Share

บทที่ 7

Author: มู่เฉิงซินสวี่
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว

“เข้ามา”

จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนาง

เจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียงค่อย “ท่านพี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ?”

นางแค่ไปป้อนโจ๊กให้อู๋มามาครึ่งถ้วยเท่านั้น กลับมาเขาก็อยู่นี่แล้ว

ไม่ได้ทานอาหารเย็นกับคุณหนูสามสกุลหวังข้างนอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อเดินไปปิดประตู

เจียงโย่วหนิงถอยหลังสองก้าว อยู่ให้ห่างจากเขา ก้มหน้าไม่มองอีกฝ่าย

จ้าวหยวนเช่อมองนางสักครู่ ถึงเอ่ยถาม “มือหายดีแล้วหรือ?”

“หายแล้วเจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงตอบสั้นกระชับ

แผลน้ำร้อนลวกของนางไม่รุนแรง ยาทาน้ำร้อนลวกก็ใช้ทันเวลา จึงไม่ทิ้งร่องรอยใดเอาไว้

จ้าวหยวนเช่อไม่ว่าอะไร เพียงมองนาง

“ท่านพี่มากะทันหัน มีธุระใดหรือ?”

เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนกระวนกระวาย ทำใจแข็งถามเสียงเบา

“มาคืนผ้าซับเหงื่อให้เจ้า”

จ้าวหยวนเช่อยื่นผ้าซับเหงื่อให้

นิ้วมือเรียวยาวจับผ้าสีแดงสด ยิ่งทำให้ผิวดูขาวสว่าง ข้อนิ้วประดุจหยก เส้นสายลื่นไหล เส้นเลือดสีเขียวหลังมือชัดเจน ผอมเรียวมีแรง มือของเขางามมาก ราวกับมีแรงที่ใช้ไม่มีวันหมด อีกทั้งเหมือนสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง

มือข้างนั้นเคยสอดประสานกับมือของนาง กดมือของนางไว้ข้างหมอน...

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนขึ้นมา แล้วยื่นมือไปรับผ้าซับเหงื่อที่เป็นสักขีพยานความเหลวไหลในคืนนั้นทั้งปวง

จ้าวหยวนเช่อกลับไม่ปล่อยมือ

ปลายนิ้วเจียงโย่วหนิงสั่นเล็กน้อย เพียงออกแรงดึง

ผ้าซับเหงื่อก็อยู่ในมือนาง

ชั่วขณะนั้นใบหน้าของนางร้อนมาก ในมือราวกับจับถ่านร้อนเอาไว้ อยากรีบโยนทิ้ง จึงรีบเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแล้วโยนผ้าซับเหงื่อเข้าไป

พอปิดประตูตู้ หางตาที่หันมองเห็นจ้าวหยวนเช่อยังยืนอยู่ที่เดิม

“ท่านพี่กลับไปได้แล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงเอ่ยเตือนเสียงค่อย

ฟางเฟยไปเอาอาหารในห้องครัว ถ้าจ้าวหยวนเช่อยังไม่ไป ฟางเฟยกลับมาจะเห็นเข้า

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

“ทายา”

จ้าวหยวนเช่อเดินเข้าไปใกล้ แล้วผายมือให้นาง

ยังเป็นกล่องยาหยกขาวใบเดิม

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก ไม่ปฏิเสธ นางคว้ากล่องยามาแล้วเดินตรงไปหลังฉากกั้น

หากนางไม่ยอมทายา เขาคงต้องลงมือเองอีก

เขาทำได้แน่นอน

อีกอย่างยานี่ก็ใช้ดีจริง ๆ อาการปวดของนางบรรเทาลงไม่น้อย ใช้ครั้งนี้อีกหนึ่งครั้งก็น่าจะใกล้หายแล้ว

นางทายาให้ตัวเองอย่างรวดเร็วที่สุด เดินออกมาจากหลังฉากกั้น แล้วคืนกล่องยาให้เขา

คราวนี้เขาคงไปได้แล้วกระมัง

จ้าวหยวนเช่อมองนางย้อนแสงเทียน เห็นสีหน้าเขาไม่ชัดเจน

“ท่านพี่ ข้าจะพักผ่อนแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงรวบรวมความกล้า แล้วออกปากไล่แขก

จิตใจนางว้าวุ่นไปหมด ไม่เข้าใจว่าจ้าวหยวนเช่อหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

ตอนกลางวันไปดูตัวกับหวังเยี่ยนหลิง กลางคืนกลับมาหานาง หรืออยากให้นางแอบเป็นภรรยานอกสมรสของเขาจริง ๆ?

“เจ้าดีขึ้นหรือยัง?”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยถามอีก

“ข้าหายดีแล้ว ต่อไปท่านพี่ไม่ต้องกังวลอีกเจ้าค่ะ”

หัวใจของเจียงโย่วหนิงเต้นแรงหนึ่งที ในน้ำเสียงคือความเด็ดขาด

น้ำเสียงของเขาไม่เย็นชาเหมือนปกติ กลับเจือเสี้ยวความอ่อนโยน

ต่อมา นางแอบส่ายหน้า จ้าวหยวนเช่อจะอ่อนโยนกับนางได้อย่างไร? นางคิดมากเกินไปแล้ว

น่าจะเข้าใจผิด

“คุณหนูสาม คุณหนูสี่ วันนี้คุณหนูของข้าไม่พบแขกเจ้าค่ะ”

ตรงประตู มีเสียงร้อนใจของฟางเฟยดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงตะลึง มองดูข้างนอก แล้วหันมองจ้าวหยวนเช่ออย่างร้อนใจ

จ้าวเชียนหัวกับจ้าวซือรุ่ยมาแล้ว ถ้าเห็นนางอยู่กับจ้าวหยวนเช่อจะอธิบายอย่างไรดี?

“ท่านมานี่”

ในช่วงคับขัน นางไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ดึงมือของจ้าวหยวนเช่อ แล้วเดินไปทางตู้เสื้อผ้า

เมื่อมือถูกมือที่อ่อนนุ่มละเอียดจับไว้แน่น นุ่มๆ เย็นๆ เหมือนก้อนเมฆ นิ้วมือเรียวเล็กจนทำใจออกแรงบีบไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

นี่เป็นครั้งแรกที่นาง เป็นฝ่ายจับมือของเขา

ร่างจ้าวหยวนเช่อแข็งเล็กน้อย แขนเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ อยู่ในท่าเดิม ไม่กล้าขยับเขยื้อนสักนิด

“รีบเข้าไปสิ”

เจียงโย่วหนิงลนลานแตกตื่น มัวแต่ยัดจ้าวหยวนเช่อเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

ไม่มีเวลาสนใจความรู้สึกของเขา ยิ่งไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน

แต่เขาตัวสูงเกินไป

ขณะชุลมุน นางดันจนหัวของเขาไปชนกับตู้

จ้าวหยวนเช่อกลืนคำว่าอย่ากลัวกลับเข้าไปเงียบ ๆ ทำตามนางโดยการก้มตัวมุดเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

“ท่านไม่เป็นไรนะ?”

เจียงโย่วหนิงรีบนวดหน้าผากเขาอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้นางไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ทำตามสัญชาตญาณล้วน ๆ

“กลัวขนาดนี้เชียว?”

จ้าวหยวนเช่ออยู่ในตู้เสื้อผ้า ช้อนดวงตาดำขลับมองนาง

“ย่อมต้องกลัวสิ ข้าไม่ใช่ท่านนะ”

เจียงโย่วหนิงรีบปิดประตูตู้เสื้อผ้าดังปัง แล้วเดินออกไปข้างนอก

เขาย่อมไม่กลัวแน่นอน บุตรชายคนโตของเจิ้นกั๋วกง ท่านซื่อจื่อ ท่านผู้บัญชาการสามเหล่าทัพ บัดนี้ยังเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นความภาคภูมิใจของทั้งวงศ์ตระกูล

ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา จวนเจิ้นกั๋วกงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชื่อเสียงของเขา คนที่ถูกกำจัดต้องเป็นนางเท่านั้น

เมื่อประตูตู้ปิดลง

ในความมืด จ้าวหยวนเช่อยกมือที่ถูกนางจูงขึ้นมา สัมผัสหน้าผากที่นางนวดให้เมื่อครู่

ขณะเจียงโย่วหนิงเปิดประตู ก็เห็นจ้าวเชียนหัวยกมือกำลังจะผลักประตู โดยมีจ้าวซือรุ่ยตามติดอยู่ข้างหลัง

“เจียงโย่วหนิง เจ้ายังกล้าออกมาหรือ? อาศัยว่าพี่ใหญ่สงสารเจ้า ก็ไปขอย้ายมาพักที่เรือนฝูหรง ไม่หัดดูบ้างว่าตัวเองมีฐานะเช่นไร อย่างเจ้าก็คู่ควรหรือ?”

จ้าวซือรุ่ยเป็นคุณหนูสี่ลูกอนุภรรยา คอยเอาใจจ้าวเชียนหัวมาตลอด และเป็นลูกน้องหมายเลขหนึ่งของจ้าวเชียนหัว

เมื่อเห็นเจียงโย่วหนิงเปิดประตู จึงเอ่ยปากอย่างไม่เกรงใจ

รูปร่างนางอวบอิ่ม สองแก้มมีพวงเนื้อ หน้าตาซื่อบื้อ ความจริงฉลาด

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปาก

“หากท่านคู่ควร แล้วทำไมฮูหยินกั๋วกงถึงไม่ให้ท่านย้ายมาพักล่ะ?”

ไม่รู้ฟู่อวี้กลับมาตั้งแต่เมื่อใด เดินเข้ามาแล้วตอบจ้าวซือรุ่ยกลับไปอย่างไม่เกรงใจ

เจียงโย่วหนิงกับฟางเฟยมองนางอย่างตะลึง

ก่อนหน้านี้ ฟู่อวี้ไม่เคยปกป้องเจียงโย่วหนิงมาก่อน

ช่วงนี้นางดูผิดปกติมากเกินไปแล้ว

จ้าวซือรุ่ยอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะชี้ฟู่อวี้ด่าอย่างโมโห “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เชื่อหรือไม่ว่าข้า...”

ก่อนหน้านี้เหน็บแนมเจียงโย่วหนิง สาวใช้ผู้นี้ทำตัวอย่างมนุษย์ล่องหน วันนี้กินอะไรผิดสำแดงหรือ? ถึงได้กล้าพูดจากับนางเช่นนี้

“หุบปาก!”

จ้าวเชียนหัวพูดขัดนาง แล้วมองเจียงโย่วหนิงอย่างสงสัย พร้อมเข้าไปใกล้แล้วสูดดม

นางสวมใส่หรูหรา ดวงตาเรียวโตจมูกเล็กเชิด หน้าตางดงามน่ารัก นิสัยกลับถูกนางหานตามใจจนเสียคน

จ้าวซือรุ่ยไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งนาง จึงได้แต่ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วถลึงตาใส่ฟู่อวี้อย่างแรง ฝืนกลืนความโกรธทั้งหมดกลับไป

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว จ้าวเชียนหัวดมอะไร?

“ทำไมบนตัวเจ้าถึงมีกลิ่นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์?”

จ้าวเชียนหัวสำรวจเจียงโย่วหนิง นางจำกลิ่นหอมของยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ได้แม่นยำ

ตอนอายุสิบสองปี นางออกไปเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิ ไม่ระวังจึงหกล้มจนเสียโฉม บนใบหน้ามีรอยแผลเป็น คนที่บ้านคิดหาทุกวิถีทาง ก็ไม่สามารถกำจัดไปได้

ต่อมาท่านแม่ใช้เส้นสายขอร้องไปถึงหน้าพระพักตร์ฮองเฮา ให้นางทายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์สามครั้ง แผลเป็นบนใบหน้าจึงหายไป ไม่เพียงไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้ กระทั่งเนียนผ่องกว่าเมื่อก่อน

นับแต่นั้นนางจึงจำยาทาชนิดนี้ได้แม่นยำ นั่นเป็นยาวิเศษพระราชทาน เจียงโย่วหนิงจะมีได้อย่างไร?

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

นางรู้ว่ายาทาของจ้าวหยวนเช่อเป็นของดี บรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว ใช้ไปเพียงไม่กี่ครั้งอาการของนางก็เกือบหายดีแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์อันเลื่องชื่อ

“อย่างนางมีปัญญาใช้ของพระราชทานหรือ?” จ้าวซือรุ่ยได้ยินจึงรีบกล่าวทันที “เดือนที่แล้วข้าเห็นนางออกมาจากประตูข้าง นางต้องอาศัยใบหน้าของนางไปยั่วยวนพวกขุนนางข้างนอกสักคนให้มอบให้นางแน่ เกิดมาก็หน้าตาเหมือนคนเป็นอี๋เหนียง”

นางมองเจียงโย่วหนิงอย่างโกรธแค้น เกลียดใบหน้าที่เย้ายวนมีเสน่ห์ของอีกฝ่ายที่สุด

“คุณหนูสี่ก็เกิดจากอี๋เหนียงไม่ใช่หรือ? หน้ากลมอย่างกับจาน คงอิจฉาที่คุณหนูข้าหน้าตางดงาม”

ฟู่อวี้ไม่รอเจียงโย่วหนิงเอ่ยปาก ด่ากลับไปอีกครั้ง

คำพูดแต่ละคำของนางแทงใจดำ ล้วนเป็นจุดด้อยของจ้าวซือรุ่ย

“เจ้า...” จ้าวซือรุ่ยถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างอดไม่ได้ เตรียมจะจัดการฟู่อวี้

“เงียบหน่อย” จ้าวเชียนหัวขมวดคิ้วตำหนิ

จ้าวซือรุ่ยไม่กล้าขัดคำสั่ง ได้แต่กดข่มไฟโกรธในใจเอาไว้

“เจ้าย้ายมาอยู่เรือนข้างข้า ข้าไม่พอใจมาก เดิมทีคิดจะมาไล่เจ้าไป แต่ตอนนี้ คงต้องดูท่าทีของเจ้า” จ้าวเชียนหัวหันหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ พูดกับเจียงโย่วหนิงอย่างแน่วแน่ “เจ้าจะเอายาขี้ผึ้งหยกคืนสวันต์ออกมาเอง หรือให้ข้าเข้าไปค้น?”

น้ำเสียงของนางมั่นใจจนราวกับว่ายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์เป็นของนางแล้ว

“ข้าไม่มีสิ่งที่เจ้าว่ามา”

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก ขมวดคิ้วแน่น

จ้าวเชียนหัวเอาแต่ใจ เกรงว่าคงไม่ยอมเชื่อง่าย ๆ

จ้าวเชียนหัวเองก็ไม่เสียเวลา จับโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “เด็ก ๆ เข้าไปค้น ขอแค่เป็นสิ่งที่เหมือนยาทา เอาออกมาให้ข้าทั้งหมด”

เมื่อนางออกคำสั่ง สาวใช้และบ่าวหญิงเฒ่าสิบกว่าคนก็เข้าไปในห้อง ค้นหาไปทั่ว

“หยุดนะ!”

ฟู่อวี้รีบเข้าไปขวางพวกนาง

ฟางเฟยมองจ้าวเชียนหัวแล้วโมโหมาก”คุณหนูสามทำเช่นนี้ ไม่กลัวบ่าวไปบอกท่านซื่อจื่อหรือเจ้าคะ?”

จ้าวเชียนหัวฮึดฮัด “อย่าเอาพี่ใหญ่มาข่มขู่ข้า พี่ใหญ่ปกป้องเจียงโย่วหนิง ก็เพื่อชื่อเสียงที่ดีของจวนกั๋วกงเท่านั้น ข้าต่างหากที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขา เข้าไปค้นห้องด้านใน!”

เจียงโย่วหนิงนึกถึงจ้าวหยวนเช่อในตู้เสื้อผ้า ในใจกระวนกระวายมาก รีบยื่นมือไปดึงประตูห้อง

แต่พวกนางมีคนเยอะกว่า ในไม่ช้าประตูก็ถูกผลักออก

ฟางเฟยกับฟู่อวี้ถูกจับเอาไว้

พวกสาวใช้กรูกันเข้าไป ค้นห้องที่เพิ่งจะจัดเก็บเข้าที่ในตอนค่ำจนกระจัดกระจายไปหมด

เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาสนใจพวกนั้น วิ่งไปผลักสาวใช้ที่กำลังจะเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออก แล้วยื่นสองมือขวางไว้

“ถ้าคุณหนูสามยังเสียมารยาท อย่าโทษที่ข้าจะไปขอให้ท่านพี่มาให้ความเป็นธรรม นิสัยของท่านพี่เจ้ากับข้าต่างรู้ดี เขาไม่สนใจความเป็นพี่น้อง สนแค่ความยุติธรรม”

เจียงโย่วหนิงจัดระเบียบความคิด เอ่ยปากด้วยใบหน้าเยือกเย็น ดูเหมือนใจเย็น แต่ความจริงร้อนใจจนเหงื่อแตกทั่วตัว

นางหานรักและเอ็นดูจ้าวเชียนหัวมาตลอด เจิ้นกั๋วกงไม่สนใจเรื่องในบ้าน ที่ผ่านมาจ้าวเชียนหัวไม่เกรงกลัวใคร มีเพียงคนเดียวที่เขาเกรงกลัวคือจ้าวหยวนเช่อ

หวังว่าจะขู่นางได้

จ้าวเชียนหัวจ้องตู้เสื้อผ้าหลังเจียงโย่วหนิงด้วยความลังเล

ในที่สุด นางกัดฟันกล่าว “เข้าไปค้น ก็แค่โดนขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันไม่ใช่หรือ? ใครจะไปกลัว?”

ถูกขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันแลกกับยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ คุ้มค่า

สาวใช้สามสี่คนเข้าไปจับตัวเจียงโย่วหนิง

จ้าวเชียนหัวยื่นมือไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า

“อย่านะ!”

เจียงโย่วหนิงจ้องมองมือของนางที่ยื่นออกไป วิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง

ในหัวของนางคิดแต่ว่าจ้าวหยวนเช่ออยู่ในห้องนาง ซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า

สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ไม่มีเรื่องนั้นเกิดขึ้น ก็อธิบายไม่ชัดเจน

อีกอย่างพวกนาง...

จังหวะที่ประตูตู้เปิดออก เจียงโย่วหนิงทรุดนั่งลงกับพื้น

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 424

    ไม่ใช่ว่าชอบจูบอาหนิงของเขาหรืออย่างไร?ไฉนจึงไม่จูบต่อเล่า?คนในมือของพี่สะใภ้องค์รัชทายาทผู้นี้มีไม่น้อย จู่โจมเข้ามาพร้อมกันมากมายเพียงนี้ มากพอที่จะทำให้จ้าวหยวนเช่อต้องรับมือไปพักใหญ่เลยทีเดียวจ้าวหยวนเช่อมีวรยุทธ์ล้ำเลิศแม้จะต้องคอยปกป้องเจียงโย่วหนิงที่อยู่เบื้องหลัง ทว่าคนทั้งเจ็ดแปดคนนั้นก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดีผ่านไปเพียงชั่วจิบชา ก็มีคนล้มลงไปแล้วสองสามคน“ร้ายกาจไม่เบา ข้าจะไปลองเชิงเขาสักหน่อย”เซี่ยหวยอวี่ดึงผ้าคาดสีดำที่ห้อยอยู่ตรงอกขึ้นมาปิดบังใบหน้า“องค์ชาย ข้าน้อยพากำลังคนไปเองก็พอแล้วขอรับ ท่านอย่าไปเลย อันตรายเกินไป!”หนานเฟิงรีบดึงเขาเอาไว้ กระบี่ไร้ตา เขาไม่กล้าปล่อยให้องค์ชายของตนไปเสี่ยงอันตรายเป็นแน่เขาสวมผ้าปิดหน้าสีดำเช่นเดียวกัน การแต่งกายล้วนดูไม่ต่างจากกลุ่มคนที่กำลังลงมือกับจ้าวหยวนเช่อเลยแม้แต่น้อยระหว่างที่จ้าวหยวนเช่อกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับคนกลุ่มนั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นอีกสี่คนถืออาวุธแหลมคมพุ่งเข้ามาร่วมวงต่อสู้เจียงโย่วหนิงหลบอยู่ด้านหลังจ้าวหยวนเช่อ นางเห็นเพียงคมมีดปลิวว่อนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเตะจมูกน

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 423

    “ข้าทำเอง…”ร่างของเจียงโย่วหนิงเกร็งเขม็ง นางยกมือขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ หมายจะผลักเขาออกไปจ้าวหยวนเช่อพลันก้มศีรษะลงมา ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากของนางแผ่วเบา“ข้าจะให้ชิงหลิวพาคนจำนวนหนึ่งมาคอยคุ้มกันเจ้าอยู่ที่ตีนเขา เจ้าอย่าได้เดินเพ่นพ่านไปทั่ว”เขากำชับนาง“ไม่เป็นไร ข้าอยู่คนเดียวได้”เจียงโย่วหนิงเบือนใบหน้าที่แดงก่ำหนี เอ่ยปฏิเสธเสียงเบาเรื่องของเหมืองแร่มิใช่เรื่องเล็กน้อยคนขององค์รัชทายาทย่อมต้องทุ่มสุดกำลัง และต่อสู้อย่างถวายหัวเป็นแน่เดิมทีกำลังคนข้างกายจ้าวหยวนเช่อก็มีไม่มากพออยู่แล้ว หากนางยังแบ่งตัวชิงหลิวมาอีก เขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายหลายวันมานี้ พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันทุกวันทว่าเขากลับไม่เคยแสดงท่าทีใกล้ชิดกับนางถึงเพียงนี้มาก่อนบัดนี้เมื่อถึงคราวต้องแยกจากกัน เขากลับจุมพิตนางกะทันหัน นี่... นี่แปลว่าเขาก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์เหมือนนางอย่างนั้นหรือ?เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นางก็ส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่านไปไกลจะเป็นไปได้อย่างไร?ในเมื่อทุกถ้อยคำของเขาล้วนมีแต่ซูอวิ๋นชิงเซี่ยหวยอวี่คาบก้านหญ้าเส้นเล็กไว้ในปาก เร้นกายอยู่หลังพุ่มไม้ เขา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 422

    เสียงนั้นคล้ายกับเสียงร้องของนกชนิดใดชนิดหนึ่ง แหลมเล็กจนสามารถดังกังวานออกไปได้ไกลลิบเจียงโย่วหนิงกินเนื้อกระต่ายตากแห้งหมดไปสองชิ้น ชิงเจี้ยนก็มาถึงพอดี“นายท่าน คุณหนู”ชิงเจี้ยนประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม“ยามค่ำคืนหากแนบหูฟังที่โขดหิน จะได้ยินเสียงเคาะสะท้อนมา เหมืองแร่ไม่น่าจะอยู่ไกลจากที่นี่นัก” จ้าวหยวนเช่อเอ่ยสั่งการเขาโดยตรง “เจ้าจงนำคนตามรอยเสียงนั้นไปสืบดูเถิด ว่าเหมืองแร่นั้นอยู่ที่ใดกันแน่ ภายในมีสถานการณ์เป็นเช่นไร หากได้เบาะแสให้รีบมารายงานทันที นอกจากนี้จงส่งสาส์นกลับไปกราบทูลฝ่าบาทถึงเรื่องราวทางนี้ เพื่อให้พระองค์ทรงส่งกำลังคนมาเพิ่ม”มังกรที่ว่าเก่งกาจ ก็ยังไม่อาจข่มงูเจ้าถิ่นได้กำลังคนที่เขาพามาด้วยนั้นมีไม่เพียงพอ“ขอรับ”ชิงเจี้ยนก้มหน้ารับคำ ก่อนที่ร่างจะเร้นกายหายลับเข้าไปในพงไพรในชั่วพริบตาช่วงหลายวันหลังจากนั้น จ้าวหยวนเช่อพาเจียงโย่วหนิงเดินลัดเลาะไปตามหุบเขา คอยสอนนางยิงธนูและล่าสัตว์อยู่เสมอเจียงโย่วหนิงเองก็โยนความกลัดกลุ้มทิ้งไปชั่วคราว และเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาเหล่านั้นกระทั่งถึงยามโพล้เพล้ของวันหนึ่ง“มือยังเจ็บอยู่หรือไม่?”จ้าวหยวนเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 421

    ยามที่นางกำลังง่วนอยู่กับงาน เขาก็นำกิ่งไม้สดมาปิดบังปากถ้ำเอาไว้เรียบร้อยแล้ว“นอนเถิด พรุ่งนี้เช้าก็ดีขึ้นแล้ว”จ้าวหยวนเช่อนั่งพิงผนังถ้ำ ด้านล่างปูรองด้วยใบไม้อ่อนนุ่ม ก่อนจะส่งสายตาเรียกให้นางเข้าไปหาเจียงโย่วหนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าสุดท้ายก็ยอมเดินเข้าไปนั่งพิงแนบชิดข้างกายเขาภายในใจนางนึกค่อนขอดตนเองพอเขาเรียกนางก็รีบมา ช่างไม่เอาไหนเลยจริง ๆทว่าเมื่ออยู่กลางป่าเขาเยี่ยงนี้ หากไม่ได้อิงแอบเขา นางก็มิกล้าข่มตาหลับลงเลยแม้แต่น้อยจ้าวหยวนเช่อวาดวงแขนโอบกอดนางเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วพานางล้มตัวลงนอนนางหนุนท่อนแขนของเขา สัมผัสได้ว่าเขานำเสื้อคลุมตัวนอกมาห่มคลุมร่างกายนางไว้เจียงโย่วหนิงหลับตาลงอย่างช้า ๆข้างหูแว่วเพียงเสียงกองไฟแตกปะทุแผ่วเบาผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเขา บรรยากาศช่างเงียบสงบและอบอุ่นภาพบรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางแม้แต่ในความฝันก็ยังมิกล้าคิดฝัน ทว่าบัดนี้กลับเกิดขึ้นจริงเสียแล้วนางถึงขั้นเกิดความคิดเพ้อฝันขึ้นมาวูบหนึ่งหากกาลเวลาสามารถหยุดนิ่งอยู่เพียงชั่วขณะนี้ ให้พวกเขาสองคนได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในป่าเขานี้ตลอดไป มิต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 420

    “อร่อยหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อถือไก่ป่าส่วนที่เหลือเอาไว้ในมือ ทว่ายังไม่ได้กิน“หอมยิ่งนัก ท่านก็กินด้วยสิ”เจียงโย่วหนิงหรี่นัยน์ตาคู่สวยลง มุมปากเปื้อนคราบน้ำมันเล็กน้อย ดูราวกับลูกแมวน้อยที่เพิ่งได้กินปลาจ้าวหยวนเช่อยกมือขึ้นเช็ดมุมปากให้นาง ก่อนจะฉีกเนื้อไก่ชิ้นหนึ่งเข้าปากตัวเองเมื่อเจียงโย่วหนิงกินน่องไก่หมดไปหนึ่งน่อง จ้าวหยวนเช่อก็ฉีกน่องไก่อีกชิ้นส่งให้นาง“ชิ้นนี้ท่านกินเถิด”เจียงโย่วหนิงรู้สึกเกรงใจอยู่บ้างไก่ป่าตัวหนึ่งมีเพียงสองน่อง นางจะกินคนเดียวหมดได้อย่างไร?จ้าวหยวนเช่อไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงแค่ยัดน่องไก่ใส่มือนาง“เช่นนั้นข้ากินแล้วนะ?”เจียงโย่วหนิงจ้องมองเขาด้วยนัยน์ตาสีดำขลับที่เป็นประกายวาววับจ้าวหยวนเช่อพยักหน้ารับจากนั้นก็ยื่นปีกไก่ทั้งสองชิ้นให้นางไปพร้อมกัน“ข้ากินเยอะถึงเพียงนี้ไม่ไหวหรอก”เจียงโย่วหนิงเอ่ยปฏิเสธ“กินเสียเถิด ประเดี๋ยวจะได้มีแรงไปจัดการเจ้านั่น”จ้าวหยวนเช่อฉีกเนื้อที่ติดอยู่บนโครงไก่ พลางเชิดคางไปทางปากถ้ำกระต่ายป่าที่ล่ามาได้เมื่อช่วงเช้า ถูกวางทิ้งเอาไว้ตรงนั้น“ท่านจะให้ข้าจัดการเจ้านั่นหรือ?”เจียงโย่วหนิงอดไม่ได้ท

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 419

    ยามค่ำคืน ภายในถ้ำเจียงโย่วหนิงเก็บฟืนกลับมา หลังจากฝึกฝนอยู่หลายวัน นางก็สามารถหาฟืนและก่อไฟได้อย่างคล่องแคล่วแล้วไม่นานนัก กองไฟก็ส่งเสียงดังเป๊าะแป๊ะ นางนั่งยอง ๆ อยู่ด้านข้างพลางเติมฟืนเข้าไป“ต้มน้ำร้อน”จ้าวหยวนเช่อหิ้วไก่ป่าที่ล่ามาได้เมื่อตอนกลางวันเดินเข้ามา พร้อมกับเอ่ยสั่งนางประโยคหนึ่งเจียงโย่วหนิงต้มน้ำร้อนอย่างว่าง่ายนางนั่งยอง ๆ อยู่ด้านข้าง มองดูเขานำไก่ป่าไปลวกน้ำร้อน ก่อนจะถอนขนไก่ออกอย่างชำนาญจากนั้นก็หยิบมีดสั้นออกมาแล่เนื้อ ล้างทำความสะอาดให้หมดจด แล้วใช้กิ่งไม้เสียบย่างไว้เหนือกองไฟ“เจ้ามาทำ”จ้าวหยวนเช่อยื่นกิ่งไม้ที่เสียบไก่ป่าส่งให้นางนัยน์ตาของเจียงโย่วหนิงเป็นประกายระยิบระยับ เมื่อครู่นั่งมองอยู่ด้านข้าง นางก็รู้สึกอยากจะลองทำดูเต็มทีแล้วนางคิดมาตลอดว่าการย่างไก่ป่านั้นไม่ยาก แค่คอยหมุนไม้พลิกไปมาบนกองไฟ นางย่อมทำได้ดีอย่างแน่นอนพอรับกิ่งไม้มาจากมือของจ้าวหยวนเช่อ นางก็อดไม่ได้ที่จะโค้งดวงตาลงอย่างอารมณ์ดี“หมุนเช่นนี้” จ้าวหยวนเช่อกุมมือนางไว้ พาหมุนด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ “ความเร็วอย่าให้เร็วหรือช้าจนเกินไป หากเร็วไปข้างนอกจะไหม้แต่ข้า

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 3

    เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status