Share

บทที่ 7

Author: มู่เฉิงซินสวี่
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว

“เข้ามา”

จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนาง

เจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียงค่อย “ท่านพี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ?”

นางแค่ไปป้อนโจ๊กให้อู๋มามาครึ่งถ้วยเท่านั้น กลับมาเขาก็อยู่นี่แล้ว

ไม่ได้ทานอาหารเย็นกับคุณหนูสามสกุลหวังข้างนอกหรือ?

จ้าวหยวนเช่อเดินไปปิดประตู

เจียงโย่วหนิงถอยหลังสองก้าว อยู่ให้ห่างจากเขา ก้มหน้าไม่มองอีกฝ่าย

จ้าวหยวนเช่อมองนางสักครู่ ถึงเอ่ยถาม “มือหายดีแล้วหรือ?”

“หายแล้วเจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงตอบสั้นกระชับ

แผลน้ำร้อนลวกของนางไม่รุนแรง ยาทาน้ำร้อนลวกก็ใช้ทันเวลา จึงไม่ทิ้งร่องรอยใดเอาไว้

จ้าวหยวนเช่อไม่ว่าอะไร เพียงมองนาง

“ท่านพี่มากะทันหัน มีธุระใดหรือ?”

เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนกระวนกระวาย ทำใจแข็งถามเสียงเบา

“มาคืนผ้าซับเหงื่อให้เจ้า”

จ้าวหยวนเช่อยื่นผ้าซับเหงื่อให้

นิ้วมือเรียวยาวจับผ้าสีแดงสด ยิ่งทำให้ผิวดูขาวสว่าง ข้อนิ้วประดุจหยก เส้นสายลื่นไหล เส้นเลือดสีเขียวหลังมือชัดเจน ผอมเรียวมีแรง มือของเขางามมาก ราวกับมีแรงที่ใช้ไม่มีวันหมด อีกทั้งเหมือนสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง

มือข้างนั้นเคยสอดประสานกับมือของนาง กดมือของนางไว้ข้างหมอน...

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนขึ้นมา แล้วยื่นมือไปรับผ้าซับเหงื่อที่เป็นสักขีพยานความเหลวไหลในคืนนั้นทั้งปวง

จ้าวหยวนเช่อกลับไม่ปล่อยมือ

ปลายนิ้วเจียงโย่วหนิงสั่นเล็กน้อย เพียงออกแรงดึง

ผ้าซับเหงื่อก็อยู่ในมือนาง

ชั่วขณะนั้นใบหน้าของนางร้อนมาก ในมือราวกับจับถ่านร้อนเอาไว้ อยากรีบโยนทิ้ง จึงรีบเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแล้วโยนผ้าซับเหงื่อเข้าไป

พอปิดประตูตู้ หางตาที่หันมองเห็นจ้าวหยวนเช่อยังยืนอยู่ที่เดิม

“ท่านพี่กลับไปได้แล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงเอ่ยเตือนเสียงค่อย

ฟางเฟยไปเอาอาหารในห้องครัว ถ้าจ้าวหยวนเช่อยังไม่ไป ฟางเฟยกลับมาจะเห็นเข้า

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

“ทายา”

จ้าวหยวนเช่อเดินเข้าไปใกล้ แล้วผายมือให้นาง

ยังเป็นกล่องยาหยกขาวใบเดิม

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก ไม่ปฏิเสธ นางคว้ากล่องยามาแล้วเดินตรงไปหลังฉากกั้น

หากนางไม่ยอมทายา เขาคงต้องลงมือเองอีก

เขาทำได้แน่นอน

อีกอย่างยานี่ก็ใช้ดีจริง ๆ อาการปวดของนางบรรเทาลงไม่น้อย ใช้ครั้งนี้อีกหนึ่งครั้งก็น่าจะใกล้หายแล้ว

นางทายาให้ตัวเองอย่างรวดเร็วที่สุด เดินออกมาจากหลังฉากกั้น แล้วคืนกล่องยาให้เขา

คราวนี้เขาคงไปได้แล้วกระมัง

จ้าวหยวนเช่อมองนางย้อนแสงเทียน เห็นสีหน้าเขาไม่ชัดเจน

“ท่านพี่ ข้าจะพักผ่อนแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงโย่วหนิงรวบรวมความกล้า แล้วออกปากไล่แขก

จิตใจนางว้าวุ่นไปหมด ไม่เข้าใจว่าจ้าวหยวนเช่อหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

ตอนกลางวันไปดูตัวกับหวังเยี่ยนหลิง กลางคืนกลับมาหานาง หรืออยากให้นางแอบเป็นภรรยานอกสมรสของเขาจริง ๆ?

“เจ้าดีขึ้นหรือยัง?”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยถามอีก

“ข้าหายดีแล้ว ต่อไปท่านพี่ไม่ต้องกังวลอีกเจ้าค่ะ”

หัวใจของเจียงโย่วหนิงเต้นแรงหนึ่งที ในน้ำเสียงคือความเด็ดขาด

น้ำเสียงของเขาไม่เย็นชาเหมือนปกติ กลับเจือเสี้ยวความอ่อนโยน

ต่อมา นางแอบส่ายหน้า จ้าวหยวนเช่อจะอ่อนโยนกับนางได้อย่างไร? นางคิดมากเกินไปแล้ว

น่าจะเข้าใจผิด

“คุณหนูสาม คุณหนูสี่ วันนี้คุณหนูของข้าไม่พบแขกเจ้าค่ะ”

ตรงประตู มีเสียงร้อนใจของฟางเฟยดังขึ้น

เจียงโย่วหนิงตะลึง มองดูข้างนอก แล้วหันมองจ้าวหยวนเช่ออย่างร้อนใจ

จ้าวเชียนหัวกับจ้าวซือรุ่ยมาแล้ว ถ้าเห็นนางอยู่กับจ้าวหยวนเช่อจะอธิบายอย่างไรดี?

“ท่านมานี่”

ในช่วงคับขัน นางไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ดึงมือของจ้าวหยวนเช่อ แล้วเดินไปทางตู้เสื้อผ้า

เมื่อมือถูกมือที่อ่อนนุ่มละเอียดจับไว้แน่น นุ่มๆ เย็นๆ เหมือนก้อนเมฆ นิ้วมือเรียวเล็กจนทำใจออกแรงบีบไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

นี่เป็นครั้งแรกที่นาง เป็นฝ่ายจับมือของเขา

ร่างจ้าวหยวนเช่อแข็งเล็กน้อย แขนเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ อยู่ในท่าเดิม ไม่กล้าขยับเขยื้อนสักนิด

“รีบเข้าไปสิ”

เจียงโย่วหนิงลนลานแตกตื่น มัวแต่ยัดจ้าวหยวนเช่อเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

ไม่มีเวลาสนใจความรู้สึกของเขา ยิ่งไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน

แต่เขาตัวสูงเกินไป

ขณะชุลมุน นางดันจนหัวของเขาไปชนกับตู้

จ้าวหยวนเช่อกลืนคำว่าอย่ากลัวกลับเข้าไปเงียบ ๆ ทำตามนางโดยการก้มตัวมุดเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

“ท่านไม่เป็นไรนะ?”

เจียงโย่วหนิงรีบนวดหน้าผากเขาอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้นางไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ทำตามสัญชาตญาณล้วน ๆ

“กลัวขนาดนี้เชียว?”

จ้าวหยวนเช่ออยู่ในตู้เสื้อผ้า ช้อนดวงตาดำขลับมองนาง

“ย่อมต้องกลัวสิ ข้าไม่ใช่ท่านนะ”

เจียงโย่วหนิงรีบปิดประตูตู้เสื้อผ้าดังปัง แล้วเดินออกไปข้างนอก

เขาย่อมไม่กลัวแน่นอน บุตรชายคนโตของเจิ้นกั๋วกง ท่านซื่อจื่อ ท่านผู้บัญชาการสามเหล่าทัพ บัดนี้ยังเป็นผู้บัญชาการหน้าพระที่นั่ง เป็นความภาคภูมิใจของทั้งวงศ์ตระกูล

ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา จวนเจิ้นกั๋วกงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชื่อเสียงของเขา คนที่ถูกกำจัดต้องเป็นนางเท่านั้น

เมื่อประตูตู้ปิดลง

ในความมืด จ้าวหยวนเช่อยกมือที่ถูกนางจูงขึ้นมา สัมผัสหน้าผากที่นางนวดให้เมื่อครู่

ขณะเจียงโย่วหนิงเปิดประตู ก็เห็นจ้าวเชียนหัวยกมือกำลังจะผลักประตู โดยมีจ้าวซือรุ่ยตามติดอยู่ข้างหลัง

“เจียงโย่วหนิง เจ้ายังกล้าออกมาหรือ? อาศัยว่าพี่ใหญ่สงสารเจ้า ก็ไปขอย้ายมาพักที่เรือนฝูหรง ไม่หัดดูบ้างว่าตัวเองมีฐานะเช่นไร อย่างเจ้าก็คู่ควรหรือ?”

จ้าวซือรุ่ยเป็นคุณหนูสี่ลูกอนุภรรยา คอยเอาใจจ้าวเชียนหัวมาตลอด และเป็นลูกน้องหมายเลขหนึ่งของจ้าวเชียนหัว

เมื่อเห็นเจียงโย่วหนิงเปิดประตู จึงเอ่ยปากอย่างไม่เกรงใจ

รูปร่างนางอวบอิ่ม สองแก้มมีพวงเนื้อ หน้าตาซื่อบื้อ ความจริงฉลาด

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปาก

“หากท่านคู่ควร แล้วทำไมฮูหยินกั๋วกงถึงไม่ให้ท่านย้ายมาพักล่ะ?”

ไม่รู้ฟู่อวี้กลับมาตั้งแต่เมื่อใด เดินเข้ามาแล้วตอบจ้าวซือรุ่ยกลับไปอย่างไม่เกรงใจ

เจียงโย่วหนิงกับฟางเฟยมองนางอย่างตะลึง

ก่อนหน้านี้ ฟู่อวี้ไม่เคยปกป้องเจียงโย่วหนิงมาก่อน

ช่วงนี้นางดูผิดปกติมากเกินไปแล้ว

จ้าวซือรุ่ยอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะชี้ฟู่อวี้ด่าอย่างโมโห “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เชื่อหรือไม่ว่าข้า...”

ก่อนหน้านี้เหน็บแนมเจียงโย่วหนิง สาวใช้ผู้นี้ทำตัวอย่างมนุษย์ล่องหน วันนี้กินอะไรผิดสำแดงหรือ? ถึงได้กล้าพูดจากับนางเช่นนี้

“หุบปาก!”

จ้าวเชียนหัวพูดขัดนาง แล้วมองเจียงโย่วหนิงอย่างสงสัย พร้อมเข้าไปใกล้แล้วสูดดม

นางสวมใส่หรูหรา ดวงตาเรียวโตจมูกเล็กเชิด หน้าตางดงามน่ารัก นิสัยกลับถูกนางหานตามใจจนเสียคน

จ้าวซือรุ่ยไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งนาง จึงได้แต่ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วถลึงตาใส่ฟู่อวี้อย่างแรง ฝืนกลืนความโกรธทั้งหมดกลับไป

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว จ้าวเชียนหัวดมอะไร?

“ทำไมบนตัวเจ้าถึงมีกลิ่นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์?”

จ้าวเชียนหัวสำรวจเจียงโย่วหนิง นางจำกลิ่นหอมของยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ได้แม่นยำ

ตอนอายุสิบสองปี นางออกไปเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิ ไม่ระวังจึงหกล้มจนเสียโฉม บนใบหน้ามีรอยแผลเป็น คนที่บ้านคิดหาทุกวิถีทาง ก็ไม่สามารถกำจัดไปได้

ต่อมาท่านแม่ใช้เส้นสายขอร้องไปถึงหน้าพระพักตร์ฮองเฮา ให้นางทายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์สามครั้ง แผลเป็นบนใบหน้าจึงหายไป ไม่เพียงไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้ กระทั่งเนียนผ่องกว่าเมื่อก่อน

นับแต่นั้นนางจึงจำยาทาชนิดนี้ได้แม่นยำ นั่นเป็นยาวิเศษพระราชทาน เจียงโย่วหนิงจะมีได้อย่างไร?

เจียงโย่วหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

นางรู้ว่ายาทาของจ้าวหยวนเช่อเป็นของดี บรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว ใช้ไปเพียงไม่กี่ครั้งอาการของนางก็เกือบหายดีแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์อันเลื่องชื่อ

“อย่างนางมีปัญญาใช้ของพระราชทานหรือ?” จ้าวซือรุ่ยได้ยินจึงรีบกล่าวทันที “เดือนที่แล้วข้าเห็นนางออกมาจากประตูข้าง นางต้องอาศัยใบหน้าของนางไปยั่วยวนพวกขุนนางข้างนอกสักคนให้มอบให้นางแน่ เกิดมาก็หน้าตาเหมือนคนเป็นอี๋เหนียง”

นางมองเจียงโย่วหนิงอย่างโกรธแค้น เกลียดใบหน้าที่เย้ายวนมีเสน่ห์ของอีกฝ่ายที่สุด

“คุณหนูสี่ก็เกิดจากอี๋เหนียงไม่ใช่หรือ? หน้ากลมอย่างกับจาน คงอิจฉาที่คุณหนูข้าหน้าตางดงาม”

ฟู่อวี้ไม่รอเจียงโย่วหนิงเอ่ยปาก ด่ากลับไปอีกครั้ง

คำพูดแต่ละคำของนางแทงใจดำ ล้วนเป็นจุดด้อยของจ้าวซือรุ่ย

“เจ้า...” จ้าวซือรุ่ยถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างอดไม่ได้ เตรียมจะจัดการฟู่อวี้

“เงียบหน่อย” จ้าวเชียนหัวขมวดคิ้วตำหนิ

จ้าวซือรุ่ยไม่กล้าขัดคำสั่ง ได้แต่กดข่มไฟโกรธในใจเอาไว้

“เจ้าย้ายมาอยู่เรือนข้างข้า ข้าไม่พอใจมาก เดิมทีคิดจะมาไล่เจ้าไป แต่ตอนนี้ คงต้องดูท่าทีของเจ้า” จ้าวเชียนหัวหันหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ พูดกับเจียงโย่วหนิงอย่างแน่วแน่ “เจ้าจะเอายาขี้ผึ้งหยกคืนสวันต์ออกมาเอง หรือให้ข้าเข้าไปค้น?”

น้ำเสียงของนางมั่นใจจนราวกับว่ายาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์เป็นของนางแล้ว

“ข้าไม่มีสิ่งที่เจ้าว่ามา”

เจียงโย่วหนิงเม้มปาก ขมวดคิ้วแน่น

จ้าวเชียนหัวเอาแต่ใจ เกรงว่าคงไม่ยอมเชื่อง่าย ๆ

จ้าวเชียนหัวเองก็ไม่เสียเวลา จับโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “เด็ก ๆ เข้าไปค้น ขอแค่เป็นสิ่งที่เหมือนยาทา เอาออกมาให้ข้าทั้งหมด”

เมื่อนางออกคำสั่ง สาวใช้และบ่าวหญิงเฒ่าสิบกว่าคนก็เข้าไปในห้อง ค้นหาไปทั่ว

“หยุดนะ!”

ฟู่อวี้รีบเข้าไปขวางพวกนาง

ฟางเฟยมองจ้าวเชียนหัวแล้วโมโหมาก”คุณหนูสามทำเช่นนี้ ไม่กลัวบ่าวไปบอกท่านซื่อจื่อหรือเจ้าคะ?”

จ้าวเชียนหัวฮึดฮัด “อย่าเอาพี่ใหญ่มาข่มขู่ข้า พี่ใหญ่ปกป้องเจียงโย่วหนิง ก็เพื่อชื่อเสียงที่ดีของจวนกั๋วกงเท่านั้น ข้าต่างหากที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขา เข้าไปค้นห้องด้านใน!”

เจียงโย่วหนิงนึกถึงจ้าวหยวนเช่อในตู้เสื้อผ้า ในใจกระวนกระวายมาก รีบยื่นมือไปดึงประตูห้อง

แต่พวกนางมีคนเยอะกว่า ในไม่ช้าประตูก็ถูกผลักออก

ฟางเฟยกับฟู่อวี้ถูกจับเอาไว้

พวกสาวใช้กรูกันเข้าไป ค้นห้องที่เพิ่งจะจัดเก็บเข้าที่ในตอนค่ำจนกระจัดกระจายไปหมด

เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาสนใจพวกนั้น วิ่งไปผลักสาวใช้ที่กำลังจะเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออก แล้วยื่นสองมือขวางไว้

“ถ้าคุณหนูสามยังเสียมารยาท อย่าโทษที่ข้าจะไปขอให้ท่านพี่มาให้ความเป็นธรรม นิสัยของท่านพี่เจ้ากับข้าต่างรู้ดี เขาไม่สนใจความเป็นพี่น้อง สนแค่ความยุติธรรม”

เจียงโย่วหนิงจัดระเบียบความคิด เอ่ยปากด้วยใบหน้าเยือกเย็น ดูเหมือนใจเย็น แต่ความจริงร้อนใจจนเหงื่อแตกทั่วตัว

นางหานรักและเอ็นดูจ้าวเชียนหัวมาตลอด เจิ้นกั๋วกงไม่สนใจเรื่องในบ้าน ที่ผ่านมาจ้าวเชียนหัวไม่เกรงกลัวใคร มีเพียงคนเดียวที่เขาเกรงกลัวคือจ้าวหยวนเช่อ

หวังว่าจะขู่นางได้

จ้าวเชียนหัวจ้องตู้เสื้อผ้าหลังเจียงโย่วหนิงด้วยความลังเล

ในที่สุด นางกัดฟันกล่าว “เข้าไปค้น ก็แค่โดนขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันไม่ใช่หรือ? ใครจะไปกลัว?”

ถูกขังในศาลบรรพบุรุษไม่กี่วันแลกกับยาขี้ผึ้งหยกคืนวสันต์ คุ้มค่า

สาวใช้สามสี่คนเข้าไปจับตัวเจียงโย่วหนิง

จ้าวเชียนหัวยื่นมือไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า

“อย่านะ!”

เจียงโย่วหนิงจ้องมองมือของนางที่ยื่นออกไป วิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง

ในหัวของนางคิดแต่ว่าจ้าวหยวนเช่ออยู่ในห้องนาง ซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า

สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ไม่มีเรื่องนั้นเกิดขึ้น ก็อธิบายไม่ชัดเจน

อีกอย่างพวกนาง...

จังหวะที่ประตูตู้เปิดออก เจียงโย่วหนิงทรุดนั่งลงกับพื้น
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 30

    จ้าวหยวนเช่อดึงลิ้นชักออกมา แล้วหยิบตำราเล่มหนึ่งส่งมาให้ตรงหน้านาง “กลับไปคัดบท 'วิญญูชน' มาสามจบ พรุ่งนี้เอามาส่งให้ข้า”เจียงโย่วหนิงเหลือบมองปกตำราอยู่ชั่วครู่ ด้านบนมีตัวอักษรที่งดงามทว่าซับซ้อนอยู่นางไม่รู้จักเลยสักตัว“ท่านพี่ ท่านลืมแล้วหรือว่าข้ารู้จักตัวอักษรแค่ไม่กี่ตัว...”นางหลุบขนตาสีดำขลับ ไม่ได้ไปรับเอาไว้จ้าวหยวนเช่อเริ่มศึกษาร่ำเรียนตั้งแต่อายุสามขวบ แต่เพราะตามความตั้งใจของนางหาน นางเพิ่งจะศึกษาร่ำเรียนตอนอายุหกขวบปีนั้นตอนอายุได้แปดขวบเชียนหัวกลับมา นางหานก็ไม่ได้ให้นางร่ำเรียนอีก บอกว่าสตรีไร้ความสามารถจึงจะนับว่าดีเวลาสั้น ๆ แค่สองปี นางยังเด็กขนาดนั้น จะรู้จักตัวอักษรสักกี่ตัวกัน?โชคดีที่หลังจากไปที่โรงหมอ ติดตามหมอจางจนพอจะรู้จักตัวหนังสือที่เกี่ยวกับสมุนไพรมาบ้าง ทว่าตัวอักษรพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นตัวอักษรย่อ แตกต่างจากตัวอักษรที่อยู่บนตำราของจ้าวหยวนเช่อเล่มนี้นางเองก็ไม่อยากคัดลอกตำราตอนบ่ายยังต้องไปทำงานที่โรงหมออีก จะมีเวลาคัดตำราได้เช่นไร?เดิมทีนางคิดว่าเหตุผลนี้น่าจะหนักแน่นพอ จ้าวหยวนเช่อคงไม่ยืนกรานต่อไปคิดไม่ถึงว่าจ้าวหยวนเช่อกลับพูดว่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 29

    จ้าวหยวนเช่อไม่ได้สนใจนาง ยกมือขึ้นยิงศรสัญญาณขึ้นไปในอากาศศรสัญญาณส่งเสียง “ฟิ้ว” แล้วทะยานไปบนท้องฟ้า แผดเสียงแหลมสูงออกมานี่ใช้สำหรับเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาเจียงโย่วหนิงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ค่อย ๆ เบาใจขึ้นขอเพียงชิงเจี้ยนมาถึง องค์หญิงจิ้งเหอย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นจ้าวหยวนเช่อก็จะสามารถพานางออกไปจากจวนองค์หญิงได้อย่างราบรื่น“จ้าวหยวนเช่อ ข้าถามเจ้าอยู่นะ!”องค์หญิงจิ้งเหอสีหน้าย่ำแย่บนโลกนี้ คนที่กล้าไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเช่นนี้สามารถนับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวน่าเสียดายที่จ้าวหยวนเช่อก็คือหนึ่งในนั้นพอผู้ใต้บังคับบัญชาของเขามาถึง นางขวางเขาเอาไว้ไม่อยู่แน่นอนจ้าวหยวนเช่อมองลงมา มองนางอย่างเย็นชา ไม่แยแสแม้แต่น้อยอยู่ ๆ องค์หญิงจิ้งเหอก็เปลี่ยนสีหน้า ยิ้มอย่างเอาใจพลางกล่าวว่า “วันนี้ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น เจ้าคงไม่คิดจริงจังหรอกกระมัง? ตอนนี้ข้าจะพาพวกเขาถอยไปเดี๋ยวนี้ เจ้าก็อย่าไปฟ้องเสด็จพ่อเลยนะ”ฝ่าบาทให้ความสำคัญกับจ้าวหยวนเช่อมาตลอดจ้าวหยวนเช่ออุปนิสัยซื่อตรง เกรงก็แต่ว่าเขาจะไปทูลฟ้องต่อหน้าเสด็จพ่อเดิมทีนางคิดว่าคนที่ยอดเย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 28

    เจียงโย่วหนิงได้ยินคำพูดที่หยาบโลนขององค์หญิงจิ้งเหอก็ใบหน้าแดงก่ำ ขนตายาวดุจปีกผีเสื้อหลุบลงในทันที ทว่าสายตากลับไปสบเข้ากับบริเวณหน้าท้องส่วนล่างของจ้าวหยวนเช่อพอดีจิตใจของนางว้าวุ่นจนทำอันใดไม่ถูก รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่ามันไม่เหมาะสม ไม่มองและรีบเบือนหน้าไปทางอื่น แต่ไม่รู้ว่าจะมองไปทางใด ปลายนิ้วบิดชายเสื้อโดยไม่รู้ตัว คำพูดขององค์หญิงจิ้งเหอสะท้อนอยู่ภายในสมองโดยไม่รู้ตัวนางไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุรุษอื่น ยังคิดว่าบุรุษทุกคนต่างก็เหมือนกันกับจ้าวหยวนเช่อเสียอีกที่แท้ก็มีเล็กมีใหญ่อย่างนั้นหรือ?เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วจ้าวหยวนเช่อ...มิน่าเล่าถึงได้เจ็บถึงเพียงนี้สายตาขององค์หญิงจิ้งเหอ เป็นสายวัดจริง ๆแต่นางบอกว่าไม่นานจ้าวหยวนเช่อก็จะเป็นของซูอวิ๋นชิงแล้วงั้นหรือ? จิ้งเหอเป็นองค์หญิง ถึงแม้เสเพลไม่ยึดประเพณี แต่กลับไม่เคยลดตัวลงไปโกหกคิดดูแล้ว ที่ฝ่าบาทประสงค์จะพระราชทานสมรสให้จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงเป็นเรื่องจริงสินะ“ลุกขึ้น”จ้าวหยวนเช่อประคองเอวบางไม่ถึงหนึ่งกำมือของนางไว้ชั่วครู่น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย จะเหลือก็เพียงแหบพร่าเล็กน้อยเพิ่งจะผ่านไปชั่วครู่

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 27

    มีสาวใช้เข้ามาทูลรายงาน“แถว ๆ นี้? อยู่ที่ใดเล่า? ไร้ประโยชน์กันทั้งหมดจริง ๆ คนที่ถูกวางยายังจับตาเอาไว้ไม่ได้!”องค์หญิงจิ้งเหอตำหนิ แต่กลับไม่ได้โกรธมากมายนัก ฟังดูแล้วในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเสียดายมากกว่า“องค์หญิงไม่ต้องกังวล หม่อมฉันจะส่งคนไปค้นหาเพคะ”สาวใช้ผู้นี้แย้มยิ้มพลางเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมนาง“เฝ้าทางเข้าไว้ให้ดี ค้นหาให้ละเอียด ยาของข้ามีฤทธิ์แรงนัก แม้ว่าเขาจะมีวรยุทธ์ลึกล้ำ ถ้าไม่ระบายออกมาก็แก้พิษไม่ได้หรอก เขาหนีไม่พ้นกำมือของข้าแน่”องค์หญิงจิ้งเหอยกมือขึ้นสั่งการ มีแผนการในใจอยู่แล้วเจียงโย่วหนิงได้ยินก็ยิ่งลนลาน หดกายถอยหนีแล้วซุกศีรษะเข้าไปในอ้อมแขนของจ้าวหยวนเช่อราวกับนกกระทาที่กำลังหวาดกลัวทำเช่นนี้ อย่างน้อยยามที่องค์หญิงจิ้งเหอเงยหน้าขึ้นมามองก็จะเห็นแผ่นหลังของจ้าวหยวนเช่อ ไม่ใช่ใบหน้าของนางจ้าวหยวนเช่อบีบลำคอระหงของนาง พลางโน้มกายลงจุมพิต ไล่ต้อนริมฝีปากของนางริมฝีปากร้อนผ่าวแนบชิดลงมาเขาไม่ได้ช่ำชองมากนัก จุมพิตทั้งรีบร้อนและหนักหน่วง งุ่มง่ามบุ่มบ่าม ไม่มีแบบแผนแม้แต่น้อยเจียงโย่วหนิงยิ่งอ่อนประสบการณ์ ถูกเขาจูบจนริมฝีปากชา ลมหายใจร้อนระอุ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 26

    จ้าวหยวนเช่อหายใจหนัก หางตาแดงก่ำ นัยน์ตาดำขลับไม่เย็นชาและเฉียบคมอีกต่อไปแล้ว แต่กลับปกคลุมไปด้วยความพร่าเลือนลุ่มหลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น“อย่าขยับ ข้าถูกวางยา”ความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากปลายนิ้วชี้ช่วยดึงสติของเขากลับมาได้หลายส่วน เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ เหงื่อเย็นไหลลงมาตามข้างแก้ม กำหมัดทั้งสองข้างแน่นพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดกำลังเจียงโย่วหนิงคลายปากออก นัยน์ตาที่เปียกชื้นเบิกกว้างมองไปทางเขาอย่างตกตะลึงนางไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน เปราะบาง ดูคล้ายคนป่วย ไม่มีความเฉียบคมและเย็นชาเหมือนยามปกติอีกต่อไป ริมฝีปากแดงราวกับโลหิต อ่อนแอและงดงาม ดึงดูดให้ผู้คนคิดไปไกลตัวของเขาร้อนผ่าว ราวกับภายในกายเก็บซ่อนเปลวไฟที่ลุกโชนเอาไว้ แผดเผาจากภายในสู่ภายนอก จนเกือบจะทำให้นางหลอมละลายเขาแนบชิดนางตลอดเวลานางเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าหากไม่ฟังคำพูดเขาอีกจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร ขนตาเพรียวยาวสั่วไหวอยู่ชั่วครู่ ร่างกายแข็งค้างไม่กล้าขยับมั่วซั่วอีกเมื่อครู่อยู่ที่งานเลี้ยงยังดี ๆ อยู่เลย อยู่ ๆ ทำไมเขาถึงเป็นเช่นนี้ได้? หรือว่า มีคนเล่นตุกติกกับสุราของเขากระนั้นหรือ?แผ่นอกของจ้าวหยวนเ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 25

    เจียงโย่วหนิงกล่าวกับตู้จิ่งเฉินด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วลุกขึ้นออกจากโถงหลักไปนางไม่อยากเห็นทุกฉากทุกตอนที่จ้าวหยวนเช่อกับซูอวิ๋นชิงอยู่ด้วยกัน นางไม่ได้ริษยา แล้วก็ไม่ได้หวังสูงเกินตัวด้วยแต่ว่านางเจ็บปวดใจ และอึดอัดในอกตาไม่เห็นก็ใจสงบนางเดินไปตามทางเดินเล็ก ๆ ในสวน พลางครุ่นคิดถึงเส้นทางที่จะออกจากจวนองค์หญิง มิสู้กลับไปที่โรงหมอเสียเลยจะดีกว่าอยู่ ๆ ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าแว่วมาเจียงโย่วหนิงหันหน้ากลับไป ก็พบกับจ้าวหยวนเช่อสาวเท้ามา ด้วยฝีเท้าเร่งรีบ คิ้วขมวดมุ่นเจียงโย่วหนิงไม่เคยเห็นสีหน้าเขาย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน จึงรู้สึกแปลกใจ“เจียงโย่วหนิง”จ้าวหยวนเช่อเรียกนางเจียงโย่วหนิงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่เพียงแต่ไม่หยุดฝีเท้า แต่กลับวิ่งเร็วขึ้นด้วยไม่ว่าเขาจะมีธุระอันใด นางก็ไม่อยากข้องแวะกับเขาแล้วหากมีเรื่องอันใดจริง ๆ ก็ไม่ถึงคราวที่นางจะต้องกังวล มีซูอวิ๋นชิงช่วยเขาอยู่แล้วจ้าวหยวนเช่อไม่ได้ส่งเสียงอีก ทว่าเขาถึงขนาดไล่ตามมาทันแล้วทางเดินมาถึงจุดสิ้นสุด ด้านหน้าคือถ้ำแห่งหนึ่งเจียงโย่วหนิงไม่มีที่ให้หนีแล้ว จึงได้มุดเข้าไปจ้าวหยวนเช่อไล่ตามนาง เป็นเรื่อง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status