Se connecterอรรถพลเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนอนของแขกที่ครอบครัวเชื้อเชิญให้มาพักอย่างเต็มใจ ชายหนุ่มกำลังชั่งใจที่จะมาขอโทษเขาเรื่องวันนั้นที่ร้านกาแฟ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายวันแต่เขาเองก็รู้สึกไม่ดีถ้าหากยังไม่ได้เอ่ยขอโทษอย่างจริงจัง
พรึ่บ! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยฝีมือของคนด้านใน อรรถพลสะดุ้งตกใจก่อนจะทำหน้าเจื่อนๆ แล้วก้มหัวให้อีกคน "มีอะไรหรือเปล่าครับ?" เสียงทุ้มถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นลูกชายเจ้าของบ้านทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด "คือ...ผมจะมาขอโทษคุณเฉิงน่ะครับ" "ขอโทษ? เรื่องอะไรครับ" เฉิงฟาหยางทำเป็นจำไม่ได้ แต่ที่จริงแล้วเขาน่ะเป็นประเภทแค้นฝังหุ่นใครเคยทำอะไรไว้เขาไม่เคยลืม "ระ..เรื่องที่ร้านกาแฟเมื่อวันก่อนน่ะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณคือคุณเฉิง" อรรถพลก้มหัวอย่างรู้สึกผิด แต่อีกคนกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ "ถ้าไม่ใช่ผมคุณก็คงทำแบบนั้นกับใครก็ได้สินะครับ" เฉิงฟาหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ทำเอาอีกคนถึงกับหน้าเสียไปต่อไม่ถูก "แต่ช่างมันเถอะครับ ผมก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปครับ" คนตัวสูงใช้คำพูดที่ให้ตัวเองดูดี แต่เขาน่ะตรงกันข้ามกับที่พูดเลยด้วยซ้ำ "ขอบคุณนะครับคุณเฉิง" อรรถพลก้มหัวลงอย่างนอบน้อมเพราะคนตรงหน้าคือคนที่จะชี้เป็นชี้ตายให้เขา เขาต้องทำตัวประจบประแจงให้เฉิงฟาหยางยอมเซ็นอนุมัติให้เขาไปเป็นผู้บริหารที่อเมริกาภายในหกเดือนนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นตำแหน่งผู้บริหารของที่นั่นคงตกเป็นของคนอื่นแน่ "คุณเฉิงครับ" อรรถพลเรียกเขาเอาไว้ก่อนที่อีกคนจะเดินไป "??" "เรื่องที่จะให้ผมไปเป็นผู้บริหารที่อเมริกา..." อรรถพลไม่กล้าพูดต่อเพราะกลัวว่าจะเหมือนเป็นการกดดันอีกฝ่ายมากเกินไป "ผมเป็นคนเซ็นนี่เนอะ คุณมีเวลาแค่หกเดือนด้วยสิ ที่นั่นมีแต่คนเก่งๆ แย่งกันเป็นผู้บริหาร” เฉิงฟาหยางพูดอย่างไม่รู้สึกอะไร ตอนนี้อรรถพลเหมือนลูกไก่ในกำมือของเขาเพราะอนาคตของอรรถพลเขาเป็นผู้กำหนด "ครับ ถ้าไม่เป็นขอมากเกินไป ผมอยากให้คุณเซ็นอนุมัติให้ผมได้ไปทำงานที่นั่นครับ" อรรถพลเอ่ยปากขออย่างตรงๆ ไม่อ้อมค้อม "ผมก็อยากเซ็นให้คุณนะคุณพล แต่มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันบ้างสิ ผลประโยชน์แลกผลประโยชน์ไงครับ" คนหัวหมอเริ่มออกอุบาย "คุณเฉิงต้องการให้ผมทำอะไรครับ ผมยอมทำทุกอย่างเลยครับ" "คุณไม่ต้องทำอะไรหรอก ผมแค่อยากได้ผู้หญิงคนหนึ่งมาแก้ขัดสักหกเดือนในช่วงที่ผมรอดูผลงานของคุณ" เฉิงฟาหยางเอ่ยในสิ่งที่ตนเองต้องการออกมา อรรถพลเริ่มกังวล เขากลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นน้องสาวของตัวเอง "ผมจะหาผู้หญิงให้ตามที่คุณเฉิงต้องการนะครับ" "ไม่ใช่ใครก็ได้ครับ แต่ผมต้องการ..." เฉิงฟาหยางพูดก่อนจะเงียบไปทำให้อีกคนยืนลุ้นจนแทบหยุดหายใจ "ใครดีล่ะ คุณลูกแพรก็น่าสนนะ" ทำเป็นแกล้งพูดถึงแพรพรรณ แต่แท้จริงแล้วเธอไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลยด้วยซ้ำ "น้องสาวผมยังเด็กเกินไปนะครับคุณเฉิง ผมสามารถหาคนที่ดีกว่าลูกแพรได้ครับ" อรรถพลรีบเอ่ยขึ้นทันควัน ถ้าเขาให้น้องสาวไปเป็นผู้หญิงแก้ขัดแลกกับตำแหน่ง เขาคงเป็นพี่ชายที่เลวมากๆ เพราะดูแล้วเฉิงฟาหยางไม่ได้คิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหน "ใครครับ?" "เด็กในอุปการะของที่บ้านผมครับ คุณคงรู้จักเธอแล้ว" อรรถพลตัดสินใจเอ่ยถึงอรุณรักเพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่น อย่างน้อยก็ดีกว่าส่งน้องสาวของตัวเองไป เฉิงฟาหยางลอบยิ้มมุมปากแต่ก็ยังทำหน้านิ่งเก็บอาการเอาไว้ "คุณหมายถึงเด็กที่ชื่ออ้ายน่ะเหรอครับ" "ครับ ถ้าคุณยอมเปลี่ยนจากลูกแพร" "ผมอยากได้คนที่เต็มใจไปกับผม ผมไม่อยากขืนใจใคร" "ผมจะลองคุยกับอ้ายให้นะครับ" อรรถพลเริ่มไม่แน่ใจว่าอรุณรักจะยอมหรือเปล่า "หวังว่าผมจะได้คำตอบก่อนบินกลับประเทศจีนนะครับ" เฉิงฟาหยางเอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงลงไปนั่งเล่นที่สวนหลังบ้านเพื่อแอบลอบมองใครบางคนที่ชอบมารดน้ำต้นไม้อยู่ในสวน เขาลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ถ้าได้เธอมาแก้ขัดสักสามเดือนคงจะดีไม่น้อย อรุณรักกำลังยิ้มแย้มหัวเราะร่าอยู่กับแม่บ้านวัยกลางคนที่กำลังเล่าเรื่องตลกให้เธอฟังตอนกำลังรดน้ำต้นไม้ในสวนของคุณหญิงวาสนา "พี่ดวงพอแล้ว ฮ่าๆๆ" อรุณรักยังคงหัวเราะไม่ยอมหยุด ถึงเธอจะดูเหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลาแต่ใช่ว่าเธอจะไม่เคยหัวเราะยิ่งเวลาได้ฟังเรื่องตลกเธอยิ่งเก็บอาการไม่อยู่ "ฮ่าๆๆ ฉันล่ะขำแทบตายเลยนะอ้าย" ทั้งสองคนหยุดขำแล้วกลับมาทำงานของตัวเองให้เสร็จ อรุณรักยิ้มไปรดน้ำต้นไม้ไป ก่อนสายตาจะพลันไปเห็นคนที่เธอพยายามหลบหน้าเขามาตลอด ปากเล็กที่ยิ้มอยู่ก่อนหน้าหุบยิ้มอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มยักคิ้วให้เธอก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือในมือของตัวเองต่อ ร่างบางจึงเลิกสนใจเขาแล้วมาทำงานของตัวเองให้เสร็จจะได้รีบไปจากตรงนี้ "อ้ายๆ คุณพลให้มาตาม" "คุณพลเหรอจ๊ะ" อรุณรักยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะรีบทิ้งงานของตัวเองตรงดิ่งไปหาคนที่เรียกเธอทันที “มาแล้วเหรออ้าย เข้ามาก่อนสิ" อรรถพลเรียกเธอให้เข้ามาในห้องของตัวเอง อรุณรักชั่งใจก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าห้องของเขาไป "คุณพลเรียกหาอ้ายมีอะไรหรือเปล่าคะ" "นั่งลงก่อนสิอ้าย" อรรถพลดึงมือของเธอให้นั่งข้างๆ เขา อรุณรักรู้สึกประหม่าเพราะไม่เคยได้อยู่ใกล้เขามากถึงขนาดนี้ ใจดวงน้อยของเธอเต้นแรงจนเก็บอาการไม่อยู่ "อ้ายเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ เลยนะรู้หรือเปล่า" อรรถพลเริ่มเกริ่นขึ้นมาทำให้อรุณรักทำตัวไม่ถูก อยู่ๆ ก็ถูกชมอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย "จะ...จริงเหรอคะ" "จริงสิ ฉันจะโกหกเธอทำไมล่ะ" "ขอบคุณนะคะ" ร่างบางยิ้มหวานอย่างมีความสุขเธอไม่เคยถูกใครชมมาก่อน แต่ใครชมก็ไม่มีความสุขเท่ากับคนที่เธอรักชม "แต่อ้ายรู้ไหมความสวยเป็นประโยชน์ได้นะ" อรรถพลค่อยๆ เริ่มเข้าเรื่องช้าๆ เขาเองก็ชั่งใจอยู่นานว่าจะขอร้องเธอยังไงดี "ยังไงคะ" "อ้ายรู้จักคุณเฉิงใช่ไหม ต้องรู้จักสิเนอะเขามาอยู่บ้านเราหลายวันแล้ว" อรรถพลถามเองตอบเองจนอรุณรักเริ่มสงสัย "มีอะไรหรือเปล่าคะคุณพล" ทำไมเธอรู้สึกไม่ค่อยดีกับประโยคต่อไปที่เขาจะพูดเลย "ฉันไม่รู้ว่าจะเป็นการขอร้องอ้ายมากเกินไปหรือเปล่า แต่อ้ายจะปฏิเสธก็ได้นะ" "??" อรุณรักทำหน้าสงสัยในสิ่งที่เขาพูดมา "อ้ายรู้ใช่ไหมว่าฉันกำลังจะได้เป็นผู้บริหารของบริษัท" "ค่ะ อ้ายรู้" เธอรู้เรื่องของเขาหมดทุกเรื่อง แต่ที่เธอไม่รู้คือตอนนี้เขาต้องการจะบอกอะไรเธอ "ฉันจะได้เป็นผู้บริหารของสาขาที่อเมริกา ถ้าคุณเฉิงเซ็นอนุมัติให้ฉัน" "อเมริกาเลยเหรอคะ" อรุณรักเองก็ตื่นเต้นไปกับเขาด้วย เธอดีใจที่ชีวิตของเขากำลังจะไปได้สวย "ใช่ อ้ายอยากไปด้วยไหมล่ะ" "อยากค่ะ แต่ว่าอ้ายคงไปไม่ได้" อรุณรักรีบตอบก่อนจะมารู้ตัวทีหลังว่าเธอจะไปได้ยังไงกัน "ได้สิ ถ้าอ้ายช่วยฉันเราจะได้ไปด้วยก้น" อรรถพลรู้ว่าเธอคิดยังไงกับตนเอง เขาจึงจะใช้ประโยชน์ตรงนี้ของเธอ "อ้ายไปด้วยได้จริงๆ เหรอคะคุณพล" "แน่นอน ฉันสัญญาว่าฉันจะพาอ้ายไป แต่อ้ายต้องช่วยอะไรฉันก่อน" "อะไรคะ?" คนตัวเล็กไม่เคยได้ไปต่างประเทศตาลุกวาวและที่ดีใจกว่านั้นคือเธอจะได้ไปกับเขา "อ้ายไปอยู่กับคุณเฉิงก่อนซักหกเดือนได้ไหม" อรรถพลเข้าเรื่องหลังจากที่พูดหว่านล้อมเธอมานาน "คะ?" "คุณเฉิงเขาต้องการให้ฉันหาแม่บ้านเพิ่มน่ะ แค่หกเดือนเอง ระหว่างที่รอเขาเซ็นอนุมัติให้ฉัน" "ทำไมต้องเป็นอ้ายล่ะคะ" อรุณรักยังคงสงสัยว่าทำไมต้องเป็นเธอกันล่ะ "เพราะอ้ายคือคนสำคัญของฉันไง ระหว่างที่อ้ายไปอยู่กับคุณเฉิงอ้ายก็ทำตัวดีๆ ให้เขายอมเซ็นให้ฉัน จากนั้นเราจะได้ไปอเมริกาด้วยกันไง" อรุณรักเริ่มคล้อยตามเมื่อเขาบอกว่าเธอคือคนสำคัญ แค่ตามไปดูแลเฉิงฟาหยางคงไม่ยากอะไรเมื่อแลกกับการที่เธอจะได้อยู่กับคนที่รัก "แล้วอ้ายต้องทำอะไรบ้างคะ" "อ้ายก็แค่ทำตามที่คุณเฉิงสั่ง เหมือนอยู่ที่บ้านนี้นั่นแหละ ไม่ยากเลยเห็นไหมล่ะ" อรรถพลไม่ได้บอกความจริงกับเธอว่าเธอต้องไปเป็นผู้หญิงแก้ขัดให้เขา แต่รอให้เธอรู้ด้วยตัวเองดีกว่าขืนบอกไปตอนนี้อรุณรักต้องปฏิเสธแน่ๆ "แล้วคุณหญิงจะยอมเหรอคะ" "เดี๋ยวฉันคุยกับคุณแม่เอง อ้ายแค่ไปเตรียมตัวเก็บของแล้วกลับไปกับคุณเฉิงนะ เรื่องเอกสารเดินทางเดี๋ยวคุณเฉิงเขาจัดการให้" อรุณรักยังไม่ทันได้ตอบตกลงแต่ก็เหมือนโดนมัดมือชกไปเสียแล้ว "คุณพลจะให้อ้ายไปอเมริกาด้วยจริงๆ ใช่ไหมคะ" อรุณรักถามเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่อรรถพลไม่ได้ตอบเธอเขาแค่พยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มแสนอ่อนโยนแค่นั้นก็ทำให้อรุณรักเชื่อเสียสนิทแล้ว เธอรักเขามาตลอด อะไรที่ทำให้เขามีความสุขได้เธอจะทำ เธอรู้ว่าเขาอยากเป็นผู้บริหารมาตลอดและเธอก็อยากเห็นเขาสมหวังกางเกงขายาวถูกมือหนากระชากออกจนพ้นสายตา ชั้นในตัวน้อยก็ตามไปติดๆ ร่างกายเนียนขาวไร้ที่ติประจักษ์ต่อสายตาของคนตัวโตที่กำลังหื่นกระหาย"อย่ามองนะคะ" แขนเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างอายๆ เธอไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครมาก่อน เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้เลย มันน่าอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี"หึ! เด็กน้อย" ร่างหนาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด แผงอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องที่ดูแข็งแรงแนบลงบนผิวกายของเธอ ร่างบางสะดุ้งจนเผลอเปิดหน้ามาดู"ฉันหนัก ลุกออกไปนะคะ" ร่างบางใช้มือยันแผงอกของเขา แต่ไร้การตอบสนองแรงเท่ามดอย่างเธอจะไปทำอะไรเขาได้"กางขาออก" มือหนาจับขาของเธอยกขึ้นลอย ก่อนจะกางออกกว้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรจนทั่ว"อย่านะคะ!..อ๊าย!" พูดไม่ทันขาดคำนิ้วชี้ใหญ่ก็จัดการกรีดลงกลางรอยแยกช้าๆ เนินอูมได้รูปสวยทำเอาเขาเก็บอาการแทบไม่อยู่"แล้วเธอจะชอบ เชื่อฉันสิ" ว่าจบก็ก้มหน้าลงไปจัดการชิมสิ่งที่เย้ายวนอยู่ตรงหน้า"อ๊ะ..ทำอะ..อ๊าย!" เสียงหวานร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งเกร็งเมื่อถูกลิ้นหนาของเขาสัมผัสเบาๆ ที่ส่วนนั้นของเธอ"คุณเฉิง..
อรุณรักเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ช้าๆ ทุกคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนิงอันหรือจะเรียกหนิงก็ได้ค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณไปที่ห้องนอนค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งที่อายุไม่ห่างกับเธอมากนัก พูดกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ"ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ เรียกว่าอ้ายก็พอค่ะ" อรุณรักยิ้มหวานให้อย่างจริงใจ"ค่ะ" แม่บ้านยังคงแสดงท่าทีอ่อนน้อมกับเธอ ก่อนจะเดินนำไปยังชั้นบน ระหว่างทางอรุณรักสังเกตเห็นแม่บ้านคนอื่นๆ พูดแล้วหันมองมาที่เธอ แต่เธอแปลไม่ออกว่าพวกเขาพูดว่าอะไรเพราะทุกคนที่นี่สื่อสารกันเป็นภาษาจีนหมด ก็เธอมาอยู่ประเทศจีนนี่นะไม่แปลกที่ทุกคนจะพูดภาษาจีน"อ้ายเรียกว่าพี่หนิงได้ไหมคะ คุณน่าจะเป็นรุ่นพี่ของอ้าย""ตามสะดวกเลยค่ะ" หนิงอันเอ่ยออกมา เธอไม่ได้ติดขัดอะไรถึงจะรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรก็ตาม"พี่หนิงเป็นคนไทยเหรอคะ""ใช่ค่ะ" หญิงสาวตอบไปตามความจริง เธอเป็นคนไทยที่มาทำงานในประเทศจีนจึงเปลี่ยนจากชื่อไทยเป็นชื่อจีน แต่ก็ยังคงชื่อเดิมเอาไว้ด้วย"ดีจังคะ แล้ว
เฉิงฟาหยางเดินทางกลับประเทศจีนไปก่อนโดยเขาสั่งให้เลขาส่วนตัวจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ของอรุณรัก เพราะเธอไม่มีเอกสารอะไรแม้แต่อย่างเดียวจึงใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางได้ เฉิงฟาหยางจึงกลับไปก่อนหลังจากรู้ข่าวจากอรรถพลว่าอรุณรักยอมตกลง"อิจฉาจังเลยอ้ายจะได้ไปประเทศจีนด้วย อย่าลืมซื้อขนมมาฝากพวกพี่นะ" เหล่าแม่บ้านพากันอิจฉาอรุณรักที่จะได้ไปต่างประเทศอย่างกะทันหัน โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเธอไปในฐานะอะไร แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้"อ้ายไปทำงานนะพี่ดวงไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อยแค่หกเดือนก็กลับแล้ว" อรุณรักตอบอย่างยิ้มๆ เอาเข้าจริงเธอเองก็หวั่นใจไม่น้อยที่ต้องจากบ้านไปไกลและนานพอสมควร แล้วยิ่งต้องไปอยู่ใกล้คนน่ากลัวแบบเขาเธอก็ยิ่งกังวล แต่เธอก็แค่ทำงานและคอยหลบหน้าเขาก็คงพอแล้วในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลศิวะโสภาพานิช คุณหญิงวาสนานั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อรู้ข่าวจากลูกชายว่าจะส่งอรุณรักไปให้เฉิงฟาหยาง"ทำไมแกไม่ให้น้องไปตาพล""แม่! ไปเป็นผู้หญิงแก้ขัดนะครับจะให้ส่งลูกแพรไปได้ยังไง" อรรถพลกระซิบกระซาบกับผู้เป็นแม่ให้ได้ยินแค่สองคนเพราะกลัวคนอื่นได้ยินแล้วไปบอก
อรรถพลเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนอนของแขกที่ครอบครัวเชื้อเชิญให้มาพักอย่างเต็มใจ ชายหนุ่มกำลังชั่งใจที่จะมาขอโทษเขาเรื่องวันนั้นที่ร้านกาแฟ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายวันแต่เขาเองก็รู้สึกไม่ดีถ้าหากยังไม่ได้เอ่ยขอโทษอย่างจริงจังพรึ่บ! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยฝีมือของคนด้านใน อรรถพลสะดุ้งตกใจก่อนจะทำหน้าเจื่อนๆ แล้วก้มหัวให้อีกคน"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" เสียงทุ้มถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นลูกชายเจ้าของบ้านทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด"คือ...ผมจะมาขอโทษคุณเฉิงน่ะครับ""ขอโทษ? เรื่องอะไรครับ" เฉิงฟาหยางทำเป็นจำไม่ได้ แต่ที่จริงแล้วเขาน่ะเป็นประเภทแค้นฝังหุ่นใครเคยทำอะไรไว้เขาไม่เคยลืม"ระ..เรื่องที่ร้านกาแฟเมื่อวันก่อนน่ะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณคือคุณเฉิง" อรรถพลก้มหัวอย่างรู้สึกผิด แต่อีกคนกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ"ถ้าไม่ใช่ผมคุณก็คงทำแบบนั้นกับใครก็ได้สินะครับ" เฉิงฟาหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ทำเอาอีกคนถึงกับหน้าเสียไปต่อไม่ถูก"แต่ช่างมันเถอะครับ ผมก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปครับ" คนตัวสูงใช้คำพูดที่ให้ตัวเองดู
เช้าวันรุ่งขึ้นอรุณรักตื่นขึ้นมาทำความสะอาดเหมือนทุกวัน แต่ที่ต่างไปจากทุกวันก็คือท่าทีระแวดระวังของเธอที่มองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา"อ้าย! แกเป็นอะไรท่าทางล่อกแล่ก ไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า" แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีของเธอ"เปล่าจ้ะพี่ดวง เดี๋ยวอ้ายไปถูชั้นบนก่อนนะ" ร่างบางหิ้วถังน้ำที่ใช้สำหรับถูพื้นเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของบ้าน"อะไรของมัน?" แม่บ้านพากันสงสัยในพฤติกรรมของอรุณรักจนพากันยืนเกาหัวอย่างมึนงง ทุกวันอรุณรักจะขยันตั้งใจทำงานแต่ไหนวันนี้ดูหลงๆ ลืมๆ เหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแปลกๆ"อ้าย""คะ คุณพล" อรรถพลเอ่ยเรียกคนที่กำลังถูพื้นอยู่หน้าห้องของตัวเอง อรุณรักรีบวางไม้ถูพื้นแล้วเข้าไปหาอรรถพลทันที"เมื่อคืนที่ฉันให้เอาเสื้อไปให้คุณเฉิง เธอเอาไปให้แล้วใช่ไหม""หะ..หะ..ให้แล้วค่ะ" อรุณรักตอบอย่างคนติดอ่างเข้าสิง ทำให้อรรถพลนึกถึงสิ่งที่ตนสงสัย เมื่อคืนเขาลุกขึ้นมากลางดึกจะลงไปหาอะไรในห้องครัวกินแก้หิว แต่กลับเจออรุณรักออกมาจากห้องของเฉิงฟาหยางด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนคล้ายกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่าง
"คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าคุณพลนะคะ" คนตัวเล็กยอมไม่ได้ที่เขามาเรียกคนที่เธอรักว่าไอ้หน้าอ่อน"โมโหแทนขนาดนี้รักมากเลยหรือไง นี่! ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กน้อย คนอย่างนายนั่นน่ะไม่มาสนใจเธอหรอก" มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอรรถพลไม่ได้คิดอะไรกับอรุณรัก"เงียบแบบนี้แสดงว่าจริงสินะ" คนตัวโตรู้สึกเป็นผู้ชนะขึ้นมาทันที เมื่อพูดแทงใจดำคนตัวเล็กได้สำเร็จ"อ๊าย! คุณจะทำอะไรคะ" เสียงหวานร้องลั่นเมื่อมือหนาของเขาค่อยๆ ลูบวนที่ก้นของเธอเบาๆ"ก็แค่ลองจับเฉยๆ เอง""ปล่อยเถอะค่ะ ไม่งั้นฉันจะไปบอกคุณหญิง" อรุณรักยกคุณหญิงวาสนาขึ้นมาอ้างเพราะคิดว่าเขาคงเกรงใจอยู่บ้าง"เอาสิ ขืนเธอบอกไปฉันก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอกนะคนที่เดือดร้อนน่าจะเป็นเธอมากกว่า""เธอคิดว่าคุณหญิงจะเชื่อใครล่ะระหว่างฉันหรือว่าเธอ" ร่างบางทำหน้าคิดตาม ก่อนจะคิดได้ว่าคุณหญิงคงหาว่าเธอไปให้ท่าเขาก่อนแน่ๆ เพราะในบ้านหลังนี้ไม่มีใครเข้าข้างหรือปกป้องเธอสักคน"ทำไมคุณต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย เราไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย""ก็เพราะไม่รู้จักกันไง ฉันไม่ชอบมีอะไรกับคนรู้จักน่







