Share

บทที่ 7

Penulis: มู่เฉิงซินสวี่
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว

“เข้ามา”

จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนาง

เจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียงค่อย “ท่านพี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ?”

นางแค่ไปป้อนโจ๊กให้อู๋มามาครึ่งถ้วยเท่านั้น กลับมาเขาก็อยู่นี่แล้ว

ไม่ได้ทานอาหารเย็นกับคุณหนูสามสกุลหวังข้างนอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อเดินไปปิดประตู

เจียงโย่วหนิงถอยหลังสองก้าว อยู่ให้ห่างจากเขา ก้มหน้าไม่มองอีกฝ่าย

จ้าวหยวนเช่อมองนางสักครู่ ถึงเอ่ยถาม “มือหายดีแล้วหรือ?”

“หายแล้วเจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงตอบสั้นกระชับ

แผลน้ำร้อนลวกของนางไม่รุนแรง ยาทาน้ำร้อนลวกก็ใช้ทันเวลา จึงไม่ทิ้งร่องรอยใดเอาไว้

จ้าวหยวนเช่อไม่ว่าอะไร เพียงมองนาง

“ท่านพี่มากะทันหัน มีธุระใดหรือ?”

เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนกระวนกระวาย ทำใจแข็งถามเสียงเบา

“มาคืนผ้าซับเหงื่อให้เจ้า”

จ้าวหยวนเช่อยื่นผ้าซับเหงื่อให้

นิ้วมือเรียวยาวจับผ้าสีแดงสด ยิ่งทำให้ผิวดูขาวสว่าง ข้อนิ้วประดุจหยก เส้นสายลื่นไหล เส้นเลือดสีเขียวหลังมือชัดเจน ผอมเรียวมีแรง มือของเขางามมาก ราวกับมีแรงที่ใช้ไม่มีวันหมด อีกทั้งเหมือนสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง

มือข้างนั้นเคยสอดประสานกับมือของนาง กดมือของนางไว้ข้างหมอน...

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนขึ้นมา แล้วยื่นมือไปรับผ้าซับเหงื่อที่เป็นสักขีพยานความเหลวไหลในคืนนั้นทั้งปวง

จ้าวหยวนเช่อกลับไม่ปล่อยมือ

ปลายนิ้วเจียงโย่วหนิงสั่นเล็กน้อย เพียงออกแรงดึง

ผ้าซับเหงื่อก็อยู่ในมือนาง

ชั่วขณะนั้นใบหน้าของนางร้อนมาก ในมือราวกับจับถ่านร้อนเอาไว้ อยากรีบโยนทิ้ง จึงรีบเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแล้วโยนผ้าซับเหงื่อเข้าไป

พอปิดประตูตู้ หางตาที่หันมองเห็นจ้าวหยวนเช่อยังยืนอยู่ที่เดิม

“ท่านพี่กลับไปได้แล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงเอ่ยเตือนเสียงค่อย

ฟางเฟยไปเอาอาหารในห้องครัว ถ้าจ้าวหยวนเช่อยังไม่ไป ฟางเฟยกลับมาจะเห็นเข้า

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

“ทายา”

จ้าวหยวนเช่อเดินเข้าไปใกล้ แล้วผายมือให้นาง

ยังเป็นกล่องยาหยกขาวใบเดิม

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก ไม่ปฏิเสธ นางคว้ากล่องยามาแล้วเดินตรงไปหลังฉากกั้น

หากนางไม่ยอมทายา เขาคงต้องลงมือเองอีก

เขาทำได้แน่นอน

อีกอย่างยานี่ก็ใช้ดีจริง ๆ อาการปวดของนางบรรเทาลงไม่น้อย ใช้ครั้งนี้อีกหนึ่งครั้งก็น่าจะใกล้หายแล้ว

นางทายาให้ตัวเองอย่างรวดเร็วที่สุด เดินออกมาจากหลังฉากกั้น แล้วคืนกล่องยาให้เขา

คราวนี้เขาคงไปได้แล้วกระมัง

จ้าวหยวนเช่อมองนางย้อนแสงเทียน เห็นสีหน้าเขาไม่ชัดเจน

“ท่านพี่ ข้าจะพักผ่อนแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงรวบรวมความกล้า แล้วออกปากไล่แขก

จิตใจนางว้าวุ่นไปหมด ไม่เข้าใจว่าจ้าวหยวนเช่อหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

ตอนกลางวันไปดูตัวกับหวังเยี่ยนหลิง กลางคืนกลับมาหานาง หรืออยากให้นางแอบเป็นภรรยานอกสมรสของเขาจริง ๆ?

“เจ้าดีขึ้นหรือยัง?”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยถามอีก

“ข้าหายดีแล้ว ต่อไปท่านพี่ไม่ต้องกังวลอีกเจ้าค่ะ”

หัวใจของเจียงโย่วหนิงเต้นแรงหนึ่งที ในน้ำเสียงคือความเด็ดขาด

น้ำเสียงของเขาไม่เย็นชาเหมือนปกติ กลับเจือเสี้ยวความอ่อนโยน

ต่อมา นางแอบส่ายหน้า จ้าวหยวนเช่อจะอ่อนโยนกับนางได้อย่างไร? นางคิดมากเกินไปแล้ว

น่าจะเข้าใจผิด

“คุณหนูสาม คุณหนูสี่ วันนี้คุณหนูของข้าไม่พบแขกเจ้าค่ะ”

ตรงประตู มีเสียงร้อนใจของฟางเฟยดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงตะลึง มองดูข้างนอก แล้วหันมองจ้าวหยวนเช่ออย่างร้อนใจ

จ้าวเชียนหัวกับจ้าวซือรุ่ยมาแล้ว ถ้าเห็นนางอยู่กับจ้าวหยวนเช่อจะอธิบายอย่างไรดี?

“ท่านมานี่”

ในช่วงคับขัน นางไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ดึงมือของจ้าวหยวนเช่อ แล้วเดินไปทางตู้เสื้อผ้า

เมื่อมือถูกมือที่อ่อนนุ่มละเอียดจับไว้แน่น นุ่มๆ เย็นๆ เหมือนก้อนเมฆ นิ้วมือเรียวเล็กจนทำใจออกแรงบีบไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

นี่เป็นครั้งแรกที่นาง เป็นฝ่ายจับมือของเขา

ร่างจ้าวหยวนเช่อแข็งเล็กน้อย แขนเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ อยู่ในท่าเดิม ไม่กล้าขยับเขยื้อนสักนิด

“รีบเข้าไปสิ”

เจียงโย่วหนิงลนลานแตกตื่น มัวแต่ยัดจ้าวหยวนเช่อเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

ไม่มีเวลาสนใจความรู้สึกของเขา ยิ่งไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน

แต่เขาตัวสูงเกินไป

ขณะชุลมุน นางดันจนหัวของเขาไปชนกับตู้

จ้าวหยวนเช่อกลืนคำว่าอย่ากลัวกลับเข้าไปเงียบ ๆ ทำตามนางโดยการก้มตัวมุดเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

“ท่านไม่เป็นไรนะ?”

เจียงโย่วหนิงรีบนวดหน้าผากเขาอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้นางไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ทำตามสัญชาตญาณล้วน ๆ

“กลัวขนาดนี้เชียว?”

จ้าวหยวนเช่ออยู่ในตู้เสื้อผ้า ช้อนดวงตาดำขลับมองนาง

“ย่อมต้องกลัวสิ ข้าไม่ใช่ท่านนะ”

เจียงโย่วหนิงรีบปิดประตูตู้เสื้อผ้าดังปัง แล้วเดินออกไปข้างนอก

เขาย่อมไม่กลัวแน่นอน บุตรชายคนโตของเจิ้นกั๋วกง ท่านซื่อจื่อ ท่านผู้บัญชาการสามเหล่าทัพ บัดนี้ยังเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นความภาคภูมิใจของทั้งวงศ์ตระกูล

ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา จวนเจิ้นกั๋วกงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชื่อเสียงของเขา คนที่ถูกกำจัดต้องเป็นนางเท่านั้น

เมื่อประตูตู้ปิดลง

ในความมืด จ้าวหยวนเช่อยกมือที่ถูกนางจูงขึ้นมา สัมผัสหน้าผากที่นางนวดให้เมื่อครู่

ขณะเจียงโย่วหนิงเปิดประตู ก็เห็นจ้าวเชียนหัวยกมือกำลังจะผลักประตู โดยมีจ้าวซือรุ่ยตามติดอยู่ข้างหลัง

“เจียงโย่วหนิง เจ้ายังกล้าออกมาหรือ? อาศัยว่าพี่ใหญ่สงสารเจ้า ก็ไปขอย้ายมาพักที่เรือนฝูหรง ไม่หัดดูบ้างว่าตัวเองมีฐานะเช่นไร อย่างเจ้าก็คู่ควรหรือ?”

จ้าวซือรุ่ยเป็นคุณหนูสี่ลูกอนุภรรยา คอยเอาใจจ้าวเชียนหัวมาตลอด และเป็นลูกน้องหมายเลขหนึ่งของจ้าวเชียนหัว

เมื่อเห็นเจียงโย่วหนิงเปิดประตู จึงเอ่ยปากอย่างไม่เกรงใจ

รูปร่างนางอวบอิ่ม สองแก้มมีพวงเนื้อ หน้าตาซื่อบื้อ ความจริงฉลาด

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปาก

“หากท่านคู่ควร แล้วทำไมฮูหยินกั๋วกงถึงไม่ให้ท่านย้ายมาพักล่ะ?”

ไม่รู้ฟู่อวี้กลับมาตั้งแต่เมื่อใด เดินเข้ามาแล้วตอบจ้าวซือรุ่ยกลับไปอย่างไม่เกรงใจ

เจียงโย่วหนิงกับฟางเฟยมองนางอย่างตะลึง

ก่อนหน้านี้ ฟู่อวี้ไม่เคยปกป้องเจียงโย่วหนิงมาก่อน

ช่วงนี้นางดูผิดปกติมากเกินไปแล้ว

จ้าวซือรุ่ยอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะชี้ฟู่อวี้ด่าอย่างโมโห “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เชื่อหรือไม่ว่าข้า...”

ก่อนหน้านี้เหน็บแนมเจียงโย่วหนิง สาวใช้ผู้นี้ทำตัวอย่างมนุษย์ล่องหน วันนี้กินอะไรผิดสำแดงหรือ? ถึงได้กล้าพูดจากับนางเช่นนี้

“หุบปาก!”

จ้าวเชียนหัวพูดขัดนาง แล้วมองเจียงโย่วหนิงอย่างสงสัย พร้อมเข้าไปใกล้แล้วสูดดม

นางสวมใส่หรูหรา ดวงตาเรียวโตจมูกเล็กเชิด หน้าตางดงามน่ารัก นิสัยกลับถูกนางหานตามใจจนเสียคน

จ้าวซือรุ่ยไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งนาง จึงได้แต่ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วถลึงตาใส่ฟู่อวี้อย่างแรง ฝืนกลืนความโกรธทั้งหมดกลับไป

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว จ้าวเชียนหัวดมอะไร?

“ทำไมบนตัวเจ้าถึงมีกลิ่นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์?”

จ้าวเชียนหัวสำรวจเจียงโย่วหนิง นางจำกลิ่นหอมของยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ได้แม่นยำ

ตอนอายุสิบสองปี นางออกไปเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิ ไม่ระวังจึงหกล้มจนเสียโฉม บนใบหน้ามีรอยแผลเป็น คนที่บ้านคิดหาทุกวิถีทาง ก็ไม่สามารถกำจัดไปได้

ต่อมาท่านแม่ใช้เส้นสายขอร้องไปถึงหน้าพระพักตร์ฮองเฮา ให้นางทายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์สามครั้ง แผลเป็นบนใบหน้าจึงหายไป ไม่เพียงไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้ กระทั่งเนียนผ่องกว่าเมื่อก่อน

นับแต่นั้นนางจึงจำยาทาชนิดนี้ได้แม่นยำ นั่นเป็นยาวิเศษพระราชทาน เจียงโย่วหนิงจะมีได้อย่างไร?

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

นางรู้ว่ายาทาของจ้าวหยวนเช่อเป็นของดี บรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว ใช้ไปเพียงไม่กี่ครั้งอาการของนางก็เกือบหายดีแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์อันเลื่องชื่อ

“อย่างนางมีปัญญาใช้ของพระราชทานหรือ?” จ้าวซือรุ่ยได้ยินจึงรีบกล่าวทันที “เดือนที่แล้วข้าเห็นนางออกมาจากประตูข้าง นางต้องอาศัยใบหน้าของนางไปยั่วยวนพวกขุนนางข้างนอกสักคนให้มอบให้นางแน่ เกิดมาก็หน้าตาเหมือนคนเป็นอี๋เหนียง”

นางมองเจียงโย่วหนิงอย่างโกรธแค้น เกลียดใบหน้าที่เย้ายวนมีเสน่ห์ของอีกฝ่ายที่สุด

“คุณหนูสี่ก็เกิดจากอี๋เหนียงไม่ใช่หรือ? หน้ากลมอย่างกับจาน คงอิจฉาที่คุณหนูข้าหน้าตางดงาม”

ฟู่อวี้ไม่รอเจียงโย่วหนิงเอ่ยปาก ด่ากลับไปอีกครั้ง

คำพูดแต่ละคำของนางแทงใจดำ ล้วนเป็นจุดด้อยของจ้าวซือรุ่ย

“เจ้า...” จ้าวซือรุ่ยถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างอดไม่ได้ เตรียมจะจัดการฟู่อวี้

“เงียบหน่อย” จ้าวเชียนหัวขมวดคิ้วตำหนิ

จ้าวซือรุ่ยไม่กล้าขัดคำสั่ง ได้แต่กดข่มไฟโกรธในใจเอาไว้

“เจ้าย้ายมาอยู่เรือนข้างข้า ข้าไม่พอใจมาก เดิมทีคิดจะมาไล่เจ้าไป แต่ตอนนี้ คงต้องดูท่าทีของเจ้า” จ้าวเชียนหัวหันหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ พูดกับเจียงโย่วหนิงอย่างแน่วแน่ “เจ้าจะเอายาขี้ผึ้งหยกคืนสวันต์ออกมาเอง หรือให้ข้าเข้าไปค้น?”

น้ำเสียงของนางมั่นใจจนราวกับว่ายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์เป็นของนางแล้ว

“ข้าไม่มีสิ่งที่เจ้าว่ามา”

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก ขมวดคิ้วแน่น

จ้าวเชียนหัวเอาแต่ใจ เกรงว่าคงไม่ยอมเชื่อง่าย ๆ

จ้าวเชียนหัวเองก็ไม่เสียเวลา จับโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “เด็ก ๆ เข้าไปค้น ขอแค่เป็นสิ่งที่เหมือนยาทา เอาออกมาให้ข้าทั้งหมด”

เมื่อนางออกคำสั่ง สาวใช้และบ่าวหญิงเฒ่าสิบกว่าคนก็เข้าไปในห้อง ค้นหาไปทั่ว

“หยุดนะ!”

ฟู่อวี้รีบเข้าไปขวางพวกนาง

ฟางเฟยมองจ้าวเชียนหัวแล้วโมโหมาก”คุณหนูสามทำเช่นนี้ ไม่กลัวบ่าวไปบอกท่านซื่อจื่อหรือเจ้าคะ?”

จ้าวเชียนหัวฮึดฮัด “อย่าเอาพี่ใหญ่มาข่มขู่ข้า พี่ใหญ่ปกป้องเจียงโย่วหนิง ก็เพื่อชื่อเสียงที่ดีของจวนกั๋วกงเท่านั้น ข้าต่างหากที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขา เข้าไปค้นห้องด้านใน!”

เจียงโย่วหนิงนึกถึงจ้าวหยวนเช่อในตู้เสื้อผ้า ในใจกระวนกระวายมาก รีบยื่นมือไปดึงประตูห้อง

แต่พวกนางมีคนเยอะกว่า ในไม่ช้าประตูก็ถูกผลักออก

ฟางเฟยกับฟู่อวี้ถูกจับเอาไว้

พวกสาวใช้กรูกันเข้าไป ค้นห้องที่เพิ่งจะจัดเก็บเข้าที่ในตอนค่ำจนกระจัดกระจายไปหมด

เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาสนใจพวกนั้น วิ่งไปผลักสาวใช้ที่กำลังจะเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออก แล้วยื่นสองมือขวางไว้

“ถ้าคุณหนูสามยังเสียมารยาท อย่าโทษที่ข้าจะไปขอให้ท่านพี่มาให้ความเป็นธรรม นิสัยของท่านพี่เจ้ากับข้าต่างรู้ดี เขาไม่สนใจความเป็นพี่น้อง สนแค่ความยุติธรรม”

เจียงโย่วหนิงจัดระเบียบความคิด เอ่ยปากด้วยใบหน้าเยือกเย็น ดูเหมือนใจเย็น แต่ความจริงร้อนใจจนเหงื่อแตกทั่วตัว

นางหานรักและเอ็นดูจ้าวเชียนหัวมาตลอด เจิ้นกั๋วกงไม่สนใจเรื่องในบ้าน ที่ผ่านมาจ้าวเชียนหัวไม่เกรงกลัวใคร มีเพียงคนเดียวที่เขาเกรงกลัวคือจ้าวหยวนเช่อ

หวังว่าจะขู่นางได้

จ้าวเชียนหัวจ้องตู้เสื้อผ้าหลังเจียงโย่วหนิงด้วยความลังเล

ในที่สุด นางกัดฟันกล่าว “เข้าไปค้น ก็แค่โดนขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันไม่ใช่หรือ? ใครจะไปกลัว?”

ถูกขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันแลกกับยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ คุ้มค่า

สาวใช้สามสี่คนเข้าไปจับตัวเจียงโย่วหนิง

จ้าวเชียนหัวยื่นมือไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า

“อย่านะ!”

เจียงโย่วหนิงจ้องมองมือของนางที่ยื่นออกไป วิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง

ในหัวของนางคิดแต่ว่าจ้าวหยวนเช่ออยู่ในห้องนาง ซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า

สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ไม่มีเรื่องนั้นเกิดขึ้น ก็อธิบายไม่ชัดเจน

อีกอย่างพวกนาง...

จังหวะที่ประตูตู้เปิดออก เจียงโย่วหนิงทรุดนั่งลงกับพื้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 256

    “พวกเรากินมื้อเช้ากันเถิด”เทศกาลหยวนเซียวจ้าวหยวนเช่อให้นางกินโคมหัวผักกาด ที่แท้ก็มีความหมายเช่นนี้นี่เองหากนางรู้แต่แรก ย่อมไม่มีทางกินโคมหัวผักกาดนั่นแน่ผู้ใดอยากมีลูกกับเขากัน?ช่างหน้าไม่อายเสียจริงเขาช่างน่ารังเกียจนัก ดีแต่รังแกที่นางไม่รู้ประสีประสา หลอกล่อให้นางทำเรื่องพรรค์นี้“คุณหนู ข้าทำเองเจ้าค่ะ”ฟางเฟยรีบก้าวเข้าไปรับงานในมือนางมาฟู่อวี้ก็เข้าไปช่วยด้วยอู๋มามาดึงมือเจียงโย่วหนิงเบา ๆเจียงโย่วหนิงขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “มีอันใดหรือมามา?”“ท่านคิดดีแล้วจริง ๆ หรือ ว่าจะไป?” อู๋มามาลดเสียงต่ำถามนาง“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้าอย่างแรง แววตาแน่วแน่อู๋มามาพยักหน้าเช่นกัน “ดี ที่มามายังมีเงินอยู่อีกเล็กน้อย ท่านรับไปจัดการเถิด”“มามา เงินของท่านท่านเก็บไว้ก่อนเถิด หากข้าไม่พอใช้แล้วค่อยมาเอาที่ท่าน”เจียงโย่วหนิงรั้งตัวนางไว้อู๋มามาจะมีเงินสักเท่าไรกันเชียว? ก็แค่เบี้ยหวัดรายเดือนเมื่อหลายปีก่อน และเป็นส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อตัวนางทั้งสิ้นนางทำใจหยิบฉวยเงินของอู๋มามาไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็ได้ หากท่านไม่พอใช้ก็บอกข้า”อู๋มามามองนา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 255

    ……เรือนราคาถูกหลังนี้ อิฐสีเขียวล้วนซีดจางลงไปหมดแล้วอู๋มามากำลังอาบแดดอยู่ริมกำแพง พลางพูดคุยกับหญิงชราเพื่อนบ้านอีกสองสามคนดูเหมือนพวกนางจะพูดคุยถึงเรื่องน่ายินดีอันใดสักอย่าง จึงพากันหัวเราะร่วนขึ้นมาพร้อมกัน“มามา”เจียงโย่วหนิงร้องทักทายขึ้นประโยคหนึ่งเมื่อเห็นว่าอู๋มามามีสีหน้าแดงปลั่งเปล่งปลั่ง กิริยาวาจากระฉับกระเฉงกว่าแต่ก่อนมาก ในใจก็ปลาบปลื้มยิ่งนักร่างกายของมามาฟื้นฟูขึ้นไม่น้อย เช่นนี้ยามที่พวกนางจากไปก็จะสะดวกขึ้นบ้าง“โอ้!”อู๋มามาเห็นนางก็รีบหยัดกายลุกขึ้นนางมิกล้าเอ่ยเรียกเปิดเผยฐานะของอีกฝ่าย จึงหันไปเอ่ยทักทายหญิงชราเหล่านั้น แล้วเดินเข้าไปจูงมือเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปในเรือน“มามา ยามนี้ท่านเดินได้เร็วมากแล้ว”เจียงโย่วหนิงทั้งประหลาดใจและดีใจ นางควงแขนอีกฝ่ายเอาไว้อู๋มามาฟื้นตัวได้ดีกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก“มิใช่เพราะท่านดูแลเป็นอย่างดีหรอกหรือ? ท่านหมอจางยังแวะเวียนมาฝังเข็มให้ข้าอยู่บ่อย ๆ ยามนี้ดีขึ้นมากแล้ว” อู๋มามาจูงมือนางเข้าไปในเรือน “รีบนั่งลงเถิด เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ได้เล่าเจ้าคะ?”“ข้ามาเยี่ยมท่าน” เจียงโย่วหนิงนั่งลงเคียงข้างนาง “

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 254

    “วันนี้คุณหนูจะไปเยี่ยมอู๋มามาหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยประหลาดใจ นางเหลียวมองออกไปด้านนอกแล้วลดเสียงลงเอ่ยว่า “มิใช่ว่าท่านซื่อจื่อส่งคนมาเฝ้าอยู่หน้าประตูหรือเจ้าคะ?”นางรู้ถึงแผนการของคุณหนูมาโดยตลอด อีกทั้งยังสนับสนุนให้คุณหนูจากจวนเจิ้นกั๋วกงไปให้ไกลจากเมืองหลวงซื่อจื่อเป็นคนดีทว่าคุณหนูจะติดตามเขาไปอย่างไร้สถานะเช่นนี้มิได้อีกอย่าง ความสัมพันธ์ของพวกเขาตามผังตระกูล หากยังคงพัวพันกันต่อไปย่อมไม่มีจุดจบที่ดีแน่มิสู้จากไปเสียให้พ้น เจ็บสั้นดีกว่าเจ็บยาว“เมื่อวานข้าขอร้องเขาแล้ว” เจียงโย่วหนิงนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วหลุบตาลง ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “เขาบอกว่าจะให้ข้ายืมคน ข้าเพียงส่งพวกเขาออกไปทำธุระก็พอแล้ว”นางมิได้พบอู๋มามาหลายวันแล้ว ในใจนึกเป็นห่วงยิ่งนักวันนี้ประจวบเหมาะได้ส่งคนของจ้าวหยวนเช่อออกไปทำงานจนหมด นางจึงไปเยี่ยมอู๋มามาได้“เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ” ฟางเฟยยิ้ม “ข้าจะไปกับคุณหนูด้วย”เมื่อนางแต่งกายเรียบร้อย นายบ่าวทั้งสองก็พากันเดินออกจากห้องไปฟู่อวี้รออยู่ใต้ระเบียง พอเห็นนางก็รีบย่อกายทำความเคารพ “คุณหนู”คนทั้งสี่ที่อยู่ด้านนอกระเบียงต่างทำความเคารพพร้อมเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 253

    เจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะเหลียวมองออกไปด้านนอกในยามปกติ ชิงเจี้ยนมิได้ร้อนรนถึงเพียงนี้ นี่ก็เร่งเร้ามาสองคราแล้ว ด้านหน้าคงมิใช่มีเรื่องด่วนอันใดรอให้เขาไปจัดการกระมัง?“รอประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตอบกลับชิงเจี้ยนไปประโยคหนึ่ง สายตาพลันตกลงบนร่างของนางอีกครา“เจ้ารู้หรือไม่ว่าสถานการณ์ในโรงรับจำนำยามนี้เป็นเช่นไร?”เขาเอ่ยถามนางเสียงเบา“ไม่รู้เจ้าค่ะ รู้เพียงว่ามีพนักงานสามคน ผู้ประเมินราคาหนึ่งคน และยังมีคนทำบัญชีอีกหนึ่งคน คนทำบัญชีแม่นางหลิ่วกับท่านแม่คือ... นางเป็นคนของท่านแม่”ยามเอ่ยถึงนางหาน นางรู้สึกลังเลอยู่บ้าง ทว่าก็ยังคงเอ่ยออกมาจ้าวหยวนเช่อก็ใช่ว่าจะไม่รู้หากนางปิดบัง ซ้ำร้ายจะยิ่งอธิบายให้กระจ่างมิได้“หากกล่าวถึงคนเหล่านี้ เจ้าคิดว่าเป็นผู้ใดที่ขัดขวางมิให้เจ้าสืบเรื่องนี้?”จ้าวหยวนเช่อช่วยจัดปอยผมให้นาง พลางเอ่ยชี้แนะอย่างใจเย็นเจียงโย่วหนิงกะพริบตา ครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “คือแม่นางหลิ่วเจ้าค่ะ ข้ากลัวว่าหากผลีผลามไปสืบสาว จะเป็นการทำให้ศัตรูไหวตัวทัน จนพาลสืบอันใดมิได้เลย”“อืม” จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า “พักเรื่องแม่นางหลิ่วไว้ก่อน เจ้าคิดว่าคนอื่น ๆ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 252

    เหตุใดเขามักจะจดจำได้ทุกครา! พอจุมพิตนาง มือไม้ก็เริ่มอยู่ไม่สุขขึ้นมาทันทีจ้าวหยวนเช่อเม้มริมฝีปาก แผงอกกระเพื่อมไหวเล็กน้อย นิ้วมือม้วนงอเข้าหากัน ลูบไล้ความนุ่มนวลหอมกรุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้วราวกับหยกอุ่น“พอหรือยัง?”เจียงโย่วหนิงจัดระเบียบชายเสื้อผ้า พลางเอ่ยถามเขาเสียงเบา“อืม”จ้าวหยวนเช่อขานรับคำหนึ่งเจียงโย่วหนิงกำลังจะเอ่ยปากทว่าด้านนอกพลันมีเสียงของชิงเจี้ยนดังขึ้น “นายท่าน ด้านหน้ากำลังรอท่านอยู่นะขอรับ”จ้าวหยวนเช่อมิได้ตอบกลับไปสายตาของเขาจับจ้องลงบนใบหน้าของเจียงโย่วหนิงอีกครา ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำบนริมฝีปากให้นาง พลางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “พวกเขาทั้งสี่คน ล้วนฟังคำสั่งเจ้า”เขากล่าวจบ ก็เตรียมจะลุกขึ้นและปล่อยตัวนางลง“ท่านอย่าเพิ่งไป!”ท่อนแขนเรียวเล็กของเจียงโย่วหนิงสวมกอดลำคอของเขาไว้แน่น โผเข้าสู่อ้อมอกของเขา ไม่ยอมให้เขาจากไปนางยังมีเรื่องที่เอ่ยถามไม่หมดมีเพียงลูกน้องแล้วจะไปมีประโยชน์อันใด? นางไม่รู้จะลงมือเช่นไร ยังคงต้องถามเขา ว่าสมควรเริ่มต้นจากที่ใดหากพึ่งพาเพียงตัวนางเอง คงต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะคิดหาวิธีได้ นางมิอาจปล่อยให้ล่าช้าไ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 251

    แพขนตาดำขลับของเจียงโย่วหนิงสั่นระริกแผ่วเบา นัยน์ตาดำขลับมีหยาดน้ำคลอหน่วย ราวกับถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก จ้องมองเขาด้วยแววตาพร่ามัวปลายนิ้วของเขาที่มีรอยด้านบาง ๆ ลูบไล้ลงบนริมฝีปากจนก่อให้เกิดความรู้สึกคันยุบยิบ ความรู้สึกชาซ่านทำให้นางเผลอเกร็งเรือนร่างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวนางปัดมือของเขาออกไปตามสัญชาตญาณจ้าวหยวนเช่อจ้องมองนางด้วยแววตาลึกล้ำเจียงโย่วหนิงเงยหน้าขึ้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาภายในแววตาดำขลับกระจ่างใสคู่นั้นสะท้อนภาพของนางที่กำลังหน้าแดงซ่านและกระวนกระวายใจนางเบือนหน้าหลบสายตาเขาอย่างลุกลี้ลุกลน หัวใจเต้นกระหน่ำระรัว ราวกับว่าวินาทีต่อมามันจะทะลุหลุดออกมานอกร่างอันที่จริง นางรู้ดีว่ายามนี้ตนเองสมควรทำสิ่งใดนั่นคือการเป็นฝ่ายริเริ่มจุมพิตเขามิใช่เพียงการประทับริมฝีปากลงบนมุมปากของเขาอย่างแผ่วเบาดุจสองคราก่อน แต่เป็นการจุมพิตอย่างดูดดื่มลึกซึ้ง เฉกเช่นที่เขาเคยกระทำต่อนางทว่านางกลับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเช่นไรดีที่ผ่านมาล้วนเป็นเขาที่เป็นฝ่ายริเริ่ม นางไม่สันทัดเรื่องพรรค์นี้เลยจริง ๆ“ช่างเถิด”จ้าวหยวนเช่อทำท่าจะลุกขึ้น“ท่านช้าก่อน”เจียงโ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 8

    “ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 6

    “เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 5

    “โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status