เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่างทำให้ฝีเท้าของนางดูไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัดทันใดนั้นประตูไม้สลักลวดลายด้านซ้ายก็เปิดออก มือข้างหนึ่งที่ขาวซีดแต่แรงเยอะยื่นออกมาโอบรัดเอวคอดกิ่วของนางอย่างแม่นยำ แล้วดึงนางเข้าไปหลังศาลบรรพบุรุษโดยไม่รีรอเจียงโย่วหนิงหน้าซีด พลันจะร้องตกใจมือใหญ่ของคนผู้นั้นปิดปากนาง จากนั้นน้ำเสียงใสเย็นก็ดังขึ้นข้างใบหูของนาง“ข้าเอง”กลิ่นหอมของโกฐชฎามังสีอันคุ้นเคยโชยมา เมื่อเจียงโย่วหนิงมองเห็นชายหนุ่มที่กอดนางชัดเจน นัยน์ตาสีดำพลันหดเล็ก ขณะที่ลนลานสองมือก็ยกขึ้นดันแผงอกกำยำของเขา ริมฝีปากชมพูเผยอออก กลับไม่สามารถเปล่งเสียงชายหนุ่มตรงหน้าจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางหยักแดงระเรื่อ เครื่องหน้าหล่อเหลา ผมมวยขึ้นกลางกระหม่อมอย่างคล่องตัว เยือกเย็นสูงส่ง แฝงความน่าเกรงขามเขาคือจ้าวหยวนเช่อ พี่ชายคน
Mehr lesen