Home / โรแมนติก / พันธะรักแม่อุ้มบุญ / บทที่ 22 วันที่หน้ากากหลุด

Share

บทที่ 22 วันที่หน้ากากหลุด

last update publish date: 2026-10-19 22:31:28

“พีขา... มีอะไรหรือเปล่าคะ เรียกมนมาหาเสียด่วนเชียว” เธอส่งเสียงออเซาะขณะก้าวตรงเข้ามา

พีรวิชญ์ไม่ตอบ เขาทำเพียงนิ่งเงียบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อจับสังเกต มนสิชาเริ่มชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากเริ่มเจื่อนลง เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันอันเย็นยะเยือก เธอค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“พี... ทำไมมองมนด้วยสายตาแบบนั้นละคะ?”

ชายหนุ่มวางฝ่ามือลงบนกองแฟ้มเอกสาร ก่อนจะใช้นิ้วดันมันข้ามโต๊ะไปหยุดลงตรงหน้าเธอ

“เปิดอ่านดูสิ” มนสิชามองแฟ้มทั้งสามด้วยความงุนงง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหยิบแฟ้มสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาเปิด

ข้างในเต็มไปด้วยใบรับรองแพทย์ รายงานผลเลือด ตารางการตรวจร่างกาย และผลสแกนสมองย้อนหลังนับสิบฉบับ

สายตาของเธอไล่อ่านทีละบรรทัด... และเสี้ยววินาทีนั้นเอง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มสีสันสดใสก็เริ่มถอดสีทีละน้อย มือเรียวที่จับขอบกระดาษเริ่มสั่นสะท้านจนเอกสารไหว

“พี... นี่มัน...”

“เปิดแฟ้มสีดำ” เสียงของเขายังคงราบเรียบไร้จังหวะขึ้นลง

มนสิชาวางเอกสารฉบับแรกลงด้วยมือที่สั่นๆ เธอเปิดแฟ้มสีดำออกดู... ข้างในบรรจุเส้นทางการโอนเงินข้ามบัญชี รายการสั่งซื้อทองคำแท่ง เอกสารสิทธิ์ที่ดิน และรายการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินรวมมูลค่านับสิบล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เธอเบิกจ่ายโดยอ้างเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้น

“พี... มน... มนอธิบายได้นะคะ” เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ ร้อนตัว จนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก

“ผมก็นั่งรอฟังคำอธิบายของคุณอยู่นี่ไง”

มนสิชากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด พยายามเค้นสติที่พังทลายให้กลับคืนมา

“เงินพวกนั้น... มนแค่... แค่เก็บไว้สำรองในอนาคตไงคะพี มนกลัวค่ะ กลัวว่าถ้าวันหนึ่งป่วยหนัก จนมนดูแลตัวเองไม่ได้ มนจะกลายเป็นภาระให้พี มนถึงต้องมีเงินก้อนไว้ติดตัวบ้าง...”

พีรวิชญ์ไม่ตอบคำถาม เขาทำเพียงจ้องมองเธอดั่งสายตาของพญายมราชที่กำลังรอเช็กบิลคนชั่ว

“แล้วเอกสารฉบับนี้ล่ะ?” นิ้วยาวๆ ของเขาเคาะลงบนแฟ้มสีขาวใบสุดท้าย

มนสิชาเปิดมันออกด้วยความตระหนก ที่แล่นขึ้นมาจับขั้วหัวใจ บนแผ่นกระดาษขาวสะอาด ปรากฏลายเซ็นของแพทย์ใหญ่พร้อมตราประทับ ยืนยันผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียด

(ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดมดลูก แต่มวลร่างกายสมบูรณ์ดี ไม่พบเซลล์มะเร็งหรือสัญญาณของโรคร้ายแรงใดๆ)

แฟ้มเอกสารหลุดมือหล่นลงบนโต๊ะ ร่างของมนสิชาตัวเกร็งแข็งทื่อดั่งหินสลัก หยาดน้ำตาเม็ดโตเอ่อล้นทะลักออกจากดวงตาคู่สวย ชะล้างเครื่องสำอางจนเลอะเป็นทาง

“พี... มน... มนขอโทษ...” เธอละล่ำละลัก ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“ขอโทษเรื่องอะไร?”

“มน... มนโกหกพี” เธอปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ทรุดกายเลื่อนลงไปจากเก้าอี้มนสิชาลงไปคลานคุกเข่าอยู่กับพื้นข้างโต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะคลานเข่าเข้าไปหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว สองมือยกขึ้นไขว่คว้าขอบกางเกงของเขาไว้แน่น

“มนขอโทษค่ะพี มนขอโทษจริงๆ แต่มนทำไปเพราะมนรักพี มนรักพีมาก... มนกลัวว่า ถ้าพีรู้ว่ามนไม่ได้ป่วย พีจะไม่สนใจ มนกลัวพีจะทิ้งมนไปเหมือนในอดีต”

พีรวิชญ์นิ่งสนิท ดวงตาคู่นั้นไม่มีแม้แต่รอยแววแห่งความสงสารอาดูรอีกต่อไป ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว

“ใครทรยศใครกันแน่ เมื่อก่อนก็เป็นคุณที่จากไป ไม่ใช่ผม พอเลือกกลับมา ทำไมต้องทำแบบนี้ โกหกหลอกลวงมาตลอด” น้ำเสียงของเขาต่ำลึก นัยน์ตาเย็นชาลงทุกขณะ

“ใช้ความสงสาร และบุญคุณของครอบครัวมาเป็นเกราะบังหน้า ใช้โรคร้ายลวงโลก เพื่อให้ผมป้อนเงิน ป้อนที่อยู่ และยัดเยียดตำแหน่งภรรยาแต่งให้กับคุณ แถมยังให้เข้ามาอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ ดูแลแบบดีทุกอย่าง เอาอกเอาใจสารพัด เงินก็ให้ใช้ ค่ารักษาก็จ่ายให้ แล้ว... ผลตอบแทนที่ได้ ของผมมีแต่ขาดทุน แต่คุณคงจะคุ้มสินะ ตัวเลขเยอะเสียด้วย”

“ฟังมนก่อนนะคะพี” มนสิชาเงยหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาขึ้นมองเขาอย่างอ้อนวอน

“วันที่มนกลับมาหาพี... มนไม่มีอะไรเหลือเลย มนล้มละลาย มนไม่มีที่ไป... มนรู้ว่า พีเป็นคนมีสัจจะ และจิตใจดีกับมนมากๆ พีไม่มีวันทิ้งคนที่กำลังจะตาย มนถึงต้อง...”

“ถึงต้องปั้นเรื่องโกหกฉากใหญ่ขึ้นมา?”

“ใช่ค่ะ มนโกหก” เธอยอมรับออกมาด้วยความจนแต้ม

“แต่มนรักพีจริงๆ นะคะ รักมาตลอด เรื่องรักนี่ มนไม่ได้เสแสร้งเลย” เธอออดอ้อนสุดๆ

พีรวิชญ์ดันเก้าอี้ถอยหลัง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปยังบานหน้าต่างกระจกแล้วหันหลังให้เธอ

“คนรักกัน ไม่น่าจะทำกันแบบนี้นะมน คุณรู้ไหม... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมคอยเตือนตัวเองเสมอว่า ผมต้องดูแลคุณให้ดีที่สุด ต้องตอบแทนบุญคุณพ่อของคุณที่เคยช่วยพ่อผมไว้ และพยายามทำทุกทาง ให้ช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตของคุณมีความสุขที่สุด...”

เขาเว้นจังหวะลมหายใจหนักหน่วงพ่นออกมาทางจมูก

“แต่ความจริงที่น่าสมเพชคือ... คุณไม่มีช่วงเวลาสุดท้าย คุณไม่ได้กำลังจะตาย คุณก็แค่กาฝากที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อผม และกำลังเสวยสุขบนกลลวง”

“พี...” มนสิชาร้องไห้โฮ สะอื้นไห้จนตัวโยนอยู่บนพื้น

“มนขอโทษ... ได้โปรดเถอะพี...”

“แล้วเรื่องน้ำส้มล่ะ?”

คำถามสั้นๆ ทว่าเย็นยะเยือกผ่ากลางความเงียบ พีรวิชญ์หมุนตัวกลับมา สายตาที่มองตรงมายังเธอ บัดนี้อัดแน่นไปด้วยความอาฆาต

มนสิชาชะงักกึก เสียงสะอื้นหยุดลงฉับพลัน

“น้ำส้ม... น้ำส้มอะไรคะ?”

เขาถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว แต่เขาก็ยังปกป้องมนสิชา

“น้ำส้มแก้วที่คุณเดินถือไปให้ภัทรวดีดื่มไง ถ้าเธอดื่ม มีหวังลูกของผมก็ต้องตาย” พีรวิชญ์กัดฟันกรอดๆ เขาก้าวขาสาดรัศมีกดดันเข้าหาเธอ

“น้ำส้มที่คุณแอบผสมยาขับเลือดลงไป เพื่อจงใจฆ่าเด็กในท้องของภัทรวดี”

ใบหน้าของมนสิชาถอดสี จนกลายเป็นสีขาวซีดดั่งคนตาย

“พี... มน... มนไม่ได้...”

“อย่ามาเล่นละครโกหกหน้าตายกับผมอีก” พีรวิชญ์ตะคอกเสียงดังสนั่นห้องจนกระจกบานโตสั่นก้อง

“ผมรู้ทุกอย่าง คุณแม่บ้านส่งแก้วใบนั้นไปวิเคราะห์ในแล็บอย่างละเอียดแล้ว ในนั้นมียารุนแรงที่มีฤทธิ์บีบมดลูก และทำให้แท้งบุตรได้ ถ้าภัทรวดีดื่มมันเข้าไป เด็กที่เป็นลูกของผม... คงต้องตายคามือคุณไปแล้ว” ร่างระหงสั่นเทา เธอก้มหน้ารับความจริงที่จำนนด้วยหลักฐานแน่นหนา

“พูดมา” พีรวิชญ์ย่อตัวลงไปบีบข้อมือเธอไว้แน่น เค้นเสียงถาม

“ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยฮึมน ไหนว่าคุณรักและหวังดีกับผม”

“เพราะมนกลัว” มนสิชากรีดร้องออกมาทั้งน้ำตา

“มนกลัวว่า พอเด็กเกิดมา พีจะทุ่มเทความรักให้แต่เด็กคนนั้น คุณทำอะไร คุณน่าจะรู้ตัวนะพี หลังๆ คุณห่วงหามัน คุณทำเหมือนมันเป็นเมียของคุณจริงๆ พี! ถ้าเด็กนั่นเกิดมาละก็ พีจะต้องลืมมนแน่นอน และสุดท้ายที่มนกลัว คือพีจะทอดทิ้งมนไปหามัน ไปหาอีภัทรวดีกับลูก ดูสายตาของมันสิ ยายนั่นมันยอมมนเสียที่ไหน มันเหมือนจะประกาศด้วยสายตาว่า มันจะเลี้ยงลูกของมันเอง ถ้าเป็นแบบนั้นน่ะนะ มนไม่มีทางยอม มนจะไม่ยอมให้เด็กคนนั้นลืมตาดูโลกขึ้นมาแย่งทุกอย่างไปจากมนพีคะ มันเป็นไปไม่ได้ มนทนไม่ได้จริงๆ”

ความในใจของมนสิชาพรั่งพรูออกมาทุกอย่าง ความจริงอันน่ารังเกียจหลุดออกมาจากปากคนที่เขาเคยสงสาร และเห็นใจ และต้นคิดของการมีลูก ที่เป็นสายเลือดของเขา ก็คือมนสิชา ทั้งที่ก่อนหน้าชายหนุ่มไม่เคยมีความคิดแบบนี้ พีรวิชญ์รู้สึกเหมือนมีพายุอารมณ์ ที่พร้อมจะระเบิดออกมาจากในอก

“คุณมันจิตใจอำมหิต... เกือบฆ่าเด็กบริสุทธิ์ เพียงเพราะความเห็นแก่ตัว และไร้สติของคุณเอง มน! ผมไม่อยากจะเชื่อเลย”

“มนขอโทษนะคะ พีขา... มนผิดไปแล้ว ยังไงลูกของอีนางนั่นก็ยังไม่ตายนี่คะ” เธอกุมมือเขาไว้แน่น สะอื้นจนตัวโยน

“มนรู้ว่ามนผิด แต่มนรักพีมากเกินไป มนรักพี จนหน้ามืดตามัว ใดๆ เด็กนั่นก็ยังอยู่”

“เด็กนั่นหรือ ที่คุณเอ่ยถึง คือลูกของผมนะมน”

พีรวิชญ์สะบัดมือของมนสิชาออกอย่างสะอิดสะเอียน เขาก้าวถอยหลัง

แล้วจ้องมองผู้หญิงที่เคยสวมหน้ากากเป็นนางเอกผู้น่าสงสารด้วยสายตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเมตตาปรานีหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

“มนสิชา...” เขาเรียกชื่อเธอเต็มยศ เสียงเย็น

“ค่ะพี... พี...ต้องการให้มนทำอะไรหรือคะ?” มนสิชาเงยหน้าขึ้นด้วยความหวังอันริบหรี่

“เก็บข้าวของของคุณ แล้วไสหัวออกจากบ้านหลังนี้ไปซะ”

คำประกาศสิทธิ์ขาดดังก้อง มนสิชาตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “พี! อย่านะคะ อย่าไล่มนไป มนไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ เงินทองที่บ้านมน ก็ไม่เหลือแล้ว มนจะไปอยู่ที่ไหน? บ้านก็ถูกยึดไปหมดแล้ว มนจะอยู่ที่นี่”

“นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องใส่ใจอีกต่อไป และขอบอกเอาไว้ เรื่องที่คุณทำมันเกินไป เงินทองที่คุณเอาไป ผมให้ เอาไปเสวยสุขตามที่คุณคิดเอาไว้ แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก อย่ามาให้ผมเห็นหน้า”

“พีขา” เธอคลานเข้าไปกอดขาเขาไว้แน่น

“มนขอร้อง... มนสัญญาว่ามนจะปรับปรุงตัว มนจะไม่โกหกอีกแล้ว มนจะยอมอยู่เงียบๆ จะทำตามที่พีสั่งทุกอย่าง ขอแค่อย่าไล่มนไปเลยนะคะ ได้โปรด”

พิมธารา

"อ่านจบแล้ว แวะมาส่งสติกเกอร์หรือคอมเมนต์ทักทายกันได้น้า 1 หัวใจของทุกคนคือพลังใจสำคัญมาก ๆ ครับ 💖"

| Like
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 24 เพราะผิดหวัง

    “อย่าให้พูดเลยค่ะคุณภัทร...” คุณแม่บ้านทอดถอนใจ“ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่คุณมนเก็บห่อผ้าออกไป คุณพีก็ล็อกตัวเองอยู่ในห้องทำงานชั้นล่างทั้งคืน ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลาเลยค่ะ ป้าเคาะประตูเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบ พอเช้ามืดป้าแอบแง้มประตูเข้าไปดู... โอย... คุณภัทรเอ๋ย สภาพดูไม่ได้เลยค่ะ กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งห้อง ขวดยาเหล้าฝรั่งราคาแพงวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด แกดื่มจนเมาพับหลับคาที่เลยค่ะ พอตื่นมา ก็ยกแก้วดื่มต่ออีก เมาวนเวียนอยู่แบบนั้นเลยค่ะ”ฟังถึงตรงนี้ หัวใจของภัทรวดีก็กระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงใยอันประหลาดแล่นปราดขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ภาพชายหนุ่มร่างสูงผู้เคยทระนง สุขุม และเย่อหยิ่ง ยามนี้กลับต้องมาจมกองสุรา เพราะความจริงอันเจ็บปวดเรื่องเขาเมานี่ ตบหน้าเธอให้รู้สึกวูบโหวงตามไปด้วย เพราะนั่นหมายถึง ชายหนุ่มรักมนสิชามาก สีหน้าของเธอละเหี่ยลงอย่างชัดเจน ใจเจ็บหนึบ เหมือนกับคนอกหักเพราะรักเขาข้างเดียว‘เขาคงเจ็บปวดมากสินะ... ตลอดที่ผ่านมา เขาคิดมาตลอดว่า กำลังดูแลผู้หญิงที่รัก และใกล้จะตาย แต่สุดท้ายกลับเป็นเพียงเรื่องโกหกลวงโลก’ภัทรวดีพยายามกดความรู้สึกสงสาร และสมเพชตัวเองด้วย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 23 หมดใจกับคนทรยศ

    พีรวิชญ์ส่ายหน้า มองมนสิชาด้วยความสมเพช“ผมมอบโอกาส มอบเงินทอง ที่อยู่อาศัย และความเมตตาให้คุณมามากเกินพอแล้ว... มันน่าเสียใจ และผมบอกได้เลย ผมแค้นนะที่คุณตอบแทนผมด้วยการหลอกลวง และพยายามฆ่าลูกของผมให้ตาย อย่าทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนคุณมากไปกว่านี้เลย นี่ยังถือว่าผมปรานีคุณอยู่” เขาสะบัดขาออกจากการกุมรัดอย่างเด็ดขาด“ไปซะ” มนสิชากองลงกับพื้นพรม ร้องไห้สะอื้นจนแทบขาดใจ“พี... มนรักพีนานแล้วนะ... มนรักพี... หรือว่าเพราะอีนั่น คุณเปลี่ยนใจจากมนเพราะอี...”เพล้ง... เขาปัดแก้วลงจากโต๊ะ ก่อนที่มนสิชาจะพูดจบ เสียงแก้วแตกและกระจัดกระจายเป็นสัญญาณว่า เขาไม่ทนฟังคำแก้ตัวของมนสิชา พีรวิชญ์ไม่หันกลับไปมองอีก เขาก้าวตรงไปที่ประตู ผลักบานประตูเปิดออกกว้างแล้วหันกลับมาส่งสัญญาณสุดท้าย“ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมง ไสหัวออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ยามมาลากตัวคุณออกไป” พูดจบ เขาก็ก้าวออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้มนสิชาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับความจริงเพียงลำพังหนึ่งชั่วโมงต่อมา...หน้าบานประตูเหล็กดัดโค้งก็เปิดออก มนสิชายืนอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบ ใบหน้าที่เคยตกแต่งสวยงามบัดนี้ทรุดโทรม นัยน์ต

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 22 วันที่หน้ากากหลุด

    “พีขา... มีอะไรหรือเปล่าคะ เรียกมนมาหาเสียด่วนเชียว” เธอส่งเสียงออเซาะขณะก้าวตรงเข้ามาพีรวิชญ์ไม่ตอบ เขาทำเพียงนิ่งเงียบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อจับสังเกต มนสิชาเริ่มชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากเริ่มเจื่อนลง เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันอันเย็นยะเยือก เธอค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม“พี... ทำไมมองมนด้วยสายตาแบบนั้นละคะ?”ชายหนุ่มวางฝ่ามือลงบนกองแฟ้มเอกสาร ก่อนจะใช้นิ้วดันมันข้ามโต๊ะไปหยุดลงตรงหน้าเธอ“เปิดอ่านดูสิ” มนสิชามองแฟ้มทั้งสามด้วยความงุนงง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหยิบแฟ้มสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาเปิดข้างในเต็มไปด้วยใบรับรองแพทย์ รายงานผลเลือด ตารางการตรวจร่างกาย และผลสแกนสมองย้อนหลังนับสิบฉบับสายตาของเธอไล่อ่านทีละบรรทัด... และเสี้ยววินาทีนั้นเอง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มสีสันสดใสก็เริ่มถอดสีทีละน้อย มือเรียวที่จับขอบกระดาษเริ่มสั่นสะท้านจนเอกสารไหว“พี... นี่มัน...”“เปิดแฟ้มสีดำ” เสียงของเขายังคงราบเรียบไร้จังหวะขึ้นลงมนสิชาวางเอกสารฉบับแรกลงด้วยมือที่สั่นๆ เธอเปิดแฟ้มสีดำออกดู... ข้างในบรรจุเส้นทางการโอนเงินข้ามบัญชี รายการสั่งซื้อทองคำแท่

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 21 ข้อเท็จจริง

    พีรวิชญ์เดินตรงไปยังหน้าต่างกระจกบานโต มองออกไปสู่สวนกว้างด้านนอกคฤหาสน์ สายตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความอาฆาต ภาพความหลังเมื่อหลายปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวฉากแล้วฉากเล่า...วันที่มนสิชากลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนาน เธอปรากฏตัวด้วยสภาพซีดเซียว น้ำตานองหน้า ถือใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ฉบับนั้นมาสะอื้นไห้ต่อหน้าเขาเธอบอกว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นาน เธอบอกว่ามะเร็งร้ายกำลังจะคร่าชีวิตเธอไป และความปรารถนาสุดท้าย ก่อนจากโลกคือการได้ใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะภรรยาของเขา ด้วยความที่พีรวิชญ์เป็นคนยึดมั่นในสัจจะและบุญคุณครอบครัวของมนสิชาเคยยื่นมือเข้าช่วยพ่อของเขาในยามวิกฤติตอนเริ่มตั้งบริษัท เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองมีหนี้ชีวิตที่ต้องตอบแทนประกอบกับความสงสารจับใจที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะตาย... เขาจึงยอมละทิ้งหัวใจตัวเอง ยอมเซ็นใบสมรส ยอมยกตำแหน่งยกเกียรติยศทุกอย่างให้เธอครอบครองแท้จริงแล้ว... เธอไม่ได้ป่วย มนสิชาแค่ใช้ความสงสาร และคุณธรรมของเขาเป็นเกราะป้องกันความล้มเหลวในชีวิต ใช้เขาเป็นบ่อเงินบ่อทองเพื่อพยุงฐานะที่กำลังล้มละลายของครอบครัวตัวเองที่เลวร้ายที่สุด... คือกา

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 20 ความจริงที่ซ่อนอยู่

    แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟสำริดตั้งโต๊ะ สาดกระทบกองเอกสารธุรกิจที่วางตั้งสูงเกือบครึ่งเมตรบนโต๊ะทำงานไม้สักทองสายตาของพีรวิชญ์ กลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเลขผลกำไร หรือกราฟหุ้นเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขานั่งนิ่ง มือหนึ่งหมุนปากกาสเตนเลสไปมาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ หากแต่ดวงตาคู่ลึกกลับทอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมายความคิดในหัวมวนซ่านคล้ายพายุหมุนที่เริ่มตั้งเค้า ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ มีบางสิ่งบางอย่างผิดกลิ่นเกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ มันเป็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยกวนใจเขาอยู่ตลอดเวลา มันเป็นรอยร้าวลึก ที่เขาพยายามมองข้าม เพราะความเชื่อใจ แต่ยิ่งมองข้าม ก็ยิ่งสะกิดใจให้ระแวงทุกอย่างเริ่มต้นราวสองสัปดาห์ก่อน ในวันที่เขากลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติ พีรวิชญ์ตั้งใจเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อเยี่ยมดูอาการของมนสิชา ภรรยาตามกฎหมายที่แต่งงานกันมานานหลังจากที่คุณแม่บ้านรายงานด้วยสีหน้าวิตกกังวลว่า อาการป่วยของเธอกำเริบหนักจนนอนซมทั้งวันเขาก้าวขาขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและความห่วงใยเต็มเปี่ยม แต่แล้ววินาทีที่มือหนาผลักบานประตูไม้แกะสลักห้องนอนของเธอเข้าไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับตบหน้าเขาเข้าอย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 19 เรื่องลับ

    ภัทรวดีนั่งอยู่ตรงระเบียงห้องนอน มองแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านซุ้มไม้เลื้อยลงมากระทบพื้นหินอ่อนเป็นลายตารางหญิงสาวลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างเพลินมือ ลูกน้อยในครรภ์ดิ้นเบาๆ ราวกับรับรู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ช่วงนี้ภัทรวดีรู้สึกแปลกๆ กับบางอย่างที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้ มันเริ่มจากเรื่องเล็กๆ วันที่เธอเดินผ่านโถงทางเดินชั้นล่าง เพื่อไปห้องครัว เพราะอยากกินของเปรี้ยวๆ แบบที่คนท้องชอบระหว่างทางเธอเห็นประตูห้องนอนของมนสิชาเปิดแง้มไว้ เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบมอง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างบางในชุดนอนผ้าไหม กำลังยืนอยู่หน้ากระจก มนสิชากำลังยืดตัวขึ้นสุดแขนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้มลงแตะปลายเท้าติดพื้นได้สบายๆภัทรวดีชะงัก ‘คนที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จะก้มแตะปลายเท้าได้ขนาดนั้นเชียวหรือ’ เธอเคยเห็นแม่ของตัวเองนอนป่วยอยู่บนเตียงมาสองปีเต็มแม้แต่จะลุกขึ้นนั่งยังต้องใช้เวลาเป็นนาที กว่าจะหายใจครบถ้วน แต่ผู้หญิงคนนี้กลับยืนตัวตรง กระดูกสันหลังโค้งงอได้อย่างคนสุขภาพดีภัทรวดีสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป เธอบอกตัวเองว่า อาจจะคิดมากไปเอง ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีช่วงที่ดีขึ้นบ้างก็ได้ แต่แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status