LOGIN“ผมกับไอ้แคสเปอร์จะคุ้มกันให้นายไปถึงที่นั่นครับ”ซึ่งครั้งนี้สองบอดี้การ์ดที่ติดตามอัชเชอร์มาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยก็ไม่คิดจะแย้งหรือมีความคิดต่าง ก่อนลูอิสจะเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองกับเพื่อนสนิทต้องทำ..นั้นก็คือการปกป้องชีวิตผู้เป็นนายเหนือหัวด้วยชีวิตของตัวเองอย่างไม่ลังเล
ขวับบบบ!!! “=*=คิดว่ากูอ่อนแอจนต้องให้พวกมึงมาคุ้มกะลาหัว?”แต่แล้วคำพูดพร้อมสละชีวิตของทั้งสองกลับทำอัชเชอร์รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก ใบหน้าหล่อเหลาดุดันไม่ต่างจากซาตานขุมนรก..พร้อมกับตวัดสายตาดุร้ายไปพูดกับบอดี้การ์ดสองคนสนิทที่ผ่านสนามชีวิตด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่พวกมันยังจะเสนอหน้ามาปกป้องชีวิตของเขาอีก!..เห็นเขาอ่อนแอขนาดนั้นเลยรึไงวะ! จากที่ต้องการจะจัดการศัตรูไปลงนรกให้สิ้นซาก..เวลานี้อัชเชอร์นึกอยากจะกระทืบบอดี้การ์ดของตัวเองเพื่อดึงสติสักทีสองที แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้...เพราะต้องจดจ่อกับสถานการณ์ปัจจุบันก่อนเป็นอันดับแรก “มันคือหน้าที่ของพวกเราครับที่ต้องคุ้มครองนาย..และที่สำคัญพวกเราก็พร้อมที่จะเสียสละชีวิตเพื่อให้นายปลอดภัยครับ”ไม่ใช่ไม่รู้ว่าผู้เป็นนายไม่ชอบการปกป้องคุ้มครอง..หรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้รู้สึกเสมือนตัวเองอ่อนแอ แต่ในเมื่อสถานการณ์มันวิกฤตจนแทบจะหาทางรอดไม่เจอแบบนี้..มันจึงทำให้แคสเปอร์มีความคิดเห็นตรงกับเพื่อนสนิท แล้วหันไปพูดกับผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น..บ่งบอกว่าเขานั้นพร้อมที่จะสละชีวิตตัวเองเพื่อให้ผู้เป็นนายปลอดภัยรอดออกไปจากที่แห่งนี้อย่างมีชีวิต! “คุ้มครองชีวิตตัวเองให้ดีเถอะสัส! รอฟังสัญญาณ!..เราจะฝ่าพวกมันออกไปยังแม่น้ำที่ไอ้ลูอิสพูด”อัชเชอร์ขมวดคิ้วมองบอดี้การ์ดทั้งสองสลับกันไปมา..ก่อนจะกรอกตามองบน แล้วตัดสินใจที่จะจบบทสนทนาทุกอย่างลงที่ตัวเอง แล้วพาทั้งสองบอดี้การ์ดพุ่งความสนใจทั้งหมดไปยังแผนการ..ที่จะฝ่าวงล้อมศัตรูออกไปยังแม่น้ำที่ว่า! “รับทราบครับนาย!!/รับทราบครับนาย!!” “จำไว้!..รักษาชีวิตตัวเองให้ดี..ไม่งั้นโบนัสของพวกมึงจะเป็นศูนย์ทั้งหมด!”อัชเชอร์เช็คมัจจุราชคู่กายอีกครั้ง..พร้อมกับหยิบยกเอาสิ่งที่ลูอิสกับแคสเปอร์กลัวที่สุดขึ้นมาขู่ “โธ่นายยย~~”ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด..เมื่อพวกมันทั้งสองกลับมาเป็นคนบ้าเงินโบนัสตามเดิม พร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวนจนเขาทนไม่ไหวที่จะตวัดปลายเท้าไปสะกิดมันคนละที จากนั้นก็กลับไปประเมินสถานการณ์และหาโอกาสที่จะออกไปจากที่ซ่อนต่อ “ผมจะยิงเปิดทางให้ครับ”อูลิสเอ่ยขึ้นหลังประเมินจากสถานการณ์แล้ว..ต้องมีหนึ่งคนคอยอยู่ยิงเปิดทาง เพื่อทำให้พวกคนฝั่งนั้นเบี่ยงเบนความสนใจให้ได้นานที่สุด “ไม่ต้องสะเออะอยากจะเป็นพระเอกให้กูซึ้งหรอกไอ้พวกสัส!..คนที่จะยิงเบียงเบนความสนใจคือกูเอง”เป็นอีกครั้งที่อัชเชอร์หงุดหงิดกับความคิดเห็นของบอดี้การ์ดของตัวเอง ลมหายใจถูกพ่นออกมาเฮือกใหม่..พร้อมกับที่เสียงเข้มทรงอำนาจจะเป็นคนจัดสรรหน้าที่ของแต่ละคนอย่างรวบรัด! ขวับบบบ!!!/ขวับบบบ!!! “0.0นาย!!!/0.0นาย!!!”สิ่งที่ผู้เป็นนายพูดออกมาทำเอาลูอิสกับแคสเปอร์ถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ก่อนจะพร้อมใจกันเรียกผู้เป็นนายเสียงหลง..เพราะสิ่งที่นายเลือกทำคือการเอาตัวเองไปรับกระสุนเพื่อให้บอดี้การ์ดอย่างพวกเขาหนีออกไปก่อน คำพูดที่สวนทางกับการกระทำทุกอย่าง..ทำเอาบอดี้การ์ดทั้งสองที่ติดตามผู้เป็นนายมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยถึงกับเนื้อตัวสั่นเทา นั่นเพราะผู้เป็นนายไม่เคยคิดมองพวกเขาเป็นเพียงบอดี้การ์ดหรือตัวตายตัวแทน ดั่งคำพูดที่เคยให้ไว้ตั้งแต่เจอกันในครั้งแรก ว่าผู้เป็นนั้น..นายมองพวกเขาเสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน..! ‘_-_พวกนายเป็นน้อง..จำไว้ละ..!’ ‘^.^งับ!/^.^งับ!’ “ทำตามที่กูบอก..แล้วไปเจอกันที่แม่น้ำซะ!” “คะ..ครับ/ครับ!” ………………………………………………….. 😊 เป็นการเปิดเรื่องที่พระเอกเราสะบักสะบอมมากค่ะ คงไม่ตายนะ55++🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀 [จับฉลากได้เปิดเรื่องพี่ อัชเชอร์ ของเรานั้นเองคร้าาา ]“เฌอคงไม่โง่ฆ่าคุณอัชเชอร์ต่อหน้าลูกน้องนับร้อยหรอกค่ะ”ซึ่งเฌอแตมก็ยังคงยืนยันคำพูดเดิม…พร้อมกับดันปืนที่ไม่มีลูกส่งคืนให้คนตรงหน้า พร้อมกับอธิบายกับเขาอย่างตรงไปตรงมา..เพราะถ้าหากเธอบ้าจี้ทำมันจริงๆขึ้นมา ไม่แคล้วที่ชีวิตของเธอก็คงจะหายลับไปกับเขาด้วย นั่นเพราะบอดี้การ์ดชุดดำนับร้อยพวกนั้น..คงไม่ปล่อยให้เธอกรีดกรายเดินออกไปจากโกดังแห่งนี้อย่างแน่นอน“หึ..ตอนอยู่บนเตียง..ปากดีให้ได้ครึ่งของตอนนี้ก็คงจะดี”คำตอบที่แสนอวดดีนั่นเรียกเสียงแค่นหัวเราะภายในลำคอหนาให้ดังขึ้นเบาๆ ทำเอาคนเก่งเริ่มอกสั่นขวัญแขวน ซึ่งแน่นอนว่าอัชเชอร์ย่อมไม่ปล่อยให้กระต่ายตื่นตูมได้ตั้งตัว..ปลายกระบอกปืนในมือจัดการช้อนปลายคางบุ๋มขึ้นมาเผชิญหน้า ก่อนน้ำเสียงทุ้มแหบพล่าจะลั่นวาจาร้ายกาจออกมา..โดยไม่สนใจว่าบอดี้การ์ดที่อยู่เป็นสักขีพยานจะได้ยินบทสนทนานี้ด้วย“0////0!..คุณอัชเชอร์!”ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว สายตาที่ฉายชัดถึงความต้องการนั้นกำลังแผดเผาร่างกายเธอให้กลายเป็นเถ้าธุลี เฌอแตมพยายามข่มความอับอายเอาไว้แล้วกัดฟันเรียกชื่อเขาอย่างขึงขัง..เพราะการที่เขาพูดบ้าๆแบบนี้ออกมามันกำลังทำให้คนอื่นๆเข้
“นายครับ..”เพียงเธอและเขาก้าวเท้าเข้ามาภายในโกดังขนาดใหญ่..เสียงทักทายของบอดี้การ์ดคนสนิทของเขาก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องละสายตาจากสินค้ามากมายที่ตั้งตระหง่านเรียบเป็นตับอยู่เต็มโกดัง..ที่เขาบอกเธอว่าแค่ชั่วคราวเท่านั้น ก่อนเธอจะกระพริบตาปริบๆหรี่ตามองบอดี้การ์ดคนที่ขับรถไปส่งเธอที่ห้างสรรพสินค้า และหายหน้าหายตาเข้ากลีบเมฆ..ปล่อยให้เธอถูกเจ้านายอำมหิตของเขารังแกจนเกือบชั่วโมง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกว่ายืนอวยชัยให้เขาอยู่ภายในใจเท่านั้น“สินค้าล็อตนี้มีปัญหารึเปล่า”เฌอแตมอดที่จะเป๊ะปากส่งให้แคสเปอร์ไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำแสบๆของเธอย่อมไม่อาจเล็ดลอดผ่านสายตาเฉียบแหลมของอัชเชอร์ไปได้ ฝ่ามือหนาเพิ่มน้ำหนักบีบข้อมือเล็กเป็นการปราม..ก่อนจะหันไปเอ่ยถามสินค้าภายในโกดังกับแคสเปอร์ต่อ“ไม่ครับนาย..ทุกอย่างเรียบร้อยพร้อมส่งต่อในคืนนี้”ไม่ต่างจากบอดี้การ์ดคนสนิทที่จำต้องเก็บงำความสงสัย เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อกับเด็กสาวที่เปลี่ยนไปแทบจะหน้ามือเป็นหลังตีนชั่วคราว ก่อนจะกลับเข้าสู่เรื่องหลัก…เอ่ยรายงานผลการตรวจเช็คสินค้าล็อตนี้ให้กับผู้เป็นนายทราบ“เอามาให้กู..”แต่มีหรือที่อัชเชอร์จะยอมเชื่อง่ายๆหาก
พรึบพรับ!!!“0/////0!…เฌอ..”ไม่ต่างจากเฌอแตมที่พึ่งจะได้สติ..และรู้ตัวว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับเขานั้นมันอันตรายมากแต่ไหน ไม่ต้องรอให้คนข้างนอกเข้ามาเป็นสักขีพยานความน่าอายเพิ่ม..เฌอแตมก็ไม่รอช้าที่จะขยับตัวออกห่างพลางละล่ำละลักกลบเกลื่อนอาการที่เป็นอยู่หมับบบบบ!!! “ทำต่อให้เสร็จสิ..”แต่ยังไม่ทันได้ชักแม่น้ำทั้งห้าสายมาแก้ต่างให้ตัวเองไร้มลทิน..เธอก็ถูกซาตานจอมเจ้าเล่ห์ดึงตัวกลับ พร้อมกับคำพูดกำกวมที่มันสามารถทำให้คนที่ได้ยินเข้าใจผิดได้โดยง่าย และในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเธอก็บังเอิญได้เห็นสายตาแพรวพราวดังราชสีห์ร้าย..บ่งบอกว่าเขานั้นสนุกสนานกับการกลั่นแกล้งเธอมากแค่ไหนซ่าาาาาา!!!“0////0..คะ..คุณอัชเชอร์พูดเรื่องอะไรคะ!!”ใบหน้าหวานถึงคราวต้องร้อนผะผ่าวเป็นเตาผิง ดวงตากลมโตเกิดอาการเลิ่กลั่ก..พลางพูดตะกุกตะกักโวยวายคนน่าไม่อายยกใหญ่“ก็ตรวจต่อให้เสร็จสิ..คิดบ้าอะไรของเธอ!”แต่แล้วก็ต้องรู้สึกเสมือนหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เมื่อคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าไหวไหล่กว้าง..พร้อมกับขยายคำพูดก่อนหน้าให้มันครบถ้วนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่พอรอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏขึ้นมานั้นก็หมายถึงชัยชนะ..ที่เธอไม่มี
แม้สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกตินานแล้ว..แต่อาการแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นก็ยังคงฝังลึกอยู่ในความรู้สึกของเธอ และมีแต่จะเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ..จนเธอถึงกับเป็นกังวลว่ามันจะเป็นอันตรายต่อเธอในอนาคตอันใกล้นี้ ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อขบเม้มจนกลายเป็นเส้นตรง พยายามข่มอาการวุ่นวายทั้งหมดนี้เอาไว้..รวมไปถึงจังหวะหัวใจดวงเล็ก ที่กระหน่ำเต้นรัวแรงจนกลัวว่าคนข้างๆจะพลอยได้ยินมันเข้าไปด้วย“เอ่อ..คือว่า..”เพราะฉะนั้นแล้วเธอจึงเลือกตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่าง..เพียงเพื่อต้องการทำลายความเงียบที่ตลบอบอวลภายในห้องโดยสารนี้ลง ฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างพลันชื้นแฉะเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ..บ่งบอกว่าเธอนั้นกำลังประหม่าที่จะเผชิญหน้ากับคนข้างๆมากแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นแล้วเธอก็รวบรวมความกล้าหาญที่มีทั้งหมด..ค่อยๆหันไปเปิดบทสนทนากับคนข้างๆด้วยสภาวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นกระส่ำ เพราะเขาในตอนนี้ช่างมีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกที่วุ่นวายของเธอเสียเหลือเกิน!“มีอะไรติดอยู่ที่หน้าของฉัน?”แต่แล้วก็ต้องรีบดึงสายตาหลบสายตามีอำนาจพลังอำนาจคู่นั้นอย่างรีบร้อน เมื่อถูกคนที่คิดว่ากำลังยุ่งอยู่กับรายงานในโทรศัพท์..หันขวับมาเลิก
“=*=”บรืนนนนน~~~ บรืนนนนน~~~ปังงงงงงงงงงง!!!แต่แล้วการพักผ่อนที่แสนจะหาได้ยากของเฌอแตมก็มีอันต้องพังลง เมื่อมีเสียงคล้ายกับวัตถุของแข็งกระแทกเข้ากับตัวรถอย่างจัง!..ปลุกเธอให้ตื่นจากห้วงนิทรา!เฮือกกกกก!!!“0.0!…อะ..อะไร!..เกิดอะไรขึ้น!”เฌอแตมเสมือนถูกกระชากขึ้นเหนือน้ำในช่วงสุดท้ายของชีวิต! ดวงตากลมโตทั้งสองข้างเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน..พลางตะกุกตะกักพูดแทบไม่เป็นภาษามนุษย์ เมื่อสติสัมปชัญญะของเธอได้กระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง..และคงยากที่จะตามกลับเข้าร่างในตอนนี้!หมับบบบบ!!! พรึบบบบบ!!!แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ผงกศีรษะขึ้นมองหาความผิดปกตินั้น เจ้าของต้นแขนล่ำที่เธอใช้หนุนแทนหมอรั้งศีรษะทุยของเธอให้มุดลงบนแผงอกแกร่ง สัมผัสที่ยังคงวางอยู่บนศีรษะ..ช่างอ่อนโยนจนความตกใจของเธอค่อยๆสงบลง แต่ก็ยังคงมีความกลัวหลงเหลืออยู่เมื่อความเร็วของรถค่อยๆไต่ระดับขึ้นบรืนนนนน~~~ บรืนนนนน~~~“นิ่งไว้..”เป็นครั้งแรกที่อัชเชอร์ใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำปลอบประโลมร่างเล็กที่กำลังสั่นเทาอย่างหนัก ความใจเย็นที่แสดงออกมาช่างตรงข้ามกับตัวตนที่ได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล..หลังถูกเห็บหมัดลอบกัดไม่รู้จักเวล่ำเวลา แม้ตอนนี้อ
อัชเชอร์พึ่งค้นพบในวันนี้ว่าการกินข้าวในสนามบินของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่แย่อะไรเลย ออกจะปลอดภัยจากศัตรูในเงามืดเสียด้วยซ้ำ..นั่นเพราะว่ามันอยู่ในพื้นที่ของเขา และแน่นอนว่าพวกมันคงไม่โง่ที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยงในที่ๆของเขาอย่างแน่นอน ‘เพราะถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงเขาคงไม่ปล่อยให้มันมีชีวิตรอดกลับไป!..แม้กระทั่งร่างกายที่ไร้วิญญาณของมัน!’“เราจะกลับเพ้นท์เฮ้าส์เลยไหมครับนาย?”และในขณะเดียวกันนั้นเอง..คำถามจากบอดี้การ์ดคนสนิทที่ดังขึ้นก็ดึงอัชเชอร์ให้กลับมาจดจ่ออยู่ปัจจุบัน ที่เขาและยัยเด็กขี้เหร่ได้เดินมาถึงขบวนรถหรูที่จอดเทียบฟุตบาทรออย่างเป็นระเบียบ..โดยมีบอดี้การ์ดส่วนหนึ่งคอยคุ้มกันความปลอดภัยตามหน้าที่ แม้มันจะเป็นภาพที่วุ่นวายแต่ชีวิตที่ไม่ได้เรียบง่ายอย่างคนปกติทั่วไป..อัชเชอร์จึงทำได้เพียงแต่ทำใจให้ชิน“ยัง..แวะไปโกดังก่อน กูอยากเช็คของด้วยตัวเอง”อัชเชอร์หยุดในความคิดตรึกตรองเพียงไม่นาน..ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธที่จะกลับเพ้นท์เฮ้าส์ในตอนนี้ แล้วเปลี่ยนเป็นออกคำสั่งสายฟ้าแลบ..ทำเอาเฌอแตมที่ดันตกมาอยู่ที่นั่งลำบากถึงคราวต้องกระพริบตาปริบๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าพาเธอติดสอยห้อยตามไปในโลกที่แท้จริง







