บททั้งหมดของ พันธกาลเร้นรัก: บทที่ 1 - บทที่ 10

100

บทที่ 1

เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่างทำให้ฝีเท้าของนางดูไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัดทันใดนั้นประตูไม้สลักลวดลายด้านซ้ายก็เปิดออก มือข้างหนึ่งที่ขาวซีดแต่แรงเยอะยื่นออกมาโอบรัดเอวคอดกิ่วของนางอย่างแม่นยำ แล้วดึงนางเข้าไปหลังศาลบรรพบุรุษโดยไม่รีรอเจียงโย่วหนิงหน้าซีด พลันจะร้องตกใจมือใหญ่ของคนผู้นั้นปิดปากนาง จากนั้นน้ำเสียงใสเย็นก็ดังขึ้นข้างใบหูของนาง“ข้าเอง”กลิ่นหอมของโกฐชฎามังสีอันคุ้นเคยโชยมา เมื่อเจียงโย่วหนิงมองเห็นชายหนุ่มที่กอดนางชัดเจน นัยน์ตาสีดำพลันหดเล็ก ขณะที่ลนลานสองมือก็ยกขึ้นดันแผงอกกำยำของเขา ริมฝีปากชมพูเผยอออก กลับไม่สามารถเปล่งเสียงชายหนุ่มตรงหน้าจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางหยักแดงระเรื่อ เครื่องหน้าหล่อเหลา ผมมวยขึ้นกลางกระหม่อมอย่างคล่องตัว เยือกเย็นสูงส่ง แฝงความน่าเกรงขามเขาคือจ้าวหยวนเช่อ พี่ชายคน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2

“ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือยื่นมือไปผลักหัวไหล่จ้าวหยวนเช่อตามสัญชาตญาณ สำหรับนาง นี่คือการใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีแล้วแต่เมื่อไปอยู่บนตัวจ้าวหยวนเช่อ มันเป็นเพียงสัมผัสอ่อนนุ่มเท่านั้นดวงตาดอกท้อสุกใสของนางน้ำตาคลอ ขนตางอนงามเปียกชื้นน้ำตา ตาละห้อยอย่างน่าสงสาร ริมฝีปากก็คว่ำลง ร่างกายสั่นเทาทั้งร่างนางตกใจจนใกล้จะร้องไห้แล้ว“ข้ากำลังแต่งตัวอยู่”จ้าวหยวนเช่อไม่เงยหน้า พูดกระชับได้ใจความ น้ำเสียงยังคงเยือกเย็นเหมือนเดิมฟังไม่ออกสักนิดว่าในมือของเขากำลังทำสิ่งใดอยู่นางหานตอบรับไปคำหนึ่ง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ไกลออกไปเจียงโย่วหนิงโล่งอก แผ่นหลังชื้นไปด้วยเหงื่อ ขณะนี้ถึงรับรู้ว่าความเย็นของยาช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของตรงนั้น“พอแล้ว ข้าไม่เจ็บแล้ว...”นางอยากผลักจ้าวหยวนเช่อออก แต่มือถูกเขาปัดออกอีกครั้งระ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3

เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เจียงโย่วหนิงตามมาฝีเท้าเจียงโย่วหนิงลังเล “คุณหนูเจียง นายท่านจะไปส่งท่านขอรับ” ชิงเจี้ยนยิ้มบอก“ขอบคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงนึกได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับจ้าวหยวนเช่อ จึงหลุบตาแล้วทำความเคารพเขา ก่อนจะตามย่างเท้าของเขาไปชิงเจี้ยนมองทั้งสองคนกางร่มเดินอยู่กลางฝนพรำ แผ่นหลังสมกัน ราวกับภาพวาดหมึกดำชั้นดี เขาส่ายหน้าแล้วลอบถอนหายใจ“ท่านพี่ ข้าพักที่เรือนเสี่ยวอิ่นจนชินแล้ว ขอไม่ย้ายไปเรือนฝูหรงนะเจ้าคะ”เจียงโย่วหนิงครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะคิดได้ว่าควรพูดกับเขาอย่างไรนางก้าวช้าไปครึ่งก้าว ถึงกล้ามองเขาอย่างเปิดเผยเขาสูงกว่านางไปหนึ่งช่วงศีรษะ สันกรามโครงหน้าชัดเจนเส้นสายลื่นไหล มุมปากเม้มเล็กน้อยอย่างห่างเหิน ราวกับจันทร์บนท้องฟ้า มองเห็นแต่มิอาจเอื้อม“อยู่เรือนฝูหรงไปนาน ๆ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4

นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียดหยามนาง?แต่ไม่ว่าอย่างไร นางฟังออกว่านางหานไม่ชอบใจจ้าวหยวนเช่อสีหน้าเรียบเฉย “เหตุใดท่านแม่จึงกล่าวเช่นนี้?”นางหานยื่นมือไปสัมผัสรอยฟันตรงลำคอของเขา ขมวดคิ้วกล่าว “สตรีที่ดี จะมีใครที่ไหนทิ้งร่องรอยเช่นนี้เอาไว้บนร่างกายบุรุษ?”แม้ไม่เคยพบหน้า แต่นางไม่ชอบสตรีผู้นี้เอาเสียเลย ในตระกูลใหญ่ ต่อให้เป็นอนุที่ไม่มีความสำคัญ ก็ต้องเลือกเฟ้นอย่างดีใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมา ก้มหน้าต่ำลงมากขึ้น แล้วกัดขนมพุทราที่ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรอีกหนึ่งคำตอนนั้นนางปวดเกินไป อายเกินกว่าจะส่งเสียง นี่เป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณที่แท้นี่คือไม่ใช่คนดีหรอกหรือ?จ้าวหยวนเช่อไม่พูดไม่จา หลบหลีกการสัมผัสจากนางหาน ม้วนแขนเสื้อรินชานมสองถ้วย วางไว้ตรงหน้าเจียงโย่วหนิงกับนางหานคนละหนึ่งถ้วยเจียงโ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5

“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือความตระหนกไร้กำลัง ดวงตาที่เปียกชื้นเหมือนไปแช่น้ำมาตอนนางร้องไห้วิงวอน ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกันวินาทีต่อมา แขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งโอบรัดเอวนาง ทำให้นางแนบชิดอยู่ในอ้อมกอดของเขามือใหญ่ของเขานวดคลึงตรงท้องน้อยที่ปวดร้าวของนาง ก้มลงกระซิบข้างหู สอนให้นางรับมือ“ท่านพี่ไปว่าราชการเช้าแล้วเจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงทวนคำพูดของเขาซ้ำหนึ่งรอบ ใจเต้นดั่งรัวกลอง นางหดคอหลบหลีก หน้าแดงจนกลายเป็นคนสีชมพูใกล้เกินไปแล้วริมฝีปากเขาแนบชิดกระดูกอ่อนของหูนาง ในช่วงลมหายใจคล้ายจะใกล้แต่ก็ห่าง นางกระทั่งรับรู้อุณหภูมิของริมฝีปากเขา ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรืออย่างไร ในสมองว่างเปล่านึกอะไรไม่ออก ร่างกายก็ชาไปครึ่งซีก“เจ้าลูกคนนี้ จะไปก็ไม่บอกสักคำ” นางหานไม่สงสัย ตามด้วยกล่าวว่า “การหมั้นหมายของพี่ชายเจ้าอยู
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6

“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างยากจะจับสังเกตเขารู้สภาวะของเจียงโย่วหนิงดี ย่อมไม่เปิดโปงนาง มือของเขาวางไว้บนเส้นชีพจรของนางหาน เริ่มตรวจอาการให้นางเจียงโย่วหนิงนั่งลงข้างนางหานอย่างกระวนกระวาย มุมนี้มองเห็นสถานการณ์หลังฉากกั้นพอดีจ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ข้างโต๊ะ วางมือหนึ่งไว้บนโต๊ะ ท่าทางผ่อนคลาย ทว่าก็ยังดูสูงส่งสุขุม สง่างามไร้ราคีย์ เขามองดูเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่รู้ว่ามองนอกหน้าต่าง หรือมองแม่นางตรงหน้าเจียงโย่วหนิงเห็นเขาไม่ชำเลืองมอง เหมือนไม่สนใจที่นางเข้ามา มือที่กำแน่นถึงได้คลายออกอีกด้านของโต๊ะ คุณหนูสามสกุลหวังกำลังพูดคุยกับจ้าวหยวนเช่อ“วันที่ซื่อจื่อชนะศึกกลับมา ข้าเห็นจากบนตึกแล้ว ท่านช่างน่าเกรงขามจริง ๆ ทุกคนล้วนวิจารณ์ ต่างบอกว่าท่านคือวีรบุรุษแห่งยุคผู้ยิ่งใหญ่”น้ำเสียงนางใสกังวา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7

เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียงค่อย “ท่านพี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ?”นางแค่ไปป้อนโจ๊กให้อู๋มามาครึ่งถ้วยเท่านั้น กลับมาเขาก็อยู่นี่แล้วไม่ได้ทานอาหารเย็นกับคุณหนูสามสกุลหวังข้างนอกหรือ?จ้าวหยวนเช่อเดินไปปิดประตูเจียงโย่วหนิงถอยหลังสองก้าว อยู่ให้ห่างจากเขา ก้มหน้าไม่มองอีกฝ่ายจ้าวหยวนเช่อมองนางสักครู่ ถึงเอ่ยถาม “มือหายดีแล้วหรือ?”“หายแล้วเจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงตอบสั้นกระชับแผลน้ำร้อนลวกของนางไม่รุนแรง ยาทาน้ำร้อนลวกก็ใช้ทันเวลา จึงไม่ทิ้งร่องรอยใดเอาไว้จ้าวหยวนเช่อไม่ว่าอะไร เพียงมองนาง“ท่านพี่มากะทันหัน มีธุระใดหรือ?”เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนกระวนกระวาย ทำใจแข็งถามเสียงเบา“มาคืนผ้าซับเหงื่อให้เจ้า”จ้าวหยวนเช่อยื่นผ้าซับเหงื่อให้นิ้วมือเรียวยาวจับผ้าสีแดงสด ยิ่งทำให้ผิวดูขาวสว่าง ข้อนิ้วประดุจห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8

“ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในตู้เสื้อผ้า แต่ก็ยังอยู่ในห้องของนาง นี่ไม่เหมาะสม จะอธิบายให้ชัดเจนอย่างไร?จ้าวหยวนเช่อยืนอยู่ตรงนั้น สูงส่งสง่างาม เถรตรงแข็งกร้าว ไม่มีความลำบากใจที่ถูกจับได้สักนิด“มานี่”จ้าวหยวนเช่อปรายตา ดวงตากระจ่างมองมาที่นางเจียงโย่วหนิงเดินไปอย่างว่าง่าย แพขนตาดำหลุบต่ำ ริมฝีปากเม้มหาเข้าหากันเล็กน้อยตั้งแต่จ้าวเชียนหัวกลับมา พอสบโอกาสก็จะรังแกนาง นางชินกับการกระทำของจ้าวเชียนหัวนานแล้ว ยามปกติจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่เจอจ้าวเชียนหัวมือของจ้าวหยวนเช่อกำแน่นแล้วคลายออก ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว บังอยู่หน้านางแล้วมองจ้าวเชียนหัวเยือกเย็นพอจ้าวเชียนหัวเห็นจ้าวหยวนเช่อ ก็รู้สึกกลัวเขายิ่งกว่าเจียงโย่วหนิง สะดุ้งไปทีหนึ่ง แม้แต่พูดจายังตะกุกตะกัก “พี่ใหญ่...ทำไมท่านถึงอยู่ที่นี่...”ชีวิตนี้นางไม่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9

จ้าวเชียนหัวน้อยใจอย่างที่สุด มองนางด้วยน้ำตาพร่าเลือน “ท่านแม่ ท่านเองก็โทษข้า...”ที่ผ่านมา ท่านแม่ไม่เคยทำเช่นนี้กับนางมาก่อน นางความคิดตื้นเขิน เห็นแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่มีทางไปคิดให้ลึก“ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้” จ้าวหยวนเช่อมองภาพนี้อย่างเย็นชา “ทำผิด ก็ควรรับโทษ”เขายกไม้ตีมือขึ้น หันไปทางฟางเฟยกับฟู่อวี้ฟางเฟยทำตัวไม่ถูก หันมองเจียงโย่วหนิงตามสัญชาตญาณฟู่อวี้กลับดึงนางทีหนึ่ง เดินตรงไปรับไม้ตีมือจากจ้าวหยวนเช่อแล้วไปตรงหน้าจ้าวเชียนหัว สั่งให้นางจับมือจ้าวเชียนหัวเอาไว้จ้าวเชียนหัวตกใจจนกอดขานางหานไว้แน่น “ท่านแม่ช่วยข้า...”“อวี้เหิง...” นางหานมองเขาอย่างวิงวอน “หัวเอ๋อร์สำนึกผิดแล้ว ให้นางขอโทษโย่วหนิง รับปากว่าต่อไปจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก เจ้าก็อย่าลงโทษนางเลย”นางรู้นิสัยบุตรชายดี อย่างไรก็สงสารลูกสาวจับใจ จึงต้องเอ่ยปาก“ท่านแม่ควรจะรู้ ให้ท้ายลูกเหมือนฆ่าลูก วันนี้หาเรื่องพี่น้องในบ้าน แค่ขอโทษก็สิ้นเรื่อง วันหน้าหากหาเรื่องคนนอก ก็สามารถทำเช่นนี้ได้หรือไม่?” จ้าวหยวนเช่อสายตาเยือกเย็น ไม่ไว้หน้านางสักนิด สั่งการว่า “ตีสิบครั้ง”นางหานรู้ว่าห้ามไม่ไ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10

สองมือจ้าวหยวนเช่อไพล่หลัง เชิดคางเล็กน้อยแล้วจ้องนางร่างกายเจียงโย่วหนิงตึงเครียด ไม่รู้ว่าจ้าวซือรุ่ยจะพูดสิ่งใด?นางหานกับจ้าวเชียนหัวก็กำลังมองจ้าวซือรุ่ย รอคอยสิ่งที่นางกำลังจะพูดต่อไปเหมือนกัน“นางออกจากจวนโดยพลการ ไม่รู้ว่าไปคบค้ากับใครข้างนอกนั่น ถึงได้ให้ของดีอย่างยาวสันต์กระดูกหยกกับนาง นั่นเป็นสิ่งที่ใครจะให้นางได้ง่าย ๆ หรือ? ใครจะไปรู้ว่านางอยู่ข้างนอกทำเรื่องงามหน้าอะไรหรือไม่...”เดิมทีเจียงโย่วหนิงประหม่าเล็กน้อย กลัวนางจะพูดเรื่องที่จ้าวหยวนเช่ออยู่ในห้องนาง แต่เมื่อได้ยินจ้าวซือรุ่ยพูดเรื่องนี้เลยแอบโล่งอกพอฟังการทึกทักเอาเองของจ้าวซือรุ่ย แล้วนึกถึงยาวสันต์กระดูกหยกที่จ้าวหยวนเช่อให้นางใช้ ใบหน้าก็เริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้งการที่พี่ชายให้ยาทาแผลที่ดีหน่อยสักกล่อง น่าจะพอฟังขึ้นกระมัง? นางปรายตามองเขาอย่างลืมตัวแต่เมื่อเห็นสีหน้าเขายังคงเคร่งขรึม ดวงตาดำขลับไม่หวาดหวั่นสักนิด ทั่วร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายผู้อยู่เหนือกว่าราวกับเรื่องที่จ้าวซือรุ่ยพูดไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิดจ้าวซือรุ่ยยังพูดต่อไป “อีกอย่าง พี่ใหญ่มักจะสั่งสอนพวกเราว่าต้องรักษากฎระเบียบ ชายหญิงแย
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
10
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status