LOGIN“โทษ...ทีค่ะ” มือเรียวยกขึ้นมาปิดใบหน้า ราวกับคนมีพิรุธ เพราะคนที่ชนฉันซุ่มซ่ามเดินชนนั้นคือ พี่มาคัส พระเจ้านี้คือพี่มาคัสตัวเป็นๆ ไม่อยากจะเชื่อ เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไม...ฉันไม่ทราบ ไม่มีใครบอกฉัน ดวงตาเรียวสวย สบตากับนัยน์ตาคมคู่ดุตรงหน้า เรนิสหายใจติดๆ ขัดๆ
!! อึก !! เรนิสยืนห่างหน้าหล่อๆของมาคัสไม่กี่คืบ ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาอันคุ้นตาโน้มเข้าใกล้ฉัน แต่กับเป็นฉันเองที่ก้าวขาออกมา ฉันเบนสายตาออกจากหน้าหล่อๆ ของเขา รู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ใกล้คนหล่ออันตรายอย่างเขา หัวใจดวงเล็กเต้นสั่นแรงอยางไม่เป็นจังหวะในรอบ 3 ปี
!! แป๊ก !!
“ฉัน...ขอโทษค่ะ” ที่สำคัญอย่าบอกนะว่าเขาจำฉันไม่ได้
ด้านมาคัส ทำไมผมรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาผู้หญิงคนนี้นัก เหมือนเราเคยเจอรู้จักกันมาก่อน มาคัสขมวดคิ้วด้วยสีหน้าสงสัย ทว่ากับนึกไม่ออก เพราะผมพึ่งกลับไทยมาได้ไม่นาน หลังจากที่ไปใช้ชีวิตเป็นหนุ่มนักเรียนนอก รู้สึกเบื่อที่โน้นเลยย้ายกลับมาเรียนที่ไทย
ทว่าขณะที่ร่างบางจะเดินผ่านหน้าเขาไปหันหลังให้ตนนั้น
!! เดี๋ยว...!! เสียงเข้มมาคัสที่ดังมาเช่นนั้น เรนิสถึงกับสะดุ้งเฮือก มือเรียวกำเข้าที่ชายกระโปรงของตนแน่น หรือเขาจำฉันได้
“คะ...ค่ะ”
“ยาดม เธอหล่นน่ะ” มาคัสไม่พูดเปล่า แต่ร่างสูงกับยื่นมือหยิบหลอดยาดมที่พื้น และยื่นมันให้กับเธอ เขารู้สึกคุ้นและถูกชะตากับสาวน้อยตาใสคนนี้มาก เหมือนว่าเราเคยเจอกัน รู้จักกันมาก่อน แต่กับนึกไม่ออก ดวงตาคมคู่ดุจับจ้องร่างบางเดินออกไปจนกระทั่งลับตา
“ที่สนใจ เพราะเด็กนี้น่ารัก งั้นเหรอ” ให้ตายสิ ปกติ เขาเคยสนใจสาวๆแบบนี้ที่ไหนกัน เธอคือผู้หญิงคนแรกที่ให้เขาจ้องหน้าของเธอเกิน 10 วิ มาคัสเดาะลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มจากนั้นก็เดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ
ด้านมาคัส หลังจากที่ผมมาร่วมตัวกับกลุ่มเพื่อนๆ ก่อนที่จะกลับกรุงเทพนั้น
“กูบอกมึงแล้ว กากอย่างไอ้ออฟโรเด็ก SN มันจะเอาอะไรมาสู้กูได้” มาคัสเอ่ยกับไทม์
!! เหอะ...!! ไทม์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยท่าทีพอใจสุดๆ เดิมพันครั้งนี้ รับทรัพย์รัวๆ มันถึงกับยิ้มหน้าบานเลย
“สุดยอดมาก มันต้องแบบนี้สิวะ สมแล้วที่เป็นเพื่อนกู” ก็แหงละ งานนี้ ไอ้ไทม์มันรับเต็มๆ
“ไม ไม่อยู่กับกูต่อละวะ” ไทม์หันมาถามมาคัส
“คืนนี้กูมีงานวะ อดไปสนุกต่อกับพวกมึง” ผมบอกกับไอ้ไทม์ ไอ้นานิ เพื่อนสนิทอีกคนไอ้ไทม์มัน
สองหนุ่มเดินไปยังรถ เพื่อจะแยกย้ายกันกลับ ทว่าในจังหวะนั้นมาคัส สายตากับสะดุดเข้ากับร่างบางที่เดินมาทางพวกผมและพอจะผ่านเธอกับเดินก้มหน้า ใช่ครับ เธอคือคนเดียวกับคนที่เดินชนผมก่อนหน้านี้
ทว่าขณะที่สายตาสะดุดเข้ากับร่างบางอันคุ้นตาที่ดูเหมือนจะหลบหน้าผมนั้น
“เรย์...เรนิส” เสียงไทม์ดังขึ้น ทำเอาเรนิส ที่ถูกไทม์เรียกชื่อ ร่างบางสะดุ้งเฮือก ให้ตายสิจะหลบยังไง ในเมื่อพี่ไทม์เห็นฉันแล้ว ไม่อยากเจอพี่มาคัสตอนนี้ ไม่พร้อมมากๆ ฮือ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว และที่หนักไปกว่านั้น พี่ไทม์เขามากับพี่มาคัส
“เร นิส...” มาคัสหลุดเสียงครางในลำคอ นี้อย่าบอกนะ ว่าคนที่เดินชนผมเมื่อครู่...คือยัยเด็กตัวอ้วนแก้มย้วยเมื่อหลายปีก่อน มาคัสสบตากับคนตรงหน้า ที่เธอหลบตาเขา
‘เชี่ย...’ มาคัส เจอเรนิสในรอบ 3 ปี ก่อนหน้านี้เจอแล้วครับ แต่จำไมได้ มาคัสแทบจะสบถคำว่าเชี่ยออกมา สายตาคมสำรวจร่างบางที่ก้มหน้าให้ไทม์กับผม
‘ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ ผมไม่กลับไทย 3 ปี ยัยเด็กนี้โตเป็นสาวสวย เต็มตัว สวยสะพรั่งมาแต่ไกล ไปทำอะไรมา สวยสะดุดตาผม...ชิบหาย...เรนิส ดูสวยเป็นสาวแก่แดดเกินวัย’ สวยขึ้นผิดหูผิดตา สายตาคมเข้มจับจ้องมายังร่างบางที่ยืนก้มหน้าให้ผม
“เรนิส นี้อย่าบอกนะ ว่ามาดูเขาแข่งรถ น้านิว น้าริก รู้เปล่า” เสียงนิ่งปนดุของไทม์ถามน้อง ทำเอามาคัส ถึงกับเหลือบมองหน้าไทม์ สลับกับยัยเด็กแก้มแดง ให้ตายสิวินาทีที่เธอหันมา สบตากับเขา ร่างบางหุ่นพริ้วเอวคอด เสื้อเกาะอกกระโปรงยีนส์สั้นโชว์ขาเรียวสวยนี้ มันน่าจับถอดเปลี่ยนเสียใหม่ เขามองยังไงชุดเกาะอกที่เธอใส่ นี้ก็ไม่เหมาะกับเด็ก 18 อย่างเธอแน่นอน
ร่างบางผิวขาวใสเนียนละเอียดตัดกับสีชุดของเธอ มันทั้งรัดทั้งสั้นมาก ไอ้สวยมันก็สวยอยู่หรอก แต่จะสวยเซ็กซี่แค่ไหน พอยัยเด็กแก้มแดงใส่ ดูแก่แดดซะงั้น
‘หึ...ไม่ว่าจะกี่ปี เรนิสก็ยังเป็นเด็กแก่แดด ในสายตาเขาเหมือนเดิม ผมคงเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้’
“เรย์ บอกแด๊ดดี้แล้วค่ะ แต่แด๊ดดี้ยังไม่อ่านไลน์ค่ะ” เรนิสเอ่ยเสียงหวาน ด้วยสีหน้าสำนึกผิด ทำไมฉันต้องมาเจอพี่ไทม์ที่นี่ด้วยซวยซะมัด แต่นั้นก็ทั้งตื่นเต้นดีใจ กลัว ไม่กล้าสู้หน้าที่เจอพี่มาคัส
“มายังไง” ไทม์ถาม
“เรย์ มากับเพื่อนค่ะ”
“มากับเพื่อน”
ด้านไทม์ผมพอจะเดาออก เรนิสคงยังไม่บอกน้าริกน้านินิวอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด
“อ่า...หนีเที่ยว” มาคัสหลุดเสียงออกมาแค่นั้น
“ไม่ใช่นะคะ เรย์ไม่ได้หนีเที่ยว” เรนิสเอ่ยแก้ตัว ร้อนๆหนาวๆ ยังไงไม่รู้
ด้านไทม์ ผมเห็นเรนิส เดินตามหลังเพื่อนเธอ นี้อย่าบอกนะ ว่ามากับกลุ่มพวกไอ้นักรบ ไอ้จิม ปล่อยเรนิสไปกับพวกนั้นมันดูอันตรายเกินไป ในเมื่อเจอแล้วผมไม่ยอมให้น้องกับคนพวกนั้นหรอก เรนิสเธอเป็นลูกเพื่อนสนิทคุณพ่อคุณแม่ผมครอบครัวเราสนิทกันมาก เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องไอ้ฟรอสต์ เรนิสเสมือนน้องสาวอีกคนของผม
“ไอ้ฟรอสต์ รู้ยัง” ไทม์ถาม
“พี่ฟรอสต์ เรย์ไม่ได้บอกค่ะ พี่ไทม์อย่าบอกพี่ฟรอสต์เลยนะคะ เรย์จะกลับแล้ว” เรนิสไม่พูดเปล่า แต่กับทำเสียงอ้อนใส่พี่ไทม์ ฉันเหลือบมองคนหน้านิ่งขรึมที่ยืนนิ่งตรงหน้าฉัน
“ก็ได้ พี่จะไม่บอกไอ้ฟรอสต์ และน้าริก แต่เรย์ต้องกลับกรุงเทพกับพี่” ไทม์บอกกับน้อง
“ห๊ะ...แต่เรย์มากับเพื่อนนะคะ พี่ไทม์” ด้านไทม์ ผมรู้นิสัยเรนิสดี เพราะที่บ้านเราสนิทกันมากเรนิสมักจะไปค้างที่บ้านผมกับยัยไนท์ และน้องสาวไอ้ภีมบ่อยๆ ทว่าขณะที่ไทม์ยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาจะโทรหาฟรอสต์นั้น
“ไอ้ฟรอสต์ เรนิส น้องมึง...” ไทม์พูดยังไม่ทันจบ กับถูกเรนิสแย่งมือถือไป
“ก็ได้ค่ะ เรย์กลับกับพี่ไทม์ แต่ขอเรย์บอกเพื่อนก่อนนะ”
“ที่พี่เตือนเรา เพราะพี่เป็นห่วง ไม่ไว้ใจคนพวกนั้นหรอกครับ เราเองก็เป็นน้องสาวพี่” เรนิสเมื่อไทม์ เอ่ยมาเช่นนั้น พี่ไทม์อุตส่าห์มีน้ำใจ ถ้าไม่กลับพร้อมพี่ไทม์เรื่องนี้คงถึงหูพี่ฟรอสต์และแด๊ดดี้แน่ ไม่เอาด้วยหรอก พี่ไทม์คนจริง พูดจริงทำจริง ชอบเข้มงวดกับน้องๆ
“ก็ได้ค่ะ” เรนิสเอ่ยไม่เต็มเสียง แต่ยอมกลับกับไทม์
ฝากกดไลท์ คอมเม้นต์ให้คิมด้วยน๊าาา ขอบคุณค่ะ
~ 5 ปีต่อมา ~ด้านเรนิสหลังจากที่ฉันตกลงปลงใจแต่งงานกับผู้ชายที่ฉันรักหนึ่งในใจฉันตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งตอนนี้พี่มาคัสก็ยังคงเป็นที่ 1 ในใจของฉัน เขารองจากป๊ะป๋าเลยหลังจากนั้นไม่นานนักก็ตั้งท้อง และได้ให้กำเนิดน้องแม็กซ์เวลลูกชายสุดรักของฉัน ที่ตอนนี้อายุได้ 4 ขวบแล้ว ส่วนลูกสาวพอแม็กซ์เวลได้ขวบเศษๆ ฉันได้ให้กำเนิดน้องมิลล่า ที่ตอนนี้ฉันและพี่มาคัสเรามีโซ่ทองคล้องใจถึงสองคน หน้าตาน่ารักน่าชังเข้ามาเติมเต็ม ให้ครอบครัวของเรามีสีสันบันเทิงมากขึ้นลูกชายที่หน้าตาถอดแบบมาจากฉันมากกว่าพี่มาคัส ส่วนลูกสาวน้องมิลล่า หน้าถอดแบบมาจากพี่มาคัส มากกว่าฉัน งานนี้ไม่มีใครน้อยอกน้อยใจนะคะ ถือว่าเราเสมอกันลูกชายหน้าเหมือนแม่ได้ค่ะ แต่นิสัยอย่าเหมือนพ่อนะคะคุณแม่ขอร้อง ฉันมักพูดคำนี้กับลูกๆเสมอและวันนี้ก็เป็นช่วงที่ลูกชายคนโตน้องแม็กซ์เวลปิดเทอม ฉันและพี่มาคัสมีแพลนพาครอบครัวของเราไปตะลุยหิมะที่ญี่ปุ่น เราแพลนกันไว้ตั้งแต่ช่วงกลางปี และช่วงนี้เป็นช่วงปลายปี เหมาะกับพาลูกๆและสามีสุดที่รักไปพักผ่อนทว่าขณะที่ฉันเก็บกระเป๋าให้สองหนุ่มเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ที่เหลือก็ของสองสาว น้องมิลล่าและคุณแม่คนสว
งานแต่งฉันและพี่มาคัสถูกจัดขึ้นที่บ้านของฉันเอง ซึ่งเราจัดกันในสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวและดอกไม้สีขาวนานาชนิด ประดับประดาภายในสวนหย่อมอันร่มรื่น ที่เราเลือกจัดที่บ้านเนื่องจากฉันชอบธรรมชาติมากกว่าบรรยากาศในโรงแรม และร้านอาหาร ยอมรับว่าออแกไนซ์เนรมิตรให้สวนหย่อมที่บ้าน จัดออกมาได้สวยงาม ราวกับว่าตอนนี้ฉันจัดงานที่เขาใหญ่ฟีลนั้นเลยใบหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ฉันที่รอเวลานี้มานานแสนนาน ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เรนิสในชุดเจ้าสาวบนศีรษะสวมทับด้วยเฟอร์สีขาว มือเรียวถือช่อดอกไม้ เดินเคียงคู่มากับเจ้าบ่าวในชุดสูททักซิโด้สีขาวปกสีดำ วันนี้ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่มีความสุข ทว่าคนในครอบครัว คนรอบข้างของฉันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเช่นกันฉันเดินเคียงคู่มากับเจ้าบ่าวทางเดินสองข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้ และเพื่อนสนิทของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ฉันเดินมาจนกระทั่งถึงทางข้างหน้า จนกระทั่งถึงช่วงเวลาสำคัญที่สาวโสดทั้งหลายกำลังรอคอย“โยนเลย โยนเลย” เสียงโห่แซวจากกลุ่มเพื่อนๆของฉัน โดยเฉพาะยัยมาเบลที่ยืนรอรับช่อดอกไม้จากฉัน แต่โชคจะเข้าข้างนางไหม อันนี้ต้องลุ้น“1 2 3” ฉันสบตากับเจ้าบ่าว
~ สัปดาห์ต่อมา ~ ด้านเรนิสหลังจากที่ฉันถูกว่าที่สามีอย่างพี่มาคัสเซอร์ไพรส์ ขอแต่งงานในวันรับปริญญา ขณะที่ฉันไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจเป็นเจ้าสาว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันกะทันหันมาก โดยคนในครอบครัวฉัน ทั้งป๊ะป๋า คุณแม่ คุณย่า ทุกคนเห็นดีเห็นงามกับพี่มาคัสไปหมด พี่มาคัสเข้าออกบ้านฉัน ขยันสรรหายาบำรุงมาให้คุณย่า จนตอนนี้เขากลายเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า แซงหน้าฉันกับพี่ฟรอสต์ไปเสียแล้วและวันนี้ก็เป็นอีกวัน ร่างบางในชุดเดรสสีขาวเกาะอกสั้นเหนือเข่าเพียงไม่กี่คืบ ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางแบรนด์ยี่ห้อดัง จากช่างแต่งหน้าคิวทอง เนรมิตรให้ใบหน้าสวยหวาน แปรเปลี่ยนเป็นหวานซ่อนเปรี้ยวเซ็กซี่ดูมีมิติ น่าค้นหาเนื่องจากวันนี้เป็นงานปาร์ตี้สละโสดของฉัน และสถานที่จัดงานครั้งนี้ ฉันเลือกเป็นผับของว่าที่สามีของฉันนั้นเอง และไม่ใช่แค่งานปาร์ตี้สละโสดอย่างเดียวนะ แต่รวมถึงงานฉลองรับปริญญาย้อนหลังของฉันด้วย“งานนี้ไม่ใหญ่แน่นะวิ” ยัยมาเบล แดนซ์สบัดไม่ห่วงสวยถาม ขณะที่เพื่อนๆร่วมคณะหลายร้อยชีวิต กำลังจะสนุกสนานกับงานปาร์ตี้ของฉัน“แค่นี้ไม่ใหญ่หรอกมึง ถ้าใหญ่แขกต้องนับพันสิ นี้แค่ 200 กว่าๆ จิ๊บๆเอ
“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย” ฉันมองไปบริเวณโดยรอบๆ ไม่เพียงแค่พี่มาคัสแต่มีพี่หมอภีม พี่ไทม์ พี่ไนท์ ยัยมาเบล เควิน และเพื่อนสนิทของฉันอีกหลายคนที่ยืนล้อมวง ให้กำลังใจคนที่นั่งคุกเข่าในมือมีกล่องแหวนเพชรที่พร้อมสวมให้กับฉัน“แต่งเลย แต่งเลย” เรนิสระบายยิ้ม พร้อมกับหลั่งน้ำตาไหลอย่างกลั้นไม่อยู่ ฉันเหลือบมองไปยังป๊ะป๋าและคุณแม่ แม่ฉันถึงกับยิ้มไม่หุบ“ค่ะ เรย์จะแต่งงานกับพี่มาคัส” จากนั้นมือหนาก็บรรจงสวมแหวนให้กับฉัน ท่ามกลางรอยยิ้มของคนในครอบครัว พี่ๆน้องๆผองเพื่อนคนสนิท“ไหนบอกไปต่างประเทศไงคะ”“หลอกเด็กแถวนี้ ให้ตายใจไปงั้นแหละ” จากนั้นพี่มาคัสก็ดึงฉันเข้าไปสวมกอด ฉันเองก็ไม่คิดปฏิเสธ“ขอบคุณที่รักเรย์นะคะ” ฉันหันไปยิ้มหวานให้กับพี่มาคัส ภาพที่เขาขอฉันแต่งงานไม่เคยมีในหัว แต่ตอนนี้กับเป็นไปแล้ว เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าเริ่มสงบลง“คุยกันหน่อยไหม” เสียงเข้มที่ดังมาจากด้านหลังมาคัสถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อว่าที่พ่อตาขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัว“เอาแล้วสิ...” เรนิสเอ่ยกับมาคัส“ได้ครับ คุณพ่อ...” เอ่ยจบ มาคัสก็เดินตามริกออกไป“สู้ๆ นะลูกเขยของแม่” นินิวที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของว่าที่ลูกเขย ได้แต่ปลอ
หลายเดือนต่อมา ร่างบางในชุดนักศึกษาสวมทับด้วยชุดครุยประจำคณะ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่ฉันเรียนจบอย่างเป็นทางการ และเข้ารับปริญญาบัตร โดยมีครอบครัวของฉัน ป๊ะป๋า คุณแม่ คุณย่า และก็ครอบครัวของพี่ฟรอสต์ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตป้ายแดงเรนิสนอกจากฉันจะจบภายใน 3 ปีครึ่งแล้ว ยังสามารถคว้าเกียรตินิยมมาเป็นของขวัญให้กับป๊ะป๋าและคุณแม่ด้วยความภาคภูมิใจ“ยินดีด้วยนะ ยัยตัวแสบ” พอฉันออกจากห้องประชุมมาทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา“ขอบคุณพี่ฟรอสต์มากนะคะ พี่ชายสุดที่รักของเรย์”“เก่งมากยัยตัวแสบ เก่งกว่าพี่มันอีก” พี่ฟรอสต์ถึงกับยกนิ้วพร้อมกับยื่นช่อเงินช่อหนักๆให้อีก ส่วนพี่ปาลินนั้นไม่ได้มาพี่ฟรอสต์เลยต้องมาคนเดียว“ว้าว...ขอบคุณมากค่ะ” ใบหน้าสวยของเรนิสฉีกยิ้มหวานด้วยความพอใจสุดๆ“ส่วนช่อนี้ ไม่ใช่ของพี่หรอกนะครับ” ฟรอสต์ยื่นช่อดอกไม้ที่เต็มไปด้วยธนบัตรสีเทาหลายสิบใบให้กับเรนิส“ของใครคะ...” เรนิสเหลือบมองซ้ายขวา ทว่ากับไร้เงาของเขา“นี้อย่าบอกนะว่าของ”“ไอ้มาคัส มันบินไปดูงานที่เกาหลีนะ เห็นไอ้ไทม์บอกงานด่วน” รอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ถึงกับจางหายไป“นี้เรย์คิดว่าเขาพูดเล่น เขาไม่มาจริงเห
“หึ...อ่าส์” เรนิสหลุดปากด้วยความเสียวปนทรมานด้านมาคัสเองก็รู้สึกไม่ต่าง คนตัวโตเคลื่อนอาวุธหนักประจำกายเสียดสีเข้าๆ ออกๆ ไปตามจังหวะอารมณ์!! ฟู่...อ่าส์ เสียว ซี๊ด !! มาคัสกัดปากด้วยความเสียวทรมาน โดยเฉพาะส่วนหัวเห็ด ถึงขนาดของเขาจะใหญ่เกินมาตรฐานชายไทย แต่กับเรนิสใหญ่แค่ไหนของผมก็ยังเล็กกว่าร่องฟิตๆแน่นๆ ของเธออยู่ดี“ซี๊ด...แน่นมาก ยัยตัวแสบของพี่”!! ผับ ผับ !!“แน่น แล้วรักไหมคะ” เธอถามเขาเสียงอ่อย“อ่าส์...นี้เมา ใช่ไหมครับ” ปกติ ถ้าไม่เมา ใช่ว่า เรนิสเธอจะกล้าถามผมแบบนี้ วันนั้นยังเอาแต่ไล่ผมอยู่เลย พอถูกยัยเด็กแสบถามเช่นนี้ มึนชิบหาย ชักไม่แน่ใจแล้วสิ นี้เรนิสเมาหรือผมกันที่เมา แต่วันนี้ผมดื่มไม่เยอะนะครับ ไม่น่าจะเมานะ“รักสิ ไม่รักเธอ จะให้รักหมารักแมวที่ไหน อ่าส์..ซี๊ด” ยิ่งตอกเข้าหนักๆ ร่องเสียวสยิวของเรนิสกับยิ่งรัดผมแน่น ปวดแน่นไปทั้งแท่ง“รัก เรย์คนเดียว ได้ปะ...” ร่างบางถาม ขณะที่คนพี่ดันแท่งร้อนเข้าใส่อย่างหนักหน่วง“รักมาตั้งนานแล้ว ยังไม่รู้อีกเหรอ”“ไม่...” เรนิสส่ายหัว ขณะที่ริมฝีปากของเธอกัดด้วยความเสียวซ่านทรมาน มือเรียวลูบไล้บริเวณหน้าอกของคนตัวโต จากนั้นก็ใช







