All Chapters of พลิกโฉมคุณหนูรองขี้โรคแห่งสกุลหลิน: Chapter 1 - Chapter 10

47 Chapters

เด็กสาวขี้โรค

เมืองชายแดนมู่หาน แคว้นต้าฉี ที่แทบไม่มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้น เพราะความกันดารของลักษณะทางภูมิศาสตร์และความยากไร้ของราษฎร เท่านั้นยังไม่พอเมื่อเช้านี้บุตรสาวคนเล็กของนายอำเภอยังประสบอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้นหมดสติจนถึงตอนนี้"ท่านหมอบอกว่าชิงเหยาเลือดออกมาก หัวกระแทกพื้นแรงเกินไป แล้วร่างกายยังอ่อนแอต้องดูแลเป็นพิเศษเจ้าค่ะ"หลี่ซูเยี่ยน ภรรยานายอำเภอหลินเวินเซิ่งรายงานสามี สีหน้าของนางบ่งบอกชัดเจนว่าไม่สบายใจเอาเสียเลยหลินเวินเซิ่งถอนหายใจออกมาเบา ๆ บุตรสาวคนรองร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิด ยามที่นางเจ็บป่วยมักสร้างความกังวลแก่เขาและภรรยาไม่น้อย แม้ตอนนี้นางจะอายุสิบห้าปีแล้วก็ยังไม่มีวี่แววจะหายขาด"ท่านพ่อ ท่านแม่ พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลน้องรองเอง"หลินเม่ยหลิงเดินถือถาดใส่ยาต้มเข้ามา เห็นใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของบุพการีแล้วนางก็อดห่วงใยไม่ได้"เม่ยหลิง เจ้าเองก็ตรากตรำบดเครื่องหอมมาหลายวันแล้ว เจ้าพักสักครู่ก่อนแล้วค่อยมาเปลี่ยนแม่ดูแลน้อง"ผู้เป็นมารดากล่าวอย่างเป็นห่วงไม่แพ้กัน หลินเม่ยหลิงเป็นบุตรสาวคนโต ในวัยสิบเจ็ดปีนางควรแต่งงานออกเรือน แต่นางรักครอบครัวมากและเป็นห่วงน้
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more

อยากกินไข่ต้ม

หลินเวินเซิ่งกลับมาในตอนเย็นพร้อมกับห่อยาราคาแพงที่เขาเพิ่งใช้เบี้ยรายเดือนครึ่งหนึ่งซื้อมารักษาบุตรสาว หมอเคยบอกว่าโรคของหลินชิงเหยารักษาไม่หาย นางเป็นโรคพร่องโลหิตและปอดอ่อนแอซึ่งพบได้ไม่มากแต่ก็ไม่น้อยเลยในเมืองนี้บิดาต้องแบ่งเงินซื้อโสมหรือถังเช่าราคาแพงไม่ขาดเพื่อรักษานางซึ่งทำได้เพียงประคองอาการเท่านั้น แม้กระนั้นเขาก็ทำด้วยความเต็มใจเสมอมา"ท่านพ่อเจ้าคะ น้องรองฟื้นแล้ว แต่ก็หลับไปอีกเจ้าค่ะ"หลินเม่ยหลิงรายงานบิดาพร้อมรับห่อยาเตรียมเอาไปต้ม หลินเวินเซิ่งโล่งอกในทันใด หลินชิงเหยาล้มหัวกระแทกรุนแรง มีบาดแผลลึก การฟื้นขึ้นมาได้นับว่าสวรรค์เมตตา"ให้น้องพักผ่อนเถิด แล้วเจ้าล่ะกินข้าวหรือยัง"สำหรับบุตรสาวคนโตเขาก็อดห่วงไม่ได้เช่นกัน แม้นางจะแข็งแรงมากแต่หากเกิดพลาดเป็นอะไรไปอีกคน หัวอกคนเป็นพ่อคงไม่ต่างจากศพไร้วิญญาณ"รอกินพร้อมท่านพ่อท่านแม่เจ้าค่ะ ส่วนน้องรองมีน้ำข้าวต้มกับยาต้มตามที่ท่านหมอสั่งเหมือนเดิมเจ้าค่ะ"หลินเม่ยหลิงเอ่ยอย่างกระตือรือร้น นางมั่นใจว่าทำตามคำแนะนำท่านหมอ อีกไม่นานอาการของน้องสาวก็คงดีขึ้นหลินชิงเหยาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น"ตื่นแล้วหรือน้
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more

ย้ายเข้าเมืองหลวง

หลินเวินเซิ่งกลับบ้านมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เขาเข้าไปหาภรรยาและลูกสาว มองหน้าพวกนางคล้ายจะถามว่าพวกเจ้ามีความคิดเช่นไร"มีราชโองการให้เลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนางในกรมพิธีการ"หลี่ซูเยี่ยนจับมือสามียิ้มแย้มยินดี"ข่าวดีเช่นนี้ เหตุใดท่านพี่ถึงไม่ดีใจล่ะเจ้าคะ""นั่นสิเจ้าคะท่านพ่อ"เขาถอนหายใจมองหลินชิงเหยา"เราต้องย้ายเข้าจวนที่เมืองหลวง"การย้ายเข้าจวนจะไม่เป็นปัญหาหากหลินชิงเหยาร่างกายแข็งแรง ระยะทางจากอำเภอมู่หานจนถึงเมืองหลวงต้าฉีมิใช่ใกล้ ๆ "ต้องเดินทางให้ถึงภายในหนึ่งเดือน"หลี่ซูเยี่ยนคลายรอยยิ้มเป็นความกังวลใจแทน บุตรสาวคนรองเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บได้ไม่นานก็ต้องออกเดินทางแล้ว ร่างกายผอมบางของนางจะทนทานได้สักเท่าใดกันหลินเม่ยหลิงบีบมือน้องสาวไว้แน่นมองร่างที่นอนบนเตียงอย่างห่วงใยสุดซึ้ง หลินชิงเหยาเห็นว่าทุกคนเป็นห่วงนางมากเกินไปและรู้สึกเหมือนเป็นภาระ นางจึงเอ่ยขึ้นบ้าง"อย่าห่วงข้าเลยเจ้าค่ะ ระหว่างนี้ข้าจะต้องแข็งแรงให้ได้เจ้าค่ะ"แววตามุ่งมั่นผิดไปจากเดิมทำให้ทั้งสามคนลอบมองหน้ากันแต่ไม่เอ่ยคำพูดใดออกมาก่อนถึงกำหนดเดินทางในอีกเจ็ดวันในจวนเริ่มเต็มไปด้วยความวุ่นวาย หลินเวิ
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more

จวนพระราชทาน

บรรยากาศการเดินทางที่ยาวนานนับเดือนเริ่มผลัดเปลี่ยนจากทุ่งหญ้าแห้งแล้งสู่ความรุ่งเรืองของเมืองหลวงต้าฉี ทว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทางกลับถูกแทนที่ด้วยความอึ้งงัน เมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าธรณีประตูของจวนแห่งหนึ่งตามแผนที่ซึ่งทางการจัดสรรไว้ให้หลินเวินเซิ่งลงจากรถม้าด้วยความหวังเต็มเปี่ยม แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด จวนไม้หลังใหญ่แต่ทว่าสีที่เคยฉาบไว้กลับหลุดลอกจนเห็นเนื้อไม้สีหม่น หลังคาบางส่วนมีหญ้าคาขึ้นรกเรื้อ บานประตูใหญ่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดยามลมพัดผ่านราวกับเสียงโอดครวญของคนชรา"นี่หรือ จวนที่ทางการจัดไว้ให้หัวหน้ากองกรมพิธีการ" เขารำพึงเสียงแผ่วในลำคอในใจของขุนนางผู้ซื่อสัตย์รู้สึกขมขื่นอยู่ลึก ๆ ตำแหน่งใหม่ที่เขาได้รับนั้นมิใช่ขุนนางปลายแถว แต่จวนหลังนี้กลับดูรกร้างไร้การเหลียวแลมานับสิบปี ทว่าเมื่อนึกถึงพระเมตตาของฝ่าบาทที่ทรงประทานตำแหน่งนี้ให้ เขาก็ทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นและเก็บงำความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ไม่ให้บุตรภรรยาได้เห็นหลี่ซูเยี่ยนและหลินเม่ยหลิงก้าวลงมาสมทบ พวกนางต่างลอบมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ แม้จะผิดหวังจนอยากจะถอนหายใจออก
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more

ท้องพระโรงที่หนาวเหน็บ

ภายในท้องพระโรงอันโอ่อ่า กลิ่นกำยานอบอวลข่มขวัญผู้มาเยือน หลินเวินเซิ่งหมอบกราบอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ หัวใจของเขาเต้นรัวยามที่สายพระเนตรคมกล้าของโอรสสวรรค์ทอดมองลงมา"การเดินทางจากมู่หานเป็นอย่างไรบ้าง นายอำเภอหลิน" สุรเสียงกังวานราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจถามขึ้น"กราบทูลฝ่าบาท การเดินทางราบรื่นดีพะย่ะค่ะ แม้ระยะทางจะไกลแต่ด้วยพระบารมีของพระองค์ กระหม่อมและครอบครัวจึงมาถึงเมืองหลวงได้โดยสวัสดิภาพ" หลินเวินเซิ่งตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ"แล้วจวนที่ข้าจัดหาให้เล่า พอใจหรือไม่"หลินเวินเซิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพจวนผุพังที่แม้แต่หนูยังไม่อยากอยู่ลอยเข้ามาในหัว ทว่าเมื่อสบพระเนตรที่ดูคล้ายจะหยั่งเชิงนั้น เขาก็รีบก้มหน้าลงต่ำ "จวน... จวนกว้างขวางและสงบเงียบดียิ่งพะย่ะค่ะ กระหม่อมน้อมรับพระมหากรุณาธิคุณ""ดี! เพราะนั่นคือจวนที่ดีที่สุดที่ข้าจะให้ขุนนางจากแดนไกลเช่นเจ้าได้แล้ว ไม่ต้องยื่นเรื่องขอเปลี่ยนให้เสียเวลา เพราะข้าไม่มีที่อื่นให้เจ้าไป" ฮ่องเต้ตรัสตัดบทด้วยน้ำเสียงดุดัน จนหลินเวินเซิ่งได้แต่ขานรับอย่างจำนนทว่าภายใต้ใบหน้าที่เคร่งขรึม ฮ่องเต้กลับทรงลอบยิ้มในพ
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more

ของขวัญแด่คนข้างบ้าน

เมื่อแสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ กลิ่นอายความเหนื่อยล้าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจวนเก่าที่บัดนี้เริ่มสะอาดตาขึ้นบ้างแล้ว หลี่ซูเยี่ยนและหลินเม่ยหลิงนั่งทรุดตัวลงบนม้านั่งไม้ที่ขัดถูจนขึ้นเงา ทั้งสองแม่ลูกหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมพลางดื่มน้ำลอยดอกมะลิที่พกติดตัวมาเพื่อดับความกระหาย"ในที่สุดพื้นไม้ก็พอมองเห็นสีจริงเสียที" หลี่ซูเยี่ยนเอ่ยพลางทอดสายตามองไปรอบโถงเรือนที่ดูสงบลงกว่าเมื่อเช้ามากนัก "ชิงเหยา เจ้าพักเสียเถิดลูก เหงื่อโทรมกายเช่นนี้เดี๋ยวไข้จะกลับมาอีก"หลินชิงเหยา ยิ้มรับพลางยกจอกน้ำขึ้นจิบ ทว่าในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมจวนไม้ กลิ่นประหลาดอย่างหนึ่งกลับค่อย ๆ แทรกซึมผ่านรอยแตกของบานหน้าต่าง มันเป็นกลิ่นฉุนที่ชวนให้สะอิดสะเอียน ราวกับมีซากสัตว์เน่าเปื่อยถูกกองทิ้งไว้กลางแดดจัด"กลิ่นสิ่งใดกัน เหตุใดจึงเหม็นเน่าถึงเพียงนี้" หลินเม่ยหลิงยกมือขึ้นปิดจมูกพลางขมวดคิ้วมุ่นหลินชิงเหยาวางจอกน้ำลงทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับฉายแววสงสัย นางไม่ได้เพียงแค่ได้กลิ่น แต่สัญชาตญาณนักปรุงเครื่องหอมบอกนางว่านี่ไม่ใช่กลิ่นเน่าเสียตามธรรมชาติ "กลิ่นขี้วัวผสมกับดินเลนเน่า
last updateLast Updated : 2026-09-02
Read more

อนาคตคงจะสั้นแล้ว

ภายในห้องโถงรับรองของจวนกั๋วกงอันวิจิตรตระการตา กลิ่นกำยานกฤษณาชั้นเลิศที่อบอวลอยู่ไม่อาจข่มไอร้อนระอุจากเพลิงโทสะที่แผ่ออกมาจากร่างของฮูหยินใหญ่หรือองค์หญิงสิบเจ็ดผู้สูงศักดิ์ได้ นางนั่งเหยียดกายบนตั่ง ดวงตาคมกริบดุจพญาหงส์จ้องมองกลุ่มบ่าวไพร่ที่คุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นเบื้องหน้าสภาพของพวกบ่าวเหล่านั้นช่างน่าเวทนาปนขบขัน ใบหน้าของแต่ละคนบวมปูดแดงก่ำราวกับถูกฝูงต่อรุมต่อย น้ำมูกน้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย พร้อมกับเสียงจามที่ดังสนั่นหวั่นไหวเป็นระยะ"โง่เง่า! พวกเจ้ามันพวกสุกรไร้ปัญญา" ฮูหยินใหญ่ตวาดลั่นพลางสะบัดถ้วยน้ำชาลายครามลงบนพื้นจนแตกกระจาย น้ำชาอุ่นร้อนกระเซ็นโดนใบหน้าของสาวใช้ชื่อหลัว ทว่านางกลับไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ด "เสียทีที่ข้าชุบเลี้ยงพวกเจ้ามานาน กลับโดนเด็กสาวบ้านนอกคอกนาเล่นงานจนเสียชื่อเช่นนี้รึ""ฮะ... ฮูหยินใหญ่โปรดระงับโทสะด้วยเจ้าค่ะ" สาวใช้หลัวรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "นังเด็กนั่น แม้ท่าทางจะยังไม่เป็นสาวเต็มตัวและดูผอมบาง แต่ความร้ายกาจช่างล้ำลึกนัก นางพ่นควันปีศาจใส่พวกเรา ทั้งยังกล้าเอ่ยปากท้าทายอำนาจของฮูหยินว่าต่อให้เป็นถึงเชื้อพระวงศ์นางก็ไม่เกร
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more

ทำความรู้จัก

หลังจากความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องนอนของหลี่ซูเยี่ยนด้วยฤทธิ์เทียนหอมบำบัดของหลินชิงเหยา มารดาของนางก็เริ่มมีสีหน้าผุดผ่องขึ้นในเช้าวันถัดมา หลินเวินเซิ่งเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจว่า แม้จะหวาดหวั่นเพียงใด แต่การอยู่เป็นเพื่อนบ้านกันโดยไม่ผูกมิตรย่อมมิใช่หนทางที่ยั่งยืน เขาจึงรวบรวมความกล้าพาภรรยาและบุตรสาวทั้งสองเดินทางไปคารวะเพื่อนบ้านผู้ยิ่งใหญ่ที่จวนกั๋วกงเมื่อก้าวพ้นธรณีประตูจวนกั๋วกงอันโอ่อ่า ครอบครัวตระกูลหลินกลับพบกับความประหลาดใจ ท่านกั๋วกงประมุขของจวนกลับไม่ได้มีท่าทีปั้นปึ่งดั่งขุนนางใหญ่ทั่วไป เขาต้อนรับขับสู้ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรและแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา"ใต้เท้าหลิน ยังไม่ทันได้พบกันก็ย้ายมาอยู่เมืองหลวงเสียแล้ว จวนเก่าหลังนั้นหากมีสิ่งใดขาดเหลือบอกกล่าวข้าได้ไม่ต้องเกรงใจ" ท่านกั๋วกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานทว่าบรรยากาศอันอบอุ่นกลับถูกแช่แข็งในพริบตา เมื่อร่างระหงขององค์หญิงสิบเจ็ดหรือฮูหยินใหญ่ เยื้องกรายเข้ามาในห้องโถง นางชายตามองครอบครัวตระกูลหลินด้วยความรังเกียจก่อนจะแค่นยิ้มเย็น"ท่านพี่จะเมตตาผู้ใดก็ควรดูฐานะเสียบ้าง ขุนนางปลายแถวที่ไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้ จ
last updateLast Updated : 2026-09-05
Read more

ถูกคุกคามกลางตลาด

ยามเช้าที่อากาศในเมืองหลวงยังคงแฝงความเย็นเยียบ หลินชิงเหยายืนเผชิญหน้ากับมารดาในโถงเรือนที่ไร้แสงแดดส่องถึงเนื่องจากม่านไม้ของจวนกั๋วกงบดบังทัศนียภาพ นางเอ่ยปากขออนุญาตออกไปหาซื้อวัตถุดิบเพื่อทำเครื่องหอม ทว่าหลี่ซูเยี่ยนกลับขมวดคิ้วด้วยความวิตก"ชิงเหยา เมืองหลวงมิใช่เมืองมู่หานที่หลับตาเดินก็จำทางได้ อีกทั้งพี่สาวเจ้าก็สงบเสงี่ยมปานนั้น หากไปหลงทางหรือถูกผู้ใดรังแกเข้า แม่จะทำเช่นไร" หลี่ซูเยี่ยนเอ่ยพลางกุมมือบุตรสาวคนเล็กไว้แน่น"ท่านแม่เจ้าคะ หากเรามัวแต่ขลาดกลัวเพียงเพราะกำแพงที่เขาสร้างกั้น เราก็คงต้องอดตายอยู่ในจวนผุพังแห่งนี้" หลินชิงเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น "พี่ใหญ่ไปกับข้าย่อมดูแลกันได้ อีกทั้งข้าเพียงจะไปสำรวจตลาดหาซื้อขี้ผึ้งและสมุนไพรพื้นบ้านเท่านั้น ไม่ได้ไปก่อเรื่องที่ใด"หลังจากการหว่านล้อมอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดสองพี่น้องตระกูลหลินก็ได้ก้าวพ้นธรณีประตูจวน หลินเม่ยหลิงพี่สาวคนโตเดินก้มหน้า มือข้างหนึ่งเกาะแขนน้องสาวไว้แน่น ท่าทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อยตามแบบฉบับกุลสตรีเมืองแถบชายแดนทำให้พอดูออกว่านางไม่คุ้นเคยที่จะเผชิญกับสายตาผู้คนณ ตลาดทิศตะวันออกอันคึก
last updateLast Updated : 2026-09-06
Read more

ฮ่องเต้พอพระทัย

วังหลวงภายในศาลาทรงงานส่วนพระองค์ ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่หลังโต๊ะทรงอักษร เบื้องหน้าพระพักตร์มีบุรุษในชุดลำลองสีเข้มคุกเข่ารายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเนื้อความกลับทำให้หัวคิ้วของโอรสสวรรค์เลิกขึ้นด้วยความฉงน"ทูลฝ่าบาท ข่าวจากสายลับที่แฝงตัวอยู่รอบจวนเก่าและจวนกั๋วกงพบว่า ครอบครัวตระกูลหลินไม่ได้อยู่อย่างเงียบเชียบดั่งที่ทรงคาดการณ์ไว้พะย่ะค่ะ" สายลับกราบทูลพลางยื่นม้วนกระดาษเล็ก ๆ ถวาย "โดยเฉพาะบุตรสาวคนรองของใต้เท้าหลิน นางหาใช่ลูกแกะที่หัวอ่อนไม่"ฮ่องเต้ทรงคลี่ม้วนกระดาษออกอ่าน พลางรับฟังคำรายงานเพิ่มเติม "เข้าจวนมาได้ไม่นาน ฮูหยินกั๋วกงสั่งให้บ่าวไพร่ขนปุ๋ยคอกมากองสุมข้างกำแพงเพื่อกลั่นแกล้ง แต่คุณหนูรองผู้นั้นกลับไม่ได้ไปร้องห่มร้องไห้ขอความเมตตา นางปรุงดินระเบิดควันชนิดพิเศษปาใส่กองปุ๋ยคอกฝั่งจวนกั๋วกง จนบ่าวไพร่พากันจามและคันคะเยอจนอยู่ไม่สุขไปตาม ๆ กันพะย่ะค่ะ""นางทำเช่นนั้นรึ" ฮ่องเต้ทรงแย้มสรวลออกมาเบา ๆ "กล้าใช้สิ่งของพื้นบ้านมาเป็นอาวุธตอบโต้อำนาจมืด ช่างน่าสนใจ""ไม่เพียงเท่านั้นพะย่ะค่ะ ต่อมาใต้เท้าหลินพาครอบครัวไปคารวะเพื่อนบ้านตามธรรมเนียม ในขณะที่พี่ส
last updateLast Updated : 2026-09-07
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status