เข้าสู่ระบบบทที่ 5
กรงทอง
ขบวนรถลีมูซีนสีดำสนิทเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กดัดลวดลายวิจิตรของคฤหาสน์ตระกูลไวท์อย่างเงียบเชียบ แสงไฟจากโคมไฟในสวนสไตล์ยุโรปสาดกระทบใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวของนาวินที่นั่งอยู่เบาะหลัง เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกเหมือนนักโทษที่กำลังถูกส่งตัวเข้าสู่กรงขังที่หรูหราที่สุดในโลก
ข้างกายของเขาคือลีออน ไวท์ ผู้ที่เพิ่งบังคับให้เขายอมจำนนด้วยเงื่อนไขที่ปฏิเสธไม่ได้ กลิ่นมิ้นต์หนาวเย็นยังคงอบอวลอยู่ภายในรถที่ปิดมิดชิด แม้ลีออนไม่ได้สัมผัสตัวเขาเลยนับตั้งแต่ขึ้นรถมา แต่มวลอากาศที่หนักอึ้งด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่ายีนเด่นก็ทำให้นาวินรู้สึกหายใจลำบาก
“ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของฉัน ตราบใดที่นายอยู่ในเขตคฤหาสน์นี้ นายจะปลอดภัยจากคนของมันและคนของอาฉัน”
เสียงทุ้มต่ำของลีออนทำลายความเงียบขึ้นมา
นาวินหันกลับมาสบดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเผด็จการ
“ปลอดภัยในฐานะคู่หมั้นปลอมๆ ของนายงั้นเหรอ? นายต้องการอะไรกันแน่ลีออน ข้อมูลที่แฮ็กมาได้มันก็บอกชัดอยู่แล้วว่านายเองก็จนมุมกับเรื่องคนร้ายที่ฆ่าพี่ชายฉัน”
ลีออนเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา
“ฉันไม่ได้จนมุม ฉันแค่ต้องการเหยื่อล่อที่มีรอยกัดแบบเดียวกับคามิน เพื่อกระชากหน้ากากคนร้ายออกมา และนายคือตัวเลือกที่ดีที่สุด”
รถจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์หินอ่อนสีขาวนวล ดอมมือขวาคนสนิทเดินมาเปิดประตูให้ ลีออนก้าวลงไปก่อนแล้วยื่นมือหนาออกมาให้นาวินราวกับสุภาพบุรุษที่กำลังต้อนรับคู่รัก แต่นาวินกลับมองเมินมือนั้นแล้วก้าวลงจากรถด้วยตัวเองอย่างหยิ่งผยอง
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องโถงกลางที่สูงตระหง่าน นาวินก็ต้องชะงักเมื่อพบกับชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาภูมิฐานซึ่งยืนรออยู่พร้อมกับรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ชายคนนั้นคือ มาร์คัส ไวท์ อาแท้ๆ ของลีออนที่นาวินพอจะจำได้ตอนที่เห็นรายชื่อในไฟล์ Project L-K หนึ่งในข้อมูลที่แอบขโมยมา
“สวัสดี ได้พบเสียทีนะ คู่หมั้นที่ลีออนหวงนักหวงหนา”
มาร์คัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดหู แววตาของเขาจ้องมองนาวินอย่างพิจารณาจนนาวินรู้สึกเสียวสันหลังวูบ
“หน้าตาคล้ายคามินอยู่นะ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นน้องชายต่างแม่ของคามิน ตระกูลอนันต์ซ่อนคนไว้ได้แนบเนียนดีจริง”
นาวินรู้สึกถึงกลิ่นอายอัลฟ่าที่น่าอึดอัดแผ่ออกมาจากตัวมาร์คัส แม้มันไม่ทรงพลังเท่าลีออน แต่มีบางอย่างที่คล้ายคลึงกับกลิ่นที่เขาเคยสัมผัสในคืนที่ถูกกัดขู่ นาวินเผลอยกมือขึ้นจับปกคอเสื้อเชิ้ตของตัวเองโดยสัญชาตญาณ
“อาไม่ต้องเสียเวลามาทำความรู้จักกับเขาหรอกครับ”
ลีออนก้าวมาขวางหน้านาวินไว้ กลิ่นมิ้นต์เย็นจัดพุ่งเข้าปะทะกลิ่นฟีโรโมนของมาร์คัสอย่างดุดัน
“นาวินเหนื่อยมากแล้ว ผมจะพาเขาไปที่ห้องพัก”
“หวงก้างจริงนะหลานชาย ระวังไว้เถอะ... ของที่สวยงามและบอบบางแบบนี้ มักแตกสลายง่ายกว่าที่คิด”
มาร์คัสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
ลีออนไม่ตอบโต้ เขาคว้าข้อมือนาวินแล้วกึ่งจูงกึ่งลากขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ทันที นาวินไม่ได้ขัดขืนเพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ท่ามกลางดงเสือที่พร้อมขย้ำเขาได้ทุกเมื่อ
เมื่อประตูห้องพักส่วนตัวที่ลึกที่สุดในปีกซ้ายถูกปิดลง ลีออนก็ปล่อยมือนาวินออก เขากดปุ่มล็อกประตูดิจิทัลทันที
“เมื่อกี้ กลิ่นของญาตินาย... มันคล้ายกับ...”
นาวินพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แล้วค่อยๆ พูดออกมา
“ฉันรู้... อาของฉันเกี่ยวข้องกับเรื่องรอยกัดนั่นแน่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่นายต้องทำตอนนี้คือแสดงบทคู่หมั้นของฉันให้แนบเนียนที่สุด โดยเฉพาะต่อหน้าคนในบ้านและสื่อต่างๆ ที่จะมาร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวในสัปดาห์หน้า”
ลีออนหันกลับมามองด้วยสายตาที่เย็นเยียบ
“ฉันเป็นแฮ็กเกอร์ไม่ใช่นักแสดง ฉันมาที่นี่เพื่อหาหลักฐานฆ่าพี่ฉัน! ไม่ใช่มาเล่นขายของกับนาย!”
นาวินสวนกลับ
“นายไม่มีทางเลือกหรอกนาวิน ยากดกลิ่นที่นายฉีดมามันกำลังหมดฤทธิ์ ที่นี่ไม่มี Emergency Neutralizer ของนายให้ใช้พร่ำเพรื่อหรอกนะ ถ้าอยากรอดจากสัญชาตญาณตัวเอง นายต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน”
ลีออนขยับเข้าประชิดตัวจนนาวินต้องถอยหลังไปชนกับเสาเตียง ลีออนโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกแทบสัมผัสกับซอกคอของนาวิน กลิ่นวานิลลาที่เริ่มรั่วไหลออกมา ช่างหอมหวาน... แม้จะเป็นแค่กลิ่นจางๆ แต่ก็ทำให้รูม่านตาของอัลฟ่ายีนเด่นขยายกว้างขึ้น
“รอยกัดสวะนั่น มันต้องถูกกลบด้วยกลิ่นของฉันเท่านั้น ถ้านายไม่อยากให้มาร์คัสรู้ว่านายคือโอเมก้าที่อ่อนแอ”
ลีออนสูดกลิ่นนั้นเข้าไปเต็มปอดก่อนเอ่ยด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำสั่นพร่า
นาวินใจสั่นรัว เขาเกลียดความจริงที่ลีออนพูดออกมา และเกลียดร่างกายนี้ที่กำลังตอบรับสัมผัสจากลมหายใจร้อนของอีกฝ่าย เขาใช้มือยันหน้าอกของลีออนไว้
“อย่าคิดทำพันธะกับฉันเด็ดขาดลีออน นายสัญญาแล้วว่านี่เป็นแค่ข้อตกลง”
“ฉันรักษาคำพูดเสมอ... จนกว่านายจะเป็นฝ่ายร้องขอให้ฉันทำเอง”
ลีออนผละออกไปอย่างตัดใจ แววตาของเขากลับมาเย็นชาดุจเดิม
“ในห้องนี้มีเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ เตรียมไว้ให้แล้ว ส่วนยาระดับปกติก็มีให้นายใช้เหลือเฟือ พักผ่อนซะ พรุ่งนี้เช้าเรามีเรื่องต้องทำกันอีกมาก”
ลีออนเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้นาวินยืนอยู่กลางห้องโอ่โถงแต่เงียบเหงา กลิ่นมิ้นต์ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศราวกับย้ำเตือนว่าเขาได้ก้าวเข้าไปในกับดักที่ตัวเองเป็นคนเลือกแล้ว
นาวินทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง เขาหยิบรูปถ่ายของคามินที่พกติดตัวในกระเป๋าออกมามอง แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหวด้วยความโดดเดี่ยว
“พี่คามิน... ผมกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ใช่ไหม?”
เขารู้ดีว่าการอยู่ใกล้ลีออนมันคือการเดินอยู่บนคมดาบ สิ่งที่เขากลัวที่สุดไม่ใช่การถูกลีออนฆ่า... แต่คือการที่เขาเผลอปล่อยตัวและจิตวิญญาณให้กับคนที่เขาควรเกลียดที่สุดคนนี้ต่างหาก
+-+-+
โปรดติดตามตอนต่อไป...
+-+-+
ลีออนต้องการแค่ เหยื่อล่อ... จริงหรือ? ติดตามกันในตอนต่อไปด้วยนะคะ
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจ้า
บทที่ 5กรงทองขบวนรถลีมูซีนสีดำสนิทเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กดัดลวดลายวิจิตรของคฤหาสน์ตระกูลไวท์อย่างเงียบเชียบ แสงไฟจากโคมไฟในสวนสไตล์ยุโรปสาดกระทบใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวของนาวินที่นั่งอยู่เบาะหลัง เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกเหมือนนักโทษที่กำลังถูกส่งตัวเข้าสู่กรงขังที่หรูหราที่สุดในโลกข้างกายของเขาคือลีออน ไวท์ ผู้ที่เพิ่งบังคับให้เขายอมจำนนด้วยเงื่อนไขที่ปฏิเสธไม่ได้ กลิ่นมิ้นต์หนาวเย็นยังคงอบอวลอยู่ภายในรถที่ปิดมิดชิด แม้ลีออนไม่ได้สัมผัสตัวเขาเลยนับตั้งแต่ขึ้นรถมา แต่มวลอากาศที่หนักอึ้งด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่ายีนเด่นก็ทำให้นาวินรู้สึกหายใจลำบาก“ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของฉัน ตราบใดที่นายอยู่ในเขตคฤหาสน์นี้ นายจะปลอดภัยจากคนของมันและคนของอาฉัน”เสียงทุ้มต่ำของลีออนทำลายความเงียบขึ้นมานาวินหันกลับมาสบดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเผด็จการ“ปลอดภัยในฐานะคู่หมั้นปลอมๆ ของนายงั้นเหรอ? นายต้องการอะไรกันแน่ลีออน ข้อมูลที่แฮ็กมาได้มันก็บอกชัดอยู่แล้วว่านายเองก็จนมุมกับเรื่องคนร้ายที่ฆ่าพี่ชายฉัน”ลีออนเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ได้จนมุม ฉันแค่ต้องการเหยื่อล่
บทที่ 4บ่วงแห่งโชคชะตาความเงียบสงัดในห้องทำงานส่วนตัวของนาวินถูกทำลายด้วยเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ที่ทำงานหนัก แสงสีฟ้าจากหน้าจอหลายจออาบไล้ใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวจากฤทธิ์ยาตัดวงจรฮีท ร่างกายของเขายังคงสั่นเทาอยู่ลึกๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว แต่อาการร้อนรุ่มปานไฟเผานั้นถูกกดทับไว้ใต้ความเย็นยะเยือกของสารเคมีเรียบร้อยแล้วนาวินจ้องมองแถบสถานะถอดรหัสในแท็บเล็ตของลีออนที่กำลังวิ่งไปอย่างช้าๆ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความหวังและความหวาดระแวง ข้อมูลในเครื่องนี้คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดโปงความโสมมของตระกูลไวท์45%... 62%... 88%... 100% Complete.“มาดูกันว่านายซ่อนอะไรไว้... ลีออน”นาวินรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลลับที่ถูกเข้ารหัสซ้อนไว้อย่างแน่นหนา ไฟล์นับร้อยปรากฏขึ้น แต่มีโฟลเดอร์หนึ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาที่สุด มันถูกตั้งชื่อว่า K.A. Project ซึ่งนาวินรู้ทันทีว่ามันหมายถึง คามิน อนันต์เขารีบคลิกเข้าไป สิ่งแรกที่พบคือไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ถูกรวบรวมมาจากหลายสถานที่ นาวินเลือกไฟล์ที่บันทึกไว้เมื่อสองปีก่อนในช่วงสัปดาห์ที่คามินเสียชีวิต ภาพในวิดีโอแสดงให้เห็นว่าคามินกำลังยืน
บทที่ 3ร่างกายที่ทรยศทันทีที่เสียงล็อกประตูดิจิทัลห้องพักดังขึ้น ก็เป็นสัญญาณว่าเขาได้กลับเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยของตนเองแล้ว ร่างที่เคยฝืนยืนอย่างมั่นคงต่อหน้าลีออนก็พังทลายลงในพริบตา นาวินทรุดฮวบลงกับพื้นห้องโถงที่เย็นเยียบราวกับสายป่านที่ถูกขึงตึงมาตลอดทั้งคืนได้ขาดสะบั้นลง“อึก... แฮ่ก...”เสียงหอบหายใจของนาวินดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องอพาร์ตเมนต์ที่เงียบสงัด หน้าผากเนียนมีเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาจนเปียกชื้น แว่นตากรอบหนาที่ใช้พรางตัวถูกถอดทิ้งอย่างไม่ไยดี ดวงตาสีนิลที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตาจากความทรมานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันนี่มันไม่ใช่อาการฮีทตามปกติที่เขาเคยเผชิญ แต่มันคือฮีทเทียม (Induced Heat[1]) ที่เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่าที่เป็นคู่แห่งโชคชะตาในระยะประชิดกลิ่นวานิลลาที่นาวินพยายามกักขังไว้ใต้ผิวหนังด้วยยากดกลิ่นโดสสูง บัดนี้มันกำลังดิ้นรนและระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งจนอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นหอมหวานปานขนมที่อบเสร็จใหม่ๆ อบอวลไปทุกทิศทาง แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่นำมาซึ่งความอัปยศสำหรับภารกิจของเขานาวินใช้เล็บจิกเข้าที่พรมเช็ดเท้าจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด
บทที่ 2กลิ่นแห่งโชคชะตาแผนการเจาะระบบทางไซเบอร์ที่นาวินเคยมั่นใจกลับต้องหยุดชะงักลงอย่างสมบูรณ์ หน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าแสดงรหัสความผิดพลาดสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ ราวกับจะเยาะเย้ยความพยายามของเขา ‘ไวท์วอลล์’ ผนังป้องกันชั้นสุดท้ายที่ลีออนสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองนั้น ซับซ้อนและไร้ช่องโหว่เกินกว่าจะเจาะผ่านจากระยะไกล นาวินกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เขารู้ดีว่าหากดึงดันจะโจมตีระบบต่อไป อัลฟ่ายีนเด่นระดับลีออนย่อมสามารถแกะรอยตามล่าเขามาถึงที่นี่ได้ภายในไม่กี่นาที“ต้องเสี่ยง...”นาวินพึมพำเสียงแผ่วในความมืดที่มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจออาบไล้ใบหน้า เขาปิดระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเปิดแอปพลิเคชันลับที่เขาใช้เวลาซุ่มพัฒนามานานปี มันคือเครื่องมือสร้างตัวตนปลอมขั้นสูงที่สามารถปลอมแปลงประวัติพนักงานและรหัสผ่านเข้าออกอาคารได้ทุกแห่งในเครือไวท์นาวินก้าวไปที่กระจกบานใหญ่ สำรวจตัวเองในชุดสูทสีเทาเข้มเข้าทรงมาตรฐานที่จงใจเลือกให้เวลาใส่ดูหลวมกว่าตัวเล็กน้อยเพื่ออำพรางสรีระโปร่งเพรียวของเขา แล้วขยับแว่นตากรอบหนาให้เข้าที่ ปรับเปลี่ยนบุคลิกจากนักจารกรรมข้อมูลที่ปราดเปรื่องให้กลายเป็นเบต้าพนักงาน
บทที่ 1กลิ่นแห่งโชคชะตานาฬิกาดิจิทัลบนข้อมือของนาวินส่งเสียงเตือนเบาๆ ในเวลา 07.00 น. นาวินไม่จำเป็นต้องมองดูมันก็รู้ว่าเวลานั้นมาถึงแล้ว เวลาที่ ‘โอเมก้า’ อย่างเขาต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณตัวเองมากที่สุดในอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดใจกลางเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีป้องกันภัยชั้นสูง นาวินยืนอยู่หน้ากระจกเงา ใบหน้าเรียวภายใต้แว่นตากรอบหนาดูจืดชืด แม้พยายามแต่งเติมใบหน้าและแต่งตัวให้ดูเหมือนเบต้าทั่วไปมากที่สุด แต่ใบหน้าและดวงตาสีนิลของเขายังคงเห็นเค้าความงดงาม แม้มีความสั่นไหวจากความเหนื่อยล้าทางจิตใจกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ผ่านมาก็ตามเขาหยิบขวดแก้วบรรจุของเหลวสีฟ้าขุ่นออกมาจากตู้เซฟที่ซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือ นี่ไม่ใช่แค่ยา... แต่มันคือชีวิตปลอมๆ ของเขา“วันนี้ก็ต้องอดทนอีกวันสินะ... วานิลลา”เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางจ้องมองกลิ่นฟีโรโมนของตัวเองที่ถูกปิดผนึกไว้ใต้ผิวหนัง ด้วยกลิ่นที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นกลิ่นของเบต้าจืดชืดไร้เอกลักษณ์ ความจริงแล้วกลิ่นฟีโรโมนของเขาคือ กลิ่นวานิลลาบริสุทธิ์ ที่หอมหวานจนน่ากลัว กลิ่นที่หากหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียวก็จะทำลายแผนการทั้งหมด และสถานะที





![ผมก็แค่พี่เลี้ยงเด็ก ที่ดันได้พ่อเค้าเป็นสามี [PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

