Masuk“เธอตัดสินฉันจากรอยแผลเป็นเพียงรอยเดียว แผลเป็นที่ฉันไม่ได้เป็นคนทำมันด้วยซ้ำ”
Lihat lebih banyakคณะวิศวกรรมศาสตร์
“เอวารีบไปรีบมานะ เราจะรออยู่ตรงนี้” ซีลีนสาวน้อยวัย 19 ปี เอ่ยบอกกับเพื่อนรักของเธอเสียงอ่อน พร้อมกับมองไปทางซ้ายทีขวาทีราวกับว่าเธอกำลังกลัวว่าใครบางคนจะบังเอิญพบเธอเข้า
“โอเค เราจะรีบไปรีบมา...” เอวาพยักหน้าเบาๆ เพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง ก่อนที่ร่างบางจะรีบวิ่งเข้าไปใต้ตึกอาคารที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าในทันที
คณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นคณะเดียวที่ซีลีนถูกสั่งห้ามไม่ให้เฉียดกายเข้ามาใกล้โดยเด็ดขาด คำสั่งนี้มาจากพี่ชายฝาแฝดของเธอที่กำลังศึกษาอยู่ที่คณะนี้ ‘พวกเขาให้เหตุผลว่านักศึกษาส่วนใหญ่ของคณะเป็นผู้ชาย และนิสัยก็ไม่ได้เรียบร้อยเหมือนกับพวกเขา’ ถึงประโยคสุดท้ายเธอจะไม่ค่อยอยากจะเชื่อ แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเธอก็ทำตามคำสั่งของพี่ชายฝาแฝดของเธอเสมอมา จนกระทั่งวันนี้...
“ถ้าพี่เซนต์กับพี่เซบบ์มาเห็นเข้าซีลีนเหลือแค่ชื่อแน่เลย ฮืออออ” ซีลีนพึมพำมาพร้อมกับชะเง้อคอขึ้นมองหาเพื่อนรักของเธออย่างร้อนใจ
ปึก!!!
“อะ โอ้ยยยย!!!” ซีลีนร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่ร่างบางของเธอจะเสียหลักล้มลงไปที่พื้นตรงหน้า หญิงสาวหันกลับมามองร่างสูงใหญ่ที่เข้ามาชนเธอจนล้ม พร้อมกับรีบลุกขึ้นยืนทันทีไม่รอให้ชายหนุ่มคนเดียวกับที่เข้ามาชนเธอได้ยื่นมือเข้ามาแตะต้องตัวของเธอ
“เจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ”
“ไม่เจ็บค่ะ”
“เจ็บก็บอกว่าเจ็บสิครับ”
“ไม่เจ็บจริงๆ ค่ะ”
“ว่าแต่เราไม่ได้เรียนอยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยเลย”
“ใช่ค่ะ”
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนี้ก็ได้ครับ พี่แค่อย่าทำความรู้จัก...”
“พี่...” ซีลีนพึมพำออกมาด้วยความสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นรุ่นน้องของเขา ทั้งๆ ที่พึ่งพำเคยพบกับเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้องพร้อมกับริมฝีปากค่อยๆ ฝืนยิ้มออกมา
“พี่ชื่อเสือ...วิศวะไฟฟ้าปี 3”
“น้องล่ะครับ ชื่อว่าอะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าออกมาเสียงใส พร้อมกับยิ้มกริ่มออกมาอย่างมีเลศนัย
“อะ เอ่อ คือว่า...” ซีลีนพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่สายตาของเธอจะมองไปยังโทรศัพท์ของตัวเองที่กำลังต่อหาสายหาแฟนหนุ่มของเธออยู่อย่างนั้น
‘รับโทรศัพท์สักทีสิคะพี่ไบร์ท’ หญิงสาวต่อสายหาแฟนหนุ่มของเธอหลายสายแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงไม่รับโทรศัพท์ของเธอ ทั้งๆ ที่วันนี้เขาไม่มีเรียนเลยโดยซ้ำ
“...” ซีลีนก้มลงไปมองโทรศัพท์ของตัวเองอย่างสิ้นหวัง ‘พี่ไบร์ท’ แฟนคนแรกของเธอเป็นแบบนี้ตลอด เธอโทรไปเขาแทบจะไม่เคยรับโทรศัพท์เลย หากเขาไม่โทรมาหาเธอทั้งคู่ก็แทบจะไม่ได้คุยกัน
“ว่าไงครับ” เสือเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาอีกครั้ง
“ชะ ชื่อ...”
“ผู้หญิงเขาไม่ได้อยากทำความรู้จัก ก็อย่าไปกดดันเขาสิครับ” เสียงชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของรุ่นพี่ที่ชื่อเสือ ก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่าจะก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางคนตัวเล็กเอาไว้ ซีลีนค่อยๆ ขยับถอยหลังออกห่างจากชายหนุ่มทั้ง 2 คน ในขณะที่ตากลมยังคงจับจ้องพวกเขาอยู่อย่างนั้น
“แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วยวะ” เสือผลักไหล่แกร่งของรุ่นน้องเบาๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมาอย่างหัวเสีย เขารู้สึกเสียหน้าที่ถูกรุ่นน้องในคณะกับเขาแบบนี้ต่อหน้าผู้หญิงที่เขากำลังสนใจ และท่าทีของคนตรงหน้าที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่เกรมกลัวเขาเลยแม้แต่น้อยยิ่งทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
“ฉันก็ไม่ได้อยากจะเสือกเรื่องของนายหรอกน่ะ แต่พอดีนายขวางทางเดินฉันน่ะ”
“ไอ้เฮคเตอร์!!” เสือตะคอกชายหนุ่มตรงหน้าออกมาอย่างโกรธจัด พร้อมกับจ้องไปยังคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง
“รู้จักฉันด้วยเหรอ”
“มีใครบ้างไม่รู้จักเฮคเตอร์ เอกเครื่องยนต์ ทายาทห้างคิงส์ตัน” เสือเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ
‘ทายาทห้างคิงส์ตันเหรอ’ เสียงในหัวของซีลีนดังขึ้นมา ก่อนที่เงยหน้าขึ้นไปมองชายหนุ่มที่กำลังยืนหันหลังให้กับเธอตั้งแต่จรดเท้าอย่างตกตะลึง
‘ถ้าอย่างนั้นเขาก็เป็นลูกชายคนเล็กของน้าตะวันเพื่อนรักของคุณแม่น่ะสิ’
ซีลีนไม่อยากจะเชื่อจากตาของตัวเองเลยด้วยซ้ำ ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นทายาทของตระกูลที่ร่ำรวยเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศนี้ แต่ทำไมเขาในตอนนี้ถึงได้มอมแมมแบบนี้ล่ะ
“ดังเหมือนกันนี่เรา”
“ถอยไปถ้าไม่อยากมีเรื่อง” เสือถอนหายใจออกมาอย่างแรง ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าออกมาอีกครั้ง
“ไม่อยากมีเรื่องอยู่แล้วครับ”
“เราไปกันเถอะ” มุมปากหน้าแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เฮคเตอร์หันกลับมามองคนตัวเล็กอีกครั้งชายหนุ่มคว้าข้อมือของเธอมากุมเอาไว้ ก่อนที่เขาจะดึงเธอให้เดินตามเขาออกไปโดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่ารุ่นพี่ของเขาจะรู้สึกยังไง
“...” ฮาญาก็เดินตามคนตรงหน้าไปแต่โดยดี ถึงเธอจะรู้สึกกลัวเขาแต่ก็ยังดีกว่ายืนคุยกับผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้ อย่างน้อยเขาคนนี้ก็คือลูกชายของป้าตะวัน เมื่อหลายปีก่อนเขาและเธอก็ยังเคยเล่นด้วยกันอยู่บ่อยๆ แต่นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วไม่รู้ว่าเขาจะจำเธออยู่หรือไม่...
“เธอ...!!”
“คะ” ซีลีนขานรับเสียงเรียกของเขาออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะเผลอยกยิ้มออกมาให้กับเขา
“ยืนเหม่ออะไรอยู่ได้ ปล่อยมือฉันได้แล้ว” เฮคเตอร์พูดขึ้นในขณะที่ตาคมยังคงจับจ้องไปยังคนตัวเล็กต้องหน้านิ่งๆ
“อะ อ่อค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันเอาไว้” ซีลีนก้มหัวให้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างนอบน้อม พร้อมกับเอ่ยบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ที่หลังหากเธอรู้สึกอึดอัด...ก็หัดปฏิเสธคนอื่นออกไปซะบ้าง”
“...” ซีลีนไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไปเธอทำได้เพียงแค่ยืนอึ้งกับคำพูดที่เขาเอ่ยออกมา
“ทำตัวเป็นคนอ่อนแอ เธอก็จะถูกคนอื่นรังแกอยู่แบบนี้เนี่ยแหละ”
“...”
“นี่เธอ เธอ!!!”
“ที่ฉันพูดเนี่ยเข้าใจบ้างไหมวะ” เฮคเตอร์ก้มลงมามองใบหน้าของคนตัวเล็ก มือหน้าโบกไปมาเบาๆ ตรงหน้าของเธอ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกมาด้วยความสงสัย
“เข้าใจค่ะ”
“งั้นก็ดี” เฮคเตอร์พยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เขาจะเดินหันหลังให้กับเธอ ปลายเสื้อช็อปของเขาก็ถูกดึงเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวนะคะ...”
“อะไรอีก”
“ฉันต้องของคุณคุณมากนะคะที่ช่วยฉันเอาไว้ แต่ที่คุณพูดออกมาฉันคิดว่าคุณพูดแรงเกินไปค่ะ” ซีลีนเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ถึงแม้ว่าเธอจะมีความกล้าอยู่บ้าง แต่พอเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ของเขาโรคขี้กลัวของเธอก็กลับมาทำงานอีกในทันที
“อะ เอ่อฉันพูด...”
“แล้วยังไง...เธออยากให้ฉันขอโทษเธอรึไง”
“คุณช่วยฉันไว้ไม่ต้องขอโทษฉันก็ได้ค่ะถือซะว่าเราหายกัน”
“แค่นี้ใช่ไหม”
“มะ ไม่ใช่ค่ะ”
“อะไรนักหนาวะ”
“คือว่า...” ซีลีนได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าเอ่ยออกไป จนทำให้ร่างสูงตรงหน้าเริ่มจะหมดความอดทน
“ฉันจะไปล้างเนื้อล้างตัวถ้าเธออยากจะคุยก็ตามฉันมาก็แล้วกัน” เฮคเตอร์เอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเดินตรงไปยังห้องน้ำชายที่อยู่ไม่ไกลในทันทีโดยไม่ได้หันกลับมาสนใจซีลีนเลยแม้แต่น้อย
“ตามเขาไปเหรอ”
“เขาชวนฉันเข้าห้องน้ำชายอย่างนั้นเหรอ...จะบ้าเหรอรึไงซีลีนทำเป็นเคลิ้มตามเขาไปได้” ซีลีนพึมพำออกมาเบาๆ ในขณะที่เธอยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังแกร่งที่กำลังเดินห่างเธอออกไปจนลับตา แก้มขาวเนียนที่ไร้ซึ่งเครื่องสำอางใดๆ แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เสียงเรียกที่เธอคุ้นเคยจะปลุกเธอขึ้นมาจากภวังค์
“เขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ”
“ซีลีน ซีลีน...”
“เอวา” ซีลีนเรียกร่างบางที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเธอออกมาด้วยความดีใจ
“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้เราตามหาเธอให้ทั่วเลย”
“คือว่าเรื่องมันยาวน่ะ”
“งั้นก็ค่อยเล่าทีหลัง พวกเรารีบไปกันเถอะฉันเห็นพี่เซบบ์เดินอยู่แถวนี้ด้วย”
“จริงเหรอ!!” ซีลีนร้องออกมาด้วยความตกใจ ถ้าพี่ชายมาเจอเธอเข้าต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ
“ทำยังไงดี”
“พวกเรารีบไปกันเถอะ”
เอวาดึงมือเพื่อนสาวไปกุมเอาไว้ก่อนที่เธอจะพาซีลีนวิ่งรัดเราะไปตามทางเดินเล็กๆ หลังตึกของคณะวิศวะโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องพวกเธออยู่
“...”
ณ ห้องคลอด“เจ็บไหมครับ” เฮคเตอร์เอ่ยถามภรรยาที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่หลังฉากกั้นคุณหมอและพยาบาลกำลังช่วยกันทำผ่าคลอดให้กับเธออยู่“ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ แต่ซีนหนาวมากกว่า”“อุ่นขึ้นบ้างไหม” มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมออกมากุมไหล่มนของคนตัวเล็กเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเธอออกมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง“ค่ะ”“หนาวแบบนี้ถือว่าปกติไหม” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนที่เขาจะหันไปถามพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ“ค่ะ ถ้าคุณแม่คลอดแล้วยังรู้สึกหนาวอยู่เรามียาให้ทานค่ะ”“ไหวไหม”“ไหวค่ะ” ซีลีนยกยิ้มหวานออกมาก่อนที่เธอจะตอบคำถามของเขากลับไป“รู้สึกเหมือนกำลังขึ้นเขียงเลยค่ะ”“หึหึ”“เลขที่ออก...”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ลูกชายออกมาก่อนครับ”“ซะ ซีนลูกคลอดแล้วครับ” เฮคเตอร์พึมพำออกมาเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น“ตามมาด้วย...ลูกสาวครับ”อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~อุแว๊~ อุแว๊~ อุแว๊~“ออกแล้ว” ซีลีนเอ่ยขึ้นพร้อมกับร้องไห้ออกมาในขณะที่ใบหน้าเธอยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน ตอนนี้เธอทั้งรู้สึกตื่นเต้นและดีใจไปพร้อมๆ กัน“เฮค เฮคเตอร์...”“คะ ครับ ละ ลูกออกมาแล้
7 เดือนต่อมา...“เฮคเตอร์!!!”“ครับ...!!” เฮคเตอร์รีบวิ่งออกมาจากห้องแต่งตัวก่อนจะเดินตรงมาหาภรรยาของเขาที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงด้วยความตกใจ“ปวดเท้ามากเลยค่ะ” ซีลีนเอ่ยออกมาพร้อมกับพยายามชันตัวลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง มือบางลูบลงที่หน้าท้องของตัวเองเบาๆ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเท้าบวมขึ้นมาก และรู้สึกปวดอย่างบอกไม่ถูก“ปะ ปวดเท้า ตะ ต้องไปหาหมอครับ”“เฮคเตอร์ใจเย็นๆ ค่ะ” ซีลีนกุมมือหนาของสามีเอาไว้พร้อมกับเอ่ยบอกเขาอย่างใจเย็น ตอนนี้นอกจากปวดเท้าแล้วก็ยังไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลดีที่สุด“ช่วยพยุงซีนขึ้นหน่อยค่ะ”“เราไปหาหมอกัน”“ค่ะ”เฮคเตอร์ประคองร่างบางของซีลีนเดินไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกลอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ชายหนุ่มดูแลซีลีนเป็นอย่างดี ยิ่งรู้ว่าเธอท้องเขาก็แทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเลย ส่วนตัวของเขาทำงานอย่างหนัก จะมีก็แค่ช่วงไตรมาสสุดท้ายที่เขาแทบจะไม่ออกไปไหนเลย ในทุกเช้าลูกน้องของเขาจะเอางานมาให้ที่บ้าน และตอนเย็นก็จะมารับคืนกลับไป“กลัวเหรอคะ” ซีลีนมองสามีของตัวเองก่อนจะเอ่ยถามเขาออกมาอย่างรู้ทัน มือบางบีบแก้มของชาย
วันต่อมา...“อากาศดีจังเลยเนอะ” ซีลีนเดินนำเฮคเตอร์ออกมาจากภายในบ้านก่อนที่เธอจะหยุดยืนอยู่ที่ริมระเบียง วิวลำธารกับหมอกจางๆ ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ รวมถึงเสียงน้ำไหลทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“อยากอยู่ต่อไหม” เฮคเตอร์เดินเข้ามากอดซีลีนเอาไว้จากทางด้านหลัง ก่อนที่เขาจะกระซิบถามเธอออกมาเสียงกระเส่า พร้อมกับมือหนาทั้งสองข้างของเขาลูบลงที่หน้าท้องของคนรักอย่างอ่อนโยน“อยากค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเราก็อยู่ต่อ”“วันนี้คงไม่ได้ค่ะ อีกไม่กี่วันก็งานแต่งแล้วขืนอยู่ต่อกลับไปเฮคคงเตรียมงานจนไม่มีเวลานอนแน่ๆ” ซีลีนหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง มือบางลูบลงที่แก้มเนียนของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยนตั้งแต่วันแรกที่เธอตอบตกลงแต่งงานกับเฮคเตอร์จนกระทั่งคุณแม่ของเธอและเขาพากันไปหาฤกษ์งามยามดีมาให้ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้ก็เป็นคนจัดการงานเองแทบทุกอย่าง ถึงแม้ว่าพวกเราจะจ้างออแกไนซ์ก็ตาม แต่เขาก็ยังคงควบคุมและดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”“...” ซีลีนยกยิ้มออกมาพร้อมกับมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของว่าที่สามีของตัวเองด้ว
ณ นครนายก“มีรีสอร์ทอยู่ในป่าลึกขนาดนี้ด้วยเหรอ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะรีบลงจากรถ และเดินลงไปใกล้กับลำธารที่ยังคงมีน้ำไหลอยู่ตลอดถึงแม้ว่าจะไม่มากเท่ากับช่วงน้ำหลากก็ตาม“คุณพาซีนมาที่นี่ทำไมเหรอคะ” ซีลีนมองไปรอบๆ ก่อนจะหันไปถามร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัยที่อยู่ดีๆ เขาก็พาเธอขับรถเข้ามาในป่าหลายสิบนาทีกว่าจะมาถึงที่นี่“มาพักผ่อนไงครับ”“หืม...”“เราวุ่นกับการเตรียมงานแต่ง เฮคกลัวซีนจะเหนื่อยเกินไปก็เลยพามาพักที่สงบๆ ไงครับ” เฮคเตอร์เดินตามมาโอบไหล่มนของแฟนสาวเอาไว้อย่างห่วงแหน ก่อนที่เขาจะหันไปมามองคนตัวเล็กข้างกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก“ใครวุ่นคะ งานแต่งของเราเฮคเป็นคนจัดการเองทั้งหมดเลยไม่ใช่หรือไง ซีนยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”“หึหึ”“ไหนๆ พวกเราก็มาถึงที่นี่กันแล้ว วันนี้ก็พักผ่อนกันให้เต็มที่ไปเลยเนอะ” ซีลีนยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเดินจูงมือของชายหนุ่มให้เดินตามเธอไปยังบ้านต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ...เดินดีๆ นะระวังล้ม”“ไม่ล้มหรอกค่ะ มือเฮคคอยประคองซีนอยู่ไม่ห่างเลยนี่ วางใจได้...” ซีลีนก้มลงไปมองมือหนาของชายหนุ
โครมมมมมมมม!!!เอี๊ยดดดดดดดดดดดดด!!!“...” ร่างสูงเจ้าของรถหรูเดินลงมาจากรถของตัวเองพร้อมกับสำรวจความเสียหายของรถ ก่อนที่ตาคมจะเหลือบไปเห็นร่างของหญิงสาวนอนจมกองเลือดอยู่ไม่ไกลคลิก!!“รถของได้เซนต์ไม่ผิดแน่” เฮคเตอร์พึมพำออกมาในขณะที่ตาคมยังคงจับจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า คิ้วหนาขมวดผูกกันเ
ณ ค่ายเคียงตะวัน จังหวัดนครนายก“ซีลีนเราถึงแล้ว” เอวาร้องเรียกเพื่อนสาวที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างกายของเธอออกมาเสียงสดใสด้วยความตื่นเต้น“ถึงแล้วเหรอ...”“ไม่เห็นจะน่ากลัวอย่างที่คิดไว้เลยเนอะ” ซีลีนพึมพำออกมาพร้อมกับมองไปยังบรรยากาศโดยรอบที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ ป่าเขียวขจ
ณ ไนท์ผับหลายวันต่อมา...“ลูกพี่มีผู้หญิงมาขอเข้าพบครับ” ธนาลูกน้องคนสนิทของเฮคเตอร์เดินเข้ามาภายในห้องทำงานของนายเหนือหัว พร้อมกับเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงดังฟังชัดธนาค่อยช่วยงานเฮคเตอร์มาตั้งแต่เขายังเรียนอยู่มัธยมต้นจนกระทั่งตอนนี้เขาใกล้จะเรียนจบในระดับมัธยม และกำลังจะเข้าศึกษาต่อในมหาวิท
ช่วงค่ำของวัน...“ห้องน้ำเหลืออยู่ห้องเดียว ซีลีนอาบก่อนเลยตัวเปียกมาเดี๋ยวไม่สบาย” เอวาหันกลับมาบอกกับเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้อากาศค่อนข้างเย็นหากปล่อยให้ซีลีนยืนตากลมอยู่แบบนี้เธออาจจะไม่สบายก็ได้“เอาอย่างนั้นเหรอ”“ใช่ ถ้ามีห้องว่างเราจะรีบเข้าไปอาบเลยตกลงไหม”“จ๊ะ” ซีลีนเดินเข้าไปในห้อ