Compartir

บทที่ 7

Autor: มู่เฉิงซินสวี่
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว

“เข้ามา”

จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนาง

เจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียงค่อย “ท่านพี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ?”

นางแค่ไปป้อนโจ๊กให้อู๋มามาครึ่งถ้วยเท่านั้น กลับมาเขาก็อยู่นี่แล้ว

ไม่ได้ทานอาหารเย็นกับคุณหนูสามสกุลหวังข้างนอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อเดินไปปิดประตู

เจียงโย่วหนิงถอยหลังสองก้าว อยู่ให้ห่างจากเขา ก้มหน้าไม่มองอีกฝ่าย

จ้าวหยวนเช่อมองนางสักครู่ ถึงเอ่ยถาม “มือหายดีแล้วหรือ?”

“หายแล้วเจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงตอบสั้นกระชับ

แผลน้ำร้อนลวกของนางไม่รุนแรง ยาทาน้ำร้อนลวกก็ใช้ทันเวลา จึงไม่ทิ้งร่องรอยใดเอาไว้

จ้าวหยวนเช่อไม่ว่าอะไร เพียงมองนาง

“ท่านพี่มากะทันหัน มีธุระใดหรือ?”

เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนกระวนกระวาย ทำใจแข็งถามเสียงเบา

“มาคืนผ้าซับเหงื่อให้เจ้า”

จ้าวหยวนเช่อยื่นผ้าซับเหงื่อให้

นิ้วมือเรียวยาวจับผ้าสีแดงสด ยิ่งทำให้ผิวดูขาวสว่าง ข้อนิ้วประดุจหยก เส้นสายลื่นไหล เส้นเลือดสีเขียวหลังมือชัดเจน ผอมเรียวมีแรง มือของเขางามมาก ราวกับมีแรงที่ใช้ไม่มีวันหมด อีกทั้งเหมือนสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง

มือข้างนั้นเคยสอดประสานกับมือของนาง กดมือของนางไว้ข้างหมอน...

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนขึ้นมา แล้วยื่นมือไปรับผ้าซับเหงื่อที่เป็นสักขีพยานความเหลวไหลในคืนนั้นทั้งปวง

จ้าวหยวนเช่อกลับไม่ปล่อยมือ

ปลายนิ้วเจียงโย่วหนิงสั่นเล็กน้อย เพียงออกแรงดึง

ผ้าซับเหงื่อก็อยู่ในมือนาง

ชั่วขณะนั้นใบหน้าของนางร้อนมาก ในมือราวกับจับถ่านร้อนเอาไว้ อยากรีบโยนทิ้ง จึงรีบเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแล้วโยนผ้าซับเหงื่อเข้าไป

พอปิดประตูตู้ หางตาที่หันมองเห็นจ้าวหยวนเช่อยังยืนอยู่ที่เดิม

“ท่านพี่กลับไปได้แล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงเอ่ยเตือนเสียงค่อย

ฟางเฟยไปเอาอาหารในห้องครัว ถ้าจ้าวหยวนเช่อยังไม่ไป ฟางเฟยกลับมาจะเห็นเข้า

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

“ทายา”

จ้าวหยวนเช่อเดินเข้าไปใกล้ แล้วผายมือให้นาง

ยังเป็นกล่องยาหยกขาวใบเดิม

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก ไม่ปฏิเสธ นางคว้ากล่องยามาแล้วเดินตรงไปหลังฉากกั้น

หากนางไม่ยอมทายา เขาคงต้องลงมือเองอีก

เขาทำได้แน่นอน

อีกอย่างยานี่ก็ใช้ดีจริง ๆ อาการปวดของนางบรรเทาลงไม่น้อย ใช้ครั้งนี้อีกหนึ่งครั้งก็น่าจะใกล้หายแล้ว

นางทายาให้ตัวเองอย่างรวดเร็วที่สุด เดินออกมาจากหลังฉากกั้น แล้วคืนกล่องยาให้เขา

คราวนี้เขาคงไปได้แล้วกระมัง

จ้าวหยวนเช่อมองนางย้อนแสงเทียน เห็นสีหน้าเขาไม่ชัดเจน

“ท่านพี่ ข้าจะพักผ่อนแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงรวบรวมความกล้า แล้วออกปากไล่แขก

จิตใจนางว้าวุ่นไปหมด ไม่เข้าใจว่าจ้าวหยวนเช่อหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

ตอนกลางวันไปดูตัวกับหวังเยี่ยนหลิง กลางคืนกลับมาหานาง หรืออยากให้นางแอบเป็นภรรยานอกสมรสของเขาจริง ๆ?

“เจ้าดีขึ้นหรือยัง?”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยถามอีก

“ข้าหายดีแล้ว ต่อไปท่านพี่ไม่ต้องกังวลอีกเจ้าค่ะ”

หัวใจของเจียงโย่วหนิงเต้นแรงหนึ่งที ในน้ำเสียงคือความเด็ดขาด

น้ำเสียงของเขาไม่เย็นชาเหมือนปกติ กลับเจือเสี้ยวความอ่อนโยน

ต่อมา นางแอบส่ายหน้า จ้าวหยวนเช่อจะอ่อนโยนกับนางได้อย่างไร? นางคิดมากเกินไปแล้ว

น่าจะเข้าใจผิด

“คุณหนูสาม คุณหนูสี่ วันนี้คุณหนูของข้าไม่พบแขกเจ้าค่ะ”

ตรงประตู มีเสียงร้อนใจของฟางเฟยดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงตะลึง มองดูข้างนอก แล้วหันมองจ้าวหยวนเช่ออย่างร้อนใจ

จ้าวเชียนหัวกับจ้าวซือรุ่ยมาแล้ว ถ้าเห็นนางอยู่กับจ้าวหยวนเช่อจะอธิบายอย่างไรดี?

“ท่านมานี่”

ในช่วงคับขัน นางไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ดึงมือของจ้าวหยวนเช่อ แล้วเดินไปทางตู้เสื้อผ้า

เมื่อมือถูกมือที่อ่อนนุ่มละเอียดจับไว้แน่น นุ่มๆ เย็นๆ เหมือนก้อนเมฆ นิ้วมือเรียวเล็กจนทำใจออกแรงบีบไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

นี่เป็นครั้งแรกที่นาง เป็นฝ่ายจับมือของเขา

ร่างจ้าวหยวนเช่อแข็งเล็กน้อย แขนเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ อยู่ในท่าเดิม ไม่กล้าขยับเขยื้อนสักนิด

“รีบเข้าไปสิ”

เจียงโย่วหนิงลนลานแตกตื่น มัวแต่ยัดจ้าวหยวนเช่อเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

ไม่มีเวลาสนใจความรู้สึกของเขา ยิ่งไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน

แต่เขาตัวสูงเกินไป

ขณะชุลมุน นางดันจนหัวของเขาไปชนกับตู้

จ้าวหยวนเช่อกลืนคำว่าอย่ากลัวกลับเข้าไปเงียบ ๆ ทำตามนางโดยการก้มตัวมุดเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

“ท่านไม่เป็นไรนะ?”

เจียงโย่วหนิงรีบนวดหน้าผากเขาอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้นางไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ทำตามสัญชาตญาณล้วน ๆ

“กลัวขนาดนี้เชียว?”

จ้าวหยวนเช่ออยู่ในตู้เสื้อผ้า ช้อนดวงตาดำขลับมองนาง

“ย่อมต้องกลัวสิ ข้าไม่ใช่ท่านนะ”

เจียงโย่วหนิงรีบปิดประตูตู้เสื้อผ้าดังปัง แล้วเดินออกไปข้างนอก

เขาย่อมไม่กลัวแน่นอน บุตรชายคนโตของเจิ้นกั๋วกง ท่านซื่อจื่อ ท่านผู้บัญชาการสามเหล่าทัพ บัดนี้ยังเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นความภาคภูมิใจของทั้งวงศ์ตระกูล

ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา จวนเจิ้นกั๋วกงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชื่อเสียงของเขา คนที่ถูกกำจัดต้องเป็นนางเท่านั้น

เมื่อประตูตู้ปิดลง

ในความมืด จ้าวหยวนเช่อยกมือที่ถูกนางจูงขึ้นมา สัมผัสหน้าผากที่นางนวดให้เมื่อครู่

ขณะเจียงโย่วหนิงเปิดประตู ก็เห็นจ้าวเชียนหัวยกมือกำลังจะผลักประตู โดยมีจ้าวซือรุ่ยตามติดอยู่ข้างหลัง

“เจียงโย่วหนิง เจ้ายังกล้าออกมาหรือ? อาศัยว่าพี่ใหญ่สงสารเจ้า ก็ไปขอย้ายมาพักที่เรือนฝูหรง ไม่หัดดูบ้างว่าตัวเองมีฐานะเช่นไร อย่างเจ้าก็คู่ควรหรือ?”

จ้าวซือรุ่ยเป็นคุณหนูสี่ลูกอนุภรรยา คอยเอาใจจ้าวเชียนหัวมาตลอด และเป็นลูกน้องหมายเลขหนึ่งของจ้าวเชียนหัว

เมื่อเห็นเจียงโย่วหนิงเปิดประตู จึงเอ่ยปากอย่างไม่เกรงใจ

รูปร่างนางอวบอิ่ม สองแก้มมีพวงเนื้อ หน้าตาซื่อบื้อ ความจริงฉลาด

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปาก

“หากท่านคู่ควร แล้วทำไมฮูหยินกั๋วกงถึงไม่ให้ท่านย้ายมาพักล่ะ?”

ไม่รู้ฟู่อวี้กลับมาตั้งแต่เมื่อใด เดินเข้ามาแล้วตอบจ้าวซือรุ่ยกลับไปอย่างไม่เกรงใจ

เจียงโย่วหนิงกับฟางเฟยมองนางอย่างตะลึง

ก่อนหน้านี้ ฟู่อวี้ไม่เคยปกป้องเจียงโย่วหนิงมาก่อน

ช่วงนี้นางดูผิดปกติมากเกินไปแล้ว

จ้าวซือรุ่ยอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะชี้ฟู่อวี้ด่าอย่างโมโห “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เชื่อหรือไม่ว่าข้า...”

ก่อนหน้านี้เหน็บแนมเจียงโย่วหนิง สาวใช้ผู้นี้ทำตัวอย่างมนุษย์ล่องหน วันนี้กินอะไรผิดสำแดงหรือ? ถึงได้กล้าพูดจากับนางเช่นนี้

“หุบปาก!”

จ้าวเชียนหัวพูดขัดนาง แล้วมองเจียงโย่วหนิงอย่างสงสัย พร้อมเข้าไปใกล้แล้วสูดดม

นางสวมใส่หรูหรา ดวงตาเรียวโตจมูกเล็กเชิด หน้าตางดงามน่ารัก นิสัยกลับถูกนางหานตามใจจนเสียคน

จ้าวซือรุ่ยไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งนาง จึงได้แต่ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วถลึงตาใส่ฟู่อวี้อย่างแรง ฝืนกลืนความโกรธทั้งหมดกลับไป

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว จ้าวเชียนหัวดมอะไร?

“ทำไมบนตัวเจ้าถึงมีกลิ่นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์?”

จ้าวเชียนหัวสำรวจเจียงโย่วหนิง นางจำกลิ่นหอมของยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ได้แม่นยำ

ตอนอายุสิบสองปี นางออกไปเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิ ไม่ระวังจึงหกล้มจนเสียโฉม บนใบหน้ามีรอยแผลเป็น คนที่บ้านคิดหาทุกวิถีทาง ก็ไม่สามารถกำจัดไปได้

ต่อมาท่านแม่ใช้เส้นสายขอร้องไปถึงหน้าพระพักตร์ฮองเฮา ให้นางทายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์สามครั้ง แผลเป็นบนใบหน้าจึงหายไป ไม่เพียงไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้ กระทั่งเนียนผ่องกว่าเมื่อก่อน

นับแต่นั้นนางจึงจำยาทาชนิดนี้ได้แม่นยำ นั่นเป็นยาวิเศษพระราชทาน เจียงโย่วหนิงจะมีได้อย่างไร?

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

นางรู้ว่ายาทาของจ้าวหยวนเช่อเป็นของดี บรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว ใช้ไปเพียงไม่กี่ครั้งอาการของนางก็เกือบหายดีแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์อันเลื่องชื่อ

“อย่างนางมีปัญญาใช้ของพระราชทานหรือ?” จ้าวซือรุ่ยได้ยินจึงรีบกล่าวทันที “เดือนที่แล้วข้าเห็นนางออกมาจากประตูข้าง นางต้องอาศัยใบหน้าของนางไปยั่วยวนพวกขุนนางข้างนอกสักคนให้มอบให้นางแน่ เกิดมาก็หน้าตาเหมือนคนเป็นอี๋เหนียง”

นางมองเจียงโย่วหนิงอย่างโกรธแค้น เกลียดใบหน้าที่เย้ายวนมีเสน่ห์ของอีกฝ่ายที่สุด

“คุณหนูสี่ก็เกิดจากอี๋เหนียงไม่ใช่หรือ? หน้ากลมอย่างกับจาน คงอิจฉาที่คุณหนูข้าหน้าตางดงาม”

ฟู่อวี้ไม่รอเจียงโย่วหนิงเอ่ยปาก ด่ากลับไปอีกครั้ง

คำพูดแต่ละคำของนางแทงใจดำ ล้วนเป็นจุดด้อยของจ้าวซือรุ่ย

“เจ้า...” จ้าวซือรุ่ยถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างอดไม่ได้ เตรียมจะจัดการฟู่อวี้

“เงียบหน่อย” จ้าวเชียนหัวขมวดคิ้วตำหนิ

จ้าวซือรุ่ยไม่กล้าขัดคำสั่ง ได้แต่กดข่มไฟโกรธในใจเอาไว้

“เจ้าย้ายมาอยู่เรือนข้างข้า ข้าไม่พอใจมาก เดิมทีคิดจะมาไล่เจ้าไป แต่ตอนนี้ คงต้องดูท่าทีของเจ้า” จ้าวเชียนหัวหันหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ พูดกับเจียงโย่วหนิงอย่างแน่วแน่ “เจ้าจะเอายาขี้ผึ้งหยกคืนสวันต์ออกมาเอง หรือให้ข้าเข้าไปค้น?”

น้ำเสียงของนางมั่นใจจนราวกับว่ายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์เป็นของนางแล้ว

“ข้าไม่มีสิ่งที่เจ้าว่ามา”

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก ขมวดคิ้วแน่น

จ้าวเชียนหัวเอาแต่ใจ เกรงว่าคงไม่ยอมเชื่อง่าย ๆ

จ้าวเชียนหัวเองก็ไม่เสียเวลา จับโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “เด็ก ๆ เข้าไปค้น ขอแค่เป็นสิ่งที่เหมือนยาทา เอาออกมาให้ข้าทั้งหมด”

เมื่อนางออกคำสั่ง สาวใช้และบ่าวหญิงเฒ่าสิบกว่าคนก็เข้าไปในห้อง ค้นหาไปทั่ว

“หยุดนะ!”

ฟู่อวี้รีบเข้าไปขวางพวกนาง

ฟางเฟยมองจ้าวเชียนหัวแล้วโมโหมาก”คุณหนูสามทำเช่นนี้ ไม่กลัวบ่าวไปบอกท่านซื่อจื่อหรือเจ้าคะ?”

จ้าวเชียนหัวฮึดฮัด “อย่าเอาพี่ใหญ่มาข่มขู่ข้า พี่ใหญ่ปกป้องเจียงโย่วหนิง ก็เพื่อชื่อเสียงที่ดีของจวนกั๋วกงเท่านั้น ข้าต่างหากที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขา เข้าไปค้นห้องด้านใน!”

เจียงโย่วหนิงนึกถึงจ้าวหยวนเช่อในตู้เสื้อผ้า ในใจกระวนกระวายมาก รีบยื่นมือไปดึงประตูห้อง

แต่พวกนางมีคนเยอะกว่า ในไม่ช้าประตูก็ถูกผลักออก

ฟางเฟยกับฟู่อวี้ถูกจับเอาไว้

พวกสาวใช้กรูกันเข้าไป ค้นห้องที่เพิ่งจะจัดเก็บเข้าที่ในตอนค่ำจนกระจัดกระจายไปหมด

เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาสนใจพวกนั้น วิ่งไปผลักสาวใช้ที่กำลังจะเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออก แล้วยื่นสองมือขวางไว้

“ถ้าคุณหนูสามยังเสียมารยาท อย่าโทษที่ข้าจะไปขอให้ท่านพี่มาให้ความเป็นธรรม นิสัยของท่านพี่เจ้ากับข้าต่างรู้ดี เขาไม่สนใจความเป็นพี่น้อง สนแค่ความยุติธรรม”

เจียงโย่วหนิงจัดระเบียบความคิด เอ่ยปากด้วยใบหน้าเยือกเย็น ดูเหมือนใจเย็น แต่ความจริงร้อนใจจนเหงื่อแตกทั่วตัว

นางหานรักและเอ็นดูจ้าวเชียนหัวมาตลอด เจิ้นกั๋วกงไม่สนใจเรื่องในบ้าน ที่ผ่านมาจ้าวเชียนหัวไม่เกรงกลัวใคร มีเพียงคนเดียวที่เขาเกรงกลัวคือจ้าวหยวนเช่อ

หวังว่าจะขู่นางได้

จ้าวเชียนหัวจ้องตู้เสื้อผ้าหลังเจียงโย่วหนิงด้วยความลังเล

ในที่สุด นางกัดฟันกล่าว “เข้าไปค้น ก็แค่โดนขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันไม่ใช่หรือ? ใครจะไปกลัว?”

ถูกขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันแลกกับยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ คุ้มค่า

สาวใช้สามสี่คนเข้าไปจับตัวเจียงโย่วหนิง

จ้าวเชียนหัวยื่นมือไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า

“อย่านะ!”

เจียงโย่วหนิงจ้องมองมือของนางที่ยื่นออกไป วิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง

ในหัวของนางคิดแต่ว่าจ้าวหยวนเช่ออยู่ในห้องนาง ซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า

สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ไม่มีเรื่องนั้นเกิดขึ้น ก็อธิบายไม่ชัดเจน

อีกอย่างพวกนาง...

จังหวะที่ประตูตู้เปิดออก เจียงโย่วหนิงทรุดนั่งลงกับพื้น

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 268

    เสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังแว่วมาจากเบื้องนอก เป็นคนของหวยหนานอ๋องที่หมายจะบุกเข้ามาในจวนเจิ้นกั๋วกงเพื่อปลงพระชนม์ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งหน่วยกล้าตายอีกหลายคนพุ่งพรวดเข้ามาเหล่าองครักษ์กรูกันเข้าไปรับมือ เสียงต่อสู้ปะทะดังขึ้นรอบสารทิศ“ลูกเขย ยังไม่ลงมืออีก เจ้ากำลังรอสิ่งใดอยู่?”หวยหนานอ๋องพลันตะโกนลั่นใส่จ้าวหยวนเช่อฮ่องเต้เฉียนเจิ้งทอดพระเนตรจ้าวหยวนเช่อที่ยืนอยู่เบื้องพระพักตร์ สีพระพักตร์พลันแปรเปลี่ยนแววตาของจ้าวหยวนเช่อเยียบเย็นลงเล็กน้อย “ฝ่าบาทโปรดอย่าได้หลงเชื่อคำของกบฏพ่ะย่ะค่ะ”“ลูกเขยคนดีของข้า เจ้าเป็นถึงผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์หน้าพระที่นั่ง หากมิใช่เพราะเจ้าส่งมอบแผนที่ค่ายกลป้องกันเมืองหลวงให้แก่ข้า ข้าจะลักลอบนำกำลังคนสองหมื่นนายเข้ามาในเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบได้อย่างไร?” หวยหนานอ๋องแค่นเสียงหัวเราะหยันเขามองออกตั้งนานแล้วว่าฮ่องเต้เฉียนเจิ้งคิดจะปลิดชีพตน ประจวบเหมาะกับที่เขาก็คิดจะก่อกบฏพลิกฟ้าล้มล้างฮ่องเต้เฉียนเจิ้งอยู่พอดี หากจ้าวหยวนเช่อเลือกที่จะยืนหยัดอยู่ข้างเขา เช่นนั้นก็ยังนับว่าเป็นลูกเขยคนดีของเขาอยู่ทว่าหากไม่เป็นเช่นนั้น แม้เขาต้องตาย จ้าวหยวนเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 267

    “ให้ข้าน้อยส่งคนผู้หนึ่งติดตามแม่นางเจียงไปดีหรือไม่ขอรับ? ข้าน้อยต้องการรั้งอยู่เพื่อคอยช่วยเหลือท่าน”หนานเฟิงเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดี“เจ้าจงไปเอง” เซี่ยหวยอวี่ปัดมือของเขาออก “เรื่องในเมืองหลวง ข้าย่อมมีวิธีจัดการเอง”“องค์ชาย...”หนานเฟิงยังคิดจะกล่าวอันใดอีก“นี่คือคำสั่งของข้า” เซี่ยหวยอวี่เชิดคางขึ้นปรายตามองเขา “เจ้าต้องคุ้มครองนางให้ปลอดภัย อีกทั้งไม่อนุญาตให้บุรุษอื่นใดเข้าใกล้นาง หากเรื่องในเมืองหลวงนี้จบสิ้นลงเมื่อใด ข้าจะรีบปลีกตัวไปหานางโดยเร็วที่สุด”“ขอรับ”หนานเฟิงมิกล้าขัดขืน ทำได้เพียงประสานมือรับคำ แล้วเร่งฝีเท้าตามออกไปอย่างรวดเร็ว……จวนเจิ้นกั๋วกง ล้วนประดับประดาไปด้วยผ้าแพรสีแดงทุกหนแห่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติยินดียามเที่ยงวัน แขกเหรื่อไปมาหาสู่กันอย่างมิขาดสาย คึกคักเป็นอย่างยิ่ง เสียงดนตรีบรรเลงแว่วมามิได้ขาด เหล่านางรำต่างร่ายรำด้วยท่วงท่าอันงดงาม“ฝ่าบาทเสด็จ—”เกาอี้เปล่งเสียงขานยาวครอบครัวเจิ้นกั๋วกงตลอดจนแขกเหรื่อทั่วทั้งจวนต่างรีบเร่งออกไปคุกเข่ารอรับเสด็จ“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเจิ้นกั๋

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 266

    เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ นางมิอาจอธิบายให้พวกนางฟังได้ จึงทำได้เพียงเปลี่ยนเรื่องคุย“เตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว รอเพียงท่านมาถึงเจ้าค่ะ” ฟางเฟยกล่าว “ข้ากับอู๋มามาปรึกษากันแล้ว จึงให้คนขับรถม้ากลับไป ข้ากับฟู่อวี้ล้วนบังคับรถม้าเป็น เราสองคนผลัดเปลี่ยนกันก็พอ ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองเงินทองส่วนนั้นเจ้าค่ะ”“เอาเถิด ข้าจะประคองมามาขึ้นไปเอง”เจียงโย่วหนิงอยากอธิบายกับอู๋มามาว่า ยามนี้พวกนางมิได้ขัดสนเงินทองทว่าเรื่องสำคัญที่สุดในยามนี้คือการรีบเดินทางออกจากเมืองให้ฟางเฟยกับฟู่อวี้เป็นคนขับรถม้าก็มิใช่ว่าจะทำมิได้ เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันก่อนเถิดทั้งสี่คนพากันขึ้นรถม้าฟางเฟยและฟู่อวี้นั่งอยู่ด้านนอกเจียงโย่วหนิงกับอู๋มามานั่งอยู่ภายในรถม้า“คุณหนู เหตุใดสีหน้าท่านจึงดูไม่สู้ดีนัก? เมื่อคืนนอนหลับไม่สนิทหรือเจ้าคะ?”เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัว อู๋มามาก็เอ่ยถามด้วยความห่วงใย“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้า ส่งยิ้มให้นางพลางรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า “ข้ากังวลเล็กน้อยว่าการเดินทางจากไปจะไม่ราบรื่น จึงนอนไม่ค่อยหลับ”นางยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเอง หวังจะปัดเป่าความร้อน

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 265

    “เจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเร่งเร้าเขา “ท่านรีบไปเถิด ประเดี๋ยวชิงเจี้ยนจะมาเร่งเอาอีก”เขามิได้อาลัยอาวรณ์นางหรอก ต่อให้มีบ้าง ก็เป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ที่ยังเล่นสนุกไม่พอเท่านั้นรอเขากลับมางั้นหรือ?ก่อนหน้านี้นางก็ทำเช่นนั้นมาโดยตลอดทว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้วนางกำลังจะไป ไปให้ไกลแสนไกล เพื่อใช้ชีวิตที่ไม่มีเขาอีก“เจ้าก็สวมเสื้อผ้าเถิด ประเดี๋ยวจะโดนลมเย็นเอาได้”จ้าวหยวนเช่อหยิบเอี๊ยมของนางขึ้นมา หมายจะสวมให้เอี๊ยมผ้าฝ้ายสีชมพูปักลายดอกชาภูเขาดอกเล็ก ๆ ไว้ตรงริมขอบ เนื้อผ้านุ่มนวลเมื่อสัมผัส ราวกับยังกรุ่นกลิ่นหอมของนาง“ประเดี๋ยวข้าสวมเองเจ้าค่ะ”ใบหน้าของเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครา นางรีบคว้าเอี๊ยมมาซุกไว้ใต้ผ้าห่มปกติเขาเป็นคนเด็ดขาดฉับไว ไฉนครานี้จึงได้อ้อยอิ่งไม่ยอมไปเสียที?จ้าวหยวนเช่อหันหลังเดินไปได้สองก้าว ก็เหลียวกลับมาถามนาง “พวกชิงหลานเล่า?”เจียงโย่วหนิงใจเต้นระรัว นางข่มความประหม่าแล้วแสร้งทำเป็นไม่มีอันใดเกิดขึ้น “มิได้เฝ้าอยู่หน้าเรือนหรอกหรือ? ท่านหาพวกเขามีอันใดหรือเจ้าคะ?”พวกชิงหลานล้วนถูกนางหลอกให้ไปที่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 264

    ค่ำคืนนี้ ตลอดจนหลายปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นนางที่เต็มใจเองทั้งสิ้นนางมิได้นึกเสียใจแม้แต่น้อยภายภาคหน้า นางกับเขาจะตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างสิ้นเชิงจ้าวหยวนเช่อ ลากันเพียงเท่านี้จ้าวหยวนเช่อจุมพิตลงบนหน้าผากนางแผ่วเบา คล้ายทะนุถนอมและเวทนารักใคร่ ประหนึ่งคอยปกป้องดูแลนางอย่างดีเขานั่งลงข้างเตียง ยื่นมือออกไปโอบกอดนาง“ท่านจะทำอันใด?”เจียงโย่วหนิงใช้มือข้างหนึ่งดันแผงอกกำยำอุ่นร้อนของเขาไว้“อาบน้ำให้เจ้า”จ้าวหยวนเช่อตอบนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ท่านรีบไปเถิด ประเดี๋ยวข้าจะอาบน้ำเอง”เจียงโย่วหนิงดิ้นรนขัดขืนความปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวทำให้นางอดมิได้ที่จะส่งเสียงครางออกมาเขานับว่าใส่ใจ ทว่านางมิได้ต้องการ“มิใช่บอกว่าหมดเรี่ยวแรงแล้วหรือ?”จ้าวหยวนเช่อไม่ยอมปล่อยมือ“ข้าพักสักประเดี๋ยวก็หายแล้ว ท่านรีบไปเถิด ยังต้องผลัดเปลี่ยนชุดมงคล อย่าให้เสียฤกษ์ยาม หากฝ่าบาทและหวยหนานอ๋องเอาผิดลงมาคงไม่ค่อยดีนัก”เจียงโย่วหนิงดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของเขา“เช่นนั้นเจ้าก็พักสักประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตามใจนาง แล้วจึงลงจากเตียงเจียงโย่วหนิงคลำหาสะเปะสะปะเพื่อดึงผ้าห่มมาคลุมกายลวก ๆ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 263

    ท่อนแขนเรียวของนางโอบรอบลำคอของเขาการเคลื่อนไหวของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังขบเม้มริมฝีปากนางชะงักไปชั่วครู่นางยินยอมหรือ? นางยินยอม!วินาทีต่อมา รสจูบของเขาก็ดุดันเร่าร้อนยิ่งขึ้นชุดยาวสีครามของเขา และกระโปรงสีรากบัวของนางร่วงหล่นลงบนพื้น เสื้อตัวในสีขาวงาช้างพัวพันกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของเขาหรือของนางเขาเอนกายนางลงบนผ้าห่มผืนงาม ก้มมองนางด้วยหางตาที่แดงก่ำ ใบหูและลำคอล้วนแดงซ่านไปหมดท่อนแขนที่ยันอยู่ข้างกายนางปูดโปนด้วยเส้นเลือด เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านใบหน้างดงามของนางแดงระเรื่อดั่งคนเมามาย ขนตาที่ยาวงอนหลุบต่ำ แววตาปรือปรอยคล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น นางเบือนหน้าหนี มิกล้าสบตาเขา“ตะเกียง...”น้ำเสียงของนางแผ่วเบาอ่อนหวาน ดั่งน้ำผึ้งที่ละลาย เจือด้วยเสียงหอบหายใจแผ่ว ๆ ราวกับตะขอเล็ก ๆ ที่เกี่ยวตวัดจิตใจคนให้สั่นไหวจ้าวหยวนเช่อสะบัดมือเพียงครั้งเดียวบังเกิดเสียง “ฟึ่บ” เบา ๆ เทียนบนเชิงเทียนก็ดับลงจนหมดสิ้นความมืดมิดอันหนักอึ้งทาบทับลงมาในบัดดล แนบชิดกับนางอย่างแน่วแน่นางหดเอวเข้าหากันด้วยความหวาดกลัวมันจะต้องเจ็บประสบการณ์ในคราวก่อนยังคงทำให้นางหวาดหวั่นอยู่ในใจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 1

    เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status