kira Part...
ชื่อไคร่าให้ความรู้สึกถึงผู้หญิงที่มีความแข็งแกร่ง สง่างาม และมีความเป็นผู้นำ แต่ตอนนี้ฉันกลับต้องมานั่งเซ็งหดหู่กับชีวิตหลังจากที่ทะเลาะกับเฮียทัพผู้ชายเฮงซวยนั่น แถมยังรู้สึกมืดแปดด้านคิดไม่ตกว่าเขามีเหตุผลอะไรอีกนอกเหนือจากเหตุผลที่ฉันรู้เขาถึงได้เลือกลากฉันไปจดทะเบียนสมรสแล้วข่มเหงรังแกฉันแบบนี้
ถ้าเก็บเรื่องคืนนั้นไว้เงียบๆ ตอนนี้ฉันก็ไม่ต้องมานั่งหงอยไม่มีความสุขแบบนี้หรอก ตัวทำลายความสุขของฉันชัดๆ ไอ้บ้าเอ้ย!
"นั่งคนเดียวเหรอครับ" ฉันนั่งเซ็งหงุดหงิดกับเฮียทัพคนบ้านั่นก็ยกแก้ววิสกี้ที่สั่งมาเมื่อกี้ขึ้นมาดื่มดับความหงุดหงิดเงียบๆ แต่จู่ๆ ก็มีผู้ชายตัวสูงๆ ผิวขาวหน้าตาหล่อใช้ได้ แต่หน้าแบบนี้มันไม่ใช่สเปกฉันเลย เขาดูอ่อนน้อมถ่อมตนดูใจดีดูอบอุ่นเกินไป พูดง่ายๆ คือดูจืดอะ
"นั่งสองคนมั้งค่ะก็เห็นอยู่ว่านั่งคนเดียว"
"หึ ผมก็ว่างั้น" เขาตอบกลับมาแค่นั้นก็ถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับฉัน ทำเอาฉันที่ไม่คิดว่าเขาจะกล้านั่งถึงกับทำหน้าเหวอเลยทีเดียว
มิติใหม่ของคนแปลกหน้าเหรอเนี่ย มันสามารถนั่งลงกันแบบที่เจ้าของโต๊ะไม่ได้อนุญาตแบบนี้เลยเหรอ
"ผมชื่ออินครับ เรียนวิศวะคอมปีสี่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับคุณ แล้วก็เป็นเพื่อนร่วมเอกของเคย์เดนพี่ชายของคุณด้วย"
"ค่ะ แล้ว?" เขาจะมาบอกฉันทำไม ฉันไม่ได้ถามและไม่ได้อยากรู้เลยสักนิด ป่วยปะเนี่ย
"หว่า หน้าชาเหมือนกันนะครับ ผมก็พอรู้ว่าคุณจีบยากมากแต่ก็ไม่คิดว่าจะยากและเย็นชาขนาดนี้" อ้อ ที่นั่งลงและแนะนำตัวกับฉันเมื่อกี้เพราะอยากจีบฉันเองเหรอ แต่ที่เขาเข้าใจแบบนั้นมันก็ถูกแล้ว ฉันไม่ชอบเท่าไหร่เวลาที่มีคนเข้าหาแบบนี้
"ก็ตามนั้นเลยค่ะ" ตอบเสร็จฉันก็กลอกตาทำหน้าเบื่อโลกพร้อมกับยกแก้ววิสกี้ขึ้นไปดื่มขณะที่เบือนหน้าหันไปด้านข้างแทน
"ไม่เป็นไรครับ ผมจะค่อยๆ จีบละกันนะครับ"
"จีบกับตีนกูไหมไอ้อิน" ฉันหันขวับมองไปยังต้นเสียงทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มดุๆ แสนคุ้นเคยเพราะเพิ่งมีปากเสียงกันมาไม่นาน และใช่ค่ะ เจ้าของเสียงก็คือเฮียทัพซึ่งตอนนี้กำลังยืนล้วงมือในกระเป๋ากางเกงจ้องตาฉันอยู่ ก่อนที่จะเดินเข้ามาหาพวกฉันแล้วเลือกที่จะกระแทกก้นนั่งลงข้างๆ ฉันพร้อมกับเบียดฉันจนฉันรู้สึกอึดอัดไปหมด
ไอ้บ้าเอ้ย ตัวเองตัวใหญ่อย่างกับยักษ์แต่มานั่งเบียดฉันที่ตัวเล็กกว่าเนี่ยนะ แถมยังนั่งกอดอกวางอำนาจจนฉันหายใจไม่ออกอีกด้วย
"เอ้า ไอ้ทัพคืนนี้มึงอยู่นี้เหรอวะ" ผู้ชายที่บอกฉันว่าชื่ออินทักเฮียทัพหลังจากที่เห็นคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันเดินมานั่งลงข้างๆ ฉันที่นั่งตรงข้ามกับเขา
"อืม เข้ามาเคลียร์งานอะ ว่าแต่เมื่อกี้มึงบอกว่าจะจีบใครนะ"
"อ้อ กูว่าจะจีบน้องไอ้เคย์ว่ะ น้องเขาน่ารักจัดเลย" คนชื่ออินบอกเฮียทัพสีหน้าเปื้อนยิ้มก่อนที่จะปรายตามองฉันด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แต่ฉันที่เห็นรอยยิ้มนั้นกลับรู้สึกขนลุกเป็นบ้า
บ้านฉันมันเย็นชากันทั้งบ้าน ไม่มีใครมานั่งปั้นหน้ายิ้มกันแบบนี้ไง ขนาดเฮียแคสเปอร์ที่ว่าใจดีสุดในบ้านยังไม่ค่อยจะยิ้มเลยส่วนเฮียเคย์กับป๊ายิ่งแล้วใหญ่ ฉันก็เลยไม่ค่อยชินกับรอยยิ้มพวกนี้ เวลาเห็นผู้ชายอ่อนโยนยิ้มเก่งฉันเลยรู้สึกขนลุกแปลกๆ
เพราะชินกับผู้ชายดุๆ เย็นชา เมินเฉยมาตลอด
"มึงอย่าจีบเลย" เนี่ย ฉันชินกับอะไรแบบนี้ ผู้ชายห่ามๆ ดุๆ บางทีก็ป่าเถื่อนอย่างเฮียทัพ ฉันรู้สึกคุ้นชินกับอะไรแบบนี้มากกว่าแต่ก็ไม่ได้แปลว่าฉันชอบนะ ฉันแค่รู้สึกชินเฉยๆ
"ทำไมวะ?"
"ไอ้เคย์มันหวงน้องมันจะตาย มึงไม่รู้หรือไง" ตอนนี้พี่ชายฉันเขาเลิกหวงน้องสาวอย่างฉันแล้วเถอะเพราะรายนั้นเขามีเมียแล้ว ฉันมันตกกระป๋องไปแล้ว ไม่อัพเดทข้อมูลบ้างหรือไงเนี่ย
"เหรอวะ กูเห็นช่วงนี้แม่งอยู่กับเมียตลอดเลย ไม่หวงแล้วมั้งน้องสาวอะ" ฉันแอบยิ้มมุมปากน้อยๆ ตอนที่ได้ยินคนชื่ออินสวนเฮียทัพกลับมาแบบนั้น ก่อนที่จะแอบมองเฮียทัพด้วยหางตาเพราะอยากรู้ว่าเขากำลังทำหน้ายังไง แต่จังหวะนั้นเฮียทัพดันหันมามองฉันพอดีเขาทำท่าใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มแล้วเลิกคิ้วฉันประมาณว่ามีอะไร
ฉันก็เลยยักไหล่ใส่เขากลับไปแล้วยกแก้ววิสกี้ขึ้นไปดื่มแทน ก่อนที่จะได้ยินคำพูดของเฮียทัพที่บอกกับเพื่อนตัวเองว่า
"หวง มันส่งหน้าที่นั้นให้กูต่อ"
"ห้ะ? แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอวะ แปลกๆ นะ" มันไม่ใช่แค่คนชื่ออินที่ตกใจฉันก็ตกใจเหมือนกัน ตรรกะอะไรของเขาเนี่ย ส่งต่อความหวงเหรอ มันมีที่ไหนล่ะบนโลกใบนี้ที่สามารถส่งเรื่องราวแบบนี้ได้อะ ปัญญาอ่อน
"ไม่แปลกหรอก พวกกูโตมาด้วยกันน้องสาวเพื่อนก็เหมือนน้องสาวกู" เหอะ แต่เขาได้น้องสาวเพื่อนเป็นเมียแล้วไง
"อืม งั้นกูขออนุญาตมึงจีบน้องเขาได้ไหม อยากได้ว่ะ"
"ข้ามศพกูไปก่อนละกัน คนนี้กูไม่ให้จีบ" ฉันนิ่ง รู้สึกแปลกๆ ตรงหน้าอกข้างซ้ายเหมือนกำลังเต้นรัวแรงแปลกและรู้สึกหวิวๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพียงเพราะเฮียทัพพูดว่า 'คนนี้กูไม่ให้จีบ'
"พี่เอาโทรศัพท์มาสิ" แต่ไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไร จู่ๆ ก็ขอโทรศัพท์เพื่อนเฮียทัพพอเขายื่นโทรศัพท์มาให้ฉัน ฉันก็พิมพ์ไอดีไลน์ของตัวเองพร้อมกับกดส่งสติกเกอร์หนึ่งตัวส่งมาให้ฉันแล้วก็คืนโทรศัพท์กลับไปให้เจ้าของอีกครั้ง
"อยากจีบก็ลองทักมาค่ะ" ฉันบอกเพื่อนเฮียทัพไปแค่นั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกมาโดยการผ่านหน้าเฮียทัพแบบไม่สนไม่แคร์
หึ เขามีสิทธิ์อะไรไปพูดว่าคนนี้ไม่ให้จีบ เราแต่งงานจดทะเบียนสมรสก็ผูกมัดมากพอแล้ว อย่ามาเบ่งอำนาจปิดทางเพื่อไม่ให้มีคนมาจีบฉันนะ
ตึกตึกตึก
หมับ!
"เมื่อกี้หมายความว่าไง เธอไปให้ช่องทางติดต่อกับไอ้อินทำไม ผัวนั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้นทั้งคน สาบานว่ามองไม่เห็น" ฉันกำลังจะเดินลงบันไดลงไปชั้นล่างเพื่อที่จะไปเรียกแท็กซี่แล้วหนีกลับคอนโดคนเดียวโดยที่ไม่รอเฮียทัพ แต่ยังไม่ทันจะก้าวขาลงบันไดแขนข้างหนึ่งของฉันก็ถูกกระชากให้หันไปเผชิญหน้าจากคนที่วิ่งตามมาพอดี
นี่ฉันไม่สามารถที่จะหนีไปให้พ้นจากผู้ชายที่กำลังทำหน้าเข้มหน้าดุมองฉันเหมือนจะกลืนกินเข้าท้องเลยใช่ไหม
น่าเบื่อจริงๆ
"มองเห็นแต่ไม่เอามาใส่ใจไง พูดง่ายๆ ก็คือฉันเมินเฮีย" ทำไมฉันจะมองไม่เห็นเขาที่นั่งหัวโด่อยู่ข้างๆ ฉันล่ะแถมยังนั่งเบียดจนเกือบจะสิงร่างกายของฉันแบบนั้นอีก แต่ที่ฉันเลือกที่จะให้ไอดีไลน์กับเพื่อนของเขา...
ก็เพราะฉันอยากลองให้ไง ฉันไม่เคยมีแฟนไม่เคยเล่นด้วยกับคนที่เข้ามาจีบ แต่คนชื่ออินเขาดูต่างจากพวกผู้ชายที่เคยมาจีบฉัน บางครั้งฉันก็น่าจะลอง
"อย่าชักใครเข้ามาในความสัมพันธ์ของเรา พื้นที่ตรงนี้มันมีแค่ฉันกับเธอเท่านั้น" ทันทีที่ฉันได้ยินเฮียทัพพูดพร้อมกับทำหน้าตึงเข้มและสัมผัสได้ว่าเข้ากำลังไม่พอใจและดูหงุดหงิดมากๆ มุมปากของฉันก็ยกยิ้มขึ้นบางๆ ก่อนที่จะขยับเข้าไปใกล้คนตัวสูงที่ยังจับแขนของฉันไว้ แล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาคมดุของเขาตรงๆ นิ่งๆ แต่แฝงไปด้วยการสู้กลับอย่างเอาเรื่อง
"แล้วไง เราแต่งงานกันเพราะเฮียอยากรับผิดชอบ ไม่ใช่เพราะความรักอีกอย่างครบหนึ่งปีเราก็แยกย้ายกันไปแล้ว ระหว่างนี้ถ้าฉันจะลองเปิดใจให้ใครสักคนหนึ่งไปพลางๆ ฉันก็มีสิทธิ์หรือเปล่า"
"หึ ไม่มีไงฉันถึงได้ห้ามเธออยู่นี่ไง"
"ทำไมจะไม่มี"
"เพราะฉันเป็นผัวที่ถูกต้องของเธอทั้งพฤตินัยและนิตินัยยังไงล่ะ ต่อให้เราจะไม่ได้รักกันแต่อย่าลืมว่าตอนนี้เธอเป็นเมียฉันไคร่า"
"เหอะ เฮงซวยชะมัด!" แต่ก็นั่นแหละ ฉันคิดว่าตัวเองจะชนะเฮียทัพได้แต่สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็นเขาใช้ไม้ตายที่ทำยังไงฉันก็ชนะยาก คำก็เมีย สองคำก็เมีย ฉันฟังจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว กรอกหูอยู่นั่น!