LOGINเพียงไม่นานรถกระบะบุบๆ ก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ซ่อมรถอย่างชำนาญ แต่ยังไม่ทันที่ดารินทร์จะเปิดประตูลงจากรถ สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงป้ายแดงที่จอดขวางหน้าอู่ ร่างสูงโปร่งของกวินทร์ในชุดแบรนด์เนมหัวจรดเท้าก้าวลงมาจากรถ พร้อมกับธนภพและจิรดาที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ด้านข้าง
ดารินทร์หน้าซีดเผือด เล็บจิกเข้าหากันจนฝ่ามือชื้นเหงื่อ พวกมันรู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่นี่
“อุตส่าห์ตามหาตัวแทบแย่ นึกว่าหนีไปมุดหัวอยู่รูไหน ที่แท้ก็มาซุกอกไอ้ช่างกระจอกนี่เอง” กวินทร์ตะโกนเสียงดังลั่น เดินกร่างเข้ามาหาดารินทร์ที่เพิ่งจะก้าวลงจากรถ “ว่าไงจ๊ะคนเก่ง เมื่อคืนวิ่งหนีออกไปซะดราม่า นึกว่าจะไปโดดน้ำตาย ที่ไหนได้มาร่านหาผัวใหม่ถึงอู่ซ่อมรถเลยเหรอวะ”
“หยาบคาย” ดารินทร์สวนกลับเสียงสั่น “นายมันก็แค่ผู้ชายหน้าตัวเมียที่เห็นความรู้สึกคนอื่นเป็นของเล่น ฉันจะไปมีผัวใหม่หรือจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน เลิกยุ่งกับฉันสักที”
“ปากดีนักนะอีเด็กทุน” จิรดาเบ้ปาก กวาดสายตามองอู่ซอมซ่อด้วยความขยะแขยง “ตกต่ำถึงขนาดต้องมาคว้าเอาพวกกรรมกรเปื้อนน้ำมันทำผัวเลยเหรอ ระวังจะอดตายนะจ๊ะ อ้อ หรือว่าพ่อเลี้ยงแกบังคับให้มาขัดดอกล่ะ น่าสมเพชจริงๆ”
กวินทร์หัวเราะร่วนกับคำพูดของเพื่อนสนิท ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือออกไปหมายจะกระชากแขนของดารินทร์ แต่ฝ่ามือหนาของใครบางคนกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก กวินทร์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดทันที พยายามสะบัดมือออกแต่ก็ไม่เป็นผล
“ที่ส่วนบุคคล หมาไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้า” เสียงทุ้มเย็นเยียบดังขึ้น ผาก้าวขึ้นมายืนบังหน้าดารินทร์เอาไว้ ร่างกายสูงใหญ่และแผงอกกว้างบดบังเด็กสาวจนมิด ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่กวินทร์ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนช่างซ่อมรถธรรมดา แต่มันวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตจนคนมองเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
“มึงปล่อยกูนะเว้ยไอ้กระจอก มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร กูเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ มึงกล้าแตะตัวกูระวังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน” กวินทร์ขู่ฟ่อ พยายามดึงสติกลับมา
“กูไม่สนว่ามึงจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร” ผาตอบพร้อมกับบีบข้อมือของอีกฝ่ายแน่นขึ้นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบาๆ กวินทร์ร้องโอยออกมาพร้อมกับทำใบหน้าบิดเบี้ยว “แต่ถ้ามึงยังปากหมาใส่เมียกูอีก ระวังจะไม่มีฟันไว้เคี้ยวข้าว”
คำว่า ‘เมีย’ ที่หลุดออกจากปากผู้ชายหน้าเถื่อนทำเอากลุ่มไฮโซถึงกับอ้าปากค้าง กวินทร์เบิกตากว้าง สลับมองหน้าผากับดารินทร์ด้วยความไม่อยากเชื่อ
“มะ... เมีย? แกแต่งงานกับไอ้สวะนี่เนี่ยนะรินทร์ บ้าไปแล้วหรือไง”
“ใช่ รินทร์จดทะเบียนสมรสกับเฮียผาแล้ว” ดารินทร์เชิดหน้าขึ้นตอบ พร้อมกับก้าวออกมายืนเคียงข้างชายหนุ่ม “และรินทร์ก็ภูมิใจที่ได้เขาเป็นสามี ดีกว่าต้องไปคบกับคนสันดานเสียอย่างนาย”
คำตองดารินทร์ทำเอาเส้นเลือดตรงขมับของกวินทร์เต้นตุบด้วยความโกรธจัด การถูกผู้หญิงที่ตัวเองเคยมองว่าเป็นแค่ของเล่นหักหน้าต่อหน้าเพื่อนฝูง มันหยามศักดิ์ศรีกันเกินไป
“ถุย ภูมิใจกับผัวกระจอกๆ แบบนี้เนี่ยนะ มึงคอยดูเถอะรินทร์ ไอ้ช่างนี่มันไม่มีปัญญาเลี้ยงมึงหรอก สักวันมึงต้องคลานกลับมาอ้อนวอนขอกินเศษเงินจากกู”
ผาที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ไม่ได้ตอบโต้อะไรด้วยคำพูด เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ก่อนจะรั้งเอวบางของดารินทร์เข้ามาแนบชิด จากนั้นมือหนาก็เชยคางมนขึ้นแล้วก้มลงประทับริมฝีปากบนกลีบปากนุ่มอย่างแนบแน่นและดูดดื่มต่อหน้าต่อตากวินทร์และเพื่อนไฮโซ
จูบของผาในครั้งนี้ไม่ได้ดุดันบังคับเหมือนกับเมื่อเช้า แต่มันเต็มไปด้วยความหนักแน่นและการแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง ดารินทร์เบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงและปล่อยให้ชายหนุ่มตักตวงความหวานไปตามใจชอบ การกระทำนี้มันตอกหน้ากวินทร์ได้เจ็บแสบยิ่งกว่าคำด่าทอเป็นร้อยเท่า
ผ่านไปเกือนนาทีผาก็ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปรายตามองกวินทร์ที่ยืนกำหมัดแน่นจนตัวสั่น
“เมียกู... กูสัมผัสได้คนเดียว มึงหมดสิทธิ์ ไสหัวไปซะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทนแล้วกระทืบมึงจมกองเลือดตรงนี้”
น้ำเสียงของผาราบเรียบแต่ทรงพลังจนน่าขนลุก กวินทร์กัดฟันกรอด รู้สึกได้ถึงรังสีอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวของผู้ชายคนนี้ มันไม่ใช่ท่าทีของคนหาเช้ากินค่ำธรรมดา แต่เขาก็ยังไม่อยากเสียฟอร์ม จึงชี้หน้าด่าทิ้งท้าย
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง กูไม่ปล่อยพวกมึงไว้แน่ ไปโว้ย”
พูดจบกวินทร์หันหลังเดินกระแทกส้นเท้ากลับไปที่รถสปอร์ตด้วยความหัวเสีย ธนภพและจิรดารีบวิ่งตามไปติดๆ เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่นก่อนที่รถหรูจะกระชากตัวออกไปจากหน้าอู่อย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันที่ลอยตลบ
ดารินทร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หากไม่ได้ท่อนแขนแกร่งของผาช่วยพยุงเอาไว้ เธอคงล้มลงไปแล้ว
“เก่งนี่ ที่กล้าตอกหน้ามันกลับไปแบบนั้น” ผาเอ่ยชมเรียบๆ พร้อมกับปล่อยมือออกจากเอวบาง “แต่จำไว้ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ในเมื่อฉันช่วยฉีกหน้าไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นให้เธอแล้ว คืนนี้เธอก็ต้องตอบแทนฉันให้คุ้มค่าเหนื่อยด้วยเหมือนกัน”
คำพูดกึ่งกำกวมบวกกับสายตาโลมเลียที่มองมา ทำให้ดารินทร์หน้าร้อนผ่าว ความหวาดหวั่นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป เขาอ่านยากและคาดเดาไม่ได้ เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการหนีจากขุมนรกของกวินทร์ มาตกลงในหลุมพรางของผู้ชายหน้าเถื่อนคนนี้ มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือตอนนี้เธอไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกแล้ว ข้อตกลงสีเทานี้ได้ผูกมัดร่างกายและจิตใจของเธอเอาไว้แน่นหนา จนกว่าเขาจะพอใจและยอมปล่อยเธอไปเองเท่านั้น
รถเคลื่อนตัวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย มุ่งหน้าสู่เส้นทางกลับเพนต์เฮาส์ บรรยากาศภายในรถเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลาสสิกที่เปิดคลอเบาๆ ดารินทร์หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย แต่ความสงบนั้นอยู่ได้เพียงไม่นานเอี๊ยดดด!เสียงเบรกดังสนั่นจนล้อรถเสียดสีกับพื้นถนน ศิลาหักพวงมาลัยหลบรถตู้สีทึบสองคันที่ขับปาดหน้ามาขวางทางอย่างกะทันหัน ร่างของดารินทร์ถลาไปข้างหน้า แต่พยัคฆ์คว้าเอวเธอไว้ได้ทัน ดึงกลับมาปะทะอกกว้างอย่างแรง“เกิดอะไรขึ้นวะไอ้หิน!” พยัคฆ์ตวาดลั่น สัญชาตญาณสัตว์ป่าตื่นตัวเต็มที่ มือหนาล้วงปืนพกออกจากซองใต้เสื้อ“พวกมันดักโจมตีครับนาย ก้มหัวลง!” ศิลาตะโกนตอบ พร้อมกับชักอาวุธปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมปัง! ปัง! ปัง!สิ้นเสียงเตือน ห่ากระสุนก็สาดกระหน่ำเข้าใส่รถเอสยูวีอย่างบ้าคลั่ง เสียงกระจกกันกระสุนแตกร้าวเป็นรอยใยแมงมุม ดารินทร์เบิกตากว้าง หวีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สองมือยกขึ้นอุดหูโดยอัตโนมัติ“หมอบลงรินทร์!”พยัคฆ์กดศีรษะเธอให้ก้มต่ำลงไปแทบเท้า ตัวเขาเองใช้ร่างกำยำเป็นโล่กำบังให้เธออย่างมิดชิด ชายหนุ่มลดกระจกลงเล็กน้อย สาดกระสุนสวนกลับไปยังกลุ่มชายชุดดำนับสิบคนที่กรูกันลงมาจากรถตู้ เสียงปืนด
ดารินทร์ครางอู้อี้ในลำคอ สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกเปลือยเปล่า แต่กลายเป็นว่าเธอกำลังลูบไล้มัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งราวกับหินผา ความร้อนจากร่างกายเขาแผ่ซ่านเข้ามาหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเธอจนหมดสิ้นชายหนุ่มผละริมฝีปากออกช้าๆ ลากจมูกลงมาตามลำคอระหง มือหนาจัดการกระตุกสายรัดชุดนอนผ้าซาตินออก รูดมันลงไปกองที่เอวคอด เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่ปราศจากบราเซียปกปิด เขาครอบครองยอดปทุมถันสีสดด้วยริมฝีปาก ตวัดลิ้นรัวเร็วและดูดกลืนอย่างรุนแรงราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว“อ๊า... พยัคฆ์... รินทร์เสียว” ดารินทร์แอ่นอกรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว มือเล็กลงสอดประสานเข้ากับเส้นผมดกหนาของเขา ขยุ้มแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วสรรพางค์เนื้อ“เรียกผา รินทร์ เรียกชื่อเก่าที่เธอเคยเรียกฉัน” พยัคฆ์สั่งเสียงพร่า ขณะที่เปลี่ยนเป้าหมายมาขบกัดยอดอกอีกข้างจนเกิดรอยช้ำสีจาง“ผา... อื้อ... เฮียผา” ดารินทร์ครางชื่อที่คุ้นเคยกว่าเสียงกระเส่า บิดเร่าทรมานอยู่ใต้ร่างหนา ร่างกายของเธออ่อนไหวต่อสัมผัสของเขาอย่างร้ายกาจ เพียงแค่เขาแตะต้อง หยาดน้ำหวานก็เริ่มหลั่งรินออกมาจากจุดกึ่งกลางกายพยัคฆ์เลื่อนมือลงมาลูบไล
“ก็รินทร์อยากเช็กดูว่ามันพอดีไหม นั่งๆ นอนๆ กินแต่ของอร่อยที่คุณสั่งมาให้จนรู้สึกว่าตัวเองจะอ้วนขึ้นแล้วเนี่ย” ดารินทร์ตอบพร้อมกับเอียงคอหนีสัมผัสสยิว มือเล็กตีลงบนท่อนแขนล่ำสันเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้“อ้วนตรงไหน จับไปก็เจอแต่กระดูก” มือหนาเลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้ากระโปรงทรงเออย่างหมั่นเขี้ยว “แต่ถ้าอวบขึ้นมาอีกนิดก็ดี เวลาฟัดจะได้เต็มไม้เต็มมือหน่อย”“คนลามก ในหัวคิดแต่เรื่องพวกนี้ตลอดเลยหรือไง”พยัคฆ์หัวเราะในลำคอ หมุนร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า แววตาคมกริบที่เคยมองคนอื่นด้วยความเยียบเย็น บัดนี้ทอประกายวิบวับไปด้วยไฟปรารถนาที่เปิดเผย “ฉันเตือนเธอไว้แล้วนะรินทร์ ว่าถ้าหายไข้เมื่อไหร่ ฉันจะทบต้นทบดอกให้เตียงหัก วันนี้เธอแข็งแรงดีแล้ว... เตรียมตัวรับมือผัวให้ดีก็แล้วกัน”ดารินทร์หน้าร้อนผ่าว หลบสายตาเจ้าเล่ห์ของมัจจุราชที่จ้องจะตะครุบเหยื่อแทบไม่ทัน “พยัคฆ์... พรุ่งนี้รินทร์มีสอบนะ ถ้ารินทร์ลุกไปสอบไม่ไหว คุณรับผิดชอบไหวเหรอ”“งั้นก็ไปยกเลิกสอบซะสิ มหาลัยนั่นฉันจะซื้อให้เธอเป็นของเล่นยังได้เลย” คนมีอำนาจล้นฟ้าตอบหน้าตาย แขนแกร่งกระชับร่างเธอเข้ามาแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงควา
ผู้ชายคนนี้คือมาเฟียที่สั่งฆ่าคนตาไม่กะพริบ เขาคือคนที่จัดฉากทำลายชีวิตเธอเพื่อกักขังเธอไว้ในกรงทอง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็คือคนที่ยอมทิ้งทุกอย่าง ทิ้งอำนาจและเม็ดเงินมหาศาล เพียงเพื่อมานั่งเช็ดตัวให้ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งดารินทร์ยกมือเล็กที่ยังคงมีรอยเข็มน้ำเกลือเจาะอยู่ ขึ้นไปลูบสันกรามหนาอย่างแผ่วเบา สัมผัสสากระคายจากไรหนวดตอกย้ำว่านี่คือเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝันสัมผัสเพียงแผ่วเบากลับทำให้คนที่สัญชาตญาณระวังตัวสูงตื่นขึ้นทันที พยัคฆ์ปรือตาขึ้นมอง ทันทีที่สบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่กำลังมองมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป หัวใจของมัจจุราชก็กระตุกวูบ“ตื่นแล้วเหรอ เจ็บตรงไหนไหม ปวดหัวหรือเปล่า” เมื่อรู้ว่าภรรยาตื่นแล้ว พยัคฆ์ก็เอ่ยถามรัวเร็ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรน มือหนารีบอังหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิ “ไข้ลดลงแล้วนี่ ค่อยยังชั่ว หิวไหม ฉันจะให้คนยกข้าวต้มมาให้”พยัคฆ์กำลังจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ดารินทร์กลับรั้งชายเสื้อที่พาดอยู่บนเตียงไว้ หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาฉ่ำน้ำจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา“พยัคฆ์... คุณทิ้งงานมาดูแลฉันเหรอ” ดารินทร์ถามเสียงแผ่ว“งานพวกนั้นมันไม่สำคัญเท่าชี
ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้หนังบุนวมราคาแพงล้มกระแทกพื้นเสียงดังตึง! ทุกคนในห้องประชุมสะดุ้งสุดตัว หันมามองบอสใหญ่เป็นตาเดียว“เลื่อนการประชุม เลิกคุยทุกเรื่องจนกว่ากูจะสั่ง” น้ำเสียงดุดันตวาดกร้าว“แต่นายครับ แผนคืนนี้เราเตรียมการมาเป็นเดือน ถ้าพลาดโอกาสนี้...” หุ้นส่วนคนหนึ่งแย้งขึ้นด้วยความเสียดาย“กูบอกให้เลื่อนไงวะ!” พยัคฆ์ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะจนรอยร้าวปรากฏบนแผ่นไม้ แววตาของมัจจุราชตวัดมองคนพูดจนอีกฝ่ายต้องก้มหน้าหลบตา “ใครมีปัญหา เชิญถอนตัวออกไปได้เลย กูไม่สน”พูดจบเขาก็หันหลังก้าวยาวๆ ออกจากห้องประชุมไปทันที ทิ้งเม็ดเงินพันล้านและอำนาจทั้งหมดไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดี ตอนนี้ในหัวของเขามีเพียงภาพใบหน้าหวานที่ซีดเซียวของผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นล้อรถเอสยูวีคันหรูบดเบียดกับพื้นถนนด้วยความเร็วทะลุขีดจำกัด พยัคฆ์กระชากประตูเพนต์เฮาส์เปิดออก ก้าวตรงดิ่งไปยังห้องนอนกว้างด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงผิดจังหวะ ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้สันกรามหนาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นขอบนูนดารินทร์นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคิงไซส์ ใบหน้าหวานที่เคยมีสีเลือดฝาดบัดนี้ซีดเผือดตัดกับริมฝีปากท
พยัคฆ์โหมกระหน่ำความดิบเถื่อนใส่เธอไม่ยั้ง สวนสะโพกเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง เขาสอนให้เธอรู้ซึ้งว่าร่างกายนี้เป็นของเขาคนเดียว ทุกครั้งที่เขากระแทกย้ำๆ ความรู้สึกของดารินทร์ก็ยิ่งดำดิ่งลึกลงไปในบ่วงเสน่หาที่ยากจะถอนตัวบทรักท่ามกลางสายน้ำดำเนินไปอย่างยาวนานและเร่าร้อน เขางัดทุกลีลามาใช้กับร่างบาง บีบบังคับให้เธอจำนนต่อเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ในจังหวะสุดท้ายที่อารมณ์พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เขาจับเอวบางไว้แน่น กระแทกย้ำๆ อย่างรุนแรงและลึกซึ้ง“รินทร์ อาห์”ชายหนุ่มเกร็งกระตุก ปลดปล่อยสายธารความอบอุ่นฉีดพ่นเข้าสู่ก้นบึ้งของกายสาวทุกหยาดหยด ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง ดารินทร์หอบหายใจรวยริน ร่างกายกระตุกเกร็งรับความสุขสมที่เขามอบให้ เธอทรุดตัวลงพิงกับกระจก ไร้เรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อนพยัคฆ์ทาบทับแผ่นหลังกว้างลงมา โอบกอดร่างที่ชื้นเหงื่อและสายน้ำไว้แน่น เขากดจูบลงบนลาดไหล่เนียนอย่างทะนุถนอม ปิดฝักบัวแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาห่อหุ้มร่างบาง อุ้มเธอพาเดินกลับไปที่เตียงคิงไซส์“เหนื่อยไหม นอนพักเถอะ เดี๋ยวฉันเช็ดผมให้” คนคลั่งรักกระซิบเสียงอ่อนโยน จัดการเช็ดผมและแต่งตัวให้เมียเด็กที่นอนตาปรืออย่างเอา