分享

บทที่ 7

作者: มู่เฉิงซินสวี่
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว

“เข้ามา”

จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนาง

เจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียงค่อย “ท่านพี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ?”

นางแค่ไปป้อนโจ๊กให้อู๋มามาครึ่งถ้วยเท่านั้น กลับมาเขาก็อยู่นี่แล้ว

ไม่ได้ทานอาหารเย็นกับคุณหนูสามสกุลหวังข้างนอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อเดินไปปิดประตู

เจียงโย่วหนิงถอยหลังสองก้าว อยู่ให้ห่างจากเขา ก้มหน้าไม่มองอีกฝ่าย

จ้าวหยวนเช่อมองนางสักครู่ ถึงเอ่ยถาม “มือหายดีแล้วหรือ?”

“หายแล้วเจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงตอบสั้นกระชับ

แผลน้ำร้อนลวกของนางไม่รุนแรง ยาทาน้ำร้อนลวกก็ใช้ทันเวลา จึงไม่ทิ้งร่องรอยใดเอาไว้

จ้าวหยวนเช่อไม่ว่าอะไร เพียงมองนาง

“ท่านพี่มากะทันหัน มีธุระใดหรือ?”

เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนกระวนกระวาย ทำใจแข็งถามเสียงเบา

“มาคืนผ้าซับเหงื่อให้เจ้า”

จ้าวหยวนเช่อยื่นผ้าซับเหงื่อให้

นิ้วมือเรียวยาวจับผ้าสีแดงสด ยิ่งทำให้ผิวดูขาวสว่าง ข้อนิ้วประดุจหยก เส้นสายลื่นไหล เส้นเลือดสีเขียวหลังมือชัดเจน ผอมเรียวมีแรง มือของเขางามมาก ราวกับมีแรงที่ใช้ไม่มีวันหมด อีกทั้งเหมือนสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง

มือข้างนั้นเคยสอดประสานกับมือของนาง กดมือของนางไว้ข้างหมอน...

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนขึ้นมา แล้วยื่นมือไปรับผ้าซับเหงื่อที่เป็นสักขีพยานความเหลวไหลในคืนนั้นทั้งปวง

จ้าวหยวนเช่อกลับไม่ปล่อยมือ

ปลายนิ้วเจียงโย่วหนิงสั่นเล็กน้อย เพียงออกแรงดึง

ผ้าซับเหงื่อก็อยู่ในมือนาง

ชั่วขณะนั้นใบหน้าของนางร้อนมาก ในมือราวกับจับถ่านร้อนเอาไว้ อยากรีบโยนทิ้ง จึงรีบเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแล้วโยนผ้าซับเหงื่อเข้าไป

พอปิดประตูตู้ หางตาที่หันมองเห็นจ้าวหยวนเช่อยังยืนอยู่ที่เดิม

“ท่านพี่กลับไปได้แล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงเอ่ยเตือนเสียงค่อย

ฟางเฟยไปเอาอาหารในห้องครัว ถ้าจ้าวหยวนเช่อยังไม่ไป ฟางเฟยกลับมาจะเห็นเข้า

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

“ทายา”

จ้าวหยวนเช่อเดินเข้าไปใกล้ แล้วผายมือให้นาง

ยังเป็นกล่องยาหยกขาวใบเดิม

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก ไม่ปฏิเสธ นางคว้ากล่องยามาแล้วเดินตรงไปหลังฉากกั้น

หากนางไม่ยอมทายา เขาคงต้องลงมือเองอีก

เขาทำได้แน่นอน

อีกอย่างยานี่ก็ใช้ดีจริง ๆ อาการปวดของนางบรรเทาลงไม่น้อย ใช้ครั้งนี้อีกหนึ่งครั้งก็น่าจะใกล้หายแล้ว

นางทายาให้ตัวเองอย่างรวดเร็วที่สุด เดินออกมาจากหลังฉากกั้น แล้วคืนกล่องยาให้เขา

คราวนี้เขาคงไปได้แล้วกระมัง

จ้าวหยวนเช่อมองนางย้อนแสงเทียน เห็นสีหน้าเขาไม่ชัดเจน

“ท่านพี่ ข้าจะพักผ่อนแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงรวบรวมความกล้า แล้วออกปากไล่แขก

จิตใจนางว้าวุ่นไปหมด ไม่เข้าใจว่าจ้าวหยวนเช่อหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

ตอนกลางวันไปดูตัวกับหวังเยี่ยนหลิง กลางคืนกลับมาหานาง หรืออยากให้นางแอบเป็นภรรยานอกสมรสของเขาจริง ๆ?

“เจ้าดีขึ้นหรือยัง?”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยถามอีก

“ข้าหายดีแล้ว ต่อไปท่านพี่ไม่ต้องกังวลอีกเจ้าค่ะ”

หัวใจของเจียงโย่วหนิงเต้นแรงหนึ่งที ในน้ำเสียงคือความเด็ดขาด

น้ำเสียงของเขาไม่เย็นชาเหมือนปกติ กลับเจือเสี้ยวความอ่อนโยน

ต่อมา นางแอบส่ายหน้า จ้าวหยวนเช่อจะอ่อนโยนกับนางได้อย่างไร? นางคิดมากเกินไปแล้ว

น่าจะเข้าใจผิด

“คุณหนูสาม คุณหนูสี่ วันนี้คุณหนูของข้าไม่พบแขกเจ้าค่ะ”

ตรงประตู มีเสียงร้อนใจของฟางเฟยดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงตะลึง มองดูข้างนอก แล้วหันมองจ้าวหยวนเช่ออย่างร้อนใจ

จ้าวเชียนหัวกับจ้าวซือรุ่ยมาแล้ว ถ้าเห็นนางอยู่กับจ้าวหยวนเช่อจะอธิบายอย่างไรดี?

“ท่านมานี่”

ในช่วงคับขัน นางไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ดึงมือของจ้าวหยวนเช่อ แล้วเดินไปทางตู้เสื้อผ้า

เมื่อมือถูกมือที่อ่อนนุ่มละเอียดจับไว้แน่น นุ่มๆ เย็นๆ เหมือนก้อนเมฆ นิ้วมือเรียวเล็กจนทำใจออกแรงบีบไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

นี่เป็นครั้งแรกที่นาง เป็นฝ่ายจับมือของเขา

ร่างจ้าวหยวนเช่อแข็งเล็กน้อย แขนเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ อยู่ในท่าเดิม ไม่กล้าขยับเขยื้อนสักนิด

“รีบเข้าไปสิ”

เจียงโย่วหนิงลนลานแตกตื่น มัวแต่ยัดจ้าวหยวนเช่อเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

ไม่มีเวลาสนใจความรู้สึกของเขา ยิ่งไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน

แต่เขาตัวสูงเกินไป

ขณะชุลมุน นางดันจนหัวของเขาไปชนกับตู้

จ้าวหยวนเช่อกลืนคำว่าอย่ากลัวกลับเข้าไปเงียบ ๆ ทำตามนางโดยการก้มตัวมุดเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

“ท่านไม่เป็นไรนะ?”

เจียงโย่วหนิงรีบนวดหน้าผากเขาอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้นางไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ทำตามสัญชาตญาณล้วน ๆ

“กลัวขนาดนี้เชียว?”

จ้าวหยวนเช่ออยู่ในตู้เสื้อผ้า ช้อนดวงตาดำขลับมองนาง

“ย่อมต้องกลัวสิ ข้าไม่ใช่ท่านนะ”

เจียงโย่วหนิงรีบปิดประตูตู้เสื้อผ้าดังปัง แล้วเดินออกไปข้างนอก

เขาย่อมไม่กลัวแน่นอน บุตรชายคนโตของเจิ้นกั๋วกง ท่านซื่อจื่อ ท่านผู้บัญชาการสามเหล่าทัพ บัดนี้ยังเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นความภาคภูมิใจของทั้งวงศ์ตระกูล

ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา จวนเจิ้นกั๋วกงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชื่อเสียงของเขา คนที่ถูกกำจัดต้องเป็นนางเท่านั้น

เมื่อประตูตู้ปิดลง

ในความมืด จ้าวหยวนเช่อยกมือที่ถูกนางจูงขึ้นมา สัมผัสหน้าผากที่นางนวดให้เมื่อครู่

ขณะเจียงโย่วหนิงเปิดประตู ก็เห็นจ้าวเชียนหัวยกมือกำลังจะผลักประตู โดยมีจ้าวซือรุ่ยตามติดอยู่ข้างหลัง

“เจียงโย่วหนิง เจ้ายังกล้าออกมาหรือ? อาศัยว่าพี่ใหญ่สงสารเจ้า ก็ไปขอย้ายมาพักที่เรือนฝูหรง ไม่หัดดูบ้างว่าตัวเองมีฐานะเช่นไร อย่างเจ้าก็คู่ควรหรือ?”

จ้าวซือรุ่ยเป็นคุณหนูสี่ลูกอนุภรรยา คอยเอาใจจ้าวเชียนหัวมาตลอด และเป็นลูกน้องหมายเลขหนึ่งของจ้าวเชียนหัว

เมื่อเห็นเจียงโย่วหนิงเปิดประตู จึงเอ่ยปากอย่างไม่เกรงใจ

รูปร่างนางอวบอิ่ม สองแก้มมีพวงเนื้อ หน้าตาซื่อบื้อ ความจริงฉลาด

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปาก

“หากท่านคู่ควร แล้วทำไมฮูหยินกั๋วกงถึงไม่ให้ท่านย้ายมาพักล่ะ?”

ไม่รู้ฟู่อวี้กลับมาตั้งแต่เมื่อใด เดินเข้ามาแล้วตอบจ้าวซือรุ่ยกลับไปอย่างไม่เกรงใจ

เจียงโย่วหนิงกับฟางเฟยมองนางอย่างตะลึง

ก่อนหน้านี้ ฟู่อวี้ไม่เคยปกป้องเจียงโย่วหนิงมาก่อน

ช่วงนี้นางดูผิดปกติมากเกินไปแล้ว

จ้าวซือรุ่ยอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะชี้ฟู่อวี้ด่าอย่างโมโห “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เชื่อหรือไม่ว่าข้า...”

ก่อนหน้านี้เหน็บแนมเจียงโย่วหนิง สาวใช้ผู้นี้ทำตัวอย่างมนุษย์ล่องหน วันนี้กินอะไรผิดสำแดงหรือ? ถึงได้กล้าพูดจากับนางเช่นนี้

“หุบปาก!”

จ้าวเชียนหัวพูดขัดนาง แล้วมองเจียงโย่วหนิงอย่างสงสัย พร้อมเข้าไปใกล้แล้วสูดดม

นางสวมใส่หรูหรา ดวงตาเรียวโตจมูกเล็กเชิด หน้าตางดงามน่ารัก นิสัยกลับถูกนางหานตามใจจนเสียคน

จ้าวซือรุ่ยไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งนาง จึงได้แต่ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วถลึงตาใส่ฟู่อวี้อย่างแรง ฝืนกลืนความโกรธทั้งหมดกลับไป

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว จ้าวเชียนหัวดมอะไร?

“ทำไมบนตัวเจ้าถึงมีกลิ่นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์?”

จ้าวเชียนหัวสำรวจเจียงโย่วหนิง นางจำกลิ่นหอมของยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ได้แม่นยำ

ตอนอายุสิบสองปี นางออกไปเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิ ไม่ระวังจึงหกล้มจนเสียโฉม บนใบหน้ามีรอยแผลเป็น คนที่บ้านคิดหาทุกวิถีทาง ก็ไม่สามารถกำจัดไปได้

ต่อมาท่านแม่ใช้เส้นสายขอร้องไปถึงหน้าพระพักตร์ฮองเฮา ให้นางทายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์สามครั้ง แผลเป็นบนใบหน้าจึงหายไป ไม่เพียงไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้ กระทั่งเนียนผ่องกว่าเมื่อก่อน

นับแต่นั้นนางจึงจำยาทาชนิดนี้ได้แม่นยำ นั่นเป็นยาวิเศษพระราชทาน เจียงโย่วหนิงจะมีได้อย่างไร?

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

นางรู้ว่ายาทาของจ้าวหยวนเช่อเป็นของดี บรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว ใช้ไปเพียงไม่กี่ครั้งอาการของนางก็เกือบหายดีแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์อันเลื่องชื่อ

“อย่างนางมีปัญญาใช้ของพระราชทานหรือ?” จ้าวซือรุ่ยได้ยินจึงรีบกล่าวทันที “เดือนที่แล้วข้าเห็นนางออกมาจากประตูข้าง นางต้องอาศัยใบหน้าของนางไปยั่วยวนพวกขุนนางข้างนอกสักคนให้มอบให้นางแน่ เกิดมาก็หน้าตาเหมือนคนเป็นอี๋เหนียง”

นางมองเจียงโย่วหนิงอย่างโกรธแค้น เกลียดใบหน้าที่เย้ายวนมีเสน่ห์ของอีกฝ่ายที่สุด

“คุณหนูสี่ก็เกิดจากอี๋เหนียงไม่ใช่หรือ? หน้ากลมอย่างกับจาน คงอิจฉาที่คุณหนูข้าหน้าตางดงาม”

ฟู่อวี้ไม่รอเจียงโย่วหนิงเอ่ยปาก ด่ากลับไปอีกครั้ง

คำพูดแต่ละคำของนางแทงใจดำ ล้วนเป็นจุดด้อยของจ้าวซือรุ่ย

“เจ้า...” จ้าวซือรุ่ยถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างอดไม่ได้ เตรียมจะจัดการฟู่อวี้

“เงียบหน่อย” จ้าวเชียนหัวขมวดคิ้วตำหนิ

จ้าวซือรุ่ยไม่กล้าขัดคำสั่ง ได้แต่กดข่มไฟโกรธในใจเอาไว้

“เจ้าย้ายมาอยู่เรือนข้างข้า ข้าไม่พอใจมาก เดิมทีคิดจะมาไล่เจ้าไป แต่ตอนนี้ คงต้องดูท่าทีของเจ้า” จ้าวเชียนหัวหันหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ พูดกับเจียงโย่วหนิงอย่างแน่วแน่ “เจ้าจะเอายาขี้ผึ้งหยกคืนสวันต์ออกมาเอง หรือให้ข้าเข้าไปค้น?”

น้ำเสียงของนางมั่นใจจนราวกับว่ายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์เป็นของนางแล้ว

“ข้าไม่มีสิ่งที่เจ้าว่ามา”

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก ขมวดคิ้วแน่น

จ้าวเชียนหัวเอาแต่ใจ เกรงว่าคงไม่ยอมเชื่อง่าย ๆ

จ้าวเชียนหัวเองก็ไม่เสียเวลา จับโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “เด็ก ๆ เข้าไปค้น ขอแค่เป็นสิ่งที่เหมือนยาทา เอาออกมาให้ข้าทั้งหมด”

เมื่อนางออกคำสั่ง สาวใช้และบ่าวหญิงเฒ่าสิบกว่าคนก็เข้าไปในห้อง ค้นหาไปทั่ว

“หยุดนะ!”

ฟู่อวี้รีบเข้าไปขวางพวกนาง

ฟางเฟยมองจ้าวเชียนหัวแล้วโมโหมาก”คุณหนูสามทำเช่นนี้ ไม่กลัวบ่าวไปบอกท่านซื่อจื่อหรือเจ้าคะ?”

จ้าวเชียนหัวฮึดฮัด “อย่าเอาพี่ใหญ่มาข่มขู่ข้า พี่ใหญ่ปกป้องเจียงโย่วหนิง ก็เพื่อชื่อเสียงที่ดีของจวนกั๋วกงเท่านั้น ข้าต่างหากที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขา เข้าไปค้นห้องด้านใน!”

เจียงโย่วหนิงนึกถึงจ้าวหยวนเช่อในตู้เสื้อผ้า ในใจกระวนกระวายมาก รีบยื่นมือไปดึงประตูห้อง

แต่พวกนางมีคนเยอะกว่า ในไม่ช้าประตูก็ถูกผลักออก

ฟางเฟยกับฟู่อวี้ถูกจับเอาไว้

พวกสาวใช้กรูกันเข้าไป ค้นห้องที่เพิ่งจะจัดเก็บเข้าที่ในตอนค่ำจนกระจัดกระจายไปหมด

เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาสนใจพวกนั้น วิ่งไปผลักสาวใช้ที่กำลังจะเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออก แล้วยื่นสองมือขวางไว้

“ถ้าคุณหนูสามยังเสียมารยาท อย่าโทษที่ข้าจะไปขอให้ท่านพี่มาให้ความเป็นธรรม นิสัยของท่านพี่เจ้ากับข้าต่างรู้ดี เขาไม่สนใจความเป็นพี่น้อง สนแค่ความยุติธรรม”

เจียงโย่วหนิงจัดระเบียบความคิด เอ่ยปากด้วยใบหน้าเยือกเย็น ดูเหมือนใจเย็น แต่ความจริงร้อนใจจนเหงื่อแตกทั่วตัว

นางหานรักและเอ็นดูจ้าวเชียนหัวมาตลอด เจิ้นกั๋วกงไม่สนใจเรื่องในบ้าน ที่ผ่านมาจ้าวเชียนหัวไม่เกรงกลัวใคร มีเพียงคนเดียวที่เขาเกรงกลัวคือจ้าวหยวนเช่อ

หวังว่าจะขู่นางได้

จ้าวเชียนหัวจ้องตู้เสื้อผ้าหลังเจียงโย่วหนิงด้วยความลังเล

ในที่สุด นางกัดฟันกล่าว “เข้าไปค้น ก็แค่โดนขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันไม่ใช่หรือ? ใครจะไปกลัว?”

ถูกขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันแลกกับยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ คุ้มค่า

สาวใช้สามสี่คนเข้าไปจับตัวเจียงโย่วหนิง

จ้าวเชียนหัวยื่นมือไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า

“อย่านะ!”

เจียงโย่วหนิงจ้องมองมือของนางที่ยื่นออกไป วิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง

ในหัวของนางคิดแต่ว่าจ้าวหยวนเช่ออยู่ในห้องนาง ซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า

สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ไม่มีเรื่องนั้นเกิดขึ้น ก็อธิบายไม่ชัดเจน

อีกอย่างพวกนาง...

จังหวะที่ประตูตู้เปิดออก เจียงโย่วหนิงทรุดนั่งลงกับพื้น

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 264

    ค่ำคืนนี้ ตลอดจนหลายปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นนางที่เต็มใจเองทั้งสิ้นนางมิได้นึกเสียใจแม้แต่น้อยภายภาคหน้า นางกับเขาจะตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างสิ้นเชิงจ้าวหยวนเช่อ ลากันเพียงเท่านี้จ้าวหยวนเช่อจุมพิตลงบนหน้าผากนางแผ่วเบา คล้ายทะนุถนอมและเวทนารักใคร่ ประหนึ่งคอยปกป้องดูแลนางอย่างดีเขานั่งลงข้างเตียง ยื่นมือออกไปโอบกอดนาง“ท่านจะทำอันใด?”เจียงโย่วหนิงใช้มือข้างหนึ่งดันแผงอกกำยำอุ่นร้อนของเขาไว้“อาบน้ำให้เจ้า”จ้าวหยวนเช่อตอบนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ท่านรีบไปเถิด ประเดี๋ยวข้าจะอาบน้ำเอง”เจียงโย่วหนิงดิ้นรนขัดขืนความปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวทำให้นางอดมิได้ที่จะส่งเสียงครางออกมาเขานับว่าใส่ใจ ทว่านางมิได้ต้องการ“มิใช่บอกว่าหมดเรี่ยวแรงแล้วหรือ?”จ้าวหยวนเช่อไม่ยอมปล่อยมือ“ข้าพักสักประเดี๋ยวก็หายแล้ว ท่านรีบไปเถิด ยังต้องผลัดเปลี่ยนชุดมงคล อย่าให้เสียฤกษ์ยาม หากฝ่าบาทและหวยหนานอ๋องเอาผิดลงมาคงไม่ค่อยดีนัก”เจียงโย่วหนิงดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของเขา“เช่นนั้นเจ้าก็พักสักประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตามใจนาง แล้วจึงลงจากเตียงเจียงโย่วหนิงคลำหาสะเปะสะปะเพื่อดึงผ้าห่มมาคลุมกายลวก ๆ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 263

    ท่อนแขนเรียวของนางโอบรอบลำคอของเขาการเคลื่อนไหวของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังขบเม้มริมฝีปากนางชะงักไปชั่วครู่นางยินยอมหรือ? นางยินยอม!วินาทีต่อมา รสจูบของเขาก็ดุดันเร่าร้อนยิ่งขึ้นชุดยาวสีครามของเขา และกระโปรงสีรากบัวของนางร่วงหล่นลงบนพื้น เสื้อตัวในสีขาวงาช้างพัวพันกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของเขาหรือของนางเขาเอนกายนางลงบนผ้าห่มผืนงาม ก้มมองนางด้วยหางตาที่แดงก่ำ ใบหูและลำคอล้วนแดงซ่านไปหมดท่อนแขนที่ยันอยู่ข้างกายนางปูดโปนด้วยเส้นเลือด เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านใบหน้างดงามของนางแดงระเรื่อดั่งคนเมามาย ขนตาที่ยาวงอนหลุบต่ำ แววตาปรือปรอยคล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น นางเบือนหน้าหนี มิกล้าสบตาเขา“ตะเกียง...”น้ำเสียงของนางแผ่วเบาอ่อนหวาน ดั่งน้ำผึ้งที่ละลาย เจือด้วยเสียงหอบหายใจแผ่ว ๆ ราวกับตะขอเล็ก ๆ ที่เกี่ยวตวัดจิตใจคนให้สั่นไหวจ้าวหยวนเช่อสะบัดมือเพียงครั้งเดียวบังเกิดเสียง “ฟึ่บ” เบา ๆ เทียนบนเชิงเทียนก็ดับลงจนหมดสิ้นความมืดมิดอันหนักอึ้งทาบทับลงมาในบัดดล แนบชิดกับนางอย่างแน่วแน่นางหดเอวเข้าหากันด้วยความหวาดกลัวมันจะต้องเจ็บประสบการณ์ในคราวก่อนยังคงทำให้นางหวาดหวั่นอยู่ในใจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 262

    “ตกลง”เจียงโย่วหนิงมองดูนางอยู่ครู่ใหญ่ จึงพยักหน้าพานางไปด้วยก่อน อย่างน้อยก็เพื่อรั้งตัวนางไว้เรื่องราวหลังจากนี้ ค่อยว่ากันอีกทียามดึกสงัด ท้องฟ้ามืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่างแม้แต่น้อย“ไปกันเถิด”เจียงโย่วหนิงกอดเตาพกไว้ในอก เดินนำออกจากห้องไปก่อนยามนี้ จ้าวหยวนเช่อน่าจะเข้านอนแล้วนางจึงไม่มีสิ่งใดให้ต้องพะวงอีกฟู่อวี้ขานรับคำหนึ่ง แล้วเดินตามออกไป“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว จะไปที่ใดหรือ?”จ้าวหยวนเช่อเดินเข้ามาในลานเรือนพอดี น้ำเสียงเจือความอ่อนโยนอย่างที่หาได้ยากแสงโคมไฟสีเหลืองนวลสาดส่องกระทบร่าง เงาของบุรุษผู้สูงใหญ่ผ่าเผยราวกับถูกฉาบด้วยแสงอันอบอุ่นเจียงโย่วหนิงสะดุ้งตกใจ สองมือบีบเตาพกแน่นจนชะงักฝีเท้า ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นกลัวเวลาเช่นนี้ เขามิใช่ควรจะเข้านอนแล้วหรอกหรือ? เหตุใดจึงมาหานางได้เมื่อฟู่อวี้เห็นสถานการณ์ จึงรีบล่าถอยออกไปอย่างเงียบเชียบจ้าวหยวนเช่อทอดสายตาเป็นประกายมองนาง ราวกับมีดวงดารานับหมื่นพันโอบล้อมตัวนางไว้เจียงโย่วหนิงหัวใจเต้นรัวแรง ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ“คิดจะไปหาข้าใช่หรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อยื่นมือออกไปรวบตัวนางเข้ามากอด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 261

    นี่มิใช่สิ่งที่นางปรารถนาจะพบเห็นในมือนางมีเงินอยู่สองร้อยกว่าตำลึง ส่วนที่เหลือเป็นเงินที่เซี่ยหวยอวี่ให้ยืม นางจำต้องหาวิธีคืนให้จงได้ขอเพียงแม่นางเซี่ยให้ยืมสักหนึ่งพันตำลึง ไม่ว่านางจะพาอู๋มามาไปที่ใดล้วนมีเงินทองจับจ่ายใช้สอยเหลือเฟือสำหรับโรงรับจำนำนั้น รอให้นางพบบุรุษที่เหมาะสม พอถึงยามแต่งงานค่อยนำกลับคืนมาก็ย่อมได้แม้ว่าไม่มีผู้ใดเหมาะสม ก็ยังสามารถจ่ายเงินจ้างคนมาแต่งงานด้วย นำโรงรับจำนำกลับมาแล้วค่อยหย่าร้างก็ยังได้นางมองแม่นางเซี่ย ในใจบังเกิดความกระวนกระวายอยู่บ้างหากมิใช่เพราะรู้ว่าตนเองมีโรงรับจำนำอยู่หนึ่งแห่ง ไม่ว่าอย่างไรนางก็คงมิกล้าเอ่ยปากกับแม่นางเซี่ยเป็นแน่แม่นางเซี่ยรู้ตื้นลึกหนาบางของนางดี คงจะไม่ปฏิเสธหรอกกระมังแม่นางเซี่ยทอดสายตามองนางพลางแย้มยิ้ม“ข้าให้ดอกเบี้ยได้นะเจ้าคะ”เจียงโย่วหนิงรีบเอ่ยเสริมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ไม่จำเป็นหรอก” แม่นางเซี่ยล้วงตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางลงเบื้องหน้านาง “นี่คือเงินห้าพันตำลึง แม่นางเจียงแต่งงานเมื่อใดก็อย่าลืมคืนข้าก็พอ”ตราบใดที่โรงรับจำนำเป่าซิงยังอยู่ เจียงโย่วหนิงย่อมไม่ขาดเงินก้อนนี้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 260

    “ถูกต้อง”แม่นางเซี่ยพยักหน้า“ข้าอยากรู้ว่า โรงรับจำนำเป่าซิงควรจะเป็นของข้าใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตามตรงแม่นางเซี่ยย่อมต้องรู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด“ควรจะกล่าวเช่นนั้น” แม่นางเซี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “คำไหว้วานที่ข้าได้รับมาก็คือ ยามที่แม่นางแต่งงาน ฮูหยินกั๋วกงจะต้องมอบโรงรับจำนำให้เป็นสินเดิมติดตัวท่านไป”“เป็นท่านพ่อท่านแม่ของข้าที่ไหว้วานท่านหรือ? พวกเขาอยู่ที่ใด? เหตุใดจึงไม่ต้องการข้า?”เจียงโย่วหนิงตื่นเต้นอยู่บ้าง จึงถามข้อสงสัยในใจออกไปรวดเดียวมือทั้งสองข้างใต้โต๊ะของนางกำแน่นขึ้นไปอีกชาติกำเนิดของนางอยู่ตรงหน้านี้แล้ว อีกไม่ช้าก็จะได้รู้ถึงฐานะของท่านพ่อท่านแม่ และรู้ว่าเหตุใดตนเองจึงถูกทิ้งไว้ที่จวนเจิ้นกั๋วกง“แม่นางเจียง ข้าเข้าใจดีว่าท่านอยากรู้ชาติกำเนิดของตนเองเพียงไร” แม่นางเซี่ยทอดมองนางด้วยความเห็นใจ “ทว่าเรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ สมาคมการค้าของพวกเรารับเพียงคำไหว้วาน มีหน้าที่ดูแลเรื่องที่ผู้ว่าจ้างสั่งความมา ข้าบังเอิญรับผิดชอบโรงรับจำนำเป่าซิง ไม่เคยพบหน้าผู้ว่าจ้าง จึงไม่รู้เรื่องราวที่ท่านถามมาเหล่านี้”“ท่า

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 259

    ยามนี้นางเพียงต้องการช่วยบุตรชายออกมา จึงยอมบอกเล่าทุกสิ่งที่ตนรู้จนหมดสิ้นเจียงโย่วหนิงได้ฟังเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นต้องรู้ก่อนว่า นางหานมิได้มีเพียงโรงรับจำนำแห่งนี้ร้านเดียว ยังมีร้านค้าอื่นอีกเจ็ดแปดแห่ง เมื่อรวมกันแล้วกำไรในหนึ่งปีก็นับว่ามากมายมหาศาลทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสินทรัพย์ส่วนตัวของนางหาน มิได้นับรวมในบัญชีของจวนเจิ้นกั๋วกงอีกทั้งหลายปีมานี้จวนเจิ้นกั๋วกงก็มิได้จัดงานอันใดที่จำต้องใช้เงินทองเป็นพิเศษแต่ละปีมีรายรับมากมายถึงเพียงนั้น เงินของนางหานกลับยังไม่พอใช้อีกหรือ? เงินมากมายปานนั้น ถูกนำไปใช้จ่ายที่ใดหมดกัน?หากนางคิดจะทวงเงินของตนคืน นางหานจะมิใช่ไม่มีให้หรอกหรือ?“ในนามของนางหานยังมีร้านค้าอื่นที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมการค้าจิ่นซิ่วอีกหรือไม่?”ชิงหลานชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามขึ้นมาอีกประโยคเจียงโย่วหนิงได้ยินคำถามนั้นก็ราวกับตื่นรู้ในทันทีไฉนนางถึงคิดไม่ถึงกัน? ในเมื่อโรงรับจำนำเป็นของนาง เช่นนั้นร้านค้าอื่น ๆ ในนามของนางหานจะเป็นของนางด้วยหรือไม่?ช่างน่าละอายใจนักจ้าวหยวนเช่อสั่งสอนนางมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ แต่นางกลับยังสู้ผู้ใต้บังคับบัญชาธร

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status