรสาวคนรองร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด ยามที่นางเจ็บป่วยมักสร้างความกังวลแก่เขาและภรรยาไม่น้อย แม้ตอนนี้นางจะอายุสิบห้าปีแล้วก็ยังไม่มีวี่แววจะหายขาด"ท่านพ่อ ท่านแม่ พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลน้องรองเอง"หลินเม่ยหลิงเดินถือถาดใส่ยาต้มเข้ามา เห็นใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของบุพการีแล้วนางก็อดห่วงใยไม่ได้"เม่ยหลิง เจ้าเองก็ตรากตรำบดเครื่องหอมมาหลายวันแล้ว เจ้าพักสักครู่ก่อนแล้วค่อยมาเปลี่ยนแม่ดูแลน้อง"ผู้เป็นมารดากล่าวอย่างเป็นห่วงไม่แพ้กัน หลินเม่ยหลิงเป็นบุตรสาวคนโต ในวัยสิบเจ็ดปีนางควรแต่งงานออกเรือน แต่นางรักครอบครัวมากและเป็นห่วงน้
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more
อยากกินไข่ต้ม
หลินเวินเซิ่งกลับมาในตอนเย็นพร้อมกับห่อยาราคาแพงที่เขาเพิ่งใช้เบี้ยรายเดือนครึ่งหนึ่งซื้อมารักษาบุตรสาว หมอเคยบอกว่าโรคของหลินชิงเหยารักษาไม่หาย นางเป็นโรคพร่องโลหิตและปอดอ่อนแอซึ่งพบได้ไม่มากแต่ก็ไม่น้อยเลยในเมืองนี้บิดาต้องแบ่งเงินซื้อโสมหรือถังเช่าราคาแพงไม่ขาดเพื่อรักษานางซึ่งทำได้เพียงประคองอาการเท่านั้น แม้กระนั้นเขาก็ทำด้วยความเต็มใจเสมอมา"ท่านพ่อเจ้าคะ น้องรองฟื้นแล้ว แต่ก็หลับไปอีกเจ้าค่ะ"หลินเม่ยหลิงรายงานบิดาพร้อมรับห่อยาเตรียมเอาไปต้ม หลินเวินเซิ่งโล่งอกในทันใด หลินชิงเหยาล้มหัวกระแทกรุนแรง มีบาดแผลลึก การฟื้นขึ้นมาได้นับว่าสวรรค์เมตตา"ให้น้องพักผ่อนเถิด แล้วเจ้าล่ะกินข้าวหรือยัง"สำหรับบุตรสาวคนโตเขาก็อดห่วงไม่ได้เช่นกัน แม้นางจะแข็งแรงมากแต่หากเกิดพลาดเป็นอะไรไปอีกคน หัวอกคนเป็นพ่อคงไม่ต่างจากศพไร้วิญญาณ"รอกินพร้อมท่านพ่อท่านแม่เจ้าค่ะ ส่วนน้องรองมีน้ำข้าวต้มกับยาต้มตามที่ท่านหมอสั่งเหมือนเดิมเจ้าค่ะ"หลินเม่ยหลิงเอ่ยอย่างกระตือรือร้น นางมั่นใจว่าทำตามคำแนะนำท่านหมอ อีกไม่นานอาการของน้องสาวก็คงดีขึ้นหลินชิงเหยาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น"ตื่นแล้วหรือน้
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more
ย้ายเข้าเมืองหลวง
หลินเวินเซิ่งกลับบ้านมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เขาเข้าไปหาภรรยาและลูกสาว มองหน้าพวกนางคล้ายจะถามว่าพวกเจ้ามีความคิดเช่นไร"มีราชโองการให้เลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนางในกรมพิธีการ"หลี่ซูเยี่ยนจับมือสามียิ้มแย้มยินดี"ข่าวดีเช่นนี้ เหตุใดท่านพี่ถึงไม่ดีใจล่ะเจ้าคะ""นั่นสิเจ้าคะท่านพ่อ"เขาถอนหายใจมองหลินชิงเหยา"เราต้องย้ายเข้าจวนที่เมืองหลวง"การย้ายเข้าจวนจะไม่เป็นปัญหาหากหลินชิงเหยาร่างกายแข็งแรง ระยะทางจากอำเภอมู่หานจนถึงเมืองหลวงต้าฉีมิใช่ใกล้ ๆ "ต้องเดินทางให้ถึงภายในหนึ่งเดือน"หลี่ซูเยี่ยนคลายรอยยิ้มเป็นความกังวลใจแทน บุตรสาวคนรองเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บได้ไม่นานก็ต้องออกเดินทางแล้ว ร่างกายผอมบางของนางจะทนทานได้สักเท่าใดกันหลินเม่ยหลิงบีบมือน้องสาวไว้แน่นมองร่างที่นอนบนเตียงอย่างห่วงใยสุดซึ้ง หลินชิงเหยาเห็นว่าทุกคนเป็นห่วงนางมากเกินไปและรู้สึกเหมือนเป็นภาระ นางจึงเอ่ยขึ้นบ้าง"อย่าห่วงข้าเลยเจ้าค่ะ ระหว่างนี้ข้าจะต้องแข็งแรงให้ได้เจ้าค่ะ"แววตามุ่งมั่นผิดไปจากเดิมทำให้ทั้งสามคนลอบมองหน้ากันแต่ไม่เอ่ยคำพูดใดออกมาก่อนถึงกำหนดเดินทางในอีกเจ็ดวันในจวนเริ่มเต็มไปด้วยความวุ่นวาย หลินเวิ
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more
จวนพระราชทาน
บรรยากาศการเดินทางที่ยาวนานนับเดือนเริ่มผลัดเปลี่ยนจากทุ่งหญ้าแห้งแล้งสู่ความรุ่งเรืองของเมืองหลวงต้าฉี ทว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทางกลับถูกแทนที่ด้วยความอึ้งงัน เมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าธรณีประตูของจวนแห่งหนึ่งตามแผนที่ซึ่งทางการจัดสรรไว้ให้หลินเวินเซิ่งลงจากรถม้าด้วยความหวังเต็มเปี่ยม แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด จวนไม้หลังใหญ่แต่ทว่าสีที่เคยฉาบไว้กลับหลุดลอกจนเห็นเนื้อไม้สีหม่น หลังคาบางส่วนมีหญ้าคาขึ้นรกเรื้อ บานประตูใหญ่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดยามลมพัดผ่านราวกับเสียงโอดครวญของคนชรา"นี่หรือ จวนที่ทางการจัดไว้ให้หัวหน้ากองกรมพิธีการ" เขารำพึงเสียงแผ่วในลำคอในใจของขุนนางผู้ซื่อสัตย์รู้สึกขมขื่นอยู่ลึก ๆ ตำแหน่งใหม่ที่เขาได้รับนั้นมิใช่ขุนนางปลายแถว แต่จวนหลังนี้กลับดูรกร้างไร้การเหลียวแลมานับสิบปี ทว่าเมื่อนึกถึงพระเมตตาของฝ่าบาทที่ทรงประทานตำแหน่งนี้ให้ เขาก็ทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นและเก็บงำความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ไม่ให้บุตรภรรยาได้เห็นหลี่ซูเยี่ยนและหลินเม่ยหลิงก้าวลงมาสมทบ พวกนางต่างลอบมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ แม้จะผิดหวังจนอยากจะถอนหายใจออก
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more
ท้องพระโรงที่หนาวเหน็บ
ภายในท้องพระโรงอันโอ่อ่า กลิ่นกำยานอบอวลข่มขวัญผู้มาเยือน หลินเวินเซิ่งหมอบกราบอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ หัวใจของเขาเต้นรัวยามที่สายพระเนตรคมกล้าของโอรสสวรรค์ทอดมองลงมา"การเดินทางจากมู่หานเป็นอย่างไรบ้าง นายอำเภอหลิน" สุรเสียงกังวานราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจถามขึ้น"กราบทูลฝ่าบาท การเดินทางราบรื่นดีพะย่ะค่ะ แม้ระยะทางจะไกลแต่ด้วยพระบารมีของพระองค์ กระหม่อมและครอบครัวจึงมาถึงเมืองหลวงได้โดยสวัสดิภาพ" หลินเวินเซิ่งตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ"แล้วจวนที่ข้าจัดหาให้เล่า พอใจหรือไม่"หลินเวินเซิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพจวนผุพังที่แม้แต่หนูยังไม่อยากอยู่ลอยเข้ามาในหัว ทว่าเมื่อสบพระเนตรที่ดูคล้ายจะหยั่งเชิงนั้น เขาก็รีบก้มหน้าลงต่ำ "จวน... จวนกว้างขวางและสงบเงียบดียิ่งพะย่ะค่ะ กระหม่อมน้อมรับพระมหากรุณาธิคุณ""ดี! เพราะนั่นคือจวนที่ดีที่สุดที่ข้าจะให้ขุนนางจากแดนไกลเช่นเจ้าได้แล้ว ไม่ต้องยื่นเรื่องขอเปลี่ยนให้เสียเวลา เพราะข้าไม่มีที่อื่นให้เจ้าไป" ฮ่องเต้ตรัสตัดบทด้วยน้ำเสียงดุดัน จนหลินเวินเซิ่งได้แต่ขานรับอย่างจำนนทว่าภายใต้ใบหน้าที่เคร่งขรึม ฮ่องเต้กลับทรงลอบยิ้มในพ
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more
ของขวัญแด่คนข้างบ้าน
เมื่อแสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ กลิ่นอายความเหนื่อยล้าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจวนเก่าที่บัดนี้เริ่มสะอาดตาขึ้นบ้างแล้ว หลี่ซูเยี่ยนและหลินเม่ยหลิงนั่งทรุดตัวลงบนม้านั่งไม้ที่ขัดถูจนขึ้นเงา ทั้งสองแม่ลูกหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมพลางดื่มน้ำลอยดอกมะลิที่พกติดตัวมาเพื่อดับความกระหาย"ในที่สุดพื้นไม้ก็พอมองเห็นสีจริงเสียที" หลี่ซูเยี่ยนเอ่ยพลางทอดสายตามองไปรอบโถงเรือนที่ดูสงบลงกว่าเมื่อเช้ามากนัก "ชิงเหยา เจ้าพักเสียเถิดลูก เหงื่อโทรมกายเช่นนี้เดี๋ยวไข้จะกลับมาอีก"หลินชิงเหยา ยิ้มรับพลางยกจอกน้ำขึ้นจิบ ทว่าในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมจวนไม้ กลิ่นประหลาดอย่างหนึ่งกลับค่อย ๆ แทรกซึมผ่านรอยแตกของบานหน้าต่าง มันเป็นกลิ่นฉุนที่ชวนให้สะอิดสะเอียน ราวกับมีซากสัตว์เน่าเปื่อยถูกกองทิ้งไว้กลางแดดจัด"กลิ่นสิ่งใดกัน เหตุใดจึงเหม็นเน่าถึงเพียงนี้" หลินเม่ยหลิงยกมือขึ้นปิดจมูกพลางขมวดคิ้วมุ่นหลินชิงเหยาวางจอกน้ำลงทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับฉายแววสงสัย นางไม่ได้เพียงแค่ได้กลิ่น แต่สัญชาตญาณนักปรุงเครื่องหอมบอกนางว่านี่ไม่ใช่กลิ่นเน่าเสียตามธรรมชาติ "กลิ่นขี้วัวผสมกับดินเลนเน่า
last updateLast Updated : 2026-09-02
Read more
อนาคตคงจะสั้นแล้ว
ภายในห้องโถงรับรองของจวนกั๋วกงอันวิจิตรตระการตา กลิ่นกำยานกฤษณาชั้นเลิศที่อบอวลอยู่ไม่อาจข่มไอร้อนระอุจากเพลิงโทสะที่แผ่ออกมาจากร่างของฮูหยินใหญ่หรือองค์หญิงสิบเจ็ดผู้สูงศักดิ์ได้ นางนั่งเหยียดกายบนตั่ง ดวงตาคมกริบดุจพญาหงส์จ้องมองกลุ่มบ่าวไพร่ที่คุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นเบื้องหน้าสภาพของพวกบ่าวเหล่านั้นช่างน่าเวทนาปนขบขัน ใบหน้าของแต่ละคนบวมปูดแดงก่ำราวกับถูกฝูงต่อรุมต่อย น้ำมูกน้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย พร้อมกับเสียงจามที่ดังสนั่นหวั่นไหวเป็นระยะ"โง่เง่า! พวกเจ้ามันพวกสุกรไร้ปัญญา" ฮูหยินใหญ่ตวาดลั่นพลางสะบัดถ้วยน้ำชาลายครามลงบนพื้นจนแตกกระจาย น้ำชาอุ่นร้อนกระเซ็นโดนใบหน้าของสาวใช้ชื่อหลัว ทว่านางกลับไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ด "เสียทีที่ข้าชุบเลี้ยงพวกเจ้ามานาน กลับโดนเด็กสาวบ้านนอกคอกนาเล่นงานจนเสียชื่อเช่นนี้รึ""ฮะ... ฮูหยินใหญ่โปรดระงับโทสะด้วยเจ้าค่ะ" สาวใช้หลัวรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "นังเด็กนั่น แม้ท่าทางจะยังไม่เป็นสาวเต็มตัวและดูผอมบาง แต่ความร้ายกาจช่างล้ำลึกนัก นางพ่นควันปีศาจใส่พวกเรา ทั้งยังกล้าเอ่ยปากท้าทายอำนาจของฮูหยินว่าต่อให้เป็นถึงเชื้อพระวงศ์นางก็ไม่เกร
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
ทำความรู้จัก
หลังจากความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องนอนของหลี่ซูเยี่ยนด้วยฤทธิ์เทียนหอมบำบัดของหลินชิงเหยา มารดาของนางก็เริ่มมีสีหน้าผุดผ่องขึ้นในเช้าวันถัดมา หลินเวินเซิ่งเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจว่า แม้จะหวาดหวั่นเพียงใด แต่การอยู่เป็นเพื่อนบ้านกันโดยไม่ผูกมิตรย่อมมิใช่หนทางที่ยั่งยืน เขาจึงรวบรวมความกล้าพาภรรยาและบุตรสาวทั้งสองเดินทางไปคารวะเพื่อนบ้านผู้ยิ่งใหญ่ที่จวนกั๋วกงเมื่อก้าวพ้นธรณีประตูจวนกั๋วกงอันโอ่อ่า ครอบครัวตระกูลหลินกลับพบกับความประหลาดใจ ท่านกั๋วกงประมุขของจวนกลับไม่ได้มีท่าทีปั้นปึ่งดั่งขุนนางใหญ่ทั่วไป เขาต้อนรับขับสู้ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรและแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา"ใต้เท้าหลิน ยังไม่ทันได้พบกันก็ย้ายมาอยู่เมืองหลวงเสียแล้ว จวนเก่าหลังนั้นหากมีสิ่งใดขาดเหลือบอกกล่าวข้าได้ไม่ต้องเกรงใจ" ท่านกั๋วกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานทว่าบรรยากาศอันอบอุ่นกลับถูกแช่แข็งในพริบตา เมื่อร่างระหงขององค์หญิงสิบเจ็ดหรือฮูหยินใหญ่ เยื้องกรายเข้ามาในห้องโถง นางชายตามองครอบครัวตระกูลหลินด้วยความรังเกียจก่อนจะแค่นยิ้มเย็น"ท่านพี่จะเมตตาผู้ใดก็ควรดูฐานะเสียบ้าง ขุนนางปลายแถวที่ไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้ จ
last updateLast Updated : 2026-09-05
Read more
ถูกคุกคามกลางตลาด
ยามเช้าที่อากาศในเมืองหลวงยังคงแฝงความเย็นเยียบ หลินชิงเหยายืนเผชิญหน้ากับมารดาในโถงเรือนที่ไร้แสงแดดส่องถึงเนื่องจากม่านไม้ของจวนกั๋วกงบดบังทัศนียภาพ นางเอ่ยปากขออนุญาตออกไปหาซื้อวัตถุดิบเพื่อทำเครื่องหอม ทว่าหลี่ซูเยี่ยนกลับขมวดคิ้วด้วยความวิตก"ชิงเหยา เมืองหลวงมิใช่เมืองมู่หานที่หลับตาเดินก็จำทางได้ อีกทั้งพี่สาวเจ้าก็สงบเสงี่ยมปานนั้น หากไปหลงทางหรือถูกผู้ใดรังแกเข้า แม่จะทำเช่นไร" หลี่ซูเยี่ยนเอ่ยพลางกุมมือบุตรสาวคนเล็กไว้แน่น"ท่านแม่เจ้าคะ หากเรามัวแต่ขลาดกลัวเพียงเพราะกำแพงที่เขาสร้างกั้น เราก็คงต้องอดตายอยู่ในจวนผุพังแห่งนี้" หลินชิงเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น "พี่ใหญ่ไปกับข้าย่อมดูแลกันได้ อีกทั้งข้าเพียงจะไปสำรวจตลาดหาซื้อขี้ผึ้งและสมุนไพรพื้นบ้านเท่านั้น ไม่ได้ไปก่อเรื่องที่ใด"หลังจากการหว่านล้อมอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดสองพี่น้องตระกูลหลินก็ได้ก้าวพ้นธรณีประตูจวน หลินเม่ยหลิงพี่สาวคนโตเดินก้มหน้า มือข้างหนึ่งเกาะแขนน้องสาวไว้แน่น ท่าทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อยตามแบบฉบับกุลสตรีเมืองแถบชายแดนทำให้พอดูออกว่านางไม่คุ้นเคยที่จะเผชิญกับสายตาผู้คนณ ตลาดทิศตะวันออกอันคึก
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more
ฮ่องเต้พอพระทัย
วังหลวงภายในศาลาทรงงานส่วนพระองค์ ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่หลังโต๊ะทรงอักษร เบื้องหน้าพระพักตร์มีบุรุษในชุดลำลองสีเข้มคุกเข่ารายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเนื้อความกลับทำให้หัวคิ้วของโอรสสวรรค์เลิกขึ้นด้วยความฉงน"ทูลฝ่าบาท ข่าวจากสายลับที่แฝงตัวอยู่รอบจวนเก่าและจวนกั๋วกงพบว่า ครอบครัวตระกูลหลินไม่ได้อยู่อย่างเงียบเชียบดั่งที่ทรงคาดการณ์ไว้พะย่ะค่ะ" สายลับกราบทูลพลางยื่นม้วนกระดาษเล็ก ๆ ถวาย "โดยเฉพาะบุตรสาวคนรองของใต้เท้าหลิน นางหาใช่ลูกแกะที่หัวอ่อนไม่"ฮ่องเต้ทรงคลี่ม้วนกระดาษออกอ่าน พลางรับฟังคำรายงานเพิ่มเติม "เข้าจวนมาได้ไม่นาน ฮูหยินกั๋วกงสั่งให้บ่าวไพร่ขนปุ๋ยคอกมากองสุมข้างกำแพงเพื่อกลั่นแกล้ง แต่คุณหนูรองผู้นั้นกลับไม่ได้ไปร้องห่มร้องไห้ขอความเมตตา นางปรุงดินระเบิดควันชนิดพิเศษปาใส่กองปุ๋ยคอกฝั่งจวนกั๋วกง จนบ่าวไพร่พากันจามและคันคะเยอจนอยู่ไม่สุขไปตาม ๆ กันพะย่ะค่ะ""นางทำเช่นนั้นรึ" ฮ่องเต้ทรงแย้มสรวลออกมาเบา ๆ "กล้าใช้สิ่งของพื้นบ้านมาเป็นอาวุธตอบโต้อำนาจมืด ช่างน่าสนใจ""ไม่เพียงเท่านั้นพะย่ะค่ะ ต่อมาใต้เท้าหลินพาครอบครัวไปคารวะเพื่อนบ้านตามธรรมเนียม ในขณะที่พี่ส
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status