หวางเฟยของข้าเมื่อใดเจ้าจะเข้านอน

หวางเฟยของข้าเมื่อใดเจ้าจะเข้านอน

last updateDernière mise à jour : 2026-07-04
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
105Chapitres
1.3KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เมียเด็กก็ต้องเลี้ยงแมวของเมียก็ต้องดูแล บัลลังก์ก็ต้องกอบกู้เกิดเป็นหานหย่งไท่ไยจึงยากยิ่งนัก!

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

บททำ

ช่วงปลายฤดูร้อนกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงต้นฤดูหนาวยังมหานครอันเล่อเมืองหลวงของอาณาจักรต้าเหลียงในช่วงปลายยาเซินสายลมกำลังพัดรวยริน หอชิงชิวหอชมเมืองที่สูงที่สุดของเมืองหลวงแห่งต้าเหลียง ด้านหน้านั้นติดกับถนนสายหลักของเมืองหลวงส่วนด้านหลังก็ตั้งอยู่ชิดติดริมแม่น้ำไห่จิ้งที่ไหลหล่อเลี้ยงคนทั่วอาณาจักรมานานหลายชั่วอายุคนก็เกินจะนับ

ซึ่งบัดนี้ยังระเบียงชั้นบนสุดฟากฝั่งชิดติดริมแม่น้ำกลับมีสองร่างนั่งละเอียดชิมขนมกุ้ยฮวาพร้อมดื่มด่ำกับชาดีของอันเล่อ หนึ่งคือบุรุษรูปกายสูงใหญ่สมเป็นชายชาตินักรบผู้เป็นแม่ทัพใหญ่กุมกำลังทหารเกือบเจ็ดแสน ส่วนอีกหนึ่งคือสตรีที่มีรูปกายอรชรงดงาม ยามสายลมโบกสะบัดจนผ้าที่ปิดบังใบหน้าเผยอเปิดเล็กน้อยผู้คนที่พบเห็นล้วนตื่นตะลึงกับความหากกว่าว่านางคือที่สองเกรงว่ามหานครอันเล่อแห่งนี้ล้วนหาที่หนึ่งคงมิมีไปได้อีกแล้ว

และบุรุษผู้นั่งฝั่งตรงกันข้ามก็ให้รู้สึกภาคภูมิใจเสียนักหนาด้วยว่าเขานั้นกำลังจะตกแต่งกับสตรีตรงหน้าผู้นี้ไปเป็นฉีหวางเฟยนั่นเองดังนั้นทุกครั้งที่ได้เดินเคียงแล้วมีแต่สายตาอิจฉาริษยาของเหล่าบุรุษแทบทุกวัยต่างมองตามก็ทำให้เขานั้นรู้สึกว่าตนเองเป็นบุรุษผู้โชคดีที่สุดในดินแดนต้าเหลียงแห่งนี้เลยทีเดียว 

  “กินอีกหน่อยเถิดหรั่นเอ๋อร์มิพบกันร่วมสองหนาวเจ้าดูผ่ายผอมลงไปอีกแล้ว” 

...เขา...ท่านอ๋องเก้าหรือก็คือฉีหวาง...แห่งแคว้นตงอี๋...หนึ่งในหกแคว้นใต้ปกครองของดินแดนต้าเหลียง 

บุรุษหนุมวัยยี่สิบหกหนาวผู้องอาจหาญกล้านามว่า 'หานหย่งไท่' ขยับจานขนมไปตรงหน้าคู่หมั้นสาวบุตรีเพียงหนึ่งเดียวของไค่กั๋วกงแห่งอันเล่อ นามว่า 'หลัวหรั่นเยี่ยน' สตรีผู้เลื่องชื่อว่าเป็นหญิงงามล่มมหานครวัยสิบเก้าหนาวพร้อมเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงแสนห่วงใยมิปิดบัง 

“พอแล้วเพคะท่านอ๋องเก้าในอีกราวสองชั่วยาม หรั่นเอ๋อร์ต้องไปร่วมมื้อค่ำกับท่านพ่อและท่านแม่ให้ทานอีกเกรงว่ามื้อค่ำจะรับข้าวอีกมิไหวแล้ว” 

หญิงสาวคนงามเอ่ยจีบปากจีบคอออกมาอย่างมีจริตจะก้าน ทว่าก็รักษาทุกกิริยาได้งดงามและเหมาะสมมิได้ขายหน้าที่มีน้าสาวเป็นถึงไท่เฟยผู้วายชนย์ 

“เช่นนั้นหรือ” 

เพราะวัยเพียงสิบสามหนาวหานหย่งไท่ก็ต้องออกรบและนับแต่จำความได้เขาก็อยู่ในค่ายฝึกทหาร จึงให้พูดจาอ่อนหวานเอาใจสตรีนั้นล้วนยากยิ่งนัก ในเมื่อนางประสงค์เช่นนั้นเขาจึงเออออมิขัดใจหญิงคนรักแต่อย่างใด 

"ท่านอ๋องเก้าทรงทานเถิดกินให้มากสักหน่อยอยู่ชายแดนคงลำบากมากทั้งชาดีและขนมเหล่านี้เกรงว่าในค่ายทหารยังหุบเขาตฃซานคงมิมีกระมังเพคะ" 

กล่าวจบหลัวหรั่นเยี่ยนนางก็เป็นฝ่ายหยิบขนมกุ้ยฮวาไปจ่อให้ยังริมฝีปากสีสวยดังสีของผลอิงเถา ซึ่งบุรุษที่คุ้นเคยแต่เพียงจับดาบฝึกกระบี่ รอบกายรายล้อมไปด้วยเหล่าทหารเดนตาย ถึงกับนิ่งค้างไปชั่วครู่จากนั้น หานหย่งไท่จึงยกมือแกร่งขึ้นรับขนมชิ้นนั้นมาถือเอาไว้ด้วยตนเองมิคุ้นจะถูกสตรีปรนนิบัติเอาอกเอาใจ 

เพราะต่อให้เขาเป็นเชื้อพระวงศ์ ทว่ากลับมิคุ้นเคยให้สตรีใดมาปรนนิบัติเช่นนี้แม้แต่นางกำนัลสักนางท่านอ๋องเก้าก็ไม่เคยรับมาอยู่ใกล้ จึงทำให้ใบหน้างดงามของคุณหนูใหญ่สกุลหลัวชักสีหน้ามิพอใจ ยังโชคดีที่นางนั้นมีผ้าปิดบังใบหน้าหาไม่แล้ว หานหย่งไท่คงตระหนกยิ่งนักที่หญิงงามคนรักแสดงกิริยาเช่นนั้นต่อตนเอง 

“นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วเห็นที หรั่นเอ๋อร์คงต้องขอตัวกลับจวนก่อนแล้วเพคะ เช่นไรท่านอ๋องเก้าก็ทรงดื่มชาถ้วยนี้ให้หมดเถิด” 

กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มหวานทว่าแววตากับสีหน้าแสนจะเจ้าเล่ห์ ยามที่นางประคองถ้วยชาดีส่งให้แก่บุรุษตรงหน้า นางอยากเร่งทำหน้าที่ของตนเองให้มันจบสิ้นลงแต่โดยไวมิคิดยุ่งเกี่ยวต่อบุรุษที่กำลังใจไร้ค่าผู้นี้ต่อไปอีก ต่อให้ฉีหวางนับเป็นบุรุษรูปงามนับว่าเป็นหนึ่ง แต่เขาทึ่มทือเกินไปพบเจอนางกี่ครั้งจะพูดจาอ่อนหวานเอาใจสักครานางล้วนไม่พบเจอ แตกต่างจากหานหย่งเต๋อผู้เป็นพี่ชายของเขาดังแผ่นดินกับผืนฟ้า นางจึกปักใจต่ออีกบุรุษมากมายนักยามถูกขอให้ช่วยเหลือนางจึงไม่คิดมาก

“ได้...” 

หานหย่งไท่รับถ้วยชาร้อนมาแล้วส่งยิ้มแสนอ่อนโยนเช่นเคยเพราะเขายามนี้นั้นมีความสุขจนแทบล้นหัวอกโดยมิคิดเฉลียวใจเลยว่าตนเองกำลังรับเอาโชคชะตาร้ายมาสู่ตัวเองและในเวลาอีกมิถึงชั่วยามข้างหน้านี้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเขาที่กำลังสมบูรณ์แบบในทุกทางจะพังครืนจนไม่เหลือซากอีกเลยเพียงน้ำชาหนึ่งถ้วยเล็กๆ นี้เท่านั้น... 

...พังพินลงเพราะความวางใจหญิงงามที่คิดว่าคู่ควรต่อให้ไม่มีจิตใจรักใคร่แต่นางคือสตรีที่พระบิดากล่าวว่าดีเขาก็เห็นงามตามนั้นมิคิดติดใจส่งสัยต่อความหวังดีที่มากมายเล่ห์กล!

 ...ยังอีกฟากฝั่งของหอชิงชิว...

“คุณชายเหวิน...เมื่อใดท่านจะส่งคนไปสู่ขอข้าเล่านี่ก็เข้าเดือนที่สามแล้วหากช้ากว่านี้ท้องนี้คงโตออกมาฟ้องคนทั้งอันเล่อเป็นแน่” 

ดรุณีน้อยวัยคงมิน่าจะเกินสิบสี่ถึงสิบห้าหนาวไปได้กำลังมีสีหน้าเศร้าโศกยามที่ต้องแอบสายตาผู้คนยามที่มาเจรจาต่อชายคนรัก 

“ก็ข้ากล่าวไปแล้วว่ายามนี้ที่บ้านของข้านั้นกำลังยุ่งส่วนข้าก็เพิ่งสอบเข้ากรมอาญาได้จะเร่งแต่งงานยามนี้มันได้ที่ไหนกันไยเจ้าจึงเป็นคนที่พูดไม่รู้ความเช่นนี้ฉีเอ๋อร์...นี่...เอาเงินนี่ไปแล้วเจ้าก็เข้าไปหาป้าจางยังตรอกย่งตันเสีย” 

ต่อให้ดรุณีน้อยนางนั้นจะยังเยาว์วัยอยู่มากทว่า "ป้าจาง"ยังตรอกย่งตันนั้น 'หลัวเหม่ยฉี'ล้วนรู้แจ้งว่าชายคนรักหมายความกับตนเองว่าอย่างไร 

“คุณชายเหวิน! ...นี่...นี่เขาคือลูกของเรานะท่านกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!” 

ดรุณีน้อยวัยสิบห้าหนาวถึงกับโมโหเดือดจนลืมตัวเผลอตะโกนขึ้นสุดเสียง เป็นเหตุให้บุรุษรูปงามต้องเร่งฉุดดึงให้นางนั่งลงแล้วสงบปากสงบคำทันที 

เขานั้นเป็นถึงบุตรชายคนรองแห่งสกุลเหวินบิดาเป็นถึงรองเสนาบดีฝ่ายขวาตัวเขาเองยามนี้ก็เพิ่งเข้ารับตำแหน่งถิงเว่ย เช่นนี้จะให้มาตกแต่งสตรีที่เป็นเพียงเด็กในจวนไค่กั๋วกงมีหรือเขาจะใจกล้าถึงเพียงนั้น แล้วเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาบิดาก็เพิ่งเรียกเขาไปพูดคุยว่ายามนี้ได้ทาบทามบุตรสาวของท่านเจ้ากรมอาญาให้แก่เขาแล้ว นั่นจึงยากจะเป็นไปได้ที่ เหวินเซี่ยจะรับเอาหลัวเหม่ยฉีเข้าจวนไปให้บิดาขุ่นเคืองใจ ไปได้

“นี่...หยุดนะ ฉีเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้มาโวยวายเอาเมื่อท้องโตไปหน่อยเลย ข้าจะรู้ได้เช่นไรว่าในท้องของเจ้านั้นแท้จริงคือสายเลือดของข้าหรือไม่” 

...เพี๊ยะ! ... 

เมื่อพบเจอคำกล่าวไร้ความรับผิดชอบเด็กสาวก็สุดจะสะกดอารมณ์โกรธได้อีกต่อไปฝ่ามือเล็กจึงฟาดออกไปสุดแรงจนใบหน้าหล่อเหลาบังเกิดรอยนิวทั้งห้าเด่นชัดในอีกชั่วอึดใจต่อมา 

“เจ้าชั่ว! หากมิใช่สายเลือดเจ้าเช่นนั้นมันจะเป็นของผู้ใดไปได้” 

สาวน้อยตะโกนด้วยความคับแค้นแน่นหัวใจด้วยมิคาดว่าบุรุษที่ตนเองหวังฝากชีวิตจะกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ 

"ก็ยามนอนกับข้ายังง่ายดายถึงเพียงนั้นเกรงว่าคุณชายชาติตระกูลดีในอันเล่อคงกินเจ้ามาแล้วทุกผู้กระมังถุย! " 

จากเทพเซียนยามนี้กลับกลายร่างเป็นจอมมารในบัดดล หลัวเหม่ยฉีกำมือเล็กของตนเองจนแน่นเห็นข้อนิ้วขาวปูดโปนกายเล็กก็สั่นสะท้าน เพราะตลอดมานางกับน้องสาวฝาแฝดนั้นลำบากยากไร้ต่อให้เป็นหลานสาวของไค่กั๋วกงแห่งอันเล่อทว่ากลับอยู่ในจวนประหนึ่งสาวใช้เท่านั้น 

ดังนั้นหลัวเหม่ยฉีนางจึงคิดจะจับบุรุษชาติตระกูลดีสักผู้เพื่อหวังตกแต่งออกเรือนเสีย ต่อให้มิอาจเทียบชั้นกับคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลัวสายหลักทว่าเช่นไรคุณชายรองแซ่เหวินผู้นี้ก็ร่ำรวยอีกทั้งตำแหน่งหน้าที่ก็ดูจะก้าวไกล นางยินยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาจนตั้งท้อง ยามแรกที่รู้นางนั้นดีอกดีใจจนหลั่งน้ำตา ทว่ายามนี้... 

...นางก้าวผิดไปหรือนี่... 

"นี่เงิน...ไปเอาเลือดเน่าๆ นั้นออกเสีย" 

เหวินเซี่ยโยนถุงใส่เงินเฉียดใบหน้าของหลัวเหม่ยฉีไปเพียงปลายเส้นผมเท่านั้น 

"แก...เจ้าคนสารเลว" 

...เพี๊ยะ... 

“นั่งบ้าเอ๊ย! กล้าตบข้าหรือ" 

ฝ่ามือเล็กฟาดเข้าใบหน้าหล่อเหลาอย่างถนัดถนี่อีกคราวเป็นเหตุให้ความอดทนของคุณชายรองแซ่เหวินสิ้นสุดลงในทันที 

...เพี๊ยะ... 

เหวินเซี่ยจิกเส้นผมนุ่มแล้วง้างฝ่ามือแกร่งสุดแขนจากนั้นลงแรงตบลงไปเต็มที่ เป็นเหตุให้กายเล็กของหลัวเหม่ยฉีกระเด็นไปกองยังพื้นทันใด 

"อย่านึกว่าข้าจะโง่งมจนมิรู้ว่าก่อนมีจะมามอบกายให้เจ้านั้นเคยผ่านผู้ใดมาบ้าง... คิดตั้งท้องแล้วจะจับข้าให้เป็นสามีได้อย่างนั้นหรือหลัวเหม่ยฉี นังสตรีไร้ยางอาย" 

นิ้วเรียวยาวชี้หน้าคนที่เพิ่งหันกลับมามองเขาด้วยแววตาเจ็บปวด 

"ข้าจะไปร้องเรียนยังกรมอาญาว่าเจ้ามันไร้ความเป็นคน" 

เพราะนางยังเด็กความคิดและคำพูดจึงมิไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ 

"ก็ เอาสิถ้าจ้ามีความกล้าไปพูดข้าก็จะให้คุณชายทั้งหลายที่เคยซื้อบริการของเจ้าผ่านป้าจางเช่นกัน เมื่อถึงยามนั้นก็มาลองดูกันว่ามีหลักฐานของเจ้าหรือของข้าแน่นหนากว่ากัน อยากจะรู้เช่นกันหากลุงของเจ้ารู้เรื่องความเหลวแหลกนี้ยังจะยินดีให้เจ้าและน้องสาวของเจ้าได้พึ่งพาอาศัยอยู่ต่อไปอีกหรือไม่!” 

...มันช่างเป็นคำพูดที่กรีดหัวใจของหลัวเหม่ยฉีเสียเหลือเกิน... 

และเมื่อกล่าววาจาไร้สกุลจบ เหวินเซี่ยก็คว้าถ้วยน้ำชาของเขาราดลงบนศีรษะหญิงสาวอย่างมิสนใจสายตาของผู้คนที่เริ่มจะเข้ามามุงดูว่ายามนี้เกิดอันใดกันขึ้น... 

แล้วก็โยนตั๋วเงินราวสิบกว่าใบใส่หน้าหลัวเหม่ยฉี ก่อนจะเดินหนีไปโดยไม่สนใจไยดี ทั้งสตรีผู้นี้คือคนที่เมื่อสามสี่เดือนก่อนเขายังเฝ้าพร่ำหาแต่คำฝากรัก ทว่าวันนี้กลับทำเหมือนนางคือเศษขยะไร้ค่าชิ้นหนึ่งเพียงเท่านั้นสาวน้อยคล้ายรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งที่เหวินเซี่ยเล่นจนเบื่อหน่ายก็โยนทิ้งแบบมิมีแม้ความรู้สึกผิดสักนิดทั้งที่ตนเองเอ่ยคำสั่งฆ่าลูกเลือดที่เป็นเนื้อเชื้อไขของเขาเองโดยแท้... 

หลัวเหม่ยฉีนางนั่งช็อกนิ่งค้างไปพักใหญ่ก่อนที่น้ำตาของนางจะค่อยๆ เอ่อล้นเบ้าตาออกมาช้าๆ โชคยังดีที่วันนี้ตนเองแต่งตัวปิดหน้าปิดตาเพราะที่นี่เป็นผู้คนที่เข้ามาล้วนเป็นคนมีฐานะทั้งสิ้นจึงต้องป้องกันตนเองเอาไว้ก่อน หาไม่เรื่องราวเกิดแตกแล้วรู้ไปถึงหูของผู้เป็นลุงมิใช่เพียงนางที่จะลำบากเพียงเท่านั้น เพราะน้องสาวฝาแฝดของตนหลัวเหม่ยเหยานางก็จะมิพ้นภัยไปด้วย หากเรื่องที่นางตั้งท้องก่อนตกแต่งแดงออกไป 

นางรักเขาสุดหัวใจและคิดหวังฝากชีวิตกับเขาแต่มันก็เพียงแค่การหลอกลวงนางหวังเพียงเอาความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวเพียงเท่านั้น 

แล้วจะทำเช่นไร ทั้งท่านลุงและท่านป้าสะใภ้ต้องกระทืบนางจนจมพื้นดินเสียเป็นแน่ หากรู้ว่านางปล่อยตนเองตั้งท้องโดยไร้บิดาเช่นนี้ ส่วนน้องสาวฝาแฝดที่เกิดทีหลังนางเพียงหนึ่งชั่วยามทว่าความคิดกลับน้อยกว่านางราวสามถึงสี่หนาวนับแต่นางตกใจกับภาพโจรบุกปล้นฆ่าบิดามารดาสิ้นใจอนาถนอกจากหลัวเหม่ยเหยาของจะซื่อบื่อแล้วยังออกจะโง่งมเกินไปอีกด้วย นางล้วนไปขอคำปรึกษาด้วยมิได้อย่างแน่นอน หลัวเหม่ยเหยานางมีแต่ความคิดที่ ซื่อตรงเกินไป ซื่อตรงจนกลายเป็นโง่งม หากนำเรื่องนี้ไปบอกเล่า เกรงว่าน้องสาวฝาแฝดอาจนำไปบอกแก่ท่านลุงเป็นแน่ หลัวเหม่ยเหยาความคิดยังเป็นเด็กน้อยเกินไป

หลัวเหม่ยฉียืนทอดสายตามองเหม่อไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายภายในใจนางในยามนี้มองมิพบเจอทางออกเลย ด้วยวัยที่ของนางยังเด็กนักขาดคนช่วยแนะนำ ทุกอย่างเริ่มประเดประดังดังถาโถมเข้าใส่จนสาวน้อยวัย15หนาวมึนงงและคิดอะไรไม่ออกเอาเสียเลยต่อให้ตลอดมานางต้องคอยปกป้องน้องสาวฝาแฝดปัญญาทึบแต่เหตุการณ์ตรงหน้ามันร้ายกาจเกินกว่าที่นางจะแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง 

เพราะต้องลำบากนับแต่บิดามารดาตายจาก เพราะต้องถูกข่มเหงมานับสิบหนาว อยากได้อันใดนางและน้องสาวมิเคยได้ตามที่หวัง ผิดเพียงเล็กน้อยก็ถูกท่านป้าสะใภ้ทั้งทุบทั้งตี บางครั้งจับพวกนางสองพี่น้องขังสามวันสามคืนมีเพียงน้ำให้ดื่มดับความโหยหิวแล้ววันนี้ ทุกอย่างที่นางคิดว่าตนเองสร้างมากับมือต้องมาพังลงเพราะความรักและไว้ใจ พังลงไปจนสิ้นแล้วความหวังหนึ่งเดียวของนาง 

สาวน้อยน้ำตาตกด้วยมิรู้จะผ่านจุดนี้ไปได้อย่างไร เพราะอ่อนด้อยเกินไปประสบการณ์ก็ยังไม่แกร่งกล้ามิเพียงพอ อีกทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ ก็ยังต่ำเตี่ยเรี่ยดิน ดังนั้นปัญหาวันนี้และยามนี้ สาวน้อยมิอาจรู้ได้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งผู้ใด หรือขอคำแนะนำจากใครได้อีกแล้ว.... 

...ทำแท้ง! 

แล้วภาพของสตรีที่นางเคยพบเห็นยามที่ตนเองเคยเข้าไปหาท่านป้าจางเพื่อขอความช่วยเหลือในบางสิ่งก็เริ่มหวนคืนเข้ามาในหัวทีละคน...ทีละคน...ในช่วงสองถึงสามหนาวที่นางวิ่งเข้าวิ่งออกยังตรอกย่งต๋าแห่งนั้น บางคนเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ จากที่พวกนางมิอยากให้เรื่องรู้ไปถึงคนในครอบครัวสุดท้ายกลับออกผลมาตรงกันข้ามยามที่พวกนางบางคนเกิดโชคร้ายแล้วตกเลือดอย่างรุนแรง แต่อย่างน้อยพวกนางก็มีบิดาและมารดาคอยช่วยเหลือในท้ายที่สุด 

...แล้วหากเป็นนางเล่า? ... 

นางมิได้มีบิดามารดาคอยช่วยเหลือเช่นสตรีตระกูลใหญ่เหล่านั้น และหากท่านลุงของนางรู้เรื่องในท้ายที่สุดหลัวเหม่ยฉีนางมองเห็นเพียงหนทางตายเท่านั้น! 

...ตายหรือ? ... 

จริงสินะหากต้องทนอับอายเช่นนั้นนางยินดีตายไปคงง่ายกว่า 

นี่กระมังที่เขาว่าเด็กจะคิดจะทำอันใดก็ยังคือเด็กน้อย ทั้งความคิดและการกระทำก็ย่อมยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ ต่อให้ผ่านอะไรมามากมายเพียงใด และกร้านโลกมาขนาดไหนก็ตาม แต่ความคิดและตัดสินใจก็แค่สั้นๆ แบบเด็กๆ 

เช่นเดียวกับสาวน้อยนามเหม่ยฉียามนี้ หากเรื่องทุกอย่างแตกขึ้นมาทางเดียวก็คือตนเองและน้องสาวจะต้องถูกขับออกจากจวนสกุลหลัวอย่างแน่นอนยิ่งคิดสติสาวน้อยก็เริ่มหลุดลอย ในที่สุดมันก็ต้อนนางมาจนมุมแค่สองคำเท่านั้นนั่นก็คือ... 

...ต้องตาย...เพียงเท่านั้น... 

หลัวเหม่ยฉีนางมาถึงจุดตกต่ำที่สุดของชีวิตแล้ว ร่างสูงกว่าฝาแฝดคนน้องเริ่มเดินไปตามทางระเบียงชั้นบนสุดของหอชิงชิวช้าๆ อย่างหมดหนทางแก้ปัญหาตลอดมานางเข้าใจมาตลอดว่าหากตนเองตั้งท้องก็ต้องได้ตกแต่งให้แก่ชายคนรัก...ได้พาน้องสาวหนีไปเสียจากขุมนรกภายในจวนไค่กั๋วกงที่นางและน้องสาวต้องเผชิญมานับสิบหนาว...แต่ทุกอย่างก็พังครืนลงมาไม่เป็นท่าดังที่วาดฝันเอาไว้ 

กายเล็กเดินช้าๆ อย่างเหม่อลอย...แล้วเสียงในหัวก็กระซิบสั่งความว่า... 

นั่นอย่างไรเล่าสายน้ำด้านล่างนั้นคือที่ของนางและลูกน้อย...จงเดินออกไปสิ...แล้วทุกอย่างจะจบลงด้วยดี เรื่องร้ายๆ จะจบลงนางก็ไม่ต้องรับโทษอีก ส่วนน้องสาวนางก็จะหนีไปจากจวนนั้นได้สะดวกหากไม่มีนางกับเจ้าก้อนเลือดโสมมในครรภ์ของนางในยามนี

ทว่าอีกเสียงก็พลันดังขึ้น...อย่านะ! ...หากนางตายจากไปแล้วเด็กโง่เช่นหลัวเหม่ยเหยานางจะอยู่ต่อไปอย่างไร?

ยามนางคิดมาถึงตรงนี้ใบหน้าของน้องสาวฝาแฝดก็ลอยขึ้นมาห้ามปรามนางด้วยสีหน้าเจ็บปวด เช่นทุกครั้งที่นางทำเรื่องผิดพลาดแล้วถูกจับไปลงทัณฑ์  ทรมานอย่างแสนสาหัสมาตลอดสิบหนาว

...ฉีเอ๋อร์อย่าทำอะไรโง่ๆ นะ... อย่างทอดทิ้งเหยาเอ๋อร์...

แล้วพลันใบหน้าของท่านลุงและป้าสะใภ้ผู้รักษาหน้าตายิ่งกว่าชีวิตก็บังเกิดตรงหน้าแล้วชี้นิ้วตวาดเข้าใส่นางจนหลัวเหม่ยฉีสะดุ้ง 

...จงตายๆ ไปเลยนะเหม่ยฉีเจ้ามันตัวน่าอับอาย! ...เจ้ามันเลือดชั่วสร้างแต่ความอัปยศให้แก่สกุลหลัว!

และยังมีเสียงของท่านป้าสะใภ้และหลัวหรั่นเหยียนญาติผู้พี่กำลังด่าทอลอยมาเข้าหัวของสาวน้อยไม่หยุดพร้อมกับใบหน้าที่กราดเกรี้ยวพร้อมกับไม้โบยอันใหญ่ในมือด้วยใบหน้าขึ้งเคียดอย่างจะนางและน้องสาวให้ตาย! ... 

ตอนนี้นางเหมือนเห็นภาพหลอนตีวนไปมาวุ่นวาย แต่เสียงที่ชัดเจนที่สุดก็คือ... 

ต้องตาย! ...เจ้าต้องตายเท่านั้น! หาไม่หลัวเหม่ยเหยาต้องมาลำบากด้วยเป็นแน่

มือของนางกำที่ราวระเบียงเอาไว้แน่นเริ่มสั่น ด้วยภาพที่ตนเองและน้องสาวถูกทรมานมานับสิบหนาวด้วยสารพัดวิธีแสนจะทารุณและเหี้ยมโหด...มันเริ่มผุดขึ้นมาตามหลอกหลอนนางจนสติกระเจิงไปจนสิ้นแล้วนั่นเอง 

สุดท้ายนางก็หลุดจากการควบคุมตนเองไปเสียแล้ว...ร่างสูงโปร่งผอมเพรียวสมส่วนค่อยๆ เดินตามเสียงสั่งในหัวช้าๆ จากนั้นนางก็เริ่มปีนขึ้นไปยืนโงนเงนยังปลายระเบียง จนสำเร็จ 

...เหยาเอ๋อร์ข้าขอโทษ...ขอโทษที่อยู่ปกป้องเจ้าไม่ไหวอีกต่อไป...ชาตินี้ข้าเหน็ดเหนื่อยและทุกข์สาหัสเกินจะทานทนได้อีกต่อไป...

"แม่นาง! " 

เสียงสะท้อนก้องของบุรุษผู้หนึ่งกลับมิอาจฉุดดึงสติของหลัวเหม่ยฉีให้กลับมาได้ นางกระทำเพียงส่งรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาสายหนึ่งก่อนจะทิ้งกายผ่ายผอมให้ร่วงหล่นลงไปจนได้ 

"แม่นาง! " 

ต่อให้สาวน้อยแลเห็นคนคุ้นเคยปรากฏกายยังหางตานางก็มิคิดยินดีหวนคืนอีกต่อไป นางทานทนความหฤโหดของโชคชะตาไม่ไหวแล้ว...นางอยากหลับไหลอย่างสงบยังก้นสายน้ำ

...ตูม... 

...ฟิ้ว... 

...เฟี๊ยว... 

...ฟุ๊บ... 

เสียงกรีดร้อง ดังขึ้นมิใช่เพราะแตกตื่นที่มีคนตกลงไปในแม่น้ำสายใหญ่ทว่า กรีดร้องเพราะช่วงวุ่นวายกลับมาลูกธนูลึกลับพุ่งมาราวสายฝนพุ่งเข้าหากายสูงใหญ่ของฉีหวางหรือก็คือท่านอ๋องเก้า อย่างที่มิน่าจะเกิดขึ้น หานหย่งไท่พลิกกายหลบ จากหนึ่งดอก เพิ่มเป็นสาม...สี...และพุ่งมาเป็นสิบ ต่อให้เขาเก่งกาจเพียงใด ก็ยากจะหลบพ้นไปทุกดอกได้ เช่นนั้นหัวไหล่ข้างซ้ายจึงถูกปักตรึง เข้าไปจนได้

หากแต่เมื่อลูกธนูหมดสิ้นก็มีชายแต่งกายมิดชิดพุ่งเข้ามาโรมรัน นั่นเองที่อ๋องหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในกายตนเองด้วยว่าเพียงคมของศรเกาทัณฑ์หนึ่งดอกยากจะทำให้แม่ทัพผู้ผ่านศึกมาสิบกว่าหนาวเช่นเขาสะเทือนได้ ทว่ายามนี้กายเขาสิ้นแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นอยู่แล้ว 

...ยาพิษ... 

เขาถูกวางยาพิษสลายกระดูกจนร่างกายสิ้นแรงเสียแล้ว นั่นเองที่สายตาของหานหย่งไท่ทอดมองเลยไปยังสตรีซึ่งพระบิดาและเสด็จป่าหมั้นหมายเอาไว้ตั้งแต่นางเพิ่งคลอด ภายในหัวใจมีแต่คำถามว่าทำไม? ...และทำไม? ...หานหย่งไท่มิทันเอ่ยถามดังตั้งใจคมกระบี่วาววับก็พุ่งเข้าถาโถม เขาหลบหลีกตามสัญชาตญาณ แต่เพราะร่างกายสิ้นเรี่ยวแรงชาหนึบกระบี่เล่มนั้นจึงพุ่งเฉียดหัวคิ้วด้านขวาถึงเพียงผิวเผินแต่ก็เรียกโลหิตได้ใช่น้อยให้หยาดไหลรินเจ้าดวงตาของเขาจนมองเห็นเพียงสีแดงขุ่นมัว

...โครม... 

กายสูงใหญ่เซถลาเข้ากระแทกยังริมระเบียง เต็มแรงไม้กั้นนั้นถึงแข็งแรงทว่าเพราะกายของท่านอ๋องฉีนั้นมากน้ำหนักแล้วเสียหลักไปเต็มที่ ไม้ระแนงนั้นจึงมิอาจรับไหว กายสูงใหญ่จึงลอยละลิ่วตกลงแม่น้ำไปเป็นร่างที่สอง 

"ท่านอ๋อง!/ต้าเกอ!"

และยามที่สายตาสุดท้ายของแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาเกือบเท่าอายุจะพ้นไปเขายังทันแลเห็นหลัวหรั่นเหยียนนางกดรอยยิ้มสาสมใจส่งผ่านมาให้หนึ่งสาย 

...อสรพิษ! ... 

เขาพลาดท่าเพราะสตรีใจอสรพิษโดยแท้ นั่นคือความคิดสุดท้ายของหานหย่งไท่ก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกินสติทั้งหมดไปจนสิ้น.... 

ไม่รับรู้ต่อสิ่งใดแม้แต่มีสองร่างพุ่งติดตามเขาลงไปด้วยหานหย่งไท่ก็ไม่รับรู้แล้ว

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

กาญเกรบ ท้าวคำ
กาญเกรบ ท้าวคำ
อัพหน่อยอ่านสนุกดี
2026-06-03 13:21:40
0
0
105
ตอนที่ 1
ตอนที่1...จวนสกุลหลิวยังแคว้นตงอี๋...กายสูงใหญ่ที่ทอดกายอยู่บนเตียงภายในห้องที่บัดนี้มีแต่กลิ่นยาอบอวลฉุนจัดจนขึ้นจมูก สตรีวัยปลาย 60 หนาวกำลังใช้ผ้าซับหยาดเหงื่อไปตามใบหน้าหล่อเหลาทว่ายามนี้กลับซีดขาวแทบมองไม่เห็นสีแห่งชีวิตอีกทั้งโดยรอบดวงตายังมีเส้นสีดำพาดผ่านทั้งสองข้างแลดูชวนเสียขวัญผนวกกับรอยคมกระบี่ที่ฉีดเข้าตรงข้างแก้มใต้ดวงตาจึงส่งเสริมให้บุรุษผู้เคยรูปงามหล่อเหล่านับเป็นหนึ่งในตงเหลียงยามนี้อัปลักษณ์ลงไปอย่างสิ้นเชิง"ท่านหมอเกานี่ก็ผ่านไปร่วมสิบวันแล้วไยหลานชายของข้ายังไม่คืนสติสักคราเล่า"นางขยับปากเอ่ยคำทั้งที่สายตามิได้ละจากหลานชายเพียงหนึ่งเดียวที่ยังไร้สติจนนางใจเสียไปแล้วหกส่วน"เรียนฮูหยินผู้เฒ่าหลิวยามที่ท่านอ๋องเก้ามาถึงมือของข้าน้อยพระองค์ก็ทรงอาการก็ย่ำแย่เต็มทีบัดนี้กลับยังรักษาชีวิตเอาไว้ได้นับว่าท่านอ๋องเก้าช่างมากวาสนายิ่งนักขอรับ"ชายชราในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายซึ่งหากมิทราบฐานะแท้จริงอาจคิดว่าเขาเป็นเพียงชายแก่บ้านไร่บ้านนาแสนธรรมดาทว่าแท้จริงเขาเคยเป็นถึงอดีตหมอหลวงข้างกายของอดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อนเลยทีเดียวแต่เพราะอายุมากขึ้นแถมภายในวังแห่งต้าเหลียงยามนี้แส
Read More
ตอนที่ 2
ตอนที่2ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวขยับเข้าช่วยประคองให้คนบนเตียงได้ลุกขึ้นนั่งหากแต่มือแกร่งกลับยกขึ้นไปจับยังดวงตาทั้งสองข้างของตนเสียแทน"ท่านยาย...ตาของข้า...ตาของข้าไยจึงมองเห็นเพียงความมืด...หรือว่ายามนี้ดึกแล้ว...เช่นนั้นทำไมท่านยายยังไม่กลับหอนนอนกันเล่า?..."ความปวดแสบปวดร้อนยังดวงตาทั้งคู่ต่อให้เขาฝืนขยี้แล้วลืมขึ้นมาใหม่ที่เขาสัมผัสได้ก็ยังเป็นความมืดภายในใจหานหย่งไท่จึงทบทวนว่าก่อนจะหลับไปเขาทำอันใดหรืออยู่ที่ใดกันแน่ส่วนฮูหยินผู้เฒ่านางก็ถึงกับใบหน้าเปลี่ยนสีด้วยยามนี้หาใช่ค่ำคืนดึกดื่นหากแต่เป็นยามอู่ที่แดดภายนอกเรือนนี้ร้อนแรงสว่างเจิดจ้าเป็นยิ่งนัก นางหันไปมองท่านหมอเกาคล้ายอยากเอ่ยคำบางอย่าง"ท่านอ๋องเก้าขอกระหม่อมตรวจอาการของพระองค์อีกสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ"กล่าวแล้วก็ขยับกายเข้าไปนั่งแทนที่หญิงชราที่บัดนี้ใบหน้าทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนหานหย่งไท่นั้นสติของเขายังไม่นับว่าตื่นตัวเต็มที่จึงมิได้เอ่ยตอบ ท่านหมอเกาตรวจดูดวงตาทั้งคู่ก็ให้ใจหายจากสีภายในเป็นสีดำแวววาวบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีเขียวชวนขวัญเสียอย่างยิ่ง...พิษนี้แทรกอยู่สู่ดวงตาเสียแล้ว...ท่านหมอเกาถึงกับเผลอยกหลังมือขึ้นซับหย
Read More
ตอนที่ 3
ตอนที่ 3“...ท่าน...ท่านฮูหยินผู้เฒ่าหลิว! ท่านเสียสติไปแล้วเช่นนั้นหรือจึงต้องการหรั่นเอ๋อร์ของข้าไปตกแต่งให้แก่ฉีหวางที่...หึ...ท่านย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าอันใดเป็นอันใด...เช่นไรข้าก็ยืนยันคำเดิมบุตรสาวของข้านางยังร่างกายอ่อนแอตกแต่งออกไปให้บุรุษใดมิได้ทั้งสิ้น”...เกรงว่ามิเกินสิบวันให้หลังคนที่อ้างว่าเจ็บป่วนสาหัสก็คงเร่งตกแต่งขึ้นเกี้ยวเขาตำหนักตงกงมิผิดไปเป็นแน่...นั่นกลับยิ่งส่งให้ใบหน้าที่ยังเยาว์กว่าอายุจริงของฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเปิดรอยยิ้มเยือกเย็นไปอีกเจ็ดส่วนนางนึกย้อนไปก่อนออกเดินทางมาเมืองหลวงเพียงไม่กี่ชั่วยามทุกสิ่งที่ออกมาจากปากของหานหย่งไท่ทำให้นางยิ่งกว่าเจ็บแค้นต่อคนตระกูลหลัวกับฝ่ายของไท่จื่อและอาจเผื่อแผ่ไปถึงองค์ฮ่องเต้ที่เป็นอดีตลูกเขยอีกด้วย เพราะแผนคิดสังหารหลานของนางหากไม่มีคนอยู่เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่พอไฉนเลยจะหาญกล้าลงมือยังกลางเมืองหลวงเช่นนั้นแต่แผนที่นางวางไว้ว่าจะมาทวงเอาคำสัญญาหมั้นหมายแต่แรกกลับถูกหานหย่งไท่ทัดทานมิให้ยกเลิกหากแต่คนที่จะถูกนำกลับไปหาใช่อสรพิษเช่นหลัวหรั่นเหยียนหากแต่เป็น...สองพี่น้องหลัวเหม่ยฉีและหลัวเหม่ยเหยานั่นต่างหากยามแรกนางเองถึงก
Read More
ตอนที่ 4
ตอนที่ 4หลังจากพ้นเงาของแขกสำคัญที่นำความร้อนใจมาสู่คนของตระกูลหลัวเห็นเช่นนั้นสองแม่ลูกตระกูลหลัวต่างก็มองสบตากันด้วยความหมายที่เข้าใจจางอี้มีหรือจะยินดีให้ลูกสาวตนเองไปลำบากแค่เพียงคิดว่าต้องไปอยู่ไกลถึงตงอี๋ก็ว่ายากจะทำใจยามนี้ยิ่งรู้ว่าอ๋องเก้าทั้งดวงตามืดบอดใบหน้าก็กลายเป็นบุรุษอัปลักษณ์ที่ไร้แม้แต่กำลังในมือเพียงหลักพันแถมอนาคตภายหน้าคงต้องอยู่ยังตระกูลหลิวของฝ่ายมารดาที่ทำไร่ทำนาและปลูกผักส่งพืชชีวิตลำเค็ญเกินจะรับได้นางมีหรือจะตัดใจส่งบุตรีหนึ่งเดียวไปลำบากยากแค้นถึงเพียงนั้น"ท่านแม่เช่นไรข้าก็ไม่แต่งให้กับฉีหวางนะเจ้าค่ะ"หลัวหรั่นเยี่ยนที่ยามนี้นางรู้ว่าในครรภ์ตนเองมีเลือดเนื้อของผู้ใดอยู่เร่งเขย่าแขนของมารดาอย่างวอนขอนางนั้นลงทุนลงแรงไปมากมายจะให้ทิ้งอนาคตอันรุ่งเรืองเป็นสตรีอยู่เหนือสตรีแล้วไปอยู่ยังบ้านนอกบ้านป่าปลูกผักปลูกข้าวนางไม่ยินยอมเป็นอันขาด"เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของท่านแม่เองเจ้าไปพักผ่อนเถิดกำลังท้องกำลังไส้ต้องระวังตัวให้มากหน่อย"จางอี้ปลุกปลอบบุตรสาวให้สบายใจเช่นไรนางมิทุกข์ร้อนกับสามีเขาล้วนต้องฟังนางเพราะน้าสาวของนางเป็นถึงกุ้ยเฟยถึงอาจไปไม่ไกลจนถึงตำแห
Read More
ตอนที่ 5
ตอนที่ 5"ท่านป้าสะใภ้....เหยาเอ๋อร์มีความผิดใดกัน"น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยถามจากหัวใจเพราะนางไม่รู้ว่าเหตุใดตนเองจึงถูกนำมามัดแล้วตบตีทั้งที่นางก็ทำงานตามหน้าที่ตนเองมิขาดตกบกพร่องถึงจะคุ้นเคยดีกับการถูกทุบตีหากแต่วันนี้มันช่างร้ายแรงนักร้ายแรงจนหลัวเหม่ยเหยาจะแบกรับความเจ็บปวดไม่ไหวแล้ว"กั๋วกงฟูเหรินได้โปรดเถิดเจ้าค่ะอย่าทุบตีอาเหยาอีกเลย"มีเพียงหนึ่งคนที่กล้าออกมาขัดขวางและอ้อนวอนขอให้นายหญิงของจวนหยุดการลงไม้ขนาดกว้างราวสามนิ้วลงบนแผ่นหลังบอบบางของหลัวเหม่ยเหยาจิ้งซินนั่นเองนางเป็นบ่าวข้างกายคุณหนูใหญ่แต่ก็เติบโตมาพร้อมกับสองฝาแฝดบัดนี้คนตัวเล็กอ่อนวัยกว่านางยังโศกเศร้ามิคล้ายที่ต้องสูญเสียพี่สาวเพียงหนึ่งเดียวไปแต่ผ่านไปเพียงสิบกว่าวันกลับมาถูกลงทัณฑ์ทุบตีโดยสาเหตุก็มิกระจ่างชัดจิ้งซินจึงทนเห็นเพื่อนร่วมหอนอนถูกตีจนตายต่อไปอีกไม่ไหว"บังอาจ! "สตรีสาวใหญ่ดูแล้วเกินจะเชื่อว่ามีบุตรสาวที่เติบโตพร้อมออกเรือนเช่นหลัวหรั่นเยี่ยน ด้วยใบหน้าสวยงามอีกทั้งรูปกายนั้นช่างคล้ายพี่สาวเสียมากกว่ามารดาออกเสียงดุดันกับนังบ่าวไม่รู้ความตรงหน้า"หลบไปหากเจ้ายังรักชีวิตตนเอง"ดวงตาภายใต้ความงามนั้นบั
Read More
ตอนที่ 6
ตอนที่ 6...กลัวแล้วอย่างไร...ไม่กลัวแล้วอย่างไร...เพราะสุดท้ายนางจะเจ็บจนสิ้นสติไปอยู่ดีหนีก็ไม่ได้ยิ่งต่อสู้ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงดังนั้นแล้วหลัวเหม่ยเหยานางจึงมีเพียงยินดีเผชิญหน้าต่อความเจ็บปวดนี้เสียให้มันจบสิ้นไป"จับนางเอาไว้! "น้ำเสียงกลับร้ายกว่า...บ่าวชายทั้งสี่คนตรงเข้ามาจับยึดจับข้อมือและข้อเท้าของหลัวเหม่ยเหยาทั้งที่ไม่จำเป็นสักนิดเช่นไรนางก็ไม่อาจต่อสู้หรือหนีไปได้หากแต่คนเช่นจางอี้นางหรือจะคิดถึงข้อนี้นอกจากจะกำชับให้คนทั้ง4นั้นกดให้ร่างเล็กนอนคว่ำหน้าลงไปกับพื้น สาวน้อยนิ่งสงบไม่มีดิ้นรนขัดขืนแต่อย่างใด"กั๋วกงฟู่เหรินได้โปรดปล่อยอาเหยาไปเถอะนะเจ้าคะ จะลงโทษก็จงลงโทษที่จิ้งซินแต่ผู้เดียวบ่าวยินดีรับโทษทั้งหมดเอาไว้เอง...อย่าทำนางอีกเลย"ครั้งนี้จิ้งซินเกินจะทานทนนางเร่งโขกศีรษะขอร้องเพราะหลังจากไปเฝ้าหลุมศพของพี่สาวอยู่หลายค่ำคืนหลัวเหม่ยเหยานางจึงป่วยด้วยไข้หวัดหากยังมาถูกทรมานทั้งที่เพิ่งเบาจากอาการไข้เกรงว่าร่างกายเล็กๆ นี้อาจรับไม่ไหวโดยที่จิ้งซินเองนางไม่รู้ว่าเช่นไรกั๋วกงฟูเหรินคงยากจะให้คนตัวเล็กตายได้เพราะยังมีผลประโยชน์สูงค่ารออยู่แต่ที่ยังคิดทรมานก็เพียงเอาคว
Read More
ตอนที่ 7
ตอนที่ 7ทั้งที่เป็นฝ่ายตนเองโดยแท้บิดเบือนสัญญาเก่าก่อนจับเอาเพียงหลานสาวสายรองส่งขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปทดแทนบุตรของตนเองแต่กลับไม่สำนึกแล้วยังมาพานโกรธเคืองผู้อื่นว่ามิรักษาหน้าให้พวกตนเอง"มิทราบว่าในเมื่อท่านอ๋องเก้ากล่าวว่าวันนี้คิดให้เกียรติคนตระกูลหลัวมารับตัวเจ้าสาวด้วยตนเองแต่เหตุใดจึงทรงปิดหน้าปิดตามิดชิดนี่จะไม่เป็นการกล่าวย้อนแย้งไม่จริงใจกระมังเพคะ"ในเมื่อนางย่อมรู้ภายใต้หน้ากากบดบังใบหน้าไปเสียแปดส่วนนั้นซุกซ่อนแต่ความอัปลักษณ์ด้วยผลจากพิษงูที่กัดกินผิวหนังบริเวณรอบดวงตาซึ่งพิษมิอาจกำจัดออกได้โดยง่าย จางอี้นางจึงคิดให้เจ้าคนไร้ค่าผู้นี้อับอายผู้คนชั้นสูงตอบแทนนางและบุตรสาวบ้าง"จริงใจหรือไม่เปิ่นหวางย่อมรู้ตัวดี...เช่นกันใบหน้านี้จะเปิดหรือไม่ก็อยู่ที่ตัวของเปิ่นหวางเช่นกัน แล้วอีกอย่างความจริงใจนี้เปิ่นหวางจะมอบแต่เพียงผู้ที่คู่ควร...อย่างเช่น...ฉีหวางเฟย...พระชายาเอกของเปิ่นหวางเท่านั้นผู้อื่นที่มิเกี่ยวข้องไยเปิ่นหวางต้องใส่ใจด้วยเล่ากั๋วกงฟูเหริน"ยามนี้นั่งมาได้ครู่ใหญ่แม้แต่น้ำสักอึกฉีหวางหรือท่านอ๋องเก้าจะแตะต้องหรือก็หาไม่เช่นนี้ทุกผู้ย่อมรับรู้ถึงบรรยากาศแสนกดดันภ
Read More
ตอนที่ 8
ตอนที่ 8“หึ!...คงคิดว่าจะส่งศพให้ข้าสินะเจ้าเฒ่าถงหยินผู้นั้น”น้ำเสียงที่กดต่ำฟังแล้วย่อมรู้บัดนี้ฉีหวางโกรธมากเพียงใด “ข้าเกรงว่าหากยังมิถึงมือท่านหมอในค่ำคืนนี้ยามรุ่งเช้ามาเยือนเราอาจต้องส่งศพฉีหวางเฟยไปยังสุสานแทนที่จะเป็นห้องหอเป็นแน่”ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเอ่ยกับหลานชายด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกแก่นางว่ายามนี้หลานสะใภ้ตัวน้อยที่ยังมิทันได้กราบไหว้บรรพชนก็อาจจะต้องลงไปนอนเล่นยังสุสานเสียแล้ว หานหย่งไท่เขามิได้พูดมากอีกตรงเข้าไปขยับกายเล็กกดตรงจุดชีพจรที่ต้นลำคอเพียงครู่คิ้วกระบี่ก็ยับย่น“ท่านยายเห็นทีข้าคงต้องเสี่ยงพานางควบม้าเร็วล่วงหน้าไปก่อนเสียแล้ว”ก็มีเพียงวิธีนี้ซึ่งคงพอให้ความหวังของเขามิดับสูญไปเสียก่อนเพราะที่เขาต้องแต่งเอาสองฝาแฝดเหม่ยฉีและเหม่ยเหยามาให้ได้ก็ด้วยสืบทราบสองพี่น้องคือทายาทตระกูลเซี่ยที่ในอดีตคือหมอหลวงยังดินแดนเทียนสุ่ยสืบต่อตกทอดวิชาการแพทย์ที่ล้ำเลิศโดยเฉพาะการแก้พิษและยามนี้ดวงตาของเขาจะกลับมาปกติได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสายเลือดของตระกูลเซี่ยที่ยามนี้คงเหลือเพียงหนึ่งก็คือหลัวเหม่ยเหยาผู้นี้“หากต้องไปเช่นนั้นแล้วยามค่ำมืดดวงตาของเจ้าจะทำเช่นไรเล่าอาไท
Read More
ตอนที่ 9
ตอนที่ 9"ท่านอ๋องยามีเพียงสิบเม็ดนางไม่กลืนก็อย่าไปฝืนเลยสะ...เอิ่มประเดี๋ยวยาจะหมดก่อนถึงตงอี๋นะพ่ะย่ะค่ะ"เขาเกือบหลุดคำว่าสิ้นเปลืองไปเสียแล้วแต่ก็ยังยั้งปากเอาไว้ได้ทันเช่นไรเขาก็เป็นเพียงองครักษ์เท่านั้นไม่มีสิทธิ์ใดไปหวงห้ามสิ่งของที่เป็นของท่านอ๋องไปได้"เจ้าล่วงหน้าไปดูเส้นทางก่อนเผื่อด้านหน้ามีธารน้ำ"เพราะเดินทางมาไกลมิได้หยุดพักต่อให้ม้าพวกเขาเป็นม้าศึกฝีเท้าดีกำลังมากแต่ย่อมต้องหยุดพักให้พวกมันได้ดื่มน้ำกินหญ้าบ้างแล้วนี่ดวงอาทิตย์ก็เริ่มจะลาลับทิวเขาแล้วจึงคิดให้ฉีเฟิ่งไปสำรวจดูลำธารได้แวะพักมาสักสองเค่อก็ยังดี"พ่ะย่ะค่ะ"ถึงอยากรั้งอยู่ต่อแต่คิดแล้วที่ท่านอ๋องสั่งการย่อมสำคัญสุดท้ายจึงจำใจปล่อยท่านอ๋องเอาไว้กับสตรีที่ดูแล้วนอกจากจะไร้ประโยชน์ยังจะมาเพิ่มภาระให้นายของเขาอีกด้วยยิ่งคิดฉีเฟิ่งก็ยิ่งรู้สึกรำคาญต่อว่าที่ฉีหวางเฟยยิ่งนักสตรีก็เช่นนี้เป็นภาระน่ารำคาญทั้งสิ้นยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งปวดศีรษะเพราะวันทั้งวันก็พูดมากสร้างแต่ปัญหา“มานี่เจ้าทำเจ้าแท่งหินผู้นั้นโมโหเดือดเสียแล้วหวางเฟยของข้าอ้าปาก”หานหย่งไท่มองตามคนสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมานับครั้งไม่ถูกไปจนเขาพ้นทิวไม้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status