Beranda / วาย / พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse] / บทที่ 6 ใต้ปีกราชสีห์

Share

บทที่ 6 ใต้ปีกราชสีห์

Penulis: CARAMEL
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-20 18:12:12

บทที่ 6

ใต้ปีกราชสีห์

แสงอาทิตย์ยามเช้าในสัปดาห์ต่อมา ลอดผ่านผ้าม่านไหมสีขาวโปร่งบางไม่ได้ช่วยให้นาวินรู้สึกสดใสขึ้นเลย แผ่นหลังของเขายังรู้สึกอุ่นวาบราวกับยังถูกสัมผัสจากอัลฟ่าเจ้าของบ้านที่ทิ้งรอยเอาไว้ในคืนนั้น

ตั้งแต่ที่เข้ามาอยู่ที่นี่นาวินแทบไม่ได้พักผ่อน เขาใช้เวลาทั้งหมดในการทบทวนแผนผังคฤหาสน์ที่จดจำมาจากไฟล์ลับ และพยายามประเมินสถานการณ์ว่าตนเองกำลังเดินหมากอยู่ในจุดไหนของกระดานที่ชื่อว่าตระกูลไวท์

นาวินจัดการตัวเองด้วยเสื้อผ้าที่ลีออนเตรียมไว้ให้ มันเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อละเอียดตัดเย็บอย่างดี ทันทีที่สวมใส่กลิ่นจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มราคาแพงผสมกับกลิ่นอายมิ้นต์บางๆ ที่ติดอยู่ตามเครื่องเรือนโชยเข้าจมูกจนเขาต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นสัญชาตญาณโอเมก้าที่เริ่มจะคุ้นชินกับกลิ่นนี้

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...

“อาหารเช้าพร้อมแล้วครับคุณนาวิน นายท่านรออยู่ด้านล่างครับ”

เสียงพ่อบ้านของคฤหาสน์ลีออนดังขึ้นอย่างมีมารยาท

นาวินเดินลงไปที่ห้องอาหารขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะยาวเหยียดลีออนนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูเป็นทางการและสง่างามจนน่าหมั่นไส้ เขากำลังอ่านข่าวจากแท็บเล็ตในมือ แต่พอเสียงฝีเท้าของนาวินใกล้เข้ามา ดวงตาคมกริบสีฟ้าอ่อนก็เลื่อนมามองสำรวจตั้งแต่วงหน้าซีดเซียวไปจนถึงปกคอเสื้อที่นาวินจงใจติดกระดุมจนถึงเม็ดบนสุดเพื่อปิดรอยกัดไว้อย่างมิดชิด

“นั่งสิ”

ลีออนสั่งสั้นๆ โดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของเขา

นาวินนั่งลงฝั่งตรงข้าม พยายามรักษาท่าทีให้ปกติที่สุดแม้ในใจจะร้อนรุ่ม

“ฉันต้องการแล็ปท็อปคืน นายเอามันไปนานเกินไปแล้ว ฉันมีงานที่ต้องส่งตามกำหนด”

“แล็ปท็อปของนายถูกตรวจสอบอย่างละเอียดโดยทีมไอทีของฉัน เพื่อความปลอดภัย นายจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เฉพาะผ่านเครือข่ายที่ฉันอนุญาตเท่านั้น”

ลีออนวางแท็บเล็ตลงช้าๆ

“นาวิน นายต้องเข้าใจนะว่า ตอนนี้ชื่อของนายติดอยู่ในเรดาร์ของคนในตระกูลไวท์ทุกคนแล้ว การที่พยายามติดต่อโลกภายนอกมั่วซั่ว มันไม่ต่างอะไรกับการกวักมือเรียกเพชฌฆาตมาหาตัวเอง”

“แล้วการอยู่ในกรงทองนี่มันต่างกันตรงไหน? ก็แค่เปลี่ยนที่ขังฉันมาไว้ที่นี่ เพื่อให้ฉันทำงานให้ไม่ใช่หรือไง”

นาวินสวนกลับด้วยแววตาแข็งกร้าว

ลีออนเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มที่นาวินอ่านไม่ออก

“ฉันให้ความคุ้มครองนาย ในขณะที่นายให้ข้อมูลและสถานะคู่หมั้นกับฉัน วันนี้อาจัดงานจิบน้ำชาเล็กๆ ในสวน นายต้องลงไปกับฉัน แสดงให้ทุกคนเห็นว่านายคือคนของลีออน ไวท์ ไม่ใช่แค่เด็กที่ฉันเก็บมาเลี้ยงขัดดอก”

คำว่าคนของลีออนทำให้นาวินใจสั่นวูบ ลีออนลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหาเขาช้าๆ ก่อนเอื้อมมือหนามาจัดปกคอเสื้อเชิ้ตของนาวินที่แอบยับเล็กน้อยให้เข้าที่ นิ้วมือเย็นของเขาเฉียดผ่านลำคอจนนาวินสะดุ้ง

“และที่สำคัญที่สุด อย่าให้มาร์คัสเข้าใกล้ได้เกินหนึ่งช่วงแขน อาของฉันจมูกไวอย่างกับหมาล่าเนื้อ ถ้าเขาได้กลิ่นวานิลลาที่สั่นระริกของนาย เขาจะรู้ทันทีว่านายคือโอเมก้าที่กำลังฮีทเพราะต้องการฉัน”

ลีออนกระซิบเสียงต่ำ

“ฉันไม่ได้ต้องการนาย!”

นาวินกัดฟันตอบพร้อมกับปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างไม่ไยดี

“งั้นก็หัดควบคุมกลิ่นที่ปล่อยออกมายั่วยวน โดยเฉพาะเวลาเข้าใกล้ฉันให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาเถียง”

ลีออนพูดจบก็เดินออกจากห้องอาหารไป ทิ้งความหมั่นไส้ไว้ในดวงตางดงามของนาวินแทน

‘ทุเรศจริงๆ ไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหน’

นาวินคิดในใจพร้อมทั้งส่งสายตาหงุดหงิดไล่ตามหลังลีออน

เมื่อถึงช่วงบ่าย นาวินถูกพาลงไปที่สวนสไตล์อังกฤษซึ่งเต็มไปด้วยกุหลาบขาว มาร์คัสนั่งรออยู่ก่อนแล้วท่ามกลางแขกเหรื่อสามสี่คน ทุกสายตาที่มองมาทางนาวินเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและดูแคลน

“มานี่สินาวิน”

ลีออนเรียกเสียงนุ่มจนนาวินรู้สึกขนลุก เขาถูกลีออนโอบเอวแล้วดึงให้ไปนั่งข้างกายบนโซฟากำมะหยี่กลางสวน ลีออนวางมือพาดบนพนักพิงเบื้องหลังนาวิน ราวกับเป็นการประกาศศักดาและอาณาเขตอย่างชัดเจน

“ดูทั้งคู่รักกันดีนะลีออน ไม่เคยเห็นหลานหวงใครขนาดนี้มาก่อน”

มาร์คัสจิบชา แววตาของเขาไม่ได้ยิ้มตามปาก แต่มันจ้องมองนาวินอย่างพินิจพิจารณาจนนาวินรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงไปทั่วร่างกาย

“แต่ฉันแปลกใจ โอเมก้าจากตระกูลเล็กๆ อย่างอนันต์ มีอะไรดีนักหนา ถึงทำให้ลีออน ไวท์ ยอมประกาศหมั้นกลางคันแบบนี้”

“เขามีสิ่งที่คนอื่นไม่มีครับอา เขาคือ โชคชะตา ที่ผมหามานาน”

ลีออนเอ่ยประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาน สายตาที่เขามองนาวินชั่วขณะนั้นดูจริงใจจนนาวินเผลอใจสั่น แต่เขาก็รีบเตือนตัวเองว่ามันคือการแสดง

นาวินพยายามมองหาลู่ทาง เขายังไม่ลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เข้ามา ณ ที่แห่งนี้ เขาแอบซ่อนเครื่องมือแฮ็กพกพาขนาดจิ๋วไว้ในแขนเสื้อ จังหวะที่แขกคนหนึ่งชวนลีออนคุยเรื่องธุรกิจ นาวินแสร้งทำน้ำชาหกใส่แขนเสื้อตัวเองเล็กน้อย

“อุ๊ย ขอโทษครับ ผมนี่ซุ่มซ่ามจริง ผมขอตัวไปจัดการตัวเองสักครู่นะครับ”

นาวินรีบลุกขึ้น

“ให้ดอมไปส่งไหม?”

ลีออนมองตามด้วยสายตาจับผิด

“ไม่เป็นไรครับ ผมจำทางได้”

นาวินรีบพูดตัดบท ก่อนเดินหนีออกมาจากวงสนทนาทันที

นาวินไม่ได้มุ่งหน้าไปห้องน้ำ แต่เขารีบอาศัยจังหวะที่คนรับใช้กำลังยุ่ง เดินเลี่ยงไปยังปีกตะวันออกของคฤหาสน์ซึ่งเป็นเขตหวงห้าม หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก

เมื่อมาถึงหน้าประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ที่สลักลายอย่างวิจิตร มันคือห้องทำงานส่วนตัวของมาร์คัสที่เขาสืบมาว่ามีเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลแยกต่างหาก

นาวินหยิบแฟลชไดรฟ์จิ๋วออกมา เตรียมจะเสียบเข้ากับจุดเชื่อมต่อระบบรักษาความปลอดภัยข้างประตู ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วสัมผัสเครื่องสแกน กลิ่นมิ้นต์เย็นเฉียบที่คุ้นเคยกลับพุ่งเข้าปกคลุมจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแรงบีบต้นแขนที่หนักหน่วงจนนาวินหลุดปากร้องออกมา

“ฉันบอกให้นายอยู่ข้างๆ ฉันไม่ใช่เหรอนาวิน!”

ลีออนยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีฟ้าอ่อนเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มด้วยความโกรธจัด เขาฉุดกระชากนาวินเข้าหาตัวจนแผ่นหลังกระแทกกับกำแพงทางเดินที่เงียบสงัด

“ฉัน... ฉันแค่มาหาทิชชู”

นาวินโกหกเสียงสั่น

“ทิชชูในห้องทำงานของอาฉันเนี่ยนะ!”

ลีออนกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน เขาโน้มหน้าลงมาจนจมูกแทบชนกัน

“นายคิดว่านายฉลาดนักเหรอ? ถ้าคนของมาร์คัสมาเห็นนายอยู่ตรงนี้ นายไม่มีโอกาสได้กลับออกไปเห็นแสงตะวันอีกแน่”

“แล้วนายสนใจทำไม! นายก็แค่อยากใช้ฉันเป็นตัวล่อไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันตาย นายก็แค่หาเหยื่อใหม่!”

นาวินสวนกลับด้วยความอัดอั้น น้ำตาเริ่มคลอหน่วยด้วยความโกรธที่ร่างกายตัวเองดันสั่นเทาเพราะกลิ่นของอีกฝ่าย

ลีออนชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยดุดันวูบไหวไปชั่ววินาที ก่อนเชยคางนาวินขึ้นอย่างแรง บังคับให้สบตา

“ถ้าฉันเห็นนายเป็นแค่เหยื่อ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะทิ้งงานจิบน้ำชานั่นเพื่อมาตามหานายหรอก”

ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทางเดิน ลีออนโน้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นจนหน้าผากชนกัน กลิ่นวานิลลาจากตัวนาวินเริ่มหวานฉ่ำขึ้นเพราะอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ลีออนสูดลมหายใจลึกราวกับกำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณตัวเอง

“รอยกัดที่คอนั่น... ถ้าไม่อยากให้ฉันเป็นคนลงมือลบมันด้วยวิธีของฉันเอง ก็อย่าทำให้ฉันหมดความอดทน”

ลีออนไม่ได้ทำพันธะ แต่เขากลับกดจูบลงที่หน้าผากของนาวินอย่างหนักหน่วงและยาวนาน มันไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนหวาน แต่มันคือการ ตีตรา ผ่านสัมผัสที่ทำให้นาวินรู้สึกเหมือนถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นล่ามไว้

“กลับไปที่งานกับฉันเดี๋ยวนี้”

นาวินถูกลีออนจูงมือกลับไปที่สวนท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงของมาร์คัส

แผนการจารกรรมครั้งแรกพังทลายย่อยยับ แต่สิ่งที่นาวินค้นพบในแววตาและสัมผัสของลีออนกลับทำให้เขาสับสนยิ่งกว่าเดิม

ภายใต้ปีกของราชสีห์ตนนี้ เขากำลังถูกปกป้องจากความตาย หรือกำลังถูกต้อนให้จนมุมเพื่อรอวันถูกกลืนกินไปพร้อมกับความลับที่เขากำลังตามหากันแน่?

 +-+-+

โปรดติดตามตอนต่อไป...

CARAMEL

ฝากติดตามด้วยนะคะ หากมีคำผิด ตกหล่นตรงไหน นักอ่านแจ้งนักเขียนได้เลยนะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่แวะมาอ่านงานของเราจ้า

| Sukai
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 13 ความรู้สึกผิดคืออาวุธที่ดีที่สุด

    บทที่ 13ความรู้สึกผิดคืออาวุธที่ดีที่สุดเสียงล้อรถลีมูซีนบดลงบนกรวดหินหน้าคฤหาสน์ตระกูลไวท์ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของนาวินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันเป็นเสียงที่ย้ำเตือนว่าเขากำลังกลับเข้าสู่สมรภูมิที่ไร้เสียงปืน แต่เต็มไปด้วยคมดาบที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มพรมเช็ดเท้าผืนหรูนาวินมองลอดกระจกหน้าต่างรถออกไป เห็นคฤหาสน์หินอ่อนสีขาวนวลที่ทอประกายภายใต้แสงจันทร์ มันดูสง่างามทว่าเยือกเย็นไม่ต่างจากเจ้าของกลิ่นมิ้นต์ที่นั่งอยู่ข้างกายเขาในขณะนี้ลีออน ไวท์ นั่งนิ่งราวกับรูปสลัก สายตาจับจ้องไปที่เอกสารในแท็บเล็ต แต่กลิ่นฟีโรโมนมิ้นต์ที่แผ่ออกมากลับมีความว้าวุ่นจางๆ มันส่งผ่านพันธะหลังคอนาวินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่คืนนั้นที่เซฟเฮาส์ริมหน้าผา สายใยที่มองไม่เห็นนี้ทำให้นาวินรับรู้ถึงอารมณ์ของลีออนได้ลึกซึ้งจนน่ากลัว เขารู้ว่าลีออนกำลังเครียดเรื่องการเผชิญหน้ากับมาร์คัส และเขาก็รู้ว่าลีออนกำลัง... รู้สึกผิดนาวินขยับตัวเล็กน้อย เสื้อคาร์ดิแกนตัวโคร่งของลีออนที่เขาจงใจสวมใส่ไว้ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี กลิ่นมิ้นต์ที่อบอวลช่วยให้สัญชาตญาณโอเมก้าของเขาสงบลง และมันทำหน้าที่อีกอย่าง... คือเป็นเครื่องมือชั

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 12 รอยร้าวในใจ

    บทที่ 12รอยร้าวในใจความเงียบเชียบในเซฟเฮาส์ริมหน้าผาเริ่มทำงานกับประสาทของนาวินอีกครั้ง หลังจากเสียงล็อกประตูห้องนอนเงียบหายไปพร้อมกับเงาของลีออน ร่างโปร่งในชุดคาร์ดิแกนตัวโคร่งที่อบอวลด้วยกลิ่นมิ้นต์ ทรุดกายลงนั่งบนขอบหน้าต่างกระจกบานยักษ์ เขามองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลและท้องฟ้าบรรจบกันเป็นเส้นเดียว มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกถึงอิสรภาพแม้แต่น้อยมือบางลูบไล้รอยกัดที่หลังคออย่างเผลอตัว ความเจ็บแปลบจางลงแล้ว แต่ความรู้สึกหน่วงที่เชื่อมโยงกับเจ้าของรอยกัดกลับเด่นชัดขึ้นทุกนาที มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาเกลียดแสนเกลียด... เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกระแสอารมณ์ที่ขุ่นมัวและว้าวุ่นของลีออนที่ยังคงลอยวนอยู่ในบ้านหลังนี้ แม้เจ้าตัวจะออกไปแล้วก็ตาม“นายเห็นผมเป็นตัวแทนของพี่จริงๆ สินะ...”นาวินพึมพำกับความว่างเปล่าประโยคสุดท้ายของลีออนที่หลุดชื่อคามินออกมา มันยังคงดังก้องอยู่ในหัวนาวินรู้ดีว่านี่คือโอกาสทอง หากเขาอยากทำลายตระกูลไวท์ หรือสืบหาความจริงเรื่องการตายของพี่ชาย เขาต้องไม่ทำตัวเป็นศัตรูที่คอยแต่วิ่งหนี แต่เขาต้องกลายเป็นคนรักที่ลีออนโหยหา เพื่อที่จะได้เข้าไปสืบหาความจริงให้ได้ลึก

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 11 กรงขังที่เรียกว่าพันธะ

    บทที่ 11กรงขังที่เรียกว่าพันธะความเงียบสงัดภายในเซฟเฮาส์ริมหน้าผาดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่จอมปลอมที่สุดในความรู้สึกของนาวิน ทันทีที่เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนสายของวันใหม่ สิ่งแรกที่กระแทกเข้าสู่ประสาทรับรู้คือความหนักอึ้งที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกบดละเอียดและประกอบขึ้นใหม่ด้วยน้ำมือของลีออน ความเจ็บระบมที่ช่วงล่างและรอยเขี้ยวที่หลังคอยังคงส่งความรู้สึกวูบวาบราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านอยู่ตลอดเวลานาวินพยายามหยัดกายลุกขึ้นจากเตียง แต่แค่ขยับตัวเพียงนิด ความเจ็บเจียนตายก็แล่นริ้ว จนเขาต้องหลุดเสียงครางออกมา ร่างกายที่เคยเป็นของเขา บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนของแปลกปลอม สิ่งที่รบกวนใจเขามากกว่าความระบมทางกาย คือความเชื่อมโยงที่น่าสะอิดสะเอียน...เขารับรู้ได้ถึงตำแหน่งของลีออนโดยสัญชาตญาณ เขารู้ว่าลีออนไม่ได้อยู่ในห้อง แต่กำลังยืนอยู่ที่ระเบียงด้านนอกเพื่อจัดการกับเรื่องวุ่นวายที่ทิ้งไว้ในงานเลี้ยงนาวินโซซัดโซเซเข้าไปในห้องน้ำ มือบางลูบไล้ไปตามรอยกัดที่หลังคอ มันบวมแดงมีรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่ เขาเปิดฝักบัวให้แรงที่สุดหวังให้สายน้ำเย็นจัดชะล้างทุกร่องรอย ทุก

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 10 พันธะนิรันดร์

    บทที่ 10พันธะนิรันดร์ภายในห้องนอนริมหน้าผาอันห่างไกล แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านผนังกระจกบานยักษ์ส่องให้เห็นเงาของคนสองคนที่กำลังถูกพายุแห่งสัญชาตญาณซัดสาด บรรยากาศที่เคยเงียบสงัดถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจหนักหน่วง กลิ่นวานิลลาที่หอมหวานจัดจ้านจากตัวนาวินบัดนี้ไม่ใช่เพียงแค่กลิ่นหอม แต่มันคือสารกระตุ้นที่รุนแรงกว่ายาเสพติดชนิดใดในโลก กลิ่นนั้นพลุ่งพล่านไปทั่วทุกอณูอากาศ มอมเมาประสาทสัมผัสของอัลฟ่าจ่าฝูงจนพังทลาย“อึก...”ลีออนขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาที่เคยเป็นสีฟ้าใสบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยสีแดงฉานดุจทับทิมอาบเลือด ร่างกายของเขาร้อนรุ่มจนเหมือนมีลาวาไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด อาการรัทที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันจากการถูกกระตุ้นโดยโอเมก้าคู่แห่งโชคชะตาทำให้อารมณ์ผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงความปรารถนาครอบครองและตีตราเหยื่อตรงหน้าให้จมลงกับเขี้ยวเล็บ“นาวิน... นายทำฉันคลั่งเองนะ...”เสียงคำรามทุ้มต่ำพร่ามัวแฝงไปด้วยความดุร้าย ลีออนกระชากร่างโปร่งที่นอนหอบหายใจรวยรินบนเตียงกว้างให้เข้ามาประชิดตัว ฝ่ามือหนาบีบเคล้นลงบนสะโพกมนและแผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างแรงจนเกิดรอยนิ้วม

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 9 พันธะนิรันดร์

    บทที่ 9พันธะนิรันดร์เสียงเครื่องยนต์ของรถลีมูซีนคำรามเบาๆ ขณะที่มันพุ่งทะยานออกสู่ถนนสายเปลี่ยวมุ่งหน้าออกนอกเมือง แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางสาดเข้ามาในรถราวกับภาพแฟลชแบ็กที่ย้ำเตือนถึงความวุ่นวายในงานเลี้ยงที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่นาที แต่ภายในห้องโดยสารที่ถูกปิดตายด้วยกระจกกันเสียงและฟิล์มทึบกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ร้อนระอุจนแทบเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุณนาวินนอนบิดเร้าอยู่บนเบาะหนังสีดำสนิท ร่างกายที่เคยสง่างามในชุดสูทสีขาวมุกบัดนี้ดูยั่วยวนและปลุกเร้าอารมณ์ กระดุมเสื้อหลุดกระจายเผยให้เห็นแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจที่รุนแรง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบไปกับผิว กลิ่นวานิลลาที่เคยเป็นเพียงความหอมจางๆ บัดนี้มันเข้มข้นจนกลายเป็นกลิ่นที่หอมหวานจัดและนุ่มลึกผสมกับไม้หอมราวกับน้ำเชื่อมที่กำลังเคี่ยวบนไฟแรง มันเย้ายวนและบีบคั้นประสาทสัมผัสของอัลฟ่าทุกคนที่อยู่ใกล้“ฮึก... ลีออน... ฉัน... ทนไม่ไหวแล้ว...”เสียงครางอ้อนวอนของนาวินไม่ได้เป็นเพียงเสียงเรียกชื่อ แต่มันคือเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความทรมานจากส่วนลึกของสัญชาตญาณโอเมก้าที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นจากการฮีทครั้

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 8 งานเลี้ยง

    บทที่ 8งานเลี้ยงทันทีที่บานประตูคู่มหึมาของโถงจัดเลี้ยงเปิดออก แสงสว่างจ้าจากโคมไฟระย้าคริสตัลนับร้อยดวงก็สาดซัดเข้าใส่ร่างของคนทั้งคู่จนนาวินต้องหยีตาลงชั่วขณะ เสียงชัตเตอร์จากกล้องของเหล่านักข่าวรัวกระหน่ำขึ้นราวกับเสียงปืนกล พร้อมกับแสงแฟลชที่ระเบิดวาบไม่หยุดหย่อน ราวกับจะลอกหนังกำพร้าของเขาออกมาแฉให้คนทั้งโลกเห็นลีออนกระชับวงแขนที่โอบเอวนาวินไว้แน่นขึ้น แรงบีบที่มั่นคงนั้นสื่อความหมายถึงการปกป้องและการเตือนสติในเวลาเดียวกัน นาวินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับไม่ให้ขาทั้งสองข้างสั่นเทาขณะก้าวเดินเคียงข้างอัลฟ่ายีนเด่นที่แผ่กลิ่นอายอำนาจออกมาอย่างน่ายำเกรงเขารู้ดีว่า เขากับคามินไม่มีความคล้ายคลึงกันในทางหน้าตา พี่ชายของเขาคือลูกเสี้ยวไทยญี่ปุ่นรัสเซียที่มีเครื่องหน้าคมชัดและดวงตาสีเทาที่ดูแปลกตา ทว่านาวินคือชายหนุ่มไทยแท้ที่มีดวงตาสีนิลสนิทดุจท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่สิ่งที่เขารู้สึกได้ในตอนนี้คือสายตาของแขกเหรื่อที่มองมา... พวกเขาไม่ได้มองที่รูปร่างหน้าตา แต่มองหาบางอย่างที่ลีออนพยายามจะยื้อคืนมาจากความตาย“ยิ้มไว้... และอย่าลดสายตาลงเด็ดขาด”เสียงทุ้มของลีออนกระซิบชิดใบหู ท่าทางนั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status