Share

บทที่ 1

last update publish date: 2026-10-27 16:19:16

บทที่ 1

กลิ่นกะเพราหอมโชยขึ้นเตะจมูก เสียงผัดตะหลิวดังกระทบกับกะทะบ่งบอกถึงความชำนาญของผู้ทำได้เป็นอย่างดี 'ใบบัว' ทำเช่นนี้ทุกวัน เพื่อรอบุตรสาวคนที่เหลือเพียงคนเดียวกลับจากโรงเรียน

"แม่จ๋า หนูกลับมาแล้วจ้า" เสียงหวานใสดังแว่วเข้ามาในบ้านก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่มาเสียอีก

"กลับมาแล้วก็ไปอาบน้ำอาบท่าไป แม่ทำกับข้าวเสร็จพอดี" ใบบัวเอ่ยบอกบุตรสาวเสียงนุ่ม

"จ้ะแม่ หนูไปอาบน้ำก่อนนะ" เด็กสาวเข้ามาหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ก่อนจะวิ่งเข้าห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

'ใบหม่อน' เด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสีดำสดใสอยู่ภายใต้แว่นกรอบใหญ่ จมูกไม่ถึงกับโด่งมากแต่เชิดรั้นนิดๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวดื้อเอาการ ปากกระจับสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ เธออาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคน เดิมทีอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ แต่พ่อและพี่ชายเธอได้เสียชีวิตไปเมื่อแปดปีก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในตอนนี้เธออายุได้สิบเจ็ดปีย่างสิบแปดในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว

แม่เธอทำขนมไทยขายดำรงชีพและส่งเธอเรียน ครอบครัวเธอไม่ถึงกับลำบากเพราะได้เงินประกันจากบิดาที่เป็นข้าราชการ แม่เธอสอนให้เธอประหยัดและอดออม เงินมีได้ก็หมดได้เช่นกัน เธอเป็นคนน่ารักเรียนเก่งและเป็นเด็กดีเสมอมา จนบางครั้งแม่เธออดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ด้วยรู้ว่าบุตรสาวเป็นคนหัวอ่อนและเชื่อคนง่าย

"อื้อ หอมจัง" ใบหม่อนทำจมูกฟุดฟิดๆ ใกล้จานข้าวจนต้องถูกเอ็ด เธอหันไปยิ้มแป้นอย่างขอโทษขอโพย

"เรียนหนักไหมลูก" ใบบัวเอ่ยถามบุตรสาว ด้วยรู้ว่าช่วงนี้ใกล้สอบปิดเทอม เธอเห็นใบหม่อนอ่านหนังสือทุกครั้งในยามว่าง

"นิดหน่อยค่ะแม่ เอ้อ แม่จ้ะพรุ่งนี้หนูขอเงินไปจ่ายค่าชีสหน่อยนะจ้ะ" เธอเอ่ยอย่างเกรงใจ

"ได้สิ เดี๋ยวแม่วางไว้ให้หลังตู้เย็นนะ"

ในทุกๆ วันใบบัวต้องตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อทำขนมไทยออกไปขายที่ตลาดในยามเช้า เธอจะแบ่งเงินไว้ให้ลูกเป็นสัดส่วนอย่างนี้ทุกวัน ถึงแม้จะเจอกันแค่ในตอนเย็นหลังเลิกเรียน ก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของครอบครัวลดลงเลยแม้แต่น้อย

"วันนี้หนูขอนอนกอดแม่หน่อยนะ มะรืนนี้หนูก็จะสอบแล้ว" เธอคลี่ยิ้มสดใสให้ผู้เป็นแม่

"ได้สิจ้ะ"

เช้าในวันถัดมาใบหม่อนมาโรงเรียนตามปกติในทุกๆ วัน นับว่าเธอเป็นเด็กที่เรียนได้เกรดเฉลี่ยดีที่สุดในชั้นเรียน และเป็นที่รักของเพื่อนหลายๆ คน

"หม่อน! ทางนี้" หยกโบกมือเรียกเพื่อนสาวที่กำลังเดินตรงไปยังอาคารเรียน ใบหม่อนโบกมือตอบก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนๆ ที่นั่งจับกลุ่มอยู่

"ทำอะไรกันอยู่อะ" หญิงสาวหย่อนสะโพกนั่งที่ไม้หินอ่อนอย่างคุ้นชิน

"หม่อน แกติวเรื่องนี้ให้ฉันหน่อยสิ ฉันอ่านหลายรอบแล้วไม่เข้าใจเลย" เบลล์ถอนหายใจราวกับเหนื่อยหน่าย

"ได้สิ"

"ไอ้หม่อน แกทำไมเก่งจังวะ ตอนเด็กแม่เอาอะไรให้กินเหรอ ฉันจะได้กินบ้างหัวฉันไม่แล่นเลยเนี่ย" โยบ่นพลางหยิบขนมกรุบกรอบขึ้นมาแกะกินหน้าตาเฉย

"โอ้ยย ก็แกเอาแต่เล่นกับกินแบบเนี่ย ตอนไหนจะฉลาดเล่า" หยกอดที่จะพูดเหน็บเพื่อนสาวไม่ได้ โยเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะเคี้ยวขนมต่อ

"มาๆ เดี๋ยวฉันติวให้พร้อมกันทีเดียวเลย พรุ่งนี้เราต้องสอบผ่านกันทุกคนนะ" ใบหม่อนคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะเริ่มติวหนังสือให้กับเพื่อนๆ

"หม่อนๆ คุณครูเรียกหาน่ะ" เด็กผู้ชายใบหน้าจิ้มลิ้มวิ่งเข้ามาบอกเธอก่อนจะวิ่งหนีหายไป

"ครูเรียกแกทำไมอะ"

"ไม่รู้สิ งั้นเดี๋ยวฉันมานะ พวกแกติวไปก่อนเลย"

ใบหม่อนเดินขึ้นมายังห้องพักครูเธอเคาะประตูสามครั้งก่อนจะได้รับอนุญาต ครูวัยกลางคนกำลังนั่งเช็คเอกสารอย่างขมักเขม้น

"อ้าว มาแล้วเหรอ นั่งก่อนสิ"

"คุณครูเรียกหนูมามีอะไรเหรอคะ" เธอไม่รีรอที่จะถามเข้าประเด็นในทันที

"ครูมีข่าวดีมาบอก อะนี่จ้ะ" คุณครูยื่นเอกสารใบหนึ่งให้กับเธอ ใบหม่อนรับมาอย่างงงๆ แม้จะไม่รู้ว่าข่าวดีคืออะไร เธอขยับแว่นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าอ่านผิดไปหรือเปล่า แต่เธอก็ลองอ่านอีกครั้งความหมายมันก็ยังคงเหมือนเดิม

"มะ..หมายความว่าไงเหรอคะ"

"ก็หมายความว่า ที่เธอสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นสำเร็จแล้วไงจ้ะ ครูดีใจด้วยนะ"

คุณครูเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกดีใจกับลูกศิษย์จากใจจริงเพราะเธอขยันและทุ่มเทกับการเรียนมาก ความฝันของใบหม่อนคือการได้เรียนต่อสูงๆ และเรียนที่ดีๆ เธอตั้งใจอ่านและสอบชิงทุนตามความฝันและวันนี้เธอก็ทำสำเร็จแล้ว

"ขอบคุณนะคะครู หนูดีใจมากๆ เลยค่ะ" ใบหม่อนเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลออย่างดีใจ ความฝันเธอใกล้สำเร็จแล้วเธอจะตั้งใจเรียนให้สมกับที่แม่ยอมลำบากส่งเสียเธอเรียนจนได้ดี

"ครูดีใจด้วยนะใบหม่อน เธอเป็นเด็กดีและตั้งใจเรียน ครูเชื่อว่าเธอจะต้องเรียนจบและมีงานที่ดีในอนาคตแน่นอนจ้ะ" ครูสวมกอดเธอแนบแน่นด้วยความรักความเอ็นดูเหมือนลูกหลานคนนึง

หลังจากเลิกเรียนใบหม่อนก็รีบปั่นจักรยานกลับบ้านในทันทีด้วยหัวใจเปี่ยมไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุด เธอยิ้มให้กับทุกคนที่ขี่รถผ่าน ทำไงได้ก็เธอมีความสุขนี่นา

"แม่จ๋า หนูกลับมาแล้วจ้า แม่ แม่" ใบหม่อนวางกระเป๋าลงที่โต๊ะนั่งก่อนจะวิ่งหาผู้เป็นแม่

"อะไร เรียกเสียงดังทำไมหม่อน ฮึ" ใบบัวที่นั่งเก็บผักอยู่ที่สวนหลังบ้านดุลูกสาวเล็กน้อยเมื่อเธอตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงดังลั่นบ้าน

"ขอโทษจ้ะแม่ ก็หนูดีใจนี่นา แม่ๆ ดูนี่" ใบหม่อนยื่นเอกสารไปให้แม่ได้ดู ก่อนที่ใบบัวจะคลี่ยิ้มออกมา

"จริงเหรอหม่อน หม่อนจะได้ไปเรียนต่อจริงๆ เหรอลูก" ใบบัวโอบกอดลูกรักด่วยความดีใจ เธอรู้ว่านี่คือความฝันของบุตรสาว แม้จะรู้สึกใจหายไปบ้างที่ต้องห่างไกลลูก แต่นี่คือความหวังเดียวที่เธอจะทำให้ลูกได้

"จริงสิจ้ะแม่ ครูบอกว่าอีกสองเดือนหนูก็ต้องไปดูโรงเรียนที่ญี่ปุ่นแล้วจ้ะ หนูจะได้เรียนรู้และปรับสภาพตัวได้ง่ายไงจ้ะ แม่ดีใจกับหนูไหม หนูดีใจมากๆ เลยนะ"

ในขณะที่ใบหม่อนบรรยายความรู้สึกของเธอ ใบบัวเองก็หูดับไปตั้งแต่ที่ลูกบอกว่าต้องไปในอีกสองเดือนข้างหน้า มันเร็วไปสำหรับเธอ เธอและลูกไม่เคยห่างกันไกลมากขนาดนี้ ลูกจะอยู่ยังไงจะอยู่ได้ไหม คำถามมากมายสารพัดในหัวเธอ ใบบัวคว้าลูกเข้ามากอดไว้แน่น ลูบผมนุ่มสลวยของเธออย่างอ่อนโยน

"แม่ แม่ร้องไห้ทำไมจ้ะ หรือว่าแม่ไม่อยากให้หนูไป หนูไม่ไปก็ได้นะแม่" ใบหม่อนร้องอย่างตกใจ เมื่อผละกอดแล้วเห็นแม่ร้องไห้

"เปล่าหรอกจ้ะ แม่แค่ดีใจมากและ...ใจหาย แม่เป็นห่วงลูก"

"โธ่แม่ หนูดูแลตัวเองได้น่า แม่ไม่ต้องห่วง" เธอกอดมารดาอย่างปลอบใจ ขอใหแม่มั่นใจในตัวเธอ เธอจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังเด็ดขาด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทที่ 4

    บทที่ 2รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในบ้านอย่างคุ้นเคยเมื่อประตูเปิดออกก็เผยให้เห็นร่างสูงสมชายชาตรีเดินลงมา สัญลักษณ์ที่น่าจดจำคือผิวขาวตาตี๋ฉบับลูกครึ่งญี่ปุ่น นิ้วเรียวควงกุญแจเล่นอย่างอารมณ์ดีขณะเดินเข้าบ้าน "ตาธาม!" เสียงทรงพลังของมารดาผู้เป็นที่รักของลูกๆ ดังขึ้นสร้างความตกใจให้กับธามไทเป็นอย่างมาก"โอ้ย จะเรียกเสียงดังทำไมครับม๊า ผมตกใจหมด" ธามไทขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะเดินเข้าไปหามารดาที่ยืนทำหน้ายักษ์อยู่กลางห้องโถง"แกไปไหนมาทำไมกลับซะมืดค่ำแบบนี้ฮึ! อย่าบอกนะว่าไปหาอีหนูของแกมาน่ะ" มินาเสะพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ รู้ว่าบุตรชายคนรองเป็นคนเหลวไหลเห็นทีต้องจับให้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที"โธ่ม๊า อีนงอีหนูที่ไหนละครับ ผมแค่..ออกไปขับรถเล่นเฉยๆ น่า" ธามไทเอ่ยแก้ตัวพลางเข้าไปกอดเอวหนาของมารดาอย่างออดอ้อน"ไม่ต้องมาอ้อนเลย รู้ไหมว่าพี่แกบินกลับมาน่ะ แทนที่จะไปดูงานกับพี่ แกกลับทำตัวเหลวไหลไปวันๆ " "พี่เธียร์กลับมาเหรอครับ มาตั้งแต่เมื่อไหร่" พี่น้องบ้านนี้อายุห่างกันคนละสามปี เธียเตอร์มีความเป็นผู้นำและความเป็นพี่สูงจึงไม่แปลกที่จะเป็นที่รักและเคารพของบรรดาน้องๆ "เมื่อกลางวันนี่เอง แกไ

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทที่ 3

    เพื่อนๆ ของใบหม่อนพาเธอมาที่โรงพยาบาลก่อนจะพบว่าแพ้สารแอลกอฮอล์จริงๆ หมออนุญาตให้กลับบ้านได้เนื่องจากไม่ได้เป็นอะไรรุนแรงนัก"เกือบซวยแล้วเห็นไหม"หยกต่อว่าเพื่อนสาวอย่างนึกโมโห ถ้าใบหม่อนเป็นอะไรขึ้นมาพวกเธอจะทำยังไง"ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้นิ คราวหลังฉันจะไม่ทำอีกแล้ว" โยเอ่ยอย่างรู้สึกผิด เบลล์ตบบ่าอย่างให้กำลังใจรู้ว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้"อึก โอ้กก~ แหวะ" ใบหม่อนทำท่าคลื่นไส้ก่อนจะอ้วกออกมาจนหมดไส้หมดพุง ทำเอาเพื่อนๆ ถึงกับตกอกตกใจ"งื้อ~ รถฉัน" จูนโอดครวญ"หม่อน แกเป็นยังไงบ้าง โอเคขึ้นไหม" เบลล์ถามอย่างเป็นห่วง"โอ้ย ปวดหัวจัง ทำไมมันคันแบบนี้เนี่ย" ใบหม่อนยกมือขึ้นกุมขมับพลางเกาไปทั่วแขนและลำคอจนเป็นผื่นแดง "อย่าเกา ยิ่งเดามันจะยิ่งคัน" หยกห้ามปราม"ก็ฉันคันนี่นา แล้วเราอยู่ไหนกันเนี่ย" ใบหม่อนที่เพิ่งตาสว่างหันมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจ ไม่คุ้นทางเลยสักนิด"ไปบ้านฉันน่ะ พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านกัน" จูนเอ่ยบอกขณะขับรถไปตามเส้นทาง"เฮ้ยไม่ได้! แม่ฉันเป็นห่วงแย่" ใบหม่อนเอ่ยอย่างตกใจ ขืนเธอไม่กลับบ้านมีหวังแม่ได้บ่นหูชาแน่ๆ "ก็โทร.ไปบอกแม่แกสิ" โยเสนอ"ไม่เอาหรอก ฉันนอนบ้านคนอื่นไ

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทที่ 2

    เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุยกันวุ่นวายเมื่อสอบเสร็จในวิชาสุดท้ายของเทอม บางคนก็ยังคงนั่งอ่านทบทวนว่าสิ่งที่สอบไปถูกหรือไม่ บางคนก็โปรยชีสทิ้งอย่างโล่งใจที่สอบเสร็จเสียที ร่างบอบบางนั่งพิงผนังหน้าชั้นเรียนถอดแว่นสายตาออกพลางนวดคลึงขมับอย่างต้องการผ่อนคลาย"หม่อน แกสอบได้บ้างไหม" หยกเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับยื่นไอติมหนึ่งแท่งให้กับเพื่อนสาว"ก็พอได้นะ ข้อสอบนี้ยากชะมัดเลย ขนาดฉันอ่านมาเยอะแล้วนะยังรู้สึกว่าทำได้ยังไม่ดีพอเลย โดยเฉพาะข้อสอบเขียนอะ" ใบหม่อนแสดงสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อรู้สึกทำได้ไม่ดีเท่าที่ผ่านมา "เอาน่า แกผ่านอยู่แล้วแหละ ไหนๆ ก็สอบเสร็จแล้วเราไปฉลองกันดีกว่า"หยกเสนอ"แต่ฉันต้องกลับบ้าน แกก็รู้ว่าฉันอยู่ค่ำมืดไม่ได้" ด้วยเพราะแม่ย้ำนักย้ำหนาเรื่องการกลับบ้านให้ตรงเวลา เพราะไม่อยากให้เธอเถลไถลหากต้องไปติวบ้านเพื่อนแม่เธอก็จะไปรับไปส่งตลอด"เดี๋ยวฉันขอป้าบัวให้เอง แกไปเถอะน๊า" หยกเขย่าแขนเพื่อนรักอย่างอ้อนวอน "เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว ไปเลี้ยงฉลองครั้งสุดท้ายกันเถอะ""อื้อ ก็ได้ ถ้าแม่อนุญาตนะ""โอเค" ในเย็นวันนั้นหยกและเพื่อนๆ อีกสองสามคนก็ปั่นจักรยานไปที่บ้านของใบหม่อนเพื่อข

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทที่ 1

    บทที่ 1กลิ่นกะเพราหอมโชยขึ้นเตะจมูก เสียงผัดตะหลิวดังกระทบกับกะทะบ่งบอกถึงความชำนาญของผู้ทำได้เป็นอย่างดี 'ใบบัว' ทำเช่นนี้ทุกวัน เพื่อรอบุตรสาวคนที่เหลือเพียงคนเดียวกลับจากโรงเรียน"แม่จ๋า หนูกลับมาแล้วจ้า" เสียงหวานใสดังแว่วเข้ามาในบ้านก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่มาเสียอีก"กลับมาแล้วก็ไปอาบน้ำอาบท่าไป แม่ทำกับข้าวเสร็จพอดี" ใบบัวเอ่ยบอกบุตรสาวเสียงนุ่ม"จ้ะแม่ หนูไปอาบน้ำก่อนนะ" เด็กสาวเข้ามาหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ก่อนจะวิ่งเข้าห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า'ใบหม่อน' เด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสีดำสดใสอยู่ภายใต้แว่นกรอบใหญ่ จมูกไม่ถึงกับโด่งมากแต่เชิดรั้นนิดๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวดื้อเอาการ ปากกระจับสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ เธออาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคน เดิมทีอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ แต่พ่อและพี่ชายเธอได้เสียชีวิตไปเมื่อแปดปีก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในตอนนี้เธออายุได้สิบเจ็ดปีย่างสิบแปดในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว แม่เธอทำขนมไทยขายดำรงชีพและส่งเธอเรียน ครอบครัวเธอไม่ถึงกับลำบากเพราะได้เงินประกันจากบิดาที่เป็นข้าราชการ แม่เธอสอนให้เธอประหยัดและอดออม เงินมีได้ก็หมดได้เช่นกัน เธอเป็นคนน

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทนำ

    พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อบทนำหลังจากเก็บของที่ประชุมเสร็จ ชายหนุ่มก็ออกไปจากบริษัท รถคันหรูแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว เขามุ่งหน้าไปที่ห้างสรรพสินค้า ตั้งใจว่าจะซื้อของใช้และนมบำรุงไปให้ใบหม่อนด้วย มือหนาหยิบนมลงรถเข็น พร้อมกับเดินเลือกซื้อชุดคลุมให้หญิงสาว นับวันท้องก็เริ่มโตขึ้น ใบหน้าเรียบนิ่งระบายยิ้มออกมาเบาๆ ทุกวันนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ารู้สึกกับเธอยังไงกันแน่ อาจจะเพราะผูกพันธ์กระมัง เขาเห็นเธอเป็นเสมือนน้องสาวของเขาเอง เพราะอายุก็ไล่ๆกันด้วยซ้ำ ร่างสูงเดินกลับเข้ามาในบ้าน ก่อนจะกวาดสายตามองหาร่างบางที่คิดว่าจะเจอ เขาวางของไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินหาหญิงสาว"ใบหม่อน...อยู่ไหน" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกหญิงสาว เป็นจังหวะเดียวกับที่ใบหม่อนเดินออกมาจากในครัว ในมือเธอถือชีสเค้กไว้"อยู่นี่ค่ะ" เสียงหวานใสเอ่ยบอก ร่างตุ้ยนุ้ยที่ท้องเธอเริ่มโตเดินมานั่งลงที่ห้องรับแขก "ทำอะไร?" เธียเตอร์เลิกคิ้วมองเด็กสาวอย่างงุนงง "หนูอยู่ว่างๆ มันเบื่อเลยทำขนมกินเล่นค่ะ" เธอฉีกยิ้มสดใสให้กับชายหนุ่ม พร้อมกับยื่นชีสเค้กไปวางตรงหน้าเขา เพล้ง!!ใบหม่อนสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ เมื่อมือหนาปัดถ้วยเค้กทิ้งอย่างไม่ใยด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status