เข้าสู่ระบบหนึ่งอาทิตย์ต่อมา
เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่น้ำตาลอาศัยอยู่กับพายุในฐานะคู่หมั้นจำเป็น หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้นอนคอนโดทุกคืน ที่เธอรู้เพราะตอนเช้าเธอออกจากห้องนอนก็เห็นเขาเปิดประตูเข้ามาในคอนโด ซึ่งสามครั้งแล้วที่เธอเห็น เธอจึงสงสัยว่าเขาไปนอนที่ไหนกันนะ หรือว่าเขาจะออกไปเที่ยวผู้หญิงตามประสาผู้ชาย ด้านพายุ ในขณะที่พายุนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานหรูในห้องที่มีขนาดกว้างขวางอยู่นั้น โทรศัพท์ราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะก็ส่งเสียงดังขึ้น เขาเหลือบไปดูเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของพ่อตัวเองจึงหยิบขึ้นมากดรับสาย 'ครับ' 'พรุ่งนี้หนูน้ำตาลจะเข้าไปเป็นเลขาให้ลูกนะ' 'เลขาของผมก็มีอยู่แล้วนะครับ ไม่จำเป็นต้องให้เขามาเป็นเลขาของผมหรอก' 'เลขาคนเก่าของลูก พ่อจะย้ายให้เขามาเป็นเลขาของพ่อ และพ่อจะให้หนูน้ำตาลไปเป็นเลขาของลูกแทน' อดิศรอยากให้ลูกชายของตัวเองได้มีความสนิทสนมกับคู่หมั้นมากขึ้น ดังนั้นจึงคิดว่าให้น้ำตาลไปเป็นเลขาของลูกชายจะดีกว่า เมื่อได้ยินอย่างนั้น พายุก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับความพยายามของคนเป็นพ่อที่จะให้เขาได้สนิทกับคู่หมั้นที่เขาไม่ได้ต้องการ ก่อนที่เรียวปากหยักได้รูปจะเอ่ยออกไปด้วยความไม่เต็มใจ 'งั้นก็ได้ครับ' จากนั้น นิ้วเรียวจึงกดวางสายแล้วทำงานต่อ คอนโด ตอนเย็น เมื่อพายุเข้ามาในคอนโดก็เห็นร่างเล็กของคู่หมั้นนั่งคุยโทรศัพท์อยู่บนโซฟาในห้องห้องโถง เรียวขายาวก้าวไปหายังร่างบอบบางก็เป็นจังหวะที่เธอคุยโทรศัพท์เสร็จพอดี 'ได้ค่ะพ่อ งั้นแค่นี้นะคะ' ว่าจบ นิ้วเรียวสวยจึงกดวางสาย ก่อนเสียงทุ้มของร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเธอจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง สีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆ "พ่อเธอคงโทรมาบอกแล้วใช่ไหมว่าพรุ่งนี้เธอต้องไปทำงานเป็นเลขาของฉัน" "พ่อเพิ่งโทรมาบอกเมื่อกี้นี้ค่ะ" เจ้าของใบหน้าเรียวสวยหันไปบอกกับคนตัวสูงด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนเรียวปากหนาจะเอ่ยออกมา "ตอนไปทำงานเธอกับฉันจะต้องไปรถคนละคันกัน" "เรื่องนั้นคุณไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ เพราะน้ำตาลจะขับรถไปเอง" เมื่อสามวันก่อนพ่อให้คนเอารถที่บ้านมาไว้ที่นี่ และเธอก็จะขับรถของตัวเองไปทำงานโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเขา เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็รู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องให้เธอนั่งรถไปกับเขา ร่างสูงเข้าห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกจากคอนโดไป เพราะคืนนี้เขาจะไปนอนกับแอลลี่อย่างที่ทำอยู่ประจำ หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เขาไปนอนกับแอลลี่สามครั้งแล้ว รวมคืนนี้ด้วยก็เป็นสี่ วันต่อมา พายุที่เพิ่งกลับมาจากคอนโดของแอลลี่สแกนคีย์การ์ดเข้ามาในคอนโดจึงเห็นคู่หมั้นที่เขาไม่ได้เลือกเปิดประตูออกมาจากห้องนอน โดยหญิงสาวสวมใส่ชุดเดรสสวยหรูดูดี ความยาวเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย พายุที่เห็นจึงเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เธอไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะอาบน้ำก่อน" "น้ำตาลรอให้คุณแต่งตัวเสร็จก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะได้ไปพร้อมกัน" "อืม" เขารับคำด้วยสีหน้านิ่งแล้วเข้าห้องนอนไปอาบน้ำและสวมใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวแบรนด์หรู สวมทับด้วยเสื้อสูทสีเข้มราคาแพง กางเกงยี่ห้อดังสีเดียวกับเสื้อสูท ร่างสูงยืนหน้ากระจกพร้อมกับเซ็ทผมให้เข้าทรง จากนั้นจึงออกจากห้องมา น้ำตาลที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถง เมื่อเห็นร่างสูงออกจากห้องมาจึงลุกขึ้นแล้วเดินตามเขาลงชั้นล่างไป เมื่อมาถึงลานจอดรถขนาดใหญ่ พายุก็เดินไปขึ้นรถหรูของตัวเอง ก่อนที่น้ำตาลจะเดินไปขึ้นรถหรูของตัวเองแล้วขับตามรถของเขาไปบ้านอดิศร วันต่อมาเมื่อทั้งสี่คนรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วก็พากันมานั่งที่ห้องรับแขก จิราพรที่นั่งข้างคนเป็นสามีเอ่ยถามยังว่าที่ลูกสะใภ้ซึ่งนั่งอยู่ข้างลูกชายของตัวเองด้วยรอยยิ้มใจดี"ตอนนี้ท้องสี่เดือนแล้วใช่ไหมจ้ะหนูน้ำตาล" "ใช่ค่ะคุณป้า" เธอตอบออกไปด้วยรอยยิ้มสดใส"รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย""ยังไม่รู้ค่ะ หมอบอกว่าอัลตร้าซาวด์ดูเพศรอบหน้าค่ะ""อ๋อจ้ะ" สิ้นเสียงของจิราพร อดิศรที่ยังรู้สึกผิดต่อคนเป็นลูกอยู่ก็เอ่ยกับน้ำตาลด้วยแววตารู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาเคยทำด้วยความเอาแต่ความพอใจของตัวเอง โดยไม่แคร์ความรู้สึกของใคร"ลุงต้องขอโทษหนูน้ำตาลด้วยนะที่ตอนนั้นลุง..."อดิศรจะพูดว่าขอโทษที่ไปหาเธอที่คอนโดตอนนั้นแล้วบอกให้เธอเลิกกับพายุแต่น้ำตาลก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อนเพราะอยากให้พ่อของเขารู้สึกสบายใจ"ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง คุณลุงไม่ได้ผิดอะไร และน้ำตาลก็เข้าใจคุณลุงดีค่ะ" เธอพูดออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาจริงใจ ไม่ได้อะไรกับเรื่องที่ท่านบอกให้เธอเลิกกับเขาเมื่อได้ยินน้ำตาลพูดออกมาแบบนั้น อดิศรก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาพร้อมกับระบายยิ้มด้วยความสบายใจจากนั้นทั้งสี่คนก็ชวนคุยกัน กระทั่งสองชั่วโมง
น้ำตาลที่อยู่ในชุดเดรสสีสวยแต่ไม่เข้ารูปออกจากห้องมาจึงเห็นว่าคนตัวสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาสวมใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวพับแขนถึงศอก นุ่งกางเกงสแล็คสีเข้ม เซ็ทผมเข้าทรงเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก น้ำตาลที่เห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยถามออกไป"คุณจะออกไปไหนเหรอคะ" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นครั้งแรก หลังจากสองเดือนมาแล้วที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างห้วนกับเขา"พี่อยากไปเจอพ่อกับแม่ของเธอด้วยน่ะ" เมื่อกี้เขาได้ยินคนตัวเล็กคุยโทรศัพท์กับแม่ของเธอว่าจะออกไปทานข้าวกัน เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งรอ"งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ""ตอนนี้พ่อกับแม่เธออยู่ที่ไหน""อยู่ที่โรงแรมค่ะ""งั้นเธอก็โทรไปบอกนะว่าเดี๋ยวเราจะไปรับที่นั่น""ได้ค่ะ" ว่าแล้ว น้ำตาลก็โทรหาคนเป็นแม่ทันทีตู๊ด'ว่าไงลูก''แม่รออยู่ที่โรงแรมนะคะ เดี๋ยวน้ำตาลจะไปรับค่ะ''ได้ลูก' จากนั้นการสนทนาของสองแม่ลูกก็จบลง ก่อนที่ทั้งสองจะพากันไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างล่างภัตตาคารในโรงแรมของพายุเมื่อพายุ น้ำตาล ขุนพล กิรณา ลูกแพร์และติณห์นั่งกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นไม่ถึงสิบนาทีอาหารที่เขาได้โทรมาสั่งไว้ล่วงหน้าก็ถูกนำมาเสิร์ฟจนครบทุกอย่าง"เชิ
วันต่อมาน้ำตาลที่อยู่ในชุดทำงานเปิดประตูออกมาจากห้องนอนก็เห็นคนตัวสูงกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เธอเดินไปหยิบรองเท้าคัทชูที่อยู่ในตู้ พายุที่หันมาเห็นพอดีจึงออกจากครัวมาหาเธอพร้อมกับเอ่ยออกไป"ก่อนไปทำงานกินข้าวก่อนสิ""น้ำตาลยังไม่หิว ค่อยไปกินที่ทำงานดีกว่า""งั้นเธอรอพี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง" ว่าแล้ว หญิงสาวก็พยักหน้าแล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟา ก่อนที่พายุจะเข้าไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้า จากนั้นทั้งสองจึงพากันลงไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าคอนโด"เมื่อคืนไหนบอกว่ารถเสียไง" เมื่อเดินมาถึงรถของพายุ น้ำตาลจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าบึ้ง พายุสีหน้าเจื่อนลงเมื่อถูกจับได้ว่าตัวเองโกหก ก่อนจะพูดออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ"พี่อยากนอนกับเธอ พี่ก็เลยต้องโกหกว่ารถเสียน่ะ" พูดจบ พายุก็จูงมือคนตัวเล็กแล้วพาไปขึ้นรถ เมื่อปิดประตูให้เธอเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเดินมาขึ้นรถและขับออกไปจากคอนโดตอนเย็นพายุที่มารอรับน้ำตาลกลับคอนโดเมื่อเห็นร่างบางของน้ำตาลเดินออกจากออฟฟิศมากับเพื่อนร่วมงานจึงก้าวเข้าไปหาเธอทันที แขนหนาเลื่อนไปจับยังมือเรียวของน้ำตาล ก่อนที่น้ำตาลจะหันบอกกับโบว์ที่เดินมาด้วยกัน"ฉันไปแล้วนะโบว์" "แฟนน้ำตา
เมื่อน้ำตาลอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องจึงเห็นว่าคนตัวสูงจัดเตรียมอาหารใส่จานวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว พายุที่หันมาเห็นคนตัวเล็กออกมาจากห้องจึงเอ่ยเรียกเธอออกไป"มากินข้าวสิ"หญิงสาวเดินมาที่โต๊ะอาหารแล้วทำท่าจะถอดแหวนออก พายุที่เห็นจึงรีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือของเธอไว้"อย่าถอดเลยนะ ใส่ไว้อย่างนั้นแหละ เธอดูสิ แหวนที่เธอเคยสวมให้พี่ในวันหมั้น พี่ไม่เคยถอดมันออกเลยนะ" เขายื่นมือข้างซ้ายให้เธอดูแหวนหมั้นที่เขายังสวมอยู่ ตั้งแต่วันหมั้นจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่เคยถอดออกเลยน้ำตาลมองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเขาที่เขายังสวมไว้ตลอด เธอเคยอยากถามว่าทำไมถึงไม่ถอดแหวนทั้งที่เธอกับเขาไม่ได้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว"ใส่ไว้นะ อย่าถอดออก พี่อยากหมั้นเมียเอาไว้ก่อนน่ะ พอแต่งงานพี่จะให้เธอถอดวงนี้ออก และพี่จะสวมแหวนแต่งงานเข้าไปแทน" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนโยน"คุณไปแต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับคุณเถอะ""พี่จะไม่ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น พี่จะแต่งงานกับผู้หญิงที่พี่รักเท่านั้น..." เขาจ้องหน้าเธอด้วยแววตามุ่งมั่น แล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ก่อนจะเอ่ยต่อ"และผู้หญิงคนที่พี่
"ในเมื่อพ่อรู้อย่างนี้แล้ว ผมหวังว่าพ่อคงจะไม่บังคับผมให้ไปหมั้นกับผู้หญิงอื่นนะครับ""..." อดิศรพูดอะไรไม่ออกเมื่ออยู่ๆก็รู้ว่าตัวเองกำลังจะมีหลาน พลางคิดในใจว่าตอนที่เขาไปพบกับน้ำตาลเมื่อสามเดือนก่อน งั้นก็แสดงว่าเธอคงตั้งท้องแล้วสินะ"ผมอยู่กับน้ำตาลมาหกเดือน แล้วอยู่ๆน้ำตาลก็บอกว่าขอยุติความสัมพันธ์กับผม พอผมถามเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเลิกกับผม แต่น้ำตาลก็ไม่บอก หลังจากนั้นผมก็เลยไม่ไปหาน้ำตาลอีกเลย จนเมื่อหนึ่งเดือนก่อนพอผมออกจากโรงพยาบาลผมก็เจอกับน้ำตาล..." พายุพูดยังไม่ทันจบ จิราพรก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเมื่อรู้ว่าลูกชายต้องไปหาหมอ"แล้วลูกป่วยเป็นอะไรถึงได้ไปหาหมอ""ตั้งแต่น้ำตาลขอยุติความสัมพันธ์กับผม ผมก็เอาแต่คิดมากจนนอนไม่หลับ พอหลายวันเข้าก็ทำให้ปวดหัว วันนั้นผมปวดหัวแทบจะระเบิดก็เลยต้องไปหาหมอครับ""โธ่ลูก...ทำไมถึงไม่โทรมาบอกแม่ล่ะว่าลูกไม่สบาย" จิราพรเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าเศร้าสลดเมื่อรู้ว่าลูกตัวเองไม่สบายแต่ไม่ยอมบอกใคร"ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกแม่ แค่นอนหลับไม่เพียงพอก็เลยทำให้ปวดหัวน่ะ""ถึงลูกจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับแม่มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ ทีหลังถ้าเจ
สามเดือนต่อมาตอนนี้อายุครรภ์ของน้ำตาลก็ครบสามเดือนแล้ว เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่พายุจะมาหาเธอทุกวันตอนเย็น เขาไปรอเธอหน้าบริษัทเพื่อชวนเธอขึ้นรถไปกับเขา แต่เธอก็ปฏิเสธทุกครั้ง ดังนั้นเขาจึงเดินไปส่งเธอจนถึงหน้าคอนโดแล้วเดินกลับมาเอารถที่จอดไว้หน้าบริษัทที่เธอทำงานอยู่และกลับคอนโดไปโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังร่างเล็กของน้ำตาลเดินเข้ามาในโรงพยาบาล พายุที่หาหมอเสร็จแล้วกำลังจะเดินออกไปหน้าโรงพยาบาลเมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาล เขาจึงหยุดแล้วมองแผ่นหลังสวยที่เดินไปยังแผนกสูตินรีแพทย์พายุที่เห็นอย่างนั้นจึงก้าวตามหญิงสาวไป ก่อนจะหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวที่เขานั่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน กระทั่งพยาบาลเรียกชื่อของน้ำตาลให้เข้าไปพบแพทย์ในห้องตรวจชายหนุ่มที่ร้อนรุ่มในใจเพราะอยากรู้ว่าเธอป่วยเป็นอะไรถึงได้หาหมอจึงลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปในแผนกสูตินรีแพทย์ทันทีด้านน้ำตาล"ตอนนี้อายุครรภ์ของคุณก็ครบสิบสองสัปดาห์แล้ว ซึ่งอวัยวะของทารก..." แกร่กเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงที่มีใบหน้าอันหล่อเหลาเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าปกติ ก่อนที่คนเป็นหมอจะระบายยิ้มแล้วเอ่ยถามออกไป"คุณเป็นสามี







