LOGINธีรัช เซลล์แมนหนุ่มฝีมือฉกาจ ผู้มีทั้งเสน่ห์และวาทศิลป์เป็นอาวุธ อดีตเคยเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องดิ้นรนไต่เต้าจนสามารถมีชีวิตที่มั่นคง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกกับเขาอย่างโหดร้าย คืนหนึ่ง หลังจากดื่มสังสรรค์กับลูกค้า เขากลับประสบอุบัติเหตุร้ายแรง และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในยุคเดิมอีกต่อไป เขากลายเป็น "ไอ้อิน" ทาสหนุ่มแห่งเรือนข้าราชการในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ร่างกายกำยำแต่สถานะต่ำต้อย ยังไม่ทันตั้งตัวดีธีรัชก็ได้ทราบว่า อินเจ้าของร่างได้ไปรับรู้ความลับต้องห้ามของเจ้านายเข้าอย่างจัง! "หลวงพิชิตเดโช" หรือ "คุณเปรม" ขุนนางดูแลการค้าและการคลัง ผู้สูงศักดิ์ เฉลียวฉลาด และภักดีต่อราชสำนัก ในสายตาผู้คน เขาคือบุรุษรูปงามผู้เพียบพร้อมทั้งบารมีและอำนาจ แต่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น กลับมีความลับดำมืดที่ไม่อาจเปิดเผยแก่ผู้ใด... เขาเป็นชายผู้หลงใหลในบุรุษด้วยกัน! และบัดนี้ อิน ทาสหนุ่มที่มีวิญญาณของเซลล์แมนยุคปัจจุบัน กลายเป็นผู้ล่วงรู้ความลับนั้นโดยไม่ตั้งใจ! จากที่เคยเป็นเพียงข้ารับใช้ธรรมดา ชะตากลับดึงเขาให้เข้าไปพัวพันกับเรื่องราวที่ทั้งอันตรายและลึกซึ้งจนยากจะถอนตัว จนก่อเกิดความรักต้องห้ามขึ้น
View Moreหลังจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลครบกำหนดสองวันตามคุณหมอสั่ง ธีรัชก็ได้กลับมาที่บ้านของตนเองอีกครั้ง บ้านที่เขาควรจะเคยคุ้นแต่กลับรู้สึกแปลกตา เหมือนกลายเป็นแค่ฉากในละครที่ไม่ได้ฉายให้ใครดู เขาเดินช้า ๆ ผ่านห้องนั่งเล่น มองเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัวล้ำสมัย ตู้เย็น ทีวี และโซฟานุ่ม ๆ ที่เคยนั่งดูซีรีส์กับตัวเองในทุกคืนวันศุกร์จนลากไปเช้าของอีกวัน... ชีวิตที่สะดวกสบายและบ้านหลังใหญ่โตที่เขาสร้างมันขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ด้วยความภาคภูมิใจที่แต่ก่อนเขาต้องรู้สึกดีใจและมีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับมาเหยียบที่แห่งนี้แต่ครั้งนี้ทำไมมันกลับไม่อุ่นเหมือนอ้อมแขนของใครบางคนที่เขาคิดถึงจับใจ หรือเพียงเพราะโลกใบนี้ ไม่มีคุณเปรมอยู่ด้วย...ธีรัชนั่งลงกับพื้นเบา ๆ ตรงระเบียงหลังบ้าน ลมฤดูหนาวพัดแผ่วผ่านใบหญ้า เสียงนกกระจอกยังคงร้องเจื้อยแจ้วไม่รู้วันเวลาผ่านไปแค่ไหนสำหรับพวกมัน ต่างจากหัวใจของธีรัชที่เหมือนหยุดเดินตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาจาก “บ้าน” หลังหนึ่งในยุคต้นรัตนโกสินทร์กลับมาเขาหลับตา สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แต่ก็ไม่ได้กลิ่นดอกมะลิที่เคยหอมกรุ่นในยามเช้า กลิ่นหอมน้ำอบไทยที่มักจะติดต
ทินกรรุ่งอรุณ แสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านม่านผืนบาง ละไล้ลงบนใบหน้าของอินที่ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เปรมยืนอยู่มุมห้องอย่างเงียบเชียบ จนเมื่อหมอที่เขาเรียกมาตรวจอาการเดินออกมาจากห้อง อินหันไปมองด้วยสายตาเป็นกังวล“เขาเป็นอย่างไรบ้างขอรับท่านแพทย์?” เสียงเปรมเต็มไปด้วยความห่วงใยแพทย์หมอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยคำวินิจฉัย “จากที่ฉันตรวจดูทั้งหมดแล้ว คิดว่านายคนนี้น่าจะแพ้พิษบางอย่างที่สะสมในร่างกาย และเพิ่งจะแสดงอาการออกมา โชคดีที่ตรวจพบเร็ว ฉันจัดยาไว้ให้แล้ว ให้กินเช้าเย็นนะหลวงเปรม”เปรมพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเครียด“ที่สำคัญ ช่วงนี้อย่าให้เขาใช้ร่างกายหนัก ๆ ยิ่งถ้ามีไข้ พิษจะยิ่งกระจายเร็วขึ้น ต้องระวังให้ดี”“ขอรับ… ขอบพระคุณมากขอรับท่านแพทย์ขอบคุณจริง ๆ”คุณเปรมส่งหลวงแพทย์หมอจนลับสายตา ก่อนจะรีบกลับเข้าห้อง เขาเปิดประตูเบา ๆ เหมือนกลัวเสียงจะไปรบกวนคนป่วย บนเตียง อินนอนเอนพิงหมอนอยู่ก่อนแล้ว ดวงตากลมใสสบกับเขาอย่างแนบแน่น มีแววซุกซนผสมความอ่อนล้าอยู่ในนั้น“ไม่ต้องทำหน้ากังวลขนาดนั้นก็ได้นะครับ” อินพูดเบา ๆ น้ำเสียงพยายามกลั้วหัวเราะ “ผมสบายดีม๊ากก ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว ไม่เป็นไรหรอกน
แสงแดดยามสายทอดผ่านม่านโปร่งบางภายในโถงของเรือนหลังใหญ่ เสียงจิบน้ำชาดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบสงบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของใบชาและมะลิอบแห้งเปรมนั่งเอนหลังบนเบาะรองตัวยาว ร่างกายที่เคยแบกรับภาระหนักอึ้งมาหลายวันคล้ายได้หย่อนคลายเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เขาสวมเสื้อผ้าเรียบง่าย ผ้าคลุมบางสีอ่อนพาดบ่า ใบหน้าเริ่มมีรอยอ่อนล้าจาง ๆ แต่แววตายังคงหนักแน่นและแน่วแน่เช่นเดิมอินนั่งอยู่พื้นข้าง ๆ มือหนึ่งหยิบหนังสือ อีกมือก็ไม่วายวางไว้บนขาของคนรัก พยักหน้าเบา ๆ รับฟังอย่างตั้งใจ แม้บทสนทนาที่เอ่ยออกมาจะชวนให้ใจสั่นไม่น้อย“อีกไม่กี่วัน…” เปรมเอ่ยเสียงเรียบ ขณะทอดสายตามองออกไปยังสวนหลังบ้าน“หลวงวิษณุจะถูกนำตัวไปประหาร พร้อมกับ พักพวกอีกสามคน”อินชะงักมือที่กำลังเปิดหน้ากระดาษ เสียงคำว่า “ประหาร” กระแทกเข้าหูราวกับสายลมหนาวเฉียบ เขาเงยหน้ามองอีกคน ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจ แต่ไม่ได้เอ่ยขัด เพราะเข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องของความแค้นส่วนตัวธรรมดา หากแต่เป็น ความยุติธรรมที่คนบาปสมควรได้รับเปรมวางถ้วยชาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหันมาสบตาอินตรง ๆ“ข้ารู้ว่าเจ้าหวั่นใจ แต่การลอบสังหาร เจตนาโค่นล้มอำนาจ
แสงแดดยามสายทอดผ่านหมู่เมฆลงมากระทบผิวน้ำในท่าเรือ เกลียวคลื่นเบาๆ ซัดกระทบข้างลำเรือสำเภาอย่างสม่ำเสมอ เสียงเชือกเสียดสีกับเสากระโดง สลับกับเสียงกลาสีเรือร้องสั่งงานก้องไปทั่วท่าเรือ เปรมยืนอยู่ที่หัวท่า ชุดเครื่องแบบขุนนางขอบทองดูขรึมขลัง เขากำลังไล่ตรวจตราสินค้าที่ถูกขนลงจากเรือ สำรวจบัญชีรายชื่อสินค้าจากแดนไกลพลางใช้แววตาเคร่งขรึมพินิจทุกรายละเอียดทว่ากระแสลมเย็นที่พัดมากลับนำพาบางสิ่งมาให้เขา กลาสีเรือชาววิลาทคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหา มอบจดหมายเก่าๆ ซองขาดปลายให้โดยไม่เอ่ยคำใด เปรมรับไว้ด้วยความสงสัย ครั้นเปิดจดหมายอ่าน ความสงบของเช้าวันนั้นก็ถูกฉีกทึ้งข้อความที่เขาได้อ่านนั้นสั้น เรียบง่าย แต่ราวกับเสียงระเบิดในอก> “รีบกลับมาดูผลงานข้าสิขอรับคุณพี่เปรม ก่อนที่มันจะตายน่ะ”เส้นเลือดที่ขมับเขาปูดพองขึ้น มือข้างหนึ่งกำกระดาษจนยับยู่ยี่ ขณะที่อีกมือแทบสั่นเทา ใจของเปรมกระโจนไปข้างหน้าเร็วกว่าความคิด เขารู้ดี ใครเป็นคนทำเรื่องนี้ได้ และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่กล้าเยาะหยันเขาเช่นนี้ หลวงวิษณุ“รีบส่งกำลังตามจับหลวงวิษณุเดี๋ยวนี้!” เขาสั่งเสียงกร้าวกับทหารที่ติดตามมาด้วย" มันยังอยู่พ
เสียงล้อเกวียนที่บดเบียดไปตามพื้นดินลูกรังดังก้องสม่ำเสมอ เคล้าเสียงลมพัดแผ่วของยามค่ำคืนที่พาดพิงเรือนยอดไม้เป็นระลอก กลิ่นดินเปียกและกลิ่นฟางแห้งลอยกรุ่นในอากาศอับชื้นของป่าลึก เปรมรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนใต้ร่าง ก่อนเปลือกตาจะขยับเบาๆ แล้วลืมขึ้นช้าๆเขาผุดลุกขึ้นด้วยแรงสัญชาตญาณ แต่เพียงชั่วครู่
ค่ำคืนนั้น ภายในโรงเหล้าริมน้ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันซิการ์ผสมกลิ่นเหล้าราคาถูก เสียงหัวเราะกร่างของชาววิลาทผิวขาวนัยน์ตาสีซีดแทรกผ่านเสียงคลื่นกระทบตลิ่ง กลายเป็นฉากหน้าของแผนการสกปรกที่ถูกขีดเขียนขึ้นจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้นอันลึกซึ้ง หลวงวิษณุ หรือที่พวกฝรั่งนิยมเรียกสั้นๆ ว่า "ณุ" นั่ง
ลมหายใจของเปรมกระทบฝุ่นเก่าในอากาศ เขาใช้ชายผ้าคลุมปิดหน้าบังกลิ่นไหม้จาง ๆ ที่ยังติดอยู่ในไม้เก่า ไฟจากตะเกียงน้ำมันเล็ก ๆ ในมือส่องสะท้อนให้เห็นผนังเรือนที่แตกร้าว ร่องไม้ที่เคยประณีตบัดนี้มีรอยไหม้ดำปื้น ฝุ่นและเถ้าถ่านจับเป็นคราบหนาเงียบ...เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองและเสียงหัวใจที่เต้นช้า
แสงแดดยามเช้าในฤดูฝนทออ่อนผ่านกลุ่มไม้สูง สะท้อนลงบ่อปลาเบื้องหน้าเป็นระลอกระยิบระยับ เสียงจิ้งหรีดเรไรยังไม่จางหายดีนายและบ่าวที่กำลังช่วยกันจัดเตรียมอาหารเช้าอยู่ตรงชานไม้หน้าครัวเล็ก ๆ ด้านข้างเรือนไม้เก่า พื้นไม้กระดานแห้งที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากควันไฟและสมุนไพรอบตลบ บรรยากาศเช้านี้อบอวลไปด้วย