Home / โรแมนติก / พันธะรักแม่อุ้มบุญ / บทที่ 21 ข้อเท็จจริง

Share

บทที่ 21 ข้อเท็จจริง

last update publish date: 2026-10-19 22:27:57

พีรวิชญ์เดินตรงไปยังหน้าต่างกระจกบานโต มองออกไปสู่สวนกว้างด้านนอกคฤหาสน์ สายตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความอาฆาต ภาพความหลังเมื่อหลายปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวฉากแล้วฉากเล่า...

วันที่มนสิชากลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนาน เธอปรากฏตัวด้วยสภาพซีดเซียว น้ำตานองหน้า ถือใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ฉบับนั้นมาสะอื้นไห้ต่อหน้าเขา

เธอบอกว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นาน เธอบอกว่ามะเร็งร้ายกำลังจะคร่าชีวิตเธอไป และความปรารถนาสุดท้าย ก่อนจากโลกคือการได้ใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะภรรยาของเขา ด้วยความที่พีรวิชญ์เป็นคนยึดมั่นในสัจจะและบุญคุณ

ครอบครัวของมนสิชาเคยยื่นมือเข้าช่วยพ่อของเขาในยามวิกฤติตอนเริ่มตั้งบริษัท เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองมีหนี้ชีวิตที่ต้องตอบแทน

ประกอบกับความสงสารจับใจที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะตาย... เขาจึงยอมละทิ้งหัวใจตัวเอง ยอมเซ็นใบสมรส ยอมยกตำแหน่งยกเกียรติยศทุกอย่างให้เธอครอบครอง

แท้จริงแล้ว... เธอไม่ได้ป่วย มนสิชาแค่ใช้ความสงสาร และคุณธรรมของเขาเป็นเกราะป้องกันความล้มเหลวในชีวิต ใช้เขาเป็นบ่อเงินบ่อทองเพื่อพยุงฐานะที่กำลังล้มละลายของครอบครัวตัวเอง

ที่เลวร้ายที่สุด... คือการที่เธอชักศึกเข้าบ้านด้วยการขอร้องให้เขาหาแม่อุ้มบุญ มนสิชาเป็นคนบงการให้เขาหาผู้หญิงที่เหมาะสม เพื่อมาอุ้มท้องลูกของเขา... และนั่นก็นำพาภัทรวดีก้าวเข้ามาในกับดักนี้

ภัทรวดี... หญิงสาวที่เขาเคยตั้งปราการหัวใจเคียดแค้นใส่ เธอคือลูกสาวของคนที่เคยทรยศพ่อของเขา เขาตั้งใจจะใช้เธอเป็นเพียงเครื่องมือแก้แค้น ตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงหิวเงิน ยอมขายศักดิ์ศรีอุ้มท้องแลกกับเศษเงินชำระหนี้

เขาเคยจงใจใช้คำพูดรุนแรงกรีดแทงหัวใจเธอ เคยทำเมินเฉยต่อหยาดน้ำตา และมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม...

ทว่าบัดนี้ ความจริงกลับตบหน้าเขาอย่างแรงจนชาไปทั้งแถบ ใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ? ใครกันแน่ที่เป็นศัตรูที่แท้จริง?

ภัทรวดีไม่ได้เข้ามาเพื่อหลอกลวงเขา... เธอเข้ามาเพราะความจำเป็น และกตัญญูต่อครอบครัว เธอยอมอุ้มท้องลูกของเขาด้วยความกล้ำกลืนฝืนทน และต้องคอยรองรับอารมณ์ของมนสิชาที่จ้องจะรังแกเธอเวลาที่เขาไม่เห็นอยู่ทุกวัน

พีรวิชญ์หันกลับมามองทนายความ น้ำเสียงลึกล้ำเต็มไปด้วยความเด็ดขาด

“ณัฐพล...”

“ครับคุณพี”

“ส่งคนไปสืบเรื่องการเงินของมนสิชาทั้งหมด ตรวจสอบบัญชีทุกเล่ม หุ้นทุกตัว ที่ดินทุกผืน และทรัพย์สินทุกชิ้นที่เธอแอบใช้นามสกุลวรโชติเมธากุลไปยักย้ายถ่ายโอน! ผมอยากรู้ว่า...ที่ผ่านมา เธอสูบเลือดสูบเนื้อผมไปเท่าไหร่แล้ว”

“ทราบแล้วครับ ผมจะจัดทีมบัญชีด่วนที่สุด”

“และที่สำคัญ... เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับที่สุด ห้ามให้มนสิชารู้ตัวเด็ดขาดว่าเรารู้ความจริงแล้ว” พีรวิชญ์หยุดเว้นจังหวะ ขบเค้นฟัน

“ครับคุณพี”

เมื่อทนายณัฐพลก้าวออกจากห้องไป พีรวิชญ์ก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง เขายกมือขึ้นกุมขมับด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามาในอก

ความโกรธ ความทรมาน และความรู้สึกผิดพันกันยุ่งเหยิงราวกับด้ายม้วนโต เขาเดินออกจากห้องทำงาน ขึ้นไปยังระเบียงชั้นสอง ลมราตรีพัดเอาความเย็นชื้นเข้ามาปะทะใบหน้า

แสงจันทร์นวลตาคืนวันเพ็ญสาดส่องลงมากระทบสวนดอกไม้ด้านล่างจนสว่างไสว พีรวิชญ์ทอดสายตามองไปยังทิศทางของห้องนอนภัทรวดี... ห้องนอนเล็กๆ ที่เงียบสงบอยู่ตรงมุมตึก

คำถามมากมายพรั่งพรูขึ้นมาในหัวใจที่เคยแข็งแกร่งราวกับหินผา

ทำไมมนสิชาต้องทำถึงขนาดนี้? ทำไมต้องสร้างเรื่องโกหกฉากใหญ่เพื่อขังเขาไว้ในกรงแห่งความรู้สึกผิด?

ถ้าเธอต้องการเงิน... เขาก็พร้อมจะซัปพอร์ต ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลือ... เขาก็พร้อมจะยื่นมือ แต่เธอกลับเลือกที่จะทำลายความเชื่อใจ เลือกที่จะหลอกใช้เขาเหมือนคนโง่คนหนึ่งมานาน

และ... ภัทรวดีล่ะ?

ผู้หญิงคนที่เขาเคยจงเกลียดจงชัง ผู้หญิงคนที่ต้องทนฟังคำด่าทอจากปากเขา ผู้หญิงที่ต้องแบกรับครรภ์ที่นูนใหญ่ขึ้นทุกวัน พร้อมกับความเจ็บปวดในใจ...

เขารู้ดีว่าเขารังแกเธอไว้มากมายขนาดไหน เขาเคยคิดว่าการรังแกเธอคือการแก้แค้นที่สาสม แต่ในความเป็นจริง เขาแค่นำพาคนบริสุทธิ์คนหนึ่งมาตกอยู่ในปลักโคลนแห่งความบิดเบี้ยวของมนสิชาเท่านั้น คำถามหนึ่งที่ผุดขึ้นมาอีก ‘มนอยากมีลูกไปทำไม’

ในหลายวันหลายคืนที่ผ่านมา ความใกล้ชิดและเป็นห่วง ทำให้พีรวิชญ์ต้องเข้าไปดูแลภัทรวดี เขาจึงสัมผัสได้ถึงหัวใจของเธอ ที่แม้จะได้รับความกดดัน แต่พอเอ่ยถึงลูก หัวใจดวงเล็กๆ ที่กำลังเต้นอยู่ข้างในตัวเอง เธอกลับอ่อนโยนเป็นอย่างมาก

เวลานี้พีรวิชญ์ได้มีความรู้สึกบางอย่าง ที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด ว่าไม่ใช่ ไม่จริง เขากำลังตกหลุมรักภัทรวดี และมันก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว

มันไม่ใช่ความเกลียดชัง... แต่มันคือความผูกพัน และความรักที่เขาไม่อยากยอมรับ พีรวิชญ์กำขอบระเบียงหินอ่อนแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นหลังมือ

“ผมมันโง่เอง... มน...ทำกับผมเกินไปนะ แบบนี้ บุญคุณก็บุญคุณเถอะ โกหกทำไม” เขาพึมพำกับลมยามค่ำคืน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง

‘พรุ่งนี้... ทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนไป’

เขาจะไม่ยอมเป็นหมากในเกมของมนสิชาอีกต่อไป เขาจะรวบรวมหลักฐานทางการเงิน และทางการแพทย์ทั้งหมด เพื่อเปิดโปงความจริง และกระชากหน้ากากผู้หญิงใจคดคนนี้ให้หมดเปลือก

ที่สำคัญที่สุด... เขาจะไม่ให้มนสิชาอยู่ที่นี่อีกต่อไป เพราะเขามองเห็นว่ามนสิชาเป็นปัญหาแล้ว

อีกอย่างหากเขาไปทำงาน เขาไม่มีเวลามาปกป้องภัทรวดีและลูกในท้อง ให้ปลอดภัยจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

สำหรับภัทรวดี พีรวิชญ์ตั้งใจจะเริ่มต้นใหม่ อาจจะเริ่มจากที่เขาจะเอ่ยปากขอโทษเธอ... ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ได้ทำลงไป และคำพูดร้ายๆ ที่ทำให้หญิงสาวเจ็บปวด

ในใจของพีรวิชญ์บอกตนเองว่า เขาไม่ควรยัดเยียดความผิดของพ่อเธอให้กับเธอ ก็ไม่รู้เหมือนกัน หากเริ่มต้นกันใหม่ ระหว่างเขากับภัทรวดี

เธอจะมีคำว่ายกโทษให้กับเขาไหม เขารู้ดีว่าคำขอโทษอาจจะไม่เพียงพอ ที่จะทำให้เธออภัยให้กับเขาก็ได้

แสงจันทร์ยังคงส่องสว่างนวลตาอยู่บนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ไม่มีคำตอบใดหล่นลงมาจากฟากฟ้า มีเพียงความเงียบสงบของราตรี และเรื่องวุ่นวายฉากใหม่ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในบ้านหลังนี้

พีรวิชญ์สูดลมหายใจเข้าปอด และหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอน สายตาจ้องมองไปในความมืด เหมือนจะตัดสินใจได้แล้ว ว่าเขาจะเลือกใคร อีกใจเขาก็รู้สึกโล่งอกไม่น้อย ที่เรื่องมันกลับตาลปัตรแบบนี้ หรือว่านี่เป็นเรื่องที่เขาภาวนาเอาไว้

คำว่าครอบครัวที่เขาไม่เคยฝันถึง และนึกถึง แต่ยิ่งนับวันลูกที่อยู่ในท้องของภัทรวดีเริ่มโต คำว่า...พ่อ แม่ ลูก และการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ก็กระจ่างชัดขึ้นในหัวใจของพีรวิชญ์

ทั้งเขายังประกาศก้องในหัวใจ ว่าครั้งนี้... เขาจะไม่ยอมให้กับมนสิชาอีกแล้ว เขามีลางสังหรณ์ไม่ดี ว่ามนสิชาจะทำร้ายลูกและแม่ของลูกเขา ก็เป็นได้

ในห้องทำงานส่วนตัวของพีรวิชญ์เปิดไฟสว่างไสว ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดหนักอึ้ง และเย็นเฉียบราวกับถูกสตัฟฟ์ไว้ในห้องแช่แข็ง

บนโต๊ะไม้ทรงใหญ่ แฟ้มเอกสารวางเรียงรายระเบียบจัด แฟ้มสีน้ำตาลเข้ม บรรจุประวัติการรักษา และใบรับรองแพทย์ปลอมแปลง แฟ้มสีดำบรรจุเส้นทางการยักย้ายถ่ายโอนเงินและทรัพย์สิน

และแฟ้มสีขาวใบบาง... บรรจุผลตรวจจริงจากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ ซึ่งสลักตัวอักษรสีเข้มเด่นชัดว่า (ผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคมะเร็ง)

พีรวิชญ์ยกหูโทรศัพท์สายในขึ้นแนบหู กดสายตรงหาคุณอำพร น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว

“ไปเชิญคุณมนมาพบผมที่ห้องทำงาน... เดี๋ยวนี้”

ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นประหม่า ก่อนที่เขาจะวางหูลง

พีรวิชญ์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ สองมือประสานบนตัก จ้องมองประตูบานโตด้วยสายตาว่างเปล่าไร้คลื่นอารมณ์

ผ่านไปราวสิบนาที เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้ง

“เข้ามา” ประตูถูกผลักออก ร่างระหงของมนสิชาก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มพราย เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูพาสเทล ใบหน้าแต่งแต้มเมกอัปโทนธรรมชาติจนดูเรียบเนียนสดใส เรือนผมยาวเป็นลอนสลวยดูพิถีพิถัน กลิ่นน้ำหอมหอมหวานฟุ้งกระจายนำมาก่อนตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 24 เพราะผิดหวัง

    “อย่าให้พูดเลยค่ะคุณภัทร...” คุณแม่บ้านทอดถอนใจ“ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่คุณมนเก็บห่อผ้าออกไป คุณพีก็ล็อกตัวเองอยู่ในห้องทำงานชั้นล่างทั้งคืน ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลาเลยค่ะ ป้าเคาะประตูเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบ พอเช้ามืดป้าแอบแง้มประตูเข้าไปดู... โอย... คุณภัทรเอ๋ย สภาพดูไม่ได้เลยค่ะ กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งห้อง ขวดยาเหล้าฝรั่งราคาแพงวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด แกดื่มจนเมาพับหลับคาที่เลยค่ะ พอตื่นมา ก็ยกแก้วดื่มต่ออีก เมาวนเวียนอยู่แบบนั้นเลยค่ะ”ฟังถึงตรงนี้ หัวใจของภัทรวดีก็กระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงใยอันประหลาดแล่นปราดขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ภาพชายหนุ่มร่างสูงผู้เคยทระนง สุขุม และเย่อหยิ่ง ยามนี้กลับต้องมาจมกองสุรา เพราะความจริงอันเจ็บปวดเรื่องเขาเมานี่ ตบหน้าเธอให้รู้สึกวูบโหวงตามไปด้วย เพราะนั่นหมายถึง ชายหนุ่มรักมนสิชามาก สีหน้าของเธอละเหี่ยลงอย่างชัดเจน ใจเจ็บหนึบ เหมือนกับคนอกหักเพราะรักเขาข้างเดียว‘เขาคงเจ็บปวดมากสินะ... ตลอดที่ผ่านมา เขาคิดมาตลอดว่า กำลังดูแลผู้หญิงที่รัก และใกล้จะตาย แต่สุดท้ายกลับเป็นเพียงเรื่องโกหกลวงโลก’ภัทรวดีพยายามกดความรู้สึกสงสาร และสมเพชตัวเองด้วย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 23 หมดใจกับคนทรยศ

    พีรวิชญ์ส่ายหน้า มองมนสิชาด้วยความสมเพช“ผมมอบโอกาส มอบเงินทอง ที่อยู่อาศัย และความเมตตาให้คุณมามากเกินพอแล้ว... มันน่าเสียใจ และผมบอกได้เลย ผมแค้นนะที่คุณตอบแทนผมด้วยการหลอกลวง และพยายามฆ่าลูกของผมให้ตาย อย่าทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนคุณมากไปกว่านี้เลย นี่ยังถือว่าผมปรานีคุณอยู่” เขาสะบัดขาออกจากการกุมรัดอย่างเด็ดขาด“ไปซะ” มนสิชากองลงกับพื้นพรม ร้องไห้สะอื้นจนแทบขาดใจ“พี... มนรักพีนานแล้วนะ... มนรักพี... หรือว่าเพราะอีนั่น คุณเปลี่ยนใจจากมนเพราะอี...”เพล้ง... เขาปัดแก้วลงจากโต๊ะ ก่อนที่มนสิชาจะพูดจบ เสียงแก้วแตกและกระจัดกระจายเป็นสัญญาณว่า เขาไม่ทนฟังคำแก้ตัวของมนสิชา พีรวิชญ์ไม่หันกลับไปมองอีก เขาก้าวตรงไปที่ประตู ผลักบานประตูเปิดออกกว้างแล้วหันกลับมาส่งสัญญาณสุดท้าย“ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมง ไสหัวออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ยามมาลากตัวคุณออกไป” พูดจบ เขาก็ก้าวออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้มนสิชาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับความจริงเพียงลำพังหนึ่งชั่วโมงต่อมา...หน้าบานประตูเหล็กดัดโค้งก็เปิดออก มนสิชายืนอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบ ใบหน้าที่เคยตกแต่งสวยงามบัดนี้ทรุดโทรม นัยน์ต

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 22 วันที่หน้ากากหลุด

    “พีขา... มีอะไรหรือเปล่าคะ เรียกมนมาหาเสียด่วนเชียว” เธอส่งเสียงออเซาะขณะก้าวตรงเข้ามาพีรวิชญ์ไม่ตอบ เขาทำเพียงนิ่งเงียบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อจับสังเกต มนสิชาเริ่มชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากเริ่มเจื่อนลง เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันอันเย็นยะเยือก เธอค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม“พี... ทำไมมองมนด้วยสายตาแบบนั้นละคะ?”ชายหนุ่มวางฝ่ามือลงบนกองแฟ้มเอกสาร ก่อนจะใช้นิ้วดันมันข้ามโต๊ะไปหยุดลงตรงหน้าเธอ“เปิดอ่านดูสิ” มนสิชามองแฟ้มทั้งสามด้วยความงุนงง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหยิบแฟ้มสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาเปิดข้างในเต็มไปด้วยใบรับรองแพทย์ รายงานผลเลือด ตารางการตรวจร่างกาย และผลสแกนสมองย้อนหลังนับสิบฉบับสายตาของเธอไล่อ่านทีละบรรทัด... และเสี้ยววินาทีนั้นเอง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มสีสันสดใสก็เริ่มถอดสีทีละน้อย มือเรียวที่จับขอบกระดาษเริ่มสั่นสะท้านจนเอกสารไหว“พี... นี่มัน...”“เปิดแฟ้มสีดำ” เสียงของเขายังคงราบเรียบไร้จังหวะขึ้นลงมนสิชาวางเอกสารฉบับแรกลงด้วยมือที่สั่นๆ เธอเปิดแฟ้มสีดำออกดู... ข้างในบรรจุเส้นทางการโอนเงินข้ามบัญชี รายการสั่งซื้อทองคำแท่

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 21 ข้อเท็จจริง

    พีรวิชญ์เดินตรงไปยังหน้าต่างกระจกบานโต มองออกไปสู่สวนกว้างด้านนอกคฤหาสน์ สายตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความอาฆาต ภาพความหลังเมื่อหลายปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวฉากแล้วฉากเล่า...วันที่มนสิชากลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนาน เธอปรากฏตัวด้วยสภาพซีดเซียว น้ำตานองหน้า ถือใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ฉบับนั้นมาสะอื้นไห้ต่อหน้าเขาเธอบอกว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นาน เธอบอกว่ามะเร็งร้ายกำลังจะคร่าชีวิตเธอไป และความปรารถนาสุดท้าย ก่อนจากโลกคือการได้ใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะภรรยาของเขา ด้วยความที่พีรวิชญ์เป็นคนยึดมั่นในสัจจะและบุญคุณครอบครัวของมนสิชาเคยยื่นมือเข้าช่วยพ่อของเขาในยามวิกฤติตอนเริ่มตั้งบริษัท เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองมีหนี้ชีวิตที่ต้องตอบแทนประกอบกับความสงสารจับใจที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะตาย... เขาจึงยอมละทิ้งหัวใจตัวเอง ยอมเซ็นใบสมรส ยอมยกตำแหน่งยกเกียรติยศทุกอย่างให้เธอครอบครองแท้จริงแล้ว... เธอไม่ได้ป่วย มนสิชาแค่ใช้ความสงสาร และคุณธรรมของเขาเป็นเกราะป้องกันความล้มเหลวในชีวิต ใช้เขาเป็นบ่อเงินบ่อทองเพื่อพยุงฐานะที่กำลังล้มละลายของครอบครัวตัวเองที่เลวร้ายที่สุด... คือกา

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 20 ความจริงที่ซ่อนอยู่

    แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟสำริดตั้งโต๊ะ สาดกระทบกองเอกสารธุรกิจที่วางตั้งสูงเกือบครึ่งเมตรบนโต๊ะทำงานไม้สักทองสายตาของพีรวิชญ์ กลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเลขผลกำไร หรือกราฟหุ้นเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขานั่งนิ่ง มือหนึ่งหมุนปากกาสเตนเลสไปมาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ หากแต่ดวงตาคู่ลึกกลับทอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมายความคิดในหัวมวนซ่านคล้ายพายุหมุนที่เริ่มตั้งเค้า ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ มีบางสิ่งบางอย่างผิดกลิ่นเกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ มันเป็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยกวนใจเขาอยู่ตลอดเวลา มันเป็นรอยร้าวลึก ที่เขาพยายามมองข้าม เพราะความเชื่อใจ แต่ยิ่งมองข้าม ก็ยิ่งสะกิดใจให้ระแวงทุกอย่างเริ่มต้นราวสองสัปดาห์ก่อน ในวันที่เขากลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติ พีรวิชญ์ตั้งใจเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อเยี่ยมดูอาการของมนสิชา ภรรยาตามกฎหมายที่แต่งงานกันมานานหลังจากที่คุณแม่บ้านรายงานด้วยสีหน้าวิตกกังวลว่า อาการป่วยของเธอกำเริบหนักจนนอนซมทั้งวันเขาก้าวขาขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและความห่วงใยเต็มเปี่ยม แต่แล้ววินาทีที่มือหนาผลักบานประตูไม้แกะสลักห้องนอนของเธอเข้าไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับตบหน้าเขาเข้าอย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 19 เรื่องลับ

    ภัทรวดีนั่งอยู่ตรงระเบียงห้องนอน มองแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านซุ้มไม้เลื้อยลงมากระทบพื้นหินอ่อนเป็นลายตารางหญิงสาวลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างเพลินมือ ลูกน้อยในครรภ์ดิ้นเบาๆ ราวกับรับรู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ช่วงนี้ภัทรวดีรู้สึกแปลกๆ กับบางอย่างที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้ มันเริ่มจากเรื่องเล็กๆ วันที่เธอเดินผ่านโถงทางเดินชั้นล่าง เพื่อไปห้องครัว เพราะอยากกินของเปรี้ยวๆ แบบที่คนท้องชอบระหว่างทางเธอเห็นประตูห้องนอนของมนสิชาเปิดแง้มไว้ เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบมอง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างบางในชุดนอนผ้าไหม กำลังยืนอยู่หน้ากระจก มนสิชากำลังยืดตัวขึ้นสุดแขนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้มลงแตะปลายเท้าติดพื้นได้สบายๆภัทรวดีชะงัก ‘คนที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จะก้มแตะปลายเท้าได้ขนาดนั้นเชียวหรือ’ เธอเคยเห็นแม่ของตัวเองนอนป่วยอยู่บนเตียงมาสองปีเต็มแม้แต่จะลุกขึ้นนั่งยังต้องใช้เวลาเป็นนาที กว่าจะหายใจครบถ้วน แต่ผู้หญิงคนนี้กลับยืนตัวตรง กระดูกสันหลังโค้งงอได้อย่างคนสุขภาพดีภัทรวดีสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป เธอบอกตัวเองว่า อาจจะคิดมากไปเอง ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีช่วงที่ดีขึ้นบ้างก็ได้ แต่แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status