Se connecterเช้าวันรุ่งขึ้นอรุณรักตื่นขึ้นมาทำความสะอาดเหมือนทุกวัน แต่ที่ต่างไปจากทุกวันก็คือท่าทีระแวดระวังของเธอที่มองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา
"อ้าย! แกเป็นอะไรท่าทางล่อกแล่ก ไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า" แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีของเธอ "เปล่าจ้ะพี่ดวง เดี๋ยวอ้ายไปถูชั้นบนก่อนนะ" ร่างบางหิ้วถังน้ำที่ใช้สำหรับถูพื้นเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของบ้าน "อะไรของมัน?" แม่บ้านพากันสงสัยในพฤติกรรมของอรุณรักจนพากันยืนเกาหัวอย่างมึนงง ทุกวันอรุณรักจะขยันตั้งใจทำงานแต่ไหนวันนี้ดูหลงๆ ลืมๆ เหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแปลกๆ "อ้าย" "คะ คุณพล" อรรถพลเอ่ยเรียกคนที่กำลังถูพื้นอยู่หน้าห้องของตัวเอง อรุณรักรีบวางไม้ถูพื้นแล้วเข้าไปหาอรรถพลทันที "เมื่อคืนที่ฉันให้เอาเสื้อไปให้คุณเฉิง เธอเอาไปให้แล้วใช่ไหม" "หะ..หะ..ให้แล้วค่ะ" อรุณรักตอบอย่างคนติดอ่างเข้าสิง ทำให้อรรถพลนึกถึงสิ่งที่ตนสงสัย เมื่อคืนเขาลุกขึ้นมากลางดึกจะลงไปหาอะไรในห้องครัวกินแก้หิว แต่กลับเจออรุณรักออกมาจากห้องของเฉิงฟาหยางด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนคล้ายกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่าง "งั้นเหรอ ไม่มีอะไรหรอกฉันแค่ถามเฉยๆ จะทำอะไรก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ” อรรถพลเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป ร่างบางได้แต่สงสัยในสิ่งที่เขาพูดก่อนจะกลับไปทำงานของตัวเองเหมือนเดิม "อรุณสวัสดิ์เด็กน้อย" เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยเข้ามากระซิบข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าตอนที่เธอกำลังทำงานอยู่ "อย่ามาเข้าใกล้ฉันนะคะ" ร่างบางจับไม้ถูพื้นขึ้นมาเป็นอาวุธจนอีกคนนึกขำ "กลัวจนตัวสั่นเหมือนเมื่อคืนหรือเปล่า" ร่างหนาแกล้งแซวเธอ "อย่ามายุ่งกับฉัน" ร่างบางก้มลงหยิบถังน้ำย้ายไปทำความสะอาดที่อื่น "ที่นี่ก็แปลกนะให้เด็กในอุปการะมาทำความสะอาดอย่างกับแม่บ้าน" ร่างหนายังคงเดินตามมาพูดกับเธอต่อ เมื่อคืนที่เธอตบเขาจนหน้าเป็นรอยมาถึงตอนเช้านี่มันไม่ได้ทำให้เขาคิดได้เลยหรือไง ร่างบางได้แต่คิดในใจ “คุณเป็นแค่แขกจะไปเข้าใจอะไรคะ” “ก็ไม่อยากเข้าใจหรอกนะ แต่ฉันมันเป็นพวกสอดรู้น่ะสิ" ร่างหนาว่าตัวเองอย่างยิ้มๆ ผิดกับอีกคนที่ไม่ยิ้มตอบ "ตื่นเช้าจังเลยค่ะคุณเฉิง" แพรพรรณที่ตื่นเช้าเป็นประวัติศาสตร์เอ่ยทักทายคนตัวโต "ครับ คุณก็เช่นกันนะครับ" "ค่ะ แพรชอบตื่นเช้าๆ น่ะค่ะอากาศกำลังดี" อรุณรักถึงกับหันขวับไปมองหน้าคนที่บอกว่าชอบตื่นเช้า เมื่อวานเธอเพิ่งจะถูกไล่ตะเพิดออกมาจากห้องของแพรพรรณเพราะเข้าไปปลุกเจ้าตัวมาทานมื้อเช้า "งั้นเหรอครับ" "แล้วคุณเฉิงมีอะไรหรือเปล่าคะเห็นคุยอยู่กับ นะ..อ้าย" แพรพรรณเกือบจะหลุดคำว่านังออกมาเพราะชินเวลาใช้เรียกอรุณรัก "เปล่าครับ ผมมาขอบคุณคุณอ้ายน่ะครับเมื่อคืนเธอช่วยผมไว้หลายอย่างเลย" ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะหันไปยิ้มใส่อีกคน "ช่วย? หลายอย่าง?" แพรพรรณทำหน้างง "พอดีเมื่อคืนน้ำห้องผมไม่ไหลน่ะครับเลยต้องให้คุณอ้ายช่วยจัดการให้จนเสร็จน่ะครับ" คำพูดสองแง่สองง่ามของเขาทำเอาอรุณรักหน้าแดงอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน "งั้นเหรอคะ ทำไมไม่บอกล่ะคะลูกแพรได้ให้ช่างไปทำให้" "ไม่เป็นไรหรอกครับแค่คุณอ้ายคนเดียวก็พอครับ" อรุณรักทนฟังไม่ได้ถึงกับรีบเก็บของแล้วเดินออกไปทันที เขาเป็นคนแบบไหนกันนะถึงได้กล้าพูดอะไรแบบนี้ มื้อเช้าถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีบนโต๊ะอาหารเหมือนทุกวัน อาหารเช้าที่ครบครันถูกวางไว้ให้เลือกมากมายหลายอย่าง "หลับสบายไหมครับคุณเฉิง" "สบายครับคุณอดิศร สบายจนอยากจะขออยู่ต่ออีกสักคืนเลยแหละครับ" "จะอยู่ต่ออีกกี่คืนก็ได้เลยนะคะคุณเฉิง ตามสบาย" คุณหญิงวาสนาช่วยผสมโรงเพราะคิดว่าคนตัวโตคงติดใจลูกสาวของตนขึ้นมา "ถ้าแบบนั้นผมอาจจะขออยู่ต่อจนกว่าจะสิ้นสุดการประชุมเลยได้ไหมครับ พอดีผมอยู่คนเดียวก็เหงาๆ น่ะครับ" เฉิงฟาหยางแกล้งทำหน้าเหมือนคนเหงาจริงๆ จนคนที่เห็นได้แต่สงสาร "ได้สิคะ บ้านศิวะโสภาพานิชยินดีต้อนรับค่ะ" "ขอบคุณนะครับ ผมชักติดใจที่นี่แล้วสิครับ" ร่างหนาพูดพร้อมกับเหล่ตามองคนตัวเล็กที่ยืนตัวลีบอยู่หลังแม่บ้านวัยกลางคน อรรถพลลอบสังเกตพฤติกรรมของทั้งคู่แล้วรู้สึกแปลกๆ เมื่อคืนต้องเกิดอะไรขึ้นเป็นแน่ "คุณอ้ายไม่มาทานด้วยกันเหรอครับ" ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นมาทำเอาบทสนทนาที่สนุกสนานก่อนหน้านี้เงียบลงอย่างกะทันหัน "ทำไมล่ะครับ คุณอ้ายก็เป็นคนในครอบครัวเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ" เฉิงฟาหยางมาอยู่แค่คืนเดียวก็รู้แล้วว่าอรุณรักมีฐานะไม่ต่างจากคนรับใช้ถึงจะเป็นเด็กที่ได้รับอุปการะมาก็เถอะ "อ้ายเขาชอบกินกับพวกแม่บ้านคนอื่นๆ น่ะค่ะ ใช่ไหมจ๊ะอ้าย" "ค่ะ" อรุณรักตอบแค่สั้นๆ คนอย่างเธอจะไปพูดอะไรได้มากกันล่ะ เจ้านายว่ายังไงเธอก็ต้องว่าตามนั้น ชายหนุ่มลอบมองร่างบางที่แอบมองอรรถพลอย่างไม่วางตาก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกอยากเอาชนะแล่นเข้ามาในหัวจนทำให้คิดแผนดีๆ ออก คนอย่างเฉิงฟาหยางไม่ยอมให้ใครมาดูถูกได้ง่ายๆ เขาจะต้องเป็นที่หนึ่งไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ร่างบางวุ่นวายกับงานของตัวเองตลอดทั้งวันเหมือนที่เคยทำ แต่วันนี้กลับมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองเธอแทบจะตลอดเวลา "แกว่าแขกของคุณท่านแปลกๆ ไหมอ้าย" แม่บ้านที่ชอบคุยกับอรุณรักเดินเข้ามากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน "ค่ะแปลก นิสัยแปลกมากๆ" ร่างบางตอบไปตามความจริง ก่อนจะเสมองไปทางเขาว่ายังมองเธออยู่หรือเปล่า "พี่ว่าเขามองอ้ายแปลกๆ นะ ไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจมาหรือเปล่าเราน่ะ" "เปล่านะจ๊ะอ้ายไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่เข้าใกล้ยังไม่เคยเลย" อรุณรักโป้ปดกลับไป คนตัวโตแอบมองเธออยู่ตลอดเวลาและตอนนี้เขาก็น่าจะรู้แล้วว่าเธอกำลังแอบนินทาเขาแน่ๆ "จริงหรือเปล่าเนี่ย" "จริงสิพี่ดวงอ้ายจะไปคุยกับเขาได้ยังไงล่ะ" "ก็จริงนะ" "อย่าใส่ใจเลยพี่ ทำงานต่อเถอะเสร็จแล้วจะได้ไปหาขนมอร่อยๆ กินกัน" อรุณรักรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วชวนให้กลับมาทำงานอีกคนจึงเลิกสนใจแล้วกลับไปทำงานของตัวเอง "แถวนี้มีร้านสะดวกซื้อหรือเปล่า" คนตัวโตเลือกเดินเข้ามาถามเธอแทนที่จะถามแม่บ้านคนอื่นๆ "คะ?" "ฉันถามว่าแถวนี้มีร้านสะดวกซื้อไหมฉันอยากได้ของอะไรบางอย่าง" "มีค่ะ" อรุณรักตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ "พาไปหน่อยสิ" เฉิงฟาหยางยังคงตามตื้อให้เธอพาไป "คุณอยากได้อะไรคะเดี๋ยวฉันไปซื้อให้ก็ได้ค่ะ" ร่างบางอาสาไปซื้อให้ตามความเคยชินเพราะทุกครั้งเวลาคนในบ้านอยากได้อะไรก็มักจะเป็นเธอที่ไปซื้อให้ "ไม่ได้ ของสำคัญ" "งั้นก็เดินออกไปเลี้ยวขวาเดินตรงไปสุดทางก็เจอแล้วค่ะ" คนตัวเล็กบอกทางเขา แต่อีกคนไม่ได้ฟัง "พาฉันไปหน่อยสิ" "ฉันต้องทำงานนะคะ" "ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณหญิงวาสนาว่าเธอไม่ยอมทำตามที่ฉันขอ" คนตัวโตใช้วิธีนี้เป็นข้ออ้าง "ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันไปบอกคนอื่นๆ ก่อนนะคะ" ว่าจบอรุณรักก็เดินไปหาแม่บ้านคนอื่นๆ เพื่อบอกว่าเธอจะพาเขาไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ หัวหน้าแม่บ้านไม่ได้ว่าอะไรและอนุญาตให้เธอไปได้ "เธออายุเท่าไหร่?" "ยี่สิบสามค่ะ" คนตัวเล็กกลายเป็นคนถามคำตอบคำ เพราะระหว่างทางที่เดินมาเขาถามเธอแทบไม่ได้หยุด "เรียนจบอะไรมา" "มอหกค่ะ" "??" คนตัวโตทำหน้าสงสัย "ถึงแล้วค่ะ ฉันรอข้างนอกนะคะ" อรุณรักนั่งรอที่เก้าอี้หน้าร้านสะดวกซื้อและปล่อยให้คนตัวโตเข้าไปซื้อของสำคัญที่เขาต้องการ ตลอดทั้งวันเธอไม่กล้ามองหน้าเขาเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนมันหวนมาจนเธอรู้สึกละอายใจ "พอๆ เลิกคิดยัยอ้าย เมื่อคืนมันแค่ฝันร้าย" ร่างบางนั่งตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติแล้วบ่นพึมพำอยู่คนเดียว "กลับกันเถอะ" "ค่ะ" คนตัวเล็กแสนว่าง่ายลุกขึ้นยืนตามคำสั่งของเขา เธอเคยชินกับการถูกสั่งจึงไม่แปลกที่เธอจะว่านอนสอนง่ายแบบนี้ "เอาไปฉันซื้อให้" น้ำอัดลมขวดหนึ่งถูกยื่นมาให้ตรงหน้าโดยฝีมือของคนตัวโต "ขอบคุณค่ะ" อรุณรักไม่ปฏิเสธ เธอรับมาพร้อมกับเปิดขวดดื่มดับกระหายทันที คนตัวโตหยิบบุหรี่ที่ซื้อมาจุดสูบด้วยความเคยชินทำให้อีกคนมองอย่างสงสัย "คุณสูบบุหรี่ด้วยเหรอคะ" "อืม นานๆ ที" เฉิงฟาหยางไม่ได้โกหก เขาสูบบุหรี่จริงแต่ไม่ใช่ทุกวัน เขายังไม่ได้ติดถึงขั้นนั้น "ถามทำไม เธอก็สูบเหรอ" คนตัวโตยื่นบุหรี่มาให้เธอ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ได้สูบ "ไม่ค่ะ" ร่างบางรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันเธอไม่สนใจของพวกนี้หรอก ต่อให้เธอสูบจริงๆ เธอก็ไม่มีเงินไปซื้อ ทุกวันนี้เวลาอยากกินอะไรก็จะอาศัยแม่บ้านคนอื่นๆ ที่เห็นใจเธอก็จะซื้อของกินมาเผื่อบ้าง ส่วนเรื่องของใช้ส่วนตัวต่างๆ คุณหญิงวาสนาให้เงินเธอแค่เดือนละห้าร้อยบาทเท่านั้น ถ้าไม่พอก็ต้องรอเดือนถัดไป ถ้าเดือนนี้ขอเพิ่มเดือนหน้าก็ได้น้อยลงเพราะต้องหักลบกันไป "เธออยู่บ้านหลังนี้มากี่ปีแล้ว" "ยี่สิบปีค่ะ" อรุณรักตอบกลับอย่างไม่ต้องคิดเพราะเธอมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่สามขวบ "ไม่คิดจะไปอยู่ที่อื่นบ้างหรือไง" เธอถูกถามคำถามนี้อีกแล้ว เธอไม่มีที่ไปและไม่มีเงิน เธอจะไปที่ไหนได้ล่ะ จะมีใครเข้าใจเธอบ้างไหม "ไม่ค่ะ" เธอตอบกลับแค่สั้นๆ ไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่านี้ เขาไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของเธออีกเพราะเดี๋ยวเขาก็ไปแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องบอกอะไรเขา ทั้งคู่ไม่พูดอะไรต่อจนถึงบ้านก่อนจะแยกย้ายไปที่ของตัวเองกางเกงขายาวถูกมือหนากระชากออกจนพ้นสายตา ชั้นในตัวน้อยก็ตามไปติดๆ ร่างกายเนียนขาวไร้ที่ติประจักษ์ต่อสายตาของคนตัวโตที่กำลังหื่นกระหาย"อย่ามองนะคะ" แขนเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างอายๆ เธอไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครมาก่อน เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้เลย มันน่าอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี"หึ! เด็กน้อย" ร่างหนาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด แผงอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องที่ดูแข็งแรงแนบลงบนผิวกายของเธอ ร่างบางสะดุ้งจนเผลอเปิดหน้ามาดู"ฉันหนัก ลุกออกไปนะคะ" ร่างบางใช้มือยันแผงอกของเขา แต่ไร้การตอบสนองแรงเท่ามดอย่างเธอจะไปทำอะไรเขาได้"กางขาออก" มือหนาจับขาของเธอยกขึ้นลอย ก่อนจะกางออกกว้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรจนทั่ว"อย่านะคะ!..อ๊าย!" พูดไม่ทันขาดคำนิ้วชี้ใหญ่ก็จัดการกรีดลงกลางรอยแยกช้าๆ เนินอูมได้รูปสวยทำเอาเขาเก็บอาการแทบไม่อยู่"แล้วเธอจะชอบ เชื่อฉันสิ" ว่าจบก็ก้มหน้าลงไปจัดการชิมสิ่งที่เย้ายวนอยู่ตรงหน้า"อ๊ะ..ทำอะ..อ๊าย!" เสียงหวานร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งเกร็งเมื่อถูกลิ้นหนาของเขาสัมผัสเบาๆ ที่ส่วนนั้นของเธอ"คุณเฉิง..
อรุณรักเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ช้าๆ ทุกคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนิงอันหรือจะเรียกหนิงก็ได้ค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณไปที่ห้องนอนค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งที่อายุไม่ห่างกับเธอมากนัก พูดกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ"ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ เรียกว่าอ้ายก็พอค่ะ" อรุณรักยิ้มหวานให้อย่างจริงใจ"ค่ะ" แม่บ้านยังคงแสดงท่าทีอ่อนน้อมกับเธอ ก่อนจะเดินนำไปยังชั้นบน ระหว่างทางอรุณรักสังเกตเห็นแม่บ้านคนอื่นๆ พูดแล้วหันมองมาที่เธอ แต่เธอแปลไม่ออกว่าพวกเขาพูดว่าอะไรเพราะทุกคนที่นี่สื่อสารกันเป็นภาษาจีนหมด ก็เธอมาอยู่ประเทศจีนนี่นะไม่แปลกที่ทุกคนจะพูดภาษาจีน"อ้ายเรียกว่าพี่หนิงได้ไหมคะ คุณน่าจะเป็นรุ่นพี่ของอ้าย""ตามสะดวกเลยค่ะ" หนิงอันเอ่ยออกมา เธอไม่ได้ติดขัดอะไรถึงจะรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรก็ตาม"พี่หนิงเป็นคนไทยเหรอคะ""ใช่ค่ะ" หญิงสาวตอบไปตามความจริง เธอเป็นคนไทยที่มาทำงานในประเทศจีนจึงเปลี่ยนจากชื่อไทยเป็นชื่อจีน แต่ก็ยังคงชื่อเดิมเอาไว้ด้วย"ดีจังคะ แล้ว
เฉิงฟาหยางเดินทางกลับประเทศจีนไปก่อนโดยเขาสั่งให้เลขาส่วนตัวจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ของอรุณรัก เพราะเธอไม่มีเอกสารอะไรแม้แต่อย่างเดียวจึงใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางได้ เฉิงฟาหยางจึงกลับไปก่อนหลังจากรู้ข่าวจากอรรถพลว่าอรุณรักยอมตกลง"อิจฉาจังเลยอ้ายจะได้ไปประเทศจีนด้วย อย่าลืมซื้อขนมมาฝากพวกพี่นะ" เหล่าแม่บ้านพากันอิจฉาอรุณรักที่จะได้ไปต่างประเทศอย่างกะทันหัน โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเธอไปในฐานะอะไร แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้"อ้ายไปทำงานนะพี่ดวงไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อยแค่หกเดือนก็กลับแล้ว" อรุณรักตอบอย่างยิ้มๆ เอาเข้าจริงเธอเองก็หวั่นใจไม่น้อยที่ต้องจากบ้านไปไกลและนานพอสมควร แล้วยิ่งต้องไปอยู่ใกล้คนน่ากลัวแบบเขาเธอก็ยิ่งกังวล แต่เธอก็แค่ทำงานและคอยหลบหน้าเขาก็คงพอแล้วในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลศิวะโสภาพานิช คุณหญิงวาสนานั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อรู้ข่าวจากลูกชายว่าจะส่งอรุณรักไปให้เฉิงฟาหยาง"ทำไมแกไม่ให้น้องไปตาพล""แม่! ไปเป็นผู้หญิงแก้ขัดนะครับจะให้ส่งลูกแพรไปได้ยังไง" อรรถพลกระซิบกระซาบกับผู้เป็นแม่ให้ได้ยินแค่สองคนเพราะกลัวคนอื่นได้ยินแล้วไปบอก
อรรถพลเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนอนของแขกที่ครอบครัวเชื้อเชิญให้มาพักอย่างเต็มใจ ชายหนุ่มกำลังชั่งใจที่จะมาขอโทษเขาเรื่องวันนั้นที่ร้านกาแฟ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายวันแต่เขาเองก็รู้สึกไม่ดีถ้าหากยังไม่ได้เอ่ยขอโทษอย่างจริงจังพรึ่บ! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยฝีมือของคนด้านใน อรรถพลสะดุ้งตกใจก่อนจะทำหน้าเจื่อนๆ แล้วก้มหัวให้อีกคน"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" เสียงทุ้มถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นลูกชายเจ้าของบ้านทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด"คือ...ผมจะมาขอโทษคุณเฉิงน่ะครับ""ขอโทษ? เรื่องอะไรครับ" เฉิงฟาหยางทำเป็นจำไม่ได้ แต่ที่จริงแล้วเขาน่ะเป็นประเภทแค้นฝังหุ่นใครเคยทำอะไรไว้เขาไม่เคยลืม"ระ..เรื่องที่ร้านกาแฟเมื่อวันก่อนน่ะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณคือคุณเฉิง" อรรถพลก้มหัวอย่างรู้สึกผิด แต่อีกคนกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ"ถ้าไม่ใช่ผมคุณก็คงทำแบบนั้นกับใครก็ได้สินะครับ" เฉิงฟาหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ทำเอาอีกคนถึงกับหน้าเสียไปต่อไม่ถูก"แต่ช่างมันเถอะครับ ผมก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปครับ" คนตัวสูงใช้คำพูดที่ให้ตัวเองดู
เช้าวันรุ่งขึ้นอรุณรักตื่นขึ้นมาทำความสะอาดเหมือนทุกวัน แต่ที่ต่างไปจากทุกวันก็คือท่าทีระแวดระวังของเธอที่มองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา"อ้าย! แกเป็นอะไรท่าทางล่อกแล่ก ไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า" แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีของเธอ"เปล่าจ้ะพี่ดวง เดี๋ยวอ้ายไปถูชั้นบนก่อนนะ" ร่างบางหิ้วถังน้ำที่ใช้สำหรับถูพื้นเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของบ้าน"อะไรของมัน?" แม่บ้านพากันสงสัยในพฤติกรรมของอรุณรักจนพากันยืนเกาหัวอย่างมึนงง ทุกวันอรุณรักจะขยันตั้งใจทำงานแต่ไหนวันนี้ดูหลงๆ ลืมๆ เหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแปลกๆ"อ้าย""คะ คุณพล" อรรถพลเอ่ยเรียกคนที่กำลังถูพื้นอยู่หน้าห้องของตัวเอง อรุณรักรีบวางไม้ถูพื้นแล้วเข้าไปหาอรรถพลทันที"เมื่อคืนที่ฉันให้เอาเสื้อไปให้คุณเฉิง เธอเอาไปให้แล้วใช่ไหม""หะ..หะ..ให้แล้วค่ะ" อรุณรักตอบอย่างคนติดอ่างเข้าสิง ทำให้อรรถพลนึกถึงสิ่งที่ตนสงสัย เมื่อคืนเขาลุกขึ้นมากลางดึกจะลงไปหาอะไรในห้องครัวกินแก้หิว แต่กลับเจออรุณรักออกมาจากห้องของเฉิงฟาหยางด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนคล้ายกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่าง
"คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าคุณพลนะคะ" คนตัวเล็กยอมไม่ได้ที่เขามาเรียกคนที่เธอรักว่าไอ้หน้าอ่อน"โมโหแทนขนาดนี้รักมากเลยหรือไง นี่! ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กน้อย คนอย่างนายนั่นน่ะไม่มาสนใจเธอหรอก" มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอรรถพลไม่ได้คิดอะไรกับอรุณรัก"เงียบแบบนี้แสดงว่าจริงสินะ" คนตัวโตรู้สึกเป็นผู้ชนะขึ้นมาทันที เมื่อพูดแทงใจดำคนตัวเล็กได้สำเร็จ"อ๊าย! คุณจะทำอะไรคะ" เสียงหวานร้องลั่นเมื่อมือหนาของเขาค่อยๆ ลูบวนที่ก้นของเธอเบาๆ"ก็แค่ลองจับเฉยๆ เอง""ปล่อยเถอะค่ะ ไม่งั้นฉันจะไปบอกคุณหญิง" อรุณรักยกคุณหญิงวาสนาขึ้นมาอ้างเพราะคิดว่าเขาคงเกรงใจอยู่บ้าง"เอาสิ ขืนเธอบอกไปฉันก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอกนะคนที่เดือดร้อนน่าจะเป็นเธอมากกว่า""เธอคิดว่าคุณหญิงจะเชื่อใครล่ะระหว่างฉันหรือว่าเธอ" ร่างบางทำหน้าคิดตาม ก่อนจะคิดได้ว่าคุณหญิงคงหาว่าเธอไปให้ท่าเขาก่อนแน่ๆ เพราะในบ้านหลังนี้ไม่มีใครเข้าข้างหรือปกป้องเธอสักคน"ทำไมคุณต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย เราไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย""ก็เพราะไม่รู้จักกันไง ฉันไม่ชอบมีอะไรกับคนรู้จักน่







