Masukภพรักกับเทียนหอมเป็นเพื่อนกัน ก็คงจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปหากภพรักไม่เป็นคนเปลี่ยนแปลงสถานะระหว่างเราไปเสียก่อน เพื่อนสนิท เพื่อนนอน แล้วจากนั้นล่ะ จะยังเป็นเพื่อนกันต่อไหม หรือสถานะเปลี่ยนแปลง
Lihat lebih banyakกระผมนายเทียนสุดหล่อ หล่อมาก หล่อโคตร หล่อลากดิน หล่ออธิบายไม่ถูก
เกิดมาบนโลกนี้ได้สิบเก้าปี เพิ่งจะเคยเสียศักดิ์ศรีสุดๆก็วันนี้ เมื่อไอ้ภพรักเพื่อนซี้หน้าตาขี้เหร่ มันมาขอเอาผม นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะเว่ย โดนผู้ชายเอาเชียวนะ ถ้าจะท้าวความก็ต้องย้อนไปตั้งแต่เมื่อห้าร้อยปีก่อน เอ่อ ไม่ใช่ละ นานไป ก็ตั้งแต่แปดปีก่อนนู่นแหละ ไอ้กระผมเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ผันตัวเองมาเป็นเด็กเมืองหลวงด้วยการเข้าเรียนม.1ที่โรงเรียนในกรุงเทพ แล้วหลงผิดมาเป็นเพื่อนสนิทกับไอ้ภพรัก ก็ตอนนั้นคนมันซื่อนี่หว่า เลยโดนไอ้เหี้ยนี่ล่อลวงเอาซะงั้นฮ่าๆจริงๆก็ไม่ถึงกับล่อลวงหรอกนะ แต่มันใช้มารยามาตีซี้ผมอ่ะ จากนั้นก็หลงผิดคบมันมาเรื่อยๆ แต่ไอ้ภพสงสัยเป็นปลิงกลับชาติมาเกิด แม่ง ตามติดผม ไปไหนไปด้วยตลอด จนผมเลือกเรียนมหาวิทยาลัยที่หาดใหญ่ บ้านเกิดผม มันก็เสือกตามมา เหตุผลมันคือ ก็กูอยากอยู่กับมึง ถ้ากูเป็นผู้หญิงก็คงเคลิ้ม แล้วมันก็เสือกไม่ยอมมีแฟนสักทีทั้งที่เอาจริงๆหน้าตามันก็ไม่ได้จัดว่าขี้เหร่อะไรมากมาย สาวๆมาชอบมันก็พอมีบ้าง เอ่อ เหมือนว่าจะนอกเรื่องแล้ว ก็ตั้งแต่ ม.1 นั่นแหละที่ผมกับมันแข่งกันเรื่องเรียนตลอด สถิติตั้งแต่ ม.1 ยัน ปี2 เทอมแรก ผมชนะมัน 10 เทอม มันชนะผมไปแค่ 5 เทอม แล้วไอ้ก่อนปลายภาคของปี 2 มันมาท้าผม ว่าแข่งกันใครได้เกรดดีกว่าจะขออะไรจากอีกคนก็ได้ 1 ข้อก็เหมือนกับทุกๆทีและจากความน่าจะเป็น กระผมเลยตกปากรับคำมันไปโดยไม่ต้องคิด แต่ไอ้ตอนเกรดออกนี่ ผมหน้าชาเลยครับท่าน ไอ้เหี้ยภพมันได้ 4.00 มึงไปแอบซุ่มอ่านตอนไหนวะ ทั้งที่ตัวก็ติดกันจะตลอด อ่อ ผมกับมันอยู่หอเดียวกันครับ คณะเดียวกัน แล้วเสือกเลือกภาคเดียวกันด้วย ส่วนผม 3.78 ผมก็ว่ามันเยอะแล้วนะ แต่ โอ้วววแม่เจ้า ตอนเกรดออกมันเป็นเช้าวันจันทร์ก่อนเปิดเทอมใหม่แค่สามอาทิตย์ ตอนนั้นพวกเรา คือผมกับไอ้เหี้ยภพสองคนนั่นแหละ อยู่กันที่หอครับ หอพักใกล้มหาวิทยาลัยก็แบบคนมันไม่อยากกลับบ้านนี่หว่า ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกคิดว่ามันคงขอให้ซื้ออะไรให้เหมือนทุกๆทีที่มันชนะนั่นแหละ สงสัยใช่มั้ย บ้านอยู่หาดใหญ่ เรียนที่หาดใหญ่ แล้วมึงจะออกมาอยู่หอทำไม ผมว่าไม่บอกพวกคุณก็น่าจะเข้าใจอยู่นะ “ไอ้เหี้ยภพ มึงรีบๆใส่พาสฯลงไปดิว่ะแม่งหรือเห็นเกรดกูแล้วมึงป๊อด” ผมว่าให้มันรีบเปิด ก็ผมเปิดเกรดผมให้มันดูไปแล้วอ่ะ แล้วไอ้เกรด 3.78 ของผม ผมว่ามันก็มากอยู่นะ ไอ้ภพไม่มีทางชนะผมหรอก หุหุ “หืม หน้าอย่างกูเนี่ยนะ ป๊อดมึง หึหึ” ไอ้เหี้ยภพว่าก่อนจะหัวเราะ หึหึ แม่ง ทำไมผมขนลุกแปลกๆวะ ไอ้ภพค่อยๆบรรจงกดนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คของมันอย่างช้าๆ ไอ้สัส กูลุ้นอยู่นะ หลังจากเข้าเว็บเกี่ยวกับกองทะเบียนของมหาลัย มันก็กดไปตรงผลการเรียน จากนั้นเลือกเทอม 2/2556 ใจผมนี่จะเด้งหลุดออกมาแล้ว พอคลิกไปเท่านั้นแหละ ชิบหายแล้ว 4.00 หรือกูดูผิดวะ ดูอีกที ไอ้เหี้ย 4.00 อยู่ดี “มะ มึง มึง ทำได้ไงว่ะ” ผมถามมันตะกุกตะกัก ก็นะ ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเรียนได้ 4.00 แต่พวกผมเรียนวิศวะ ผมว่า มันไม่ใช่ง่ายๆนะเว่ยที่จะเรียนได้ขนาดนี้ “หึหึ สนใจทำไมครับ ต่อจากนี้ต่างหากที่มึงต้องสนใจ” มันว่า หน้าตาเจ้าเล่ห์สุดๆ เอาจริงๆหน้าตาอุบาทว์ๆของมึงตอนนี้ไม่ใช่กูไม่เคยเห็นนะ แต่แม่งเห็นทีไรไม่เคยมีเรื่องดีสักที “มึงจะเอาอะไร อย่าแพงนะเว่ยมึงก็รู้ว่ากูต้องเก็บเงินไว้เที่ยว” ผมบอกดักมัน ก็ของแต่ละอย่างที่มันเคยขอแม่งไม่ใช่หลักร้อยหรือหลักพัน สามครั้งหลังที่มันชนะแม่งเป็นหลักหมื่นอ่ะ ทั้งที่บ้านก็รวยแต่ชอบรีดไถกูจังวะ “หืม หยาบคายกับกูจังเลยนะ” มันว่ายิ้มๆ แม่ง ทำกูเหงื่อตกนะมึง “อือ ภพรัก เทียนขอนะๆ อย่าแพงนะเว่ยครับ” ผมว่าอ้อนมัน ไอ้ภพมันแพ้ลูกอ้อนผมแต่ไหนแต่ไรละ มันบอกว่าหน้าตาตอนผมอ้อนมันอุบาทว์สุดๆ มันไม่อยากทนเห็นนานๆเลยยอมๆผมไป “เอาเหอะน่า ครั้งนี้มึงไม่ต้องจ่ายสักบาท” มันว่าอารมณ์ดี แต่หน้าตาไม่ค่อยน่าไว้ใจ “มึงพูดจริงดิงั้นบอกมาเลยว่ามึงจะเอาไร” ผมถามย้ำ ก็โล่งใจไปเปราะนึงละ แต่มันก็ยังมีบางอย่างบอกยังไม่ให้วางใจ “เออดิ” มันตอบแค่นั้น แล้วตกลงมึงจะขอไร ไม่บอกมาสักทีวะ “ภพ อย่าลีลาดิวะ รีบบอกเลยมึง” จะได้รีบๆให้จบไป “กู ขอ เอา มึง” มันว่าเน้นๆ แต่ละคำชัดเจน “เอ่อ เมื่อกี้มึงว่าไงนะ” ผมถามย้ำ สงสัยมันพูดชัดเกินจนหูผมเพี้ยน “กู ขอ เอา ตูด มึง” ชัดเลย ไอ้เหี้ย “ไม่ตลก ไอ้ควาย มัวแต่ทำล้อเล่น ช้าเดียวกูก็ไม่ให้ซะหรอก” ผมยังทำใจดีสู้ ทั้งๆที่ดูหน้าก็รู้แล้วว่าแม่งจะเอาจริง มันไม่ว่าอะไร หันกลับมารวบเอวผมที่ยืนซ้อนหลังมัน จากนั้นก็ลากผมเข้าไปในห้องนอน ขอย้ำว่าลากจริงๆ มันเหวี่ยงผมลงเตียง ก่อนจะโถมตัวทับตามลงมาจับข้อมือผมทั้งสองข้างด้วยมือข้างเดียวของมัน แล้วรวบไว้เหนือหัว ทำไมแรงมึงเยอะจังวะ ทั้งๆที่ตัวก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่ากูเท่าไหร่เลย มันสูง 187 ส่วนผมก็ไล่ๆกันมาเลย 177 มาตรฐานชายไทยเลยนะนั่นการที่เราเฝ้ารอให้เวลามันเดินไปถึงจุดที่เราอยากให้เป็นมันโคตรจะช้าเลยในความรู้สึก แล้วผมรออะไร ก็รอเวลาเลิกเรียนนะสิ แล้วได้บอกไปยังว่าวันนี้มีลงช็อป โชคดีที่เป็นคาบแรกของการเรียนปฏิบัติการ อาจารย์เลยแค่พูดๆๆไปเกือบชั่วโมงครึ่ง อีกอย่าง วันนี้ทั้งวันไอ้ภพมันไม่คุยกับผมเลย เพื่อนในกลุ่มก็คงสังเกตเห็นนั่นแหละ แค่ไม่มีใครพูดออกมาพออาจารย์ปล่อยผมเป็นคนแรกที่รีบแยกตัวออกไปโดยไม่บอกใคร ไม่ได้ไปไหนหรอก แค่ศูนย์คอมฯหาที่กลบดานเฉยๆ รอให้พวกมันกลับกันก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยไปหอไอ้ภูมิ นั่งตรงเครื่องว่าง ก็ถูกแล้วไง เกิดไปนั่งเครื่องไม่ว่างจะไปแย่งคนอื่นใช้ก็คงไม่งาม จัดการเปิดคอมฯ ล้วงโทรศัพท์ออกมาตั้งเปลี่ยนจากแบบสั่นเป็นเงียบ เชื่อสิ ยังไงก็ต้องโทรมานั่งเล่นคอมฯไปเรื่อยๆจนเกือบสี่ทุ่มหยิบโทรศัพท์ จะกดโทรหาไอ้ภูมิ 67 สายที่ไม่ได้รับ เป็นของไอ้ภพ 46 สาย ที่เหลือก็ ไอ้พวกเพื่อนๆคนอื่นปะปนกันไป ยกเว้นไอ้ภูมิคนนึง กดโทรไปหาไอ้ภูมิบอกให้มันเข้ามารับที่ศูนย์คอมฯ แต่มันบอกไอ้เอกยังอยู่ที่ห้องมันให้รอไปก่อนไอ้เอกกลับห้องเมื่อไหร่จะมารับเอง ไอ้เหี้ยเอก แม่ง ตัดสินใจโทรไปหาไอ้เอก “ไอ้เหี้ยเทียนมึงอยู่ไหน
“เอก มารับหน่อย ที่หอ” โทรไปหาไอ้เอก ก็ไม่อยากไปเองนี่นา ขี้เกียจ“แล้วภพล่ะ” โว้ย ทำไมใครๆก็ต้องถามถึงมันวะ ไม่ได้ตัวติดกันซักหน่อยนะ แค่คิด ไม่ได้ไปพาลใส่เอกมันหรอก“ไม่รู้สิ ตื่นมาก็ไม่เจอแล้ว” บอกมัน“อ่าว แล้วมันไปไหนวะ” ยังถามอีกนะมึง“ไม่รู้ มันไม่ได้บอก” พูดแล้วแม่งก็จี๊ดในอกขึ้นมาเลย “เออๆ เดี๋ยวกูไปรับ ภพมันคงมีเรื่องสำคัญจริงๆถึงได้ไปไม่บอกมึง” ไอ้เอกบอก ยังมีน้ำใจไปแก้ตัวให้ไอ้ภพ ชิ กูไม่สนมันเหอะรอไม่ถึงสิบนาที ไอ้เอกก็มารับตามที่บอก แต่เพราะมีไอ้ภูมินั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถอยู่ ผมเลยต้องไปนั่งเบาะหลัง“เป็นไง โดนเขี่ยทิ้งแล้วละสิมึง” ไอ้ภูมิทักขึ้นมา มันก็แค่ล้อเล่น แต่แม่ง กูจุกจริงว่ะพาลนึกไปถึงเรื่องเมื่อวานที่เห็นไอ้ภพมันอยู่กับผู้หญิง“เออ” ได้แต่รับคำมันไปแบบเนือยๆภูมิมันส่งสายตาเป็นห่วงมาให้ ทำไมวะ กูไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย “เห้ย กูไม่ได้เป็นอะไร พวกมึงคิดอะไรกันอยู่เนี่ย” บอกมันไป ก็แค่เซ็งนิดหน่อยเท่านั้นเอง“เหรอ หน้ามึงมันไม่ได้บอกว่านิดหน่อยเลยไอ้เทียน” ไอ้เอกมันว่ากลับมา หน้ากูมันแสดงอะไรออกไปวะ “อ้าว ก็บอกไม่ได้เป็นอะไรไง” ย้ำอีกครั้งก่อนจะหลับตาลง ไม่อยากพ
กินข้าวเสร็จ ก็ช่วยๆกันเก็บโต๊ะ โหน่งเป็นคนล้างให้ เจ้าตัวอาสาเองด้วยเหตุผลที่ว่า ชั้นเป็นกุลสตรีเพียงหนึ่งเดียว เอากับมันสิพวกมันอยู่เล่นเป็นเพื่อนจนเกือบสี่โมงก็ขอตัวกลับ แต่จนตอนนี้ภพยังไม่กลับมาเลย สำคัญกว่ากูอีกนะธุระมึงอ่ะอยู่คนเดียวก็เบื่อๆ หยิบกระเป๋าตังส์กุญแจรถ กุญแจห้องลงไปข้างล่าง กะแล้วว่ามอไซต์ต้องอยู่ ตรงไปโลตัสหน้ามอ. เดินเล่นในนี้นี่แหละ เดินๆเกือบสองชั่วโมง ไม่รู้ตัวเลยแฮะ ของในรถเข็นก็เยอะแม่งจะขนกลับไปไงวะ ก็เลยต้องเสียเวลาเดินเอาของไปเก็บอีกรอบ เหลือไว้แค่ของที่อยากได้จริงๆเดินออกประตูใกล้ลานจอดรถ มันต้องผ่าน MKไม่ได้ตั้งใจจะมองหรอก ถ้าไม่ใช่หันไปเห็นภพเข้า มันนั่งอยู่กับผู้หญิง บอกได้เลยว่าสวย ดูเหมาะสมกันดี นั่งกิน นั่งคุยหัวเราะมีความสุข ดูท่าทางสนิทสนมกันมากไม่เคยจะเห็นภพพูดคุยสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แล้วกับคนนี้ ใครกัน แต่ก็แค่นั้นจะคุยจะทำอะไรกับใครก็เป็นเรื่องของมันเลือกที่จะเดินออกมา ทั้งๆที่ไม่ได้อยากจะใส่ใจ แต่ความรู้สึกอึดอัดข้างในนี่คืออะไรวะ ตรงออกมายังไม่ได้กลับหอ ไม่อยากจะกลับไปตอนนี้ ขี่รถวนรอบเมือง กินลมชมวิวไปเรื่อยๆมองดูนาฬิกา จะสี่ทุ่ม
“ใจร้าย” พึมพำเบาๆพอให้มันได้ยิน แต่มันไม่สนใจ เดินออกจากห้องไปเฉย เช็ดเองก็ได้วะลงมือเช็ดตัวเองลวกๆ คือเช็ดแบบขอไปทีอ่ะ เหมือนน้ำแม่งเย็นกว่าปกติ 64 เท่า เวอร์ไปงั้นแหละ แต่มันเย็นจริงๆนะ “ข้าวต้ม กินซะจะได้กินยา” มันเดินมาเหมือนรู้เวลา เอาข้าวต้มหมูมาให้ อืมกำลังอุ่นอยู่เลย ได้มาก็กิน แม้จะรู้สึกขมนิดๆแต่ก็ฝืนกินไปเกือบครึ่ง ไม่ไหวแล้ว“อีกหน่อยซิ กินไปแค่ครึ่งเดียวเอง” มันว่าคะยั้นคะยอ“ไม่ไหวอ่ะ จะอ้วก ต้องกินยาใช่มั้ย เอายามาสิ” บอกมันแบบเอาแต่ใจ ก็มันใจร้ายกับกูก่อนนะมันยื่นยามาให้ พร้อมกับแก้วน้ำ ก็แค่พารากินเข้าไป ยื่นแก้วน้ำคืนก่อนจะนอนหันหลังให้มันตอนนี้ไม่อยากเห็นหน้า อาจจะแปลกๆที่เพื่อนจะมาน้อยใจกัน แต่มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆนี่ คนไม่สบายแม่งก็ไม่ยอมตามใจนอนฟังความเคลื่อนไหวของมัน แต่ไม่เห็นจะได้ยินอะไร ออกไปยังวะ ค่อยๆหันไปดู แม่งก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม“ฮึ” ทำเสียงขึ้นจมูกใส่มัน รีบหันกลับไปนอนตามเดิม ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของมัน ตลกนักรึไง สักพักได้ยินเสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบา ก็หันกลับไปดูอีกนั่นแหละ ครั้งนี้มันเดินออกไปแล้ว เออ อยากไปไหน อยากทำอะไรก็เรื่องของมึงไม่สนแล้ว











