LOGINบ่ายวันต่อมา...
“เอเดนเราจะไปทำงานกลุ่มกันที่ไหนดี” ซีลีนเดินเข้ามาถามเพื่อนร่วมคลาสด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างเช่นทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ดวงตากลมของเธอที่บวมซ้ำไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่าเธอพึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“ที่สวนหลังคณะดีไหมครับ” เอเดนตอบกลับหญิงสาวตรงหน้ากลับไปอย่างสุภาพ นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสพูดคุยกันถึงแม้ว่าจะอยู่คณะเดียวกันมาปีกว่าแล้วก็ตาม
“ได้ค่ะ เดี๋ยวซีลีนไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดนะคะ”
“ไม่ต้องไปหรอกครับ ผมยืมมาหมดแล้ว”
“จริงเหรอคะ”
“จริงสิครับ ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยดีไหม ถ้าไปช้าเดี๋ยวจะไม่มีที่นั่ง”
“ค่ะ” ซีลีนเดินตามชายหนุ่มไปยังสวนหย่อมหลังอาคารเรียนก่อนที่ทั้งคู่จะพากันมานั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อนบริเวณศาลาริมน้ำ พวกเขานั่งทำงานอยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ไกลมีกลุ่มของเอวาที่กำลังทำงานกลุ่มของตัวเองอยู่เช่นกัน
“ไหวไหมซีลีน” เอเดนเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามออกมาด้วยความเป็นห่วง ท่าทางของเธอในตอนนี้ดูไม่ดีเอาเสียเหรอ สีหน้าซีดเผือกของเธอทำให้เขากลัวว่าเธอจะเป็นลมไปเสียก่อนที่จะทำงานเสร็จ
“ไหวค่ะ”
“น้ำครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
เอเดนยื่นน้ำดื่มที่เขาพึ่งซื้อมาก่อนหน้านี้ให้กับเธอ ซีลีนเอ่ยขอบคุณเขาอย่างนอบน้อมพร้อมกับรับน้ำดื่มมาจากชายหนุ่มตรงหน้า ถึงแม้ว่าเธอและเขาจะพึ่งเคยพูดคุยกัน แต่เธอมั่นใจว่าเขาคนนี้น่าจะไว้ใจได้
“พักก่อนก็ได้นะครับ เดี๋ยวที่เหลือผมทำเอง”
“ไม่เป็นไรค่ะเรายังไหว ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวบอกนะ”
“ตกลงครับ”
ซีลีนและเอเดนตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ทั้งคู่แบ่งกันทำ จนกระทั่ง...
“เอเดนเพื่อนรักนั่งทำงานอยู่ตรงนี้นี่เอง” ฟาโรห์เดินเข้ามานั่งข้างกายของเอเดน แขนแกร่งกอดไหล่เพื่อนรักของเขาเอาไว้แน่น พร้อมกับหันไปส่งยิ้มหวานให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่อีกฝั่งของพวกเขา
“คุณ!!!” ซีลีนจำฟาโรห์ได้ในทันทีหญิงสาวร้องเรียกคนตรงหน้าออกมาด้วยความตกใจ เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนกัน ถ้าอย่างนี้ก็หมายความว่า...เฮคเตอร์
“พวกคุณเป็นเพื่อนกันเหรอคะ”
“เพื่อนรักเลยล่ะครับ” ฟาโรห์ยกยิ้มหวานออกมาพร้อมกับตอบคำถามของหญิงสาวตรงหน้ากลับไปในทันที
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า...”
“ว่าไงยัยเตี้ย กำลังคิดถึงฉันอยู่หรือไง” เฮคเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังของหญิงสาวเอ่ยขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินอ้อมมานั่งยังม้าหินอ่อนอีกตัวที่ว่างอยู่ข้างกายของเธอ
“พะ พูดอะไรของคุณ”
“นี่ยัยเตี้ยเมื่อคืนเธอนอนร้องไห้ทั้งคืนเลยเหรอวะ” คิ้วเรียวของเฮคเตอร์ขมวดเข้าหากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัย
“.../...” เอเดนกับฟาโรห์ที่นั่งฟังประโยคที่ทั้งคู่คุยกันถึงกับหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนที่รอยยิ้มกริ่มจะปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของพวกเขา
“คุณ!!...”
“อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยนะพวกมึง ก็ดีกูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปไล่กระทืบทีล่ะคน”
“.../.../...” ทั้ง 3 หนุ่มหันไปมองทางต้นเสียงเป็นตาเดียว ก่อนที่ริมฝีปากหนาของพวกเขาจะแสยะยิ้มร้ายขึ้นมาพร้อมกันทันทีที่พวกเขาเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร
“น้องซีลีนก็อยู่ด้วย” เสือยกยิ้มออกมาพร้อมกับเอ่ยทักทายหญิงสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกลอย่างเป็นกันเอง
“...” หญิงสาวหลบหน้าหนีชายหนุ่มไปอีกทางด้วยความหวาดกลัว ครั้งแรกกับครั้งที่สองเธอคิดเอาเองว่ามันเป็นเพราะความบังเอิญ แต่ครั้งนี้รุ่นพี่เสือและพวกของเขาอีกเกือบ 10 คนจงใจจะเข้ามาหาเรื่องเฮคเตอร์ และจงใจแสดงท่าทีที่ไร้มารยาทกับเธอแบบนี้ยิ่งเธอเห็นเธอก็ยิ่งไม่สบายใจ
“พวกมึงนี่เจ็บแล้วไม่จำจริงๆ สินะ”
“หึหึ / ได้ยืดเส้นยืดสายสักหน่อยก็ดี” เอเดนและฟาโรห์แสยะยิ้มร้ายออกมาในขณะที่ตาคมของพวกเขายังคงจับจ้องไปยังกลุ่มคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย
“ปากเก่งชิบหายมีกันอยู่แค่ 3 คน คิดว่าเด็กเมื่อวานซืนอย่างพวกมึงจะเอาชนะพวกกูได้เหรอวะ”
“แต่เท่าที่กูจำได้เมื่อวาน...พวกกูก็ชนะไม่ใช่เหรอวะ” ฟาโรห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเสืออย่างไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเลยสักนิด
“ถ้าอาจารย์ไม่เข้ามาขัดจังหวะ พวกกูต้องชนะแน่นอน”
“น่าเสียดายที่เมื่อวานกูไม่ได้มีโอกาสเห็นลีลาของพวกมึง แต่พวกหมาหมู่มันจะขนาดไหนเชียววะ” เอเดนเดินอ้อมไปยืนอยู่ข้างกายของฟาโรห์ ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับรุ่นพี่ตรงหน้าน้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบเฉย ก็ยิ่งทำให้กลุ่มรุ่นพี่ตรงหน้ารู้สึกไม่พอใจ
“ถุย!!!”
นักศึกษาที่อยู่บริเวณแถวนั้นเริ่มพากันมองมายังศาลาริมน้ำด้วยด้วยความสงสัย สังเกตจากท่าทางของพวกเขาคงเดาได้ไม่ยากว่าอีกไม่นานต้องเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน
“ทำตัวสะถุนแบบนี้ยังมีคนนับถือมึงอีก น่าตลกชิบ...” ฟาโรห์มองหน้าเสือก่อนที่เขาจะหันไปมองชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนา
“ไอ้เด็กเวรนี่...”
“หึหึ” เสียหัวเราะดังขึ้นมาจากลำคอแกร่งของชายหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่นาน
เฮคเตอร์ยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนที่ชายเสื้อนักศึกษาของเขาจะถูกหญิงสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกลดึงเอาไว้เสียก่อน
“ไม่มีเรื่องกันได้ไหมคะ” ซีลีนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าหล่อเขาของเฮคเตอร์อีกครั้ง
“...” สายตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของคนตัวเล็กตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มชะงักไปในทันที ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาพร้อมกับเอ่ยบอกเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“เธอก็เห็นว่าพวกมันเข้ามาหาเรื่องก่อน”
“...”
“ไม่ต้องกลัวเธอจะไม่เป็นไร เพื่อนเธอวิ่งมาโน้นแล้ว...”
“...” ซีลีนมองตามสายตาของชายหนุ่มก่อนที่เธอจะเห็นว่าเอวาเพื่อนรักของเธอกำลังวิ่งหน้าตื่นมาหาเธอ
“ไปอยู่กับเพื่อนเธอ”
“แล้วพวกคุณจะสู้เขาไหวเหรอคะ” ซีลีนเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาด้วยความสงสัย ในขณะที่มือบางของเธอยังคงกำชายเสื้อของเขาอยู่อย่างนั้น
“เป็นห่วงฉันรึไง”
“ค่ะ...แต่ฉันก็เป็นห่วงคุณฟาโรห์กับคุณเอเดนด้วย”
“.../...” ฟาโรห์และเอเดนมองหน้ากันก่อนที่พวกเขาจะหันไปมองเพื่อนรักพร้อมกับสาวน้อยตรงหน้าสลับกันอย่างมีเลศนัย
“ถ้าวันนี้กูเอาเลือดหัวพวกมึงออกไปได้อย่ามาเรียกกูว่าไอ้เสือเลย...ฟุบ!!!” เสือตะคอกออกมาเสียงแข็งท่าทีที่ไม่ได้รู้สึกเกรงพวกเขาเลยแม้แต่น้อยของกลุ่มรุ่นน้องตรงหน้ายิ่งทำให้เขาโกรธจัด
“เล่นทีเผลอนี่มึง...”
ฟาโรห์กับเอเดนหลบเท้าของเสือที่ถีบเข้ามาตรงกลางระหว่างพวกเขาไว้ได้ทัน ทั้งคู่มองไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้าที่กำลังวิ่งเข้ามาใส่พวกเขาพร้อมกันด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยไม่ได้แสดงสีหน้าที่ตื่นตกใจเลยแม้แต่น้อย
“นั่งลง...รออยู่ตรงนี้ห้ามออกไปไหน”
“แต่...”
“ไม่ต้องกลัว”
“ฉันไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายเธอหรอกน่ายัยเตี้ย”
“...”
เฮคเตอร์พูดกับซีลีนจบก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนของเขาในทันที ปล่อยให้หญิงสาวชะงักนิ่งงันไปกับคำพูดที่เขาพึ่งเอ่ยออกมา ตั้งแต่ที่เธอรู้จักกับเขามา...ทุกครั้งที่เธอมีปัญหา ก็จะมีเขาคอยยื่นมือเขามาช่วยทุกครั้ง
ตุบตับ!! ตุบตับ!! ตุบตับ!!
“นั่งลงสิวะยัยเตี้ย...” ซีลีนได้สติเพราะเสียงตะโกนของเฮคเตอร์หญิงสาวทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย ในขณะที่เอวาก็พยายามวิ่งเข้ามาหาซีลีนแต่ก็ถูกลูกสมุนของเธอเสือผลักอย่างแรงจนเธอล้มลงไปที่พื้น
“เอวา!!!” ซีลีนร้องเรียกเพื่อนสาวออกมาด้วยความตกใจ แต่ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นไปหาเอวาร่างบางของเพื่อนรักของเธอก็ถูกมือหนาของใครอีกคนกระชากลุกขึ้นมาพร้อมกับดันร่างบางของเอวาให้เข้ามาหลบอยู่กับซีลีน
พลั่ก!!!
“กับผู้หญิงก็ไม่เว้นนะมึง” ฟาโรห์เอ่ยออกมาเสียงเรียบ พร้อมกับถีบเข้ากลางอกของชายตรงหน้าอย่างแรง
ณ ห้องคลอด“เจ็บไหมครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามภรรยาที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่หลังฉากกั้นคุณหมอและพยาบาลกำลังช่วยกันทำผ่าคลอดให้กับเธออยู่“ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ แต่ซีนหนาวมากกว่า”“อุ่นขึ้นบ้างไหม” มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมออกมากุมไหล่มนของคนตัวเล็กเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง“ค่ะ”“หนาวแบบนี้ถือว่าปกติไหม” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนที่เขาจะหันไปถามพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ“ค่ะ ถ้าคุณแม่คลอดแล้วยังรู้สึกหนาวอยู่เรามียาให้ทานค่ะ”“ไหวไหม”“ไหวค่ะ” ซีลีนยกยิ้มหวานออกมาก่อนที่เธอจะตอบคำถามของเขากลับไป“รู้สึกเหมือนกำลังขึ้นเขียงเลยค่ะ”“หึหึ”“เลขที่ออก...”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ลูกชายออกมาก่อนครับ”“ซะ ซีนลูกคลอดแล้วครับ” เฮคเตอร์พึมพำออกมาเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น“ตามมาด้วย...ลูกสาวครับ”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ออกแล้ว” ซีลีนเอ่ยขึ้นพร้อมกับร้องไห้ออกมาในขณะที่ใบหน้าเธอยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ตอนนี้เธอทั้งรู้สึกตื่นเต้นและดีใจไปพร้อมๆ กัน“เฮค เฮคเตอร์...”“คะ ครับ ละ ลูกออกมาแล้
7 เดือนต่อมา...“เฮคเตอร์!!!”“ครับ...!!” เฮคเตอร์รีบวิ่งออกมาจากห้องแต่งตัวก่อนจะเดินตรงมาหาภรรยาของเขาที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงด้วยความตกใจ“ปวดเท้ามากเลยค่ะ” ซีลีนเอ่ยออกมาพร้อมกับพยายามชันตัวลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง มือบางลูบลงที่หน้าท้องของตัวเองเบาๆ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเท้าบวมขึ้นมาก และรู้สึกปวดอย่างบอกไม่ถูก“ปะ ปวดเท้า ตะ ต้องไปหาหมอครับ”“เฮคเตอร์ใจเย็นๆ ค่ะ” ซีลีนกุมมือหนาของสามีเอาไว้พร้อมกับเอ่ยบอกเขาอย่างใจเย็น ตอนนี้นอกจากปวดเท้าแล้วก็ยังไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลดีที่สุด“ช่วยพยุงซีนขึ้นหน่อยค่ะ”“เราไปหาหมอกัน”“ค่ะ”เฮคเตอร์ประคองร่างบางของซีลีนเดินไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกลอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ชายหนุ่มดูแลซีลีนเป็นอย่างดี ยิ่งรู้ว่าเธอท้องเขาก็แทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเลย ส่วนตัวของเขาทำงานอย่างหนัก จะมีก็แค่ช่วงไตรมาสสุดท้ายที่เขาแทบจะไม่ออกไปไหนเลย ในทุกเช้าลูกน้องของเขาจะเอางานมาให้ที่บ้าน และตอนเย็นก็จะมารับคืนกลับไป“กลัวเหรอคะ” ซีลีนมองสามีของตัวเองก่อนจะเอ่ยถามเขาออกมาอย่างรู้ทัน มือบางบีบแก้มของชาย
วันต่อมา...“อากาศดีจังเลยเนอะ” ซีลีนเดินนำเฮคเตอร์ออกมาจากภายในบ้านก่อนที่เธอจะหยุดยืนอยู่ที่ริมระเบียง วิวลำธารกับหมอกจางๆ ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ รวมถึงเสียงน้ำไหลทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“อยากอยู่ต่อไหม” เฮคเตอร์เดินเข้ามากอดซีลีนเอาไว้จากทางด้านหลัง ก่อนที่เขาจะกระซิบถามเธอออกมาเสียงกระเส่า พร้อมกับมือหนาทั้งสองข้างของเขาลูบลงที่หน้าท้องของคนรักอย่างอ่อนโยน“อยากค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเราก็อยู่ต่อ”“วันนี้คงไม่ได้ค่ะ อีกไม่กี่วันก็งานแต่งแล้วขืนอยู่ต่อกลับไปเฮคคงเตรียมงานจนไม่มีเวลานอนแน่ๆ” ซีลีนหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง มือบางลูบลงที่แก้มเนียนของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนตั้งแต่วันแรกที่เธอตอบตกลงแต่งงานกับเฮคเตอร์จนกระทั่งคุณแม่ของเธอและเขาพากันไปหาฤกษ์งามยามดีมาให้ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้ก็เป็นคนจัดการงานเองแทบทุกอย่าง ถึงแม้ว่าพวกเราจะจ้างออแกไนซ์ก็ตาม แต่เขาก็ยังคงควบคุมและดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”“...” ซีลีนยกยิ้มออกมาพร้อมกับมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของว่าที่สามีของตัวเองด้ว
ณ นครนายก“มีรีสอร์ทอยู่ในป่าลึกขนาดนี้ด้วยเหรอ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะรีบลงจากรถ และเดินลงไปใกล้กับลำธารที่ยังคงมีน้ำไหลอยู่ตลอดถึงแม้ว่าจะไม่มากเท่ากับช่วงน้ำหลากก็ตาม“คุณพาซีนมาที่นี่ทำไมเหรอคะ” ซีลีนมองไปรอบๆ ก่อนจะหันไปถามร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัยที่อยู่ดีๆ เขาก็พาเธอขับรถเข้ามาในป่าหลายสิบนาทีกว่าจะมาถึงที่นี่“มาพักผ่อนไงครับ”“หืม...”“เราวุ่นกับการเตรียมงานแต่ง เฮคกลัวซีนจะเหนื่อยเกินไปก็เลยพามาพักที่สงบๆ ไงครับ” เฮคเตอร์เดินตามมาโอบไหล่มนของแฟนสาวเอาไว้อย่างห่วงแหน ก่อนที่เขาจะหันไปมามองคนตัวเล็กข้างกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก“ใครวุ่นคะ งานแต่งของเราเฮคเป็นคนจัดการเองทั้งหมดเลยไม่ใช่หรือไง ซีนยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”“หึหึ”“ไหนๆ พวกเราก็มาถึงที่นี่กันแล้ว วันนี้ก็พักผ่อนกันให้เต็มที่ไปเลยเนอะ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเดินจูงมือของชายหนุ่มให้เดินตามเธอไปยังบ้านต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ...เดินดีๆ นะระวังล้ม”“ไม่ล้มหรอกค่ะ มือเฮคคอยประคองซีนอยู่ไม่ห่างเลยนี่ วางใจได้...” ซีลีนก้มลงไปมองมือหนาของชายหนุ
2 วันต่อมา...“ลุงเพิร์ชเมื่อไหร่เฮคจะได้ออกไปจากห้องนี้ล่ะครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาอย่างร้อนใจ ถึงความดันของเขาจะยังไม่คงที่ และยังเจ็บแผลอยู่มากก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้อยากอยู่ในห้องไอซียูนี่แล้ว เขาอยากออกไปเจอหน้าซีลีนจะแย่แล้ว“จะรีบออกไปไหน”“ก็รีบออกไปหาเมียของเฮคไงครับ”“พูดเมียเต็มปากเต็มคำเขารับเฮคเป็นสามีแล้วเหรอครับ” หมอเพิร์ชเอ่ยถามหลานชายออกมาด้วยความสงสัย“...”“ได้ข่าวว่าก่อนหน้านี้ทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่หรือไง”“ก็ใช่ครับ แต่เดี๋ยวนะลุงหมอพูดแบบนี้แสดงว่ารู้เรื่องแล้วเหรอครับ”“ใช่”“แล้วเรื่อง...” เฮคเตอร์พึมพำออกมาอย่างคิดไม่ตก หรือว่าเมื่อคืนก่อนเขาเผลอพูดออกไป คืนนั้นเขาพึ่งฟื้นและยังมึนยาสลบจึงทำให้พูดอะไรออกไปไม่ทันรู้ตัว“เรื่องที่หนูซีนท้องลูกแฝดน่ะเหรอ”“...” เฮคเตอร์พยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับชายวัยกลางคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมาอีกครั้งเสียงดังลั่นห้องทันทีที่เขาพึ่งนึกอะไรขึ้นมาได้“คุณพ่อกับคุณแม่ก็รู้แล้วเหรอครับ อะ โอ้ยยยยย!!!” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นแต่แล้วความเจ็บปวดบริเวณกลางอกแกร่งของเขาก็ทำให้เขาต้องกลับลงไปนอนอีกครั้
“.../.../.../...” ทุกคนชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จีซัสจะอุทานออกมาด้วยความยินดี“น่ายินดีจริงๆ นี่ป๊ากำลังจะได้เป็นคุณตาแล้วเหรอเนี่ย” จีซัสยกยิ้มกว้างออกมา ก่อนที่มือหนาของเขาจะบีบแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวตัวน้อยเอาไว้อย่างเอ็นดู“จริงด้วยค่ะ ตอนนี้ลูกยังไม่ต้องคิดอะไรมากทำใจให้สบายนะคะ” กะทิเอ่ยบอกกับลูกสาวคนเล็กของตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ก่อนที่เธอจะดึงร่างบางของลูกสาวเข้ามากอด“ทุกคนไม่โกรธหนู ไม่อยากดุด่าหนูจริงๆ เหรอคะ” ซีลีนเงยหน้าขึ้นไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ของตัวเอง ก่อนที่เธอจะหันไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ของเฮคเตอร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างรอคำตอบ“พวกเราเคยดุด่าลูกที่ไหนกันซีลีน ป๊ามั่นใจว่าทุกอย่างที่ลูกเลือกมันต้องดีสำหรับลูกแล้ว”“ใช่ค่ะ แม่รักหนูนะ”“พวกเราก็รู้สึกดีใจมากๆ นะซีลีนที่กำลังจะมีหลาน” ตะวันยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับลูกสะใภ้ออกมาตามความรู้สึกจริง อย่างน้อยในวันที่โชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมาบ้าง“แต่ว่าเฮคเตอร์...”“ตาเฮคไม่เป็นอะไรหรอกครับ ก่อนเข้ามาพ่อไปคุยกับหมอมาแล้วเขาบอกว่ากระสุนไม่ได้เข้าจุดสำคัญไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง” ฮันเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยบอ
2 วันต่อมา...ณ พื้นป่าคาเฟ่“ซีนมาถึงแล้วนะคะ” ซีลีนกดส่งข้อความไปให้กับเอวาและปิ่น ก่อนที่เธอจะหยิบรายงานที่พึ่งทำเสร็จออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า วันนี้เธอมีนัดไปส่งรายงานกับเพื่อนๆ ถ้ารายงานฉบับนี้ไม่มีปัญหาอะไรเธอคงจะได้จบพร้อมเพื่อนๆ ของเธออย่างแน่นอน“ไปสืบ...เฮคเตอร์ให้ธนาไปสืบอะไรกันแน่นะ” ซี
“รู้ด้วยเหรอคะว่าซีนอยู่ที่นี่” ซีลีนมองไปป้ายทางเข้าหมู่บ้านที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก่อนที่เธอจะหันกลับไปถามเขาด้วยความสงสัย เธอยังไม่เคยเอ่ยปากบอกกับเขาออกมาเลยแม้แต่คำเดียวว่าตัวเองพักอยู่ที่ไหน แล้วทำไมเขาถึงมาส่งเธอที่ล่ะ...“หืม...”“ทางนี้เป็นทางผ่านไปบ้านของคุณยายของเอวาค่ะ”“อย่างนั้นเหรอ
“พี่เป็นผู้ชายนะซีลีน พี่ก็มีความอยากเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ”“ที่พี่ต้องหาเศษหาเลยแบบนี้ ก็เพราะน้องให้พี่ไม่ได้ไง”“เหตุผลของคุณฟังดูแย่มากอะ ความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานของความรัก แต่คุณไม่มีให้ฉันเพราะฉะนั้น...”“เราเลิกกับเถอะค่ะ”“ซะ ซีลีน”“ต่อไปนี้หวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันอีก” ซีลีนเอ่ยบอกกับชายต
“คุณหมายความว่ายังไง” ซีลีนเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาเสียงสั่น พร้อมกับมองไปยังร่างสูงตรงหน้าอย่างรอคำตอบ มือบางของเธอสั่นไหวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ในตอนนี้เธอไม่ได้กลัวคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่เธอกลัวในสิ่งที่เขาพูดออกมาจะเป็นเรื่องจริง“...” เฮคเตอร์ยักไหล่ให้กับคำถามของคนตัวเล็ก ก่อนที่คิ้วหนาของชายหน







