Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-10-27 16:19:40

เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุยกันวุ่นวายเมื่อสอบเสร็จในวิชาสุดท้ายของเทอม บางคนก็ยังคงนั่งอ่านทบทวนว่าสิ่งที่สอบไปถูกหรือไม่ บางคนก็โปรยชีสทิ้งอย่างโล่งใจที่สอบเสร็จเสียที ร่างบอบบางนั่งพิงผนังหน้าชั้นเรียนถอดแว่นสายตาออกพลางนวดคลึงขมับอย่างต้องการผ่อนคลาย

"หม่อน แกสอบได้บ้างไหม" หยกเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับยื่นไอติมหนึ่งแท่งให้กับเพื่อนสาว

"ก็พอได้นะ ข้อสอบนี้ยากชะมัดเลย ขนาดฉันอ่านมาเยอะแล้วนะยังรู้สึกว่าทำได้ยังไม่ดีพอเลย โดยเฉพาะข้อสอบเขียนอะ" ใบหม่อนแสดงสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อรู้สึกทำได้ไม่ดีเท่าที่ผ่านมา

"เอาน่า แกผ่านอยู่แล้วแหละ ไหนๆ ก็สอบเสร็จแล้วเราไปฉลองกันดีกว่า"หยกเสนอ

"แต่ฉันต้องกลับบ้าน แกก็รู้ว่าฉันอยู่ค่ำมืดไม่ได้" ด้วยเพราะแม่ย้ำนักย้ำหนาเรื่องการกลับบ้านให้ตรงเวลา เพราะไม่อยากให้เธอเถลไถลหากต้องไปติวบ้านเพื่อนแม่เธอก็จะไปรับไปส่งตลอด

"เดี๋ยวฉันขอป้าบัวให้เอง แกไปเถอะน๊า" หยกเขย่าแขนเพื่อนรักอย่างอ้อนวอน "เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว ไปเลี้ยงฉลองครั้งสุดท้ายกันเถอะ"

"อื้อ ก็ได้ ถ้าแม่อนุญาตนะ"

"โอเค"

ในเย็นวันนั้นหยกและเพื่อนๆ อีกสองสามคนก็ปั่นจักรยานไปที่บ้านของใบหม่อนเพื่อขออนุญาตพาใบหม่อนไปร่วมฉลองด้วย เมื่อมาถึงบ้านก็พบว่าใบบัวกำลังนั่งตัดใบตองอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน

"แม่จ๋า หนูกลับมาแล้วจ้า" เสียงหวานใสดังขึ้นดั่งเช่นทุกวัน เธอวิ่งเอากระเป๋าไปวางก่อนจะไปหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่

"สวัสดีค่ะป้าบัว" เพื่อนๆ ของใบหม่อนยกมือไหว้เคารพแม่ของเพื่อนสาว

"สวัสดีจ้ะ แล้วนี่มาทำอะไรกันฮึ หม่อนแม่แบ่งขนมไว้ให้ในตู้เย็นแน่ะ ไปเอามาให้เพื่อนๆ กินสิ"

"ไม่เป็นไรค่ะป้าบัว พวกหนูมาขออนุญาตพาหม่อนไปเลี้ยงฉลองสอบเสร็จน่ะค่ะ ป้าบัวให้หม่อนไปนะคะ" หยกมองหน้าใบบัวตาปริบๆ

ใบบัวหันไปมองหน้าลูกสาวที่นั่งก้มหน้างุดๆ คงรู้สึกเกรงใจเธอจึงให้เพื่อนมาขอให้ เธอก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไรลูกมากนัก เพียงแต่เป็นห่วงก็เท่านั้น

"ไปสิจ้ะ แต่อย่ากลับดึกนักล่ะ"

"เย่! แม่น่ารักที่สุดเลย งั้นหนูไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ" ใบหม่อนหอมแก้มแม่อย่างขอบคุณก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

"พวกหนูไปก่อนนะคะ สัญญาจะไม่กลับดึกค่า" หยกและเพื่อนๆ ไหว้ลาก่อนที่จะพากันออกไป

เด็กสาวต้องพากันนั่งรถเมย์ไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ห่างบ้านหลายสิบกิโลฯ นานๆ จะได้มาเปิดหูเปิดตากันสักที

"เฮ้ย ฉันรู้มาว่ามีร้านนั่งชิลล์อยู่ข้างๆ ห้างด้วยแหละ สนใจไปกันม่ะ" โยเสนอความคิด

"เอาสิ ฉันก็อยากลองไปเหมือนกัน" หยกสนับสนุนด้วย คนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยก็คือใบหม่อน เธอได้แต่เออออห่อหมกไปกับเพื่อนๆ

ในเวลาต่อมาทุกคนก็มาถึงร้านนั่งชิลล์แห่งหนึ่ง บรรยากาศช่วงเย็นคนก็ครึกครื้นสนุกสนาน บ้างก็ทยอยมา บ้างก็นั่งกันตั้งแต่หัววันใบหม่อนมองบรรยากาศรอบๆ ด้วยความรู้สึกไม่คุ้นชิน การตกแต่งร้านเป็นสไตล์ร้านเหล้าชัดๆ ผู้ชายที่นั่งดื่มต่างก็มองมาที่เธอและเพื่อนๆ

"ที่นี่เหรอ ทำไมมันน่ากลัวจัง"

ด้วยเพราะแสงไฟสลัวๆ ภายในร้านทำให้เธอมองโดยรอบไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่ เหมือนที่อโคจรมากกว่า แต่ก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว เพราะมีที่นั่งสูดบรรยากาศธรรมชาติชั้นบนของร้าน เป็นชั้นลอยที่ตกแต่งด้วยถังน้ำมันเป็นที่นั่ง ผู้คนก็ไม่เยอะเท่าข้างล่าง

"กลัวเกออะไรกัน น่าสนุกดีออก มาๆ ฉันให้เพื่อนจองไว้รอแล้ว" โยเอ่ยบอกก่อนจะจูงแขนใบหม่อนไปที่โต้ะนั่ง "เฮ้! จูน"

"โย มาแล้วเหรอ" จูนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่เงยหน้ามองเพื่อนสาวต่างสถาบันที่กำลังเดินมายังโต้ะที่เธอนั่งอยู่

"นี่ใบหม่อน หยกแล้วก็เบลล์ ส่วนนี่จูนที่เพื่อนฉันเอง"

"ยินดีที่ได้รู้จักนะ"

สาวๆ นั่งที่เก้าอี้ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มกับทางร้าน ทุกคนสั่งเป็นเหล้าปั่นบ้าง คอกเทลบ้าง คงมีแต่ใบหม่อนกระมังที่สั่งน้ำผลไม้ปั่นคนเดียว

"มาทั้งที กินอะไรน้ำผลไม้เล่าหม่อน เดี๋ยวฉันสั่งให้"

"ไม่เอา ฉันกินน้ำผลไม้นี่แหละ ขืนแม่รู้ได้ตีตายแน่"

แม้จะไม่ค่อยชอบสถานที่แบบนี้สักเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่ามันไม่ได้เข้ากับเธอเลยสักนิด แต่นานๆ ได้ออกมาทีก็อยากจะสนุกให้เต็มที่เช่นกัน เสียงเพลงดังคลอแผ่วเบาฟังสบายๆ

"ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" ใบหม่อนลุกไปเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกปวดฉี่

"ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม" หยกวางแก้วลงเตรียมจะลุกไปเป็นเพื่อน

"ไม่เป็นไร แกกินไปเถอะ" ใบหม่อนเอ่ยบอกอย่างเกรงใจ ไม่อยากขัดความสนุกของเพื่อน เมื่อใบหม่อนลุกออกไปแล้วจึงเหลือแต่เพื่อนๆ ที่นั่งกินกันอยู่

"เฮ้ย ผสมเหล้าให้หม่อนมันสักหน่อยดีไหม" โยโพล่งขึ้นมาอย่างเสนอความคิด อยากให้เพื่อนสนุกและได้ลิ้มลองของแบบนี้บ้าง

"ไม่ดีมั้ง แกก็รู้ว่าหม่อนมันกินไม่เป็น" หยกเอ่ยห้าม

"ดีสิ แค่ให้มันลองเฉยๆ ฝาเดียวพออะ มันไม่เมาหรอก" โยคะยั้นคะยอจะให้ลองให้ได้ ก่อนจะรินเหล้าใส่ฝาหนึ่งแล้วเทไปที่แก้วน้ำผลไม้ของใบหม่อน

ไม่นานใบหม่อนก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ได้ล้างหน้าล้างตาก็รู้สึกดีขึ้นมาก เธอยกแก้วน้ำของตัวเองขึ้นดื่มโดยที่เพื่อนๆ ทำตัวปกติ

"ทำไมรสชาติมันแปลกๆ " ใบหม่อนแปลกใจเล็กน้อยเมื่อรู้สึกข่มปร่าที่ลำคอแถมมีกลิ่นฉุนๆ อีก

"แกคิดไปเองเปล่า มาๆ ดื่มฉลองให้กับอิสระของเรา ไม่ว่าพวกแกจะไปเรียนที่ไหนเราก็จะเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ" โยยกแก้วมาชนกับเพื่อนๆ เสียงแก้วดังกระทบบ่งบอกถึงความเป็นอิสระของพวกเธอ ทุกคนกินจนหมดแก้วเพื่อเป็นสัญญาต่อกัน

"หม่อน แกจะไปเรียนญี่ปุ่นวันไหนเหรอ"

"ครูบอกว่าให้เตรียมตัวอีกสองเดือนน่ะ ใจหายเหมือนกันนะเดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว ฮึก~" จู่ๆ หญิงสาวก็ร้องไห้งอแงออกมา น้ำตาไหลอาบเต็มแก้มจนเพื่อนๆ พากันตกใจ

"เฮ้ย หม่อนแกร้องไห้ทำไม แค่แยกกันไปเรียนไม่ได้ตายจากกันซะหน่อย" หยกถามอย่างตื่นตกใจ

"ไม่รู้ ฮึก~ ฉันคิดถึงพวกแกนะ ฮือ~ ฉันรักพวกแก" ยิ่งพูดยิ่งร้องไห้ เธอเองก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน อยู่ๆ ก็อยากร้องไห้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

"หรือว่ามันจะเมาวะ ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าให้หม่อนมันกิน" หยกหันไปดุใส่โยที่นั่งงงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"ใครจะไปรู้วะ นี่ใส่แค่นิดเดียวเองนะ ไม่คิดว่ามันจะเมาได้"

"ก็หม่อนมันเคยกินซะที่ไหนล่ะ"

"ฉันว่าพาหม่อนกลับบ้านดีกว่า นี่ก็เริ่มดึกแล้วด้วยเดี๋ยวแม่มันจะเป็นห่วง" เบลล์เอ่ยบอกเพื่อนๆ

"แต่หม่อนมันเมานะ ถ้ากลับบ้านแบบนี้ ป้าบัวได้ด่าหูชาแน่เลย" หยกเอ่ยอย่างกลุ้มใจ

"เอางี้ ไปนอนบ้านฉันก่อนไหม โทร.บอกป้าบัวเอาก็ได้ พรุ่งนี้เช้าค่อยให้มันกลับบ้าน" โยเสนอความคิด นี่เป็นทางเดียวที่พวกเธอคิดออก

"นอนบ้านฉันก็ได้นะ ฉันอยู่คนเดียวแถมอยู่ใกล้ๆ ด้วย" จูนเอ่ยบอก บ้านเธออยู่ไม่ไกลจากที่นี่สักเท่าไหร่ จึงสะดวกกับเพื่อนๆ ของเธอ

"งั้นเรานอนบ้านจูนกัน พรุ่งนี้ค่อยกลับ ถ้าแยกกันกลับเดี๋ยวป้าบัวจะสงสัย"

"เอางั้นก็ได้"

ทุกคนช่วยกันพยุงใบหม่อนที่เริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ดีที่จูนขับรถมาเองจึงพากันกลับได้ง่าย ใบหน้าเธอเริ่มแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ใบหม่อนเกาที่แขนเมื่อรู้สึกแสบคัน

"เฮ้ย ฉันว่าหม่อนมันแพ้แอลกอฮอล์ว่ะ"

"ทำไมวะ"

"แกดูสิ ผื่นขึ้นเต็มตัวขนาดนี้" หยกชี้ไปที่แขนและลำคอของใบหม่อนที่เริ่มมีผื่นแดงขึ้นเป็นจุดเล็กๆ ใบหน้าแดงเป็นแถบๆ จนเห็นได้ชัด

"เอาไงดีวะ"

"ไปหาหมอเถอะ เราไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรจริงๆ กันแน่"

"เออๆ " จูนเลี้ยวรถไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทที่ 4

    บทที่ 2รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในบ้านอย่างคุ้นเคยเมื่อประตูเปิดออกก็เผยให้เห็นร่างสูงสมชายชาตรีเดินลงมา สัญลักษณ์ที่น่าจดจำคือผิวขาวตาตี๋ฉบับลูกครึ่งญี่ปุ่น นิ้วเรียวควงกุญแจเล่นอย่างอารมณ์ดีขณะเดินเข้าบ้าน "ตาธาม!" เสียงทรงพลังของมารดาผู้เป็นที่รักของลูกๆ ดังขึ้นสร้างความตกใจให้กับธามไทเป็นอย่างมาก"โอ้ย จะเรียกเสียงดังทำไมครับม๊า ผมตกใจหมด" ธามไทขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะเดินเข้าไปหามารดาที่ยืนทำหน้ายักษ์อยู่กลางห้องโถง"แกไปไหนมาทำไมกลับซะมืดค่ำแบบนี้ฮึ! อย่าบอกนะว่าไปหาอีหนูของแกมาน่ะ" มินาเสะพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ รู้ว่าบุตรชายคนรองเป็นคนเหลวไหลเห็นทีต้องจับให้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที"โธ่ม๊า อีนงอีหนูที่ไหนละครับ ผมแค่..ออกไปขับรถเล่นเฉยๆ น่า" ธามไทเอ่ยแก้ตัวพลางเข้าไปกอดเอวหนาของมารดาอย่างออดอ้อน"ไม่ต้องมาอ้อนเลย รู้ไหมว่าพี่แกบินกลับมาน่ะ แทนที่จะไปดูงานกับพี่ แกกลับทำตัวเหลวไหลไปวันๆ " "พี่เธียร์กลับมาเหรอครับ มาตั้งแต่เมื่อไหร่" พี่น้องบ้านนี้อายุห่างกันคนละสามปี เธียเตอร์มีความเป็นผู้นำและความเป็นพี่สูงจึงไม่แปลกที่จะเป็นที่รักและเคารพของบรรดาน้องๆ "เมื่อกลางวันนี่เอง แกไ

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทที่ 3

    เพื่อนๆ ของใบหม่อนพาเธอมาที่โรงพยาบาลก่อนจะพบว่าแพ้สารแอลกอฮอล์จริงๆ หมออนุญาตให้กลับบ้านได้เนื่องจากไม่ได้เป็นอะไรรุนแรงนัก"เกือบซวยแล้วเห็นไหม"หยกต่อว่าเพื่อนสาวอย่างนึกโมโห ถ้าใบหม่อนเป็นอะไรขึ้นมาพวกเธอจะทำยังไง"ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้นิ คราวหลังฉันจะไม่ทำอีกแล้ว" โยเอ่ยอย่างรู้สึกผิด เบลล์ตบบ่าอย่างให้กำลังใจรู้ว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้"อึก โอ้กก~ แหวะ" ใบหม่อนทำท่าคลื่นไส้ก่อนจะอ้วกออกมาจนหมดไส้หมดพุง ทำเอาเพื่อนๆ ถึงกับตกอกตกใจ"งื้อ~ รถฉัน" จูนโอดครวญ"หม่อน แกเป็นยังไงบ้าง โอเคขึ้นไหม" เบลล์ถามอย่างเป็นห่วง"โอ้ย ปวดหัวจัง ทำไมมันคันแบบนี้เนี่ย" ใบหม่อนยกมือขึ้นกุมขมับพลางเกาไปทั่วแขนและลำคอจนเป็นผื่นแดง "อย่าเกา ยิ่งเดามันจะยิ่งคัน" หยกห้ามปราม"ก็ฉันคันนี่นา แล้วเราอยู่ไหนกันเนี่ย" ใบหม่อนที่เพิ่งตาสว่างหันมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจ ไม่คุ้นทางเลยสักนิด"ไปบ้านฉันน่ะ พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านกัน" จูนเอ่ยบอกขณะขับรถไปตามเส้นทาง"เฮ้ยไม่ได้! แม่ฉันเป็นห่วงแย่" ใบหม่อนเอ่ยอย่างตกใจ ขืนเธอไม่กลับบ้านมีหวังแม่ได้บ่นหูชาแน่ๆ "ก็โทร.ไปบอกแม่แกสิ" โยเสนอ"ไม่เอาหรอก ฉันนอนบ้านคนอื่นไ

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทที่ 2

    เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุยกันวุ่นวายเมื่อสอบเสร็จในวิชาสุดท้ายของเทอม บางคนก็ยังคงนั่งอ่านทบทวนว่าสิ่งที่สอบไปถูกหรือไม่ บางคนก็โปรยชีสทิ้งอย่างโล่งใจที่สอบเสร็จเสียที ร่างบอบบางนั่งพิงผนังหน้าชั้นเรียนถอดแว่นสายตาออกพลางนวดคลึงขมับอย่างต้องการผ่อนคลาย"หม่อน แกสอบได้บ้างไหม" หยกเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับยื่นไอติมหนึ่งแท่งให้กับเพื่อนสาว"ก็พอได้นะ ข้อสอบนี้ยากชะมัดเลย ขนาดฉันอ่านมาเยอะแล้วนะยังรู้สึกว่าทำได้ยังไม่ดีพอเลย โดยเฉพาะข้อสอบเขียนอะ" ใบหม่อนแสดงสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อรู้สึกทำได้ไม่ดีเท่าที่ผ่านมา "เอาน่า แกผ่านอยู่แล้วแหละ ไหนๆ ก็สอบเสร็จแล้วเราไปฉลองกันดีกว่า"หยกเสนอ"แต่ฉันต้องกลับบ้าน แกก็รู้ว่าฉันอยู่ค่ำมืดไม่ได้" ด้วยเพราะแม่ย้ำนักย้ำหนาเรื่องการกลับบ้านให้ตรงเวลา เพราะไม่อยากให้เธอเถลไถลหากต้องไปติวบ้านเพื่อนแม่เธอก็จะไปรับไปส่งตลอด"เดี๋ยวฉันขอป้าบัวให้เอง แกไปเถอะน๊า" หยกเขย่าแขนเพื่อนรักอย่างอ้อนวอน "เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว ไปเลี้ยงฉลองครั้งสุดท้ายกันเถอะ""อื้อ ก็ได้ ถ้าแม่อนุญาตนะ""โอเค" ในเย็นวันนั้นหยกและเพื่อนๆ อีกสองสามคนก็ปั่นจักรยานไปที่บ้านของใบหม่อนเพื่อข

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทที่ 1

    บทที่ 1กลิ่นกะเพราหอมโชยขึ้นเตะจมูก เสียงผัดตะหลิวดังกระทบกับกะทะบ่งบอกถึงความชำนาญของผู้ทำได้เป็นอย่างดี 'ใบบัว' ทำเช่นนี้ทุกวัน เพื่อรอบุตรสาวคนที่เหลือเพียงคนเดียวกลับจากโรงเรียน"แม่จ๋า หนูกลับมาแล้วจ้า" เสียงหวานใสดังแว่วเข้ามาในบ้านก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่มาเสียอีก"กลับมาแล้วก็ไปอาบน้ำอาบท่าไป แม่ทำกับข้าวเสร็จพอดี" ใบบัวเอ่ยบอกบุตรสาวเสียงนุ่ม"จ้ะแม่ หนูไปอาบน้ำก่อนนะ" เด็กสาวเข้ามาหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ก่อนจะวิ่งเข้าห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า'ใบหม่อน' เด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสีดำสดใสอยู่ภายใต้แว่นกรอบใหญ่ จมูกไม่ถึงกับโด่งมากแต่เชิดรั้นนิดๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวดื้อเอาการ ปากกระจับสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ เธออาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคน เดิมทีอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ แต่พ่อและพี่ชายเธอได้เสียชีวิตไปเมื่อแปดปีก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในตอนนี้เธออายุได้สิบเจ็ดปีย่างสิบแปดในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว แม่เธอทำขนมไทยขายดำรงชีพและส่งเธอเรียน ครอบครัวเธอไม่ถึงกับลำบากเพราะได้เงินประกันจากบิดาที่เป็นข้าราชการ แม่เธอสอนให้เธอประหยัดและอดออม เงินมีได้ก็หมดได้เช่นกัน เธอเป็นคนน

  • พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อ   บทนำ

    พันธนาการรัก ยัยซื่อบื้อบทนำหลังจากเก็บของที่ประชุมเสร็จ ชายหนุ่มก็ออกไปจากบริษัท รถคันหรูแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว เขามุ่งหน้าไปที่ห้างสรรพสินค้า ตั้งใจว่าจะซื้อของใช้และนมบำรุงไปให้ใบหม่อนด้วย มือหนาหยิบนมลงรถเข็น พร้อมกับเดินเลือกซื้อชุดคลุมให้หญิงสาว นับวันท้องก็เริ่มโตขึ้น ใบหน้าเรียบนิ่งระบายยิ้มออกมาเบาๆ ทุกวันนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ารู้สึกกับเธอยังไงกันแน่ อาจจะเพราะผูกพันธ์กระมัง เขาเห็นเธอเป็นเสมือนน้องสาวของเขาเอง เพราะอายุก็ไล่ๆกันด้วยซ้ำ ร่างสูงเดินกลับเข้ามาในบ้าน ก่อนจะกวาดสายตามองหาร่างบางที่คิดว่าจะเจอ เขาวางของไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินหาหญิงสาว"ใบหม่อน...อยู่ไหน" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกหญิงสาว เป็นจังหวะเดียวกับที่ใบหม่อนเดินออกมาจากในครัว ในมือเธอถือชีสเค้กไว้"อยู่นี่ค่ะ" เสียงหวานใสเอ่ยบอก ร่างตุ้ยนุ้ยที่ท้องเธอเริ่มโตเดินมานั่งลงที่ห้องรับแขก "ทำอะไร?" เธียเตอร์เลิกคิ้วมองเด็กสาวอย่างงุนงง "หนูอยู่ว่างๆ มันเบื่อเลยทำขนมกินเล่นค่ะ" เธอฉีกยิ้มสดใสให้กับชายหนุ่ม พร้อมกับยื่นชีสเค้กไปวางตรงหน้าเขา เพล้ง!!ใบหม่อนสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ เมื่อมือหนาปัดถ้วยเค้กทิ้งอย่างไม่ใยด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status