共有

บทที่ 8

作者: มู่เฉิงซินสวี่
“ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”

จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น

“ท่านซื่อจื่อ!”

สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้น

เจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

แม้เขาจะไม่อยู่ในตู้เสื้อผ้า แต่ก็ยังอยู่ในห้องของนาง นี่ไม่เหมาะสม จะอธิบายให้ชัดเจนอย่างไร?

จ้าวหยวนเช่อยืนอยู่ตรงนั้น สูงส่งสง่างาม เถรตรงแข็งกร้าว ไม่มีความลำบากใจที่ถูกจับได้สักนิด

“มานี่”

จ้าวหยวนเช่อปรายตา ดวงตากระจ่างมองมาที่นาง

เจียงโย่วหนิงเดินไปอย่างว่าง่าย แพขนตาดำหลุบต่ำ ริมฝีปากเม้มหาเข้าหากันเล็กน้อย

ตั้งแต่จ้าวเชียนหัวกลับมา พอสบโอกาสก็จะรังแกนาง นางชินกับการกระทำของจ้าวเชียนหัวนานแล้ว ยามปกติจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่เจอจ้าวเชียนหัว

มือของจ้าวหยวนเช่อกำแน่นแล้วคลายออก ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว บังอยู่หน้านางแล้วมองจ้าวเชียนหัวเยือกเย็น

พอจ้าวเชียนหัวเห็นจ้าวหยวนเช่อ ก็รู้สึกกลัวเขายิ่งกว่าเจียงโย่วหนิง สะดุ้งไปทีหนึ่ง แม้แต่พูดจายังตะกุกตะกัก “พี่ใหญ่...ทำไมท่านถึงอยู่ที่นี่...”

ชีวิตนี้นางไม่เคยกลัวสิ่งใด มีเพียงตอนพบจ้าวหยวนเช่อที่เหมือนได้เจอยมบาลที่ยังมีลมหายใจ

มิใช่เพราะอื่นใด แต่เป็นเพราะตั้งแต่เด็กเมื่อนางทำผิด ในบ้านมีเพียงพี่ใหญ่ที่ลงโทษนางจริง

อีกอย่างเมื่อครู่พี่ใหญ่ว่าอะไรนะ? จะใช้ไม้ตีมือลงโทษนาง? นางได้เจ็บตายกันพอดี?

จ้าวซือรุ่ยเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน หลบอยู่หลังนาง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

จ้าวหยวนเช่อไม่ผ่อนปรนให้ใครทั้งนั้น น้องชายน้องสาวในบ้าน ไม่มีใครไม่กลัวเขา

“เด็ก ๆ ไปเอาไม้ตีมือมา”

จ้าวหยวนเช่อไม่ชอบพูดมาก สั่งการโดยตรง

ชิงเจี้ยนที่อยู่ข้างนอกตอบรับ แล้วรีบไปเอา

“พี่ใหญ่ ข้าสำนึกผิดแล้ว อย่าตีข้าเลย”

จ้าวเชียนหัวคุกเข่าลงพื้นเสียงดังตุบ น้ำตาร่วงลงมาทันที

จ้าวซือรุ่ยเองก็คุกเข่าตาม พยายามขดตัวไปหลบหลังจ้าวเชียนหัว เพื่อไม่ให้จ้าวหยวนเช่อสังเกตเห็นตัวเอง

แต่รูปร่างนางอวบอิ่ม ตัวใหญ่กว่าจ้าวเชียนหัวมาก อยากซ่อนก็ซ่อนไม่มิด

เมื่อมองจากมุมของเจียงโย่วหนิง นางไม่หลบๆ ซ่อนๆ ยังดี ตอนนี้กลับยิ่งสะดุดตา

ตอนชิงเจี้ยนไปเอาไม้ตีมือกลับมา นางหานก็รีบตามมาด้วย

เจียงโย่วหนิงรู้ดี สาวใช้ของจ้าวเชียนหัวแอบย่องออกไปเพื่อไปแจ้งข่าวกับนางหานแล้ว

นางหลุบตาลง สองมือที่เอาไว้ด้านหลังบิดจับกันแน่น ในใจกระวนกระวายไม่น้อย

จ้าวเชียนหัวกลัวจ้าวหยวนเช่อ คงไม่คิดอะไรมาก แต่นางหานไม่เหมือนกัน ขิงแก่อย่างไรก็เผ็ดกว่า เกรงว่านางหานจะสงสัย

ในใจนางวุ่นวายไปหมด ไม่รู้เลยว่าถ้านางหานสอบถามขึ้นมา นางควรกลบเกลื่อนว่าอย่างไรดี

“อวี้เหิง”

นางหานเดินเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นจ้าวเชียนหัวคุกเข่าก็สงสารจับใจ แล้วจึงหันไปมองจ้าวหยวนเช่อ

“ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้ว ท่านรีบบอกให้พี่ใหญ่อย่าลงโทษข้าด้วยไม้ตีมือ...”

เมื่อจ้าวเชียนหัวเห็นนางหาน ก็เหมือนเห็นตัวช่วยทันที จึงคลานเข่าเข้าไปกอดขานางหานแล้วร้องไห้

ชิงเจี้ยนไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เดินเข้าไปมอบไม้ตีมือตรงหน้าจ้าวหยวนเช่อ

ไม้ตีมือทำมาจากไม้จันทน์แดง ยาวสิบแปดนิ้ว กว้างไม่เกินสองนิ้ว จับแล้วกำลังเหมาะมือ ทำการใดจิตใจต้องรู้จักยับยั้ง การกระทำควรมีขอบเขต คำพูดเหล่านี้เขียนอยู่บนไม้ ปลายไม้ห้อยพู่รวงข้าวสีแดง

นางหานเป็นคนระดับใดกัน? แค่มองสถานการณ์ในห้อง ก็เข้าใจทันทีว่าจ้าวเชียนหัวทำสิ่งใด

นางตบไหล่จ้าวเชียนหัวหนึ่งครั้ง แล้วตำหนิ “เจ้าลูกคนนี้ ปกติบอกให้เจ้าไปมาหาสู่กับโย่วหนิงบ่อย ๆ เจ้าไม่ยอมแม้แต่จะพบนาง วันนี้เป็นบ้าอะไรถึงได้มาที่นี่?”

เจียงโย่วหนิงเม้มปากมองพื้นตรงหน้า

การกระทำและคำพูดของนางหานล้วนมีเป้าหมายของนาง ตบไหล่จ้าวเชียนหัวถือว่าลงโทษแล้ว ให้จ้าวหยวนเช่อไม่ต้องลงโทษอีก บอกว่าจ้าวเชียนหัวไม่ไปมาหาสู่กับนาง เพื่อบอกจ้าวหยวนเช่อว่า ก่อนหน้านี้จ้าวเชียนหัวไม่เคยรังแกนาง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 264

    ค่ำคืนนี้ ตลอดจนหลายปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นนางที่เต็มใจเองทั้งสิ้นนางมิได้นึกเสียใจแม้แต่น้อยภายภาคหน้า นางกับเขาจะตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างสิ้นเชิงจ้าวหยวนเช่อ ลากันเพียงเท่านี้จ้าวหยวนเช่อจุมพิตลงบนหน้าผากนางแผ่วเบา คล้ายทะนุถนอมและเวทนารักใคร่ ประหนึ่งคอยปกป้องดูแลนางอย่างดีเขานั่งลงข้างเตียง ยื่นมือออกไปโอบกอดนาง“ท่านจะทำอันใด?”เจียงโย่วหนิงใช้มือข้างหนึ่งดันแผงอกกำยำอุ่นร้อนของเขาไว้“อาบน้ำให้เจ้า”จ้าวหยวนเช่อตอบนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ท่านรีบไปเถิด ประเดี๋ยวข้าจะอาบน้ำเอง”เจียงโย่วหนิงดิ้นรนขัดขืนความปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวทำให้นางอดมิได้ที่จะส่งเสียงครางออกมาเขานับว่าใส่ใจ ทว่านางมิได้ต้องการ“มิใช่บอกว่าหมดเรี่ยวแรงแล้วหรือ?”จ้าวหยวนเช่อไม่ยอมปล่อยมือ“ข้าพักสักประเดี๋ยวก็หายแล้ว ท่านรีบไปเถิด ยังต้องผลัดเปลี่ยนชุดมงคล อย่าให้เสียฤกษ์ยาม หากฝ่าบาทและหวยหนานอ๋องเอาผิดลงมาคงไม่ค่อยดีนัก”เจียงโย่วหนิงดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของเขา“เช่นนั้นเจ้าก็พักสักประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตามใจนาง แล้วจึงลงจากเตียงเจียงโย่วหนิงคลำหาสะเปะสะปะเพื่อดึงผ้าห่มมาคลุมกายลวก ๆ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 263

    ท่อนแขนเรียวของนางโอบรอบลำคอของเขาการเคลื่อนไหวของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังขบเม้มริมฝีปากนางชะงักไปชั่วครู่นางยินยอมหรือ? นางยินยอม!วินาทีต่อมา รสจูบของเขาก็ดุดันเร่าร้อนยิ่งขึ้นชุดยาวสีครามของเขา และกระโปรงสีรากบัวของนางร่วงหล่นลงบนพื้น เสื้อตัวในสีขาวงาช้างพัวพันกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของเขาหรือของนางเขาเอนกายนางลงบนผ้าห่มผืนงาม ก้มมองนางด้วยหางตาที่แดงก่ำ ใบหูและลำคอล้วนแดงซ่านไปหมดท่อนแขนที่ยันอยู่ข้างกายนางปูดโปนด้วยเส้นเลือด เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านใบหน้างดงามของนางแดงระเรื่อดั่งคนเมามาย ขนตาที่ยาวงอนหลุบต่ำ แววตาปรือปรอยคล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น นางเบือนหน้าหนี มิกล้าสบตาเขา“ตะเกียง...”น้ำเสียงของนางแผ่วเบาอ่อนหวาน ดั่งน้ำผึ้งที่ละลาย เจือด้วยเสียงหอบหายใจแผ่ว ๆ ราวกับตะขอเล็ก ๆ ที่เกี่ยวตวัดจิตใจคนให้สั่นไหวจ้าวหยวนเช่อสะบัดมือเพียงครั้งเดียวบังเกิดเสียง “ฟึ่บ” เบา ๆ เทียนบนเชิงเทียนก็ดับลงจนหมดสิ้นความมืดมิดอันหนักอึ้งทาบทับลงมาในบัดดล แนบชิดกับนางอย่างแน่วแน่นางหดเอวเข้าหากันด้วยความหวาดกลัวมันจะต้องเจ็บประสบการณ์ในคราวก่อนยังคงทำให้นางหวาดหวั่นอยู่ในใจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 262

    “ตกลง”เจียงโย่วหนิงมองดูนางอยู่ครู่ใหญ่ จึงพยักหน้าพานางไปด้วยก่อน อย่างน้อยก็เพื่อรั้งตัวนางไว้เรื่องราวหลังจากนี้ ค่อยว่ากันอีกทียามดึกสงัด ท้องฟ้ามืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่างแม้แต่น้อย“ไปกันเถิด”เจียงโย่วหนิงกอดเตาพกไว้ในอก เดินนำออกจากห้องไปก่อนยามนี้ จ้าวหยวนเช่อน่าจะเข้านอนแล้วนางจึงไม่มีสิ่งใดให้ต้องพะวงอีกฟู่อวี้ขานรับคำหนึ่ง แล้วเดินตามออกไป“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว จะไปที่ใดหรือ?”จ้าวหยวนเช่อเดินเข้ามาในลานเรือนพอดี น้ำเสียงเจือความอ่อนโยนอย่างที่หาได้ยากแสงโคมไฟสีเหลืองนวลสาดส่องกระทบร่าง เงาของบุรุษผู้สูงใหญ่ผ่าเผยราวกับถูกฉาบด้วยแสงอันอบอุ่นเจียงโย่วหนิงสะดุ้งตกใจ สองมือบีบเตาพกแน่นจนชะงักฝีเท้า ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นกลัวเวลาเช่นนี้ เขามิใช่ควรจะเข้านอนแล้วหรอกหรือ? เหตุใดจึงมาหานางได้เมื่อฟู่อวี้เห็นสถานการณ์ จึงรีบล่าถอยออกไปอย่างเงียบเชียบจ้าวหยวนเช่อทอดสายตาเป็นประกายมองนาง ราวกับมีดวงดารานับหมื่นพันโอบล้อมตัวนางไว้เจียงโย่วหนิงหัวใจเต้นรัวแรง ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ“คิดจะไปหาข้าใช่หรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อยื่นมือออกไปรวบตัวนางเข้ามากอด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 261

    นี่มิใช่สิ่งที่นางปรารถนาจะพบเห็นในมือนางมีเงินอยู่สองร้อยกว่าตำลึง ส่วนที่เหลือเป็นเงินที่เซี่ยหวยอวี่ให้ยืม นางจำต้องหาวิธีคืนให้จงได้ขอเพียงแม่นางเซี่ยให้ยืมสักหนึ่งพันตำลึง ไม่ว่านางจะพาอู๋มามาไปที่ใดล้วนมีเงินทองจับจ่ายใช้สอยเหลือเฟือสำหรับโรงรับจำนำนั้น รอให้นางพบบุรุษที่เหมาะสม พอถึงยามแต่งงานค่อยนำกลับคืนมาก็ย่อมได้แม้ว่าไม่มีผู้ใดเหมาะสม ก็ยังสามารถจ่ายเงินจ้างคนมาแต่งงานด้วย นำโรงรับจำนำกลับมาแล้วค่อยหย่าร้างก็ยังได้นางมองแม่นางเซี่ย ในใจบังเกิดความกระวนกระวายอยู่บ้างหากมิใช่เพราะรู้ว่าตนเองมีโรงรับจำนำอยู่หนึ่งแห่ง ไม่ว่าอย่างไรนางก็คงมิกล้าเอ่ยปากกับแม่นางเซี่ยเป็นแน่แม่นางเซี่ยรู้ตื้นลึกหนาบางของนางดี คงจะไม่ปฏิเสธหรอกกระมังแม่นางเซี่ยทอดสายตามองนางพลางแย้มยิ้ม“ข้าให้ดอกเบี้ยได้นะเจ้าคะ”เจียงโย่วหนิงรีบเอ่ยเสริมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ไม่จำเป็นหรอก” แม่นางเซี่ยล้วงตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางลงเบื้องหน้านาง “นี่คือเงินห้าพันตำลึง แม่นางเจียงแต่งงานเมื่อใดก็อย่าลืมคืนข้าก็พอ”ตราบใดที่โรงรับจำนำเป่าซิงยังอยู่ เจียงโย่วหนิงย่อมไม่ขาดเงินก้อนนี้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 260

    “ถูกต้อง”แม่นางเซี่ยพยักหน้า“ข้าอยากรู้ว่า โรงรับจำนำเป่าซิงควรจะเป็นของข้าใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตามตรงแม่นางเซี่ยย่อมต้องรู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด“ควรจะกล่าวเช่นนั้น” แม่นางเซี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “คำไหว้วานที่ข้าได้รับมาก็คือ ยามที่แม่นางแต่งงาน ฮูหยินกั๋วกงจะต้องมอบโรงรับจำนำให้เป็นสินเดิมติดตัวท่านไป”“เป็นท่านพ่อท่านแม่ของข้าที่ไหว้วานท่านหรือ? พวกเขาอยู่ที่ใด? เหตุใดจึงไม่ต้องการข้า?”เจียงโย่วหนิงตื่นเต้นอยู่บ้าง จึงถามข้อสงสัยในใจออกไปรวดเดียวมือทั้งสองข้างใต้โต๊ะของนางกำแน่นขึ้นไปอีกชาติกำเนิดของนางอยู่ตรงหน้านี้แล้ว อีกไม่ช้าก็จะได้รู้ถึงฐานะของท่านพ่อท่านแม่ และรู้ว่าเหตุใดตนเองจึงถูกทิ้งไว้ที่จวนเจิ้นกั๋วกง“แม่นางเจียง ข้าเข้าใจดีว่าท่านอยากรู้ชาติกำเนิดของตนเองเพียงไร” แม่นางเซี่ยทอดมองนางด้วยความเห็นใจ “ทว่าเรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ สมาคมการค้าของพวกเรารับเพียงคำไหว้วาน มีหน้าที่ดูแลเรื่องที่ผู้ว่าจ้างสั่งความมา ข้าบังเอิญรับผิดชอบโรงรับจำนำเป่าซิง ไม่เคยพบหน้าผู้ว่าจ้าง จึงไม่รู้เรื่องราวที่ท่านถามมาเหล่านี้”“ท่า

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 259

    ยามนี้นางเพียงต้องการช่วยบุตรชายออกมา จึงยอมบอกเล่าทุกสิ่งที่ตนรู้จนหมดสิ้นเจียงโย่วหนิงได้ฟังเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นต้องรู้ก่อนว่า นางหานมิได้มีเพียงโรงรับจำนำแห่งนี้ร้านเดียว ยังมีร้านค้าอื่นอีกเจ็ดแปดแห่ง เมื่อรวมกันแล้วกำไรในหนึ่งปีก็นับว่ามากมายมหาศาลทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสินทรัพย์ส่วนตัวของนางหาน มิได้นับรวมในบัญชีของจวนเจิ้นกั๋วกงอีกทั้งหลายปีมานี้จวนเจิ้นกั๋วกงก็มิได้จัดงานอันใดที่จำต้องใช้เงินทองเป็นพิเศษแต่ละปีมีรายรับมากมายถึงเพียงนั้น เงินของนางหานกลับยังไม่พอใช้อีกหรือ? เงินมากมายปานนั้น ถูกนำไปใช้จ่ายที่ใดหมดกัน?หากนางคิดจะทวงเงินของตนคืน นางหานจะมิใช่ไม่มีให้หรอกหรือ?“ในนามของนางหานยังมีร้านค้าอื่นที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมการค้าจิ่นซิ่วอีกหรือไม่?”ชิงหลานชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามขึ้นมาอีกประโยคเจียงโย่วหนิงได้ยินคำถามนั้นก็ราวกับตื่นรู้ในทันทีไฉนนางถึงคิดไม่ถึงกัน? ในเมื่อโรงรับจำนำเป็นของนาง เช่นนั้นร้านค้าอื่น ๆ ในนามของนางหานจะเป็นของนางด้วยหรือไม่?ช่างน่าละอายใจนักจ้าวหยวนเช่อสั่งสอนนางมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ แต่นางกลับยังสู้ผู้ใต้บังคับบัญชาธร

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 7

    เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status