Masuk🎯ตัวอย่างความฟิน📌📌 “อยากได้ก็ต้องแลก” “ละ..แลกกับอะไรคะ”เฌอแตมพยายามย่นคอหนีสัมผัสวาบวามเป็นพัลวัน แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด..มันจึงทำให้เธอไม่สามารถพาตัวเองหนีออกไปจากสถานการณ์อันตรายนี้ได้เลย และเวลาที่กระชั้นชิดไม่สามารถทำให้เฌอแตมคิดหาวิธีรับมือคนตรงหน้าได้..นอกจากกลั้นใจโยนหินถามทางไปก่อน “หึ..คุกเข่าลงไป” “คะ?” “อยากให้ฉันอนุญาตให้เธอออกไปหาเพื่อน..ก็รีบทำตามที่สั่งก็พอ” 🌸แนะนำตัวละคร🌸 พระเอก : อัชเชอร์ คราวน์ อายุ 30 ปี เขา..อยู่เหนือกฏหมาย และมองคนที่อยู่ต่ำกว่าเป็นเพียงแค่เหลือบไรไร้ประโยชน์ ชีวิตที่แสนเพอร์เฟคเหมือนจะดำเนินไปอย่างไร้อุปสรรค..ถ้าหากว่าเหตุการณ์ที่เขาถูกลอบฆ่า…ไม่เกิดขึ้น! นางเอก : นันท์นพิน เตชิสา (เฌอแตม) อายุ 22 เธอ..เป็นเด็กสาวสู้ชีวิต แม้โลกนี้จะพรากบิดาผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวไปตลอดกาล เธอก็สามารถเข้มแข็งได้..เพราะมีมารดาที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตอยู่เป็นขวัญกำลังใจ แต่แล้วชีวิตที่เรียบง่ายในแบบฉบับของเธอกลับต้องพลิกผัน หลังจากค่ำคืนนั้น..ที่ได้พบเจอกับเขา..ชายผู้เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากความตาย..!
Lihat lebih banyakปังงงงงง!!! ปังงงงง!!! ปังงงงงง!!! ปังงงงง!!!
“บัดซบเอ้ย!!!…มันรู้ได้ยังไงวะ!!!”เสียงห่ากระสุนที่แทบไม่ต่างจากสายฝนที่เทกระหน่ำตกลงมาในตอนนี้ ทำเสียงเข้มดุดันสบถขึ้นอย่างหงุดหงิดโมโห..ใบหน้าหล่อเหลาแบบฉบับสายเลือดตะวันตกเคร่งเครียดจัด พร้อมกันนั้นก็จัดการสลัดรังกระสุนที่พึ่งจะหมดลงไป..แล้วทำการสับเปลี่ยนรังกระสุนใหม่บรรจุเข้าไปในมัจจุราชสีดำทมิฬของตัวเองอย่างชำนาญ จากนั้นก็ใช้สายตาประดุจดั่งพญาเหยี่ยวในตำนานเพ่งมองผ่านสายฝนออกไปยังพุ่มไม้ที่สั่นไหวผิดปกติ..และไม่ลังเลที่จะลั่นไกปืนในมือออกไปยังทิศทางดังกล่าวอย่างแม่นยำ..! ปังงงงงง!!! พรึบบบบ!!! แม้ว่าฝีมือของตัวเองและบอดี้การ์ดคนสนิทจะเก่งกาจระดับพระกาฬ..แต่จำนวนของอีกฝ่ายในตอนนี้แทบจะยกคนทั้งกองทัพเพื่อมาลอบสังหารเขาให้ตายในคราเดียว แต่พวกมันคงจะไม่รู้ว่าชีวิตของเขานั้นยิ่งกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกใบนี้ นั่นเพราะเกิดมาจนกระทั่งอายุสามสิบปีเต็ม..ความตายที่ใครๆต่างหวาดกลัวไม่สามารถพรากเอาชีวิตของเขาไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นคนอย่างอัชเชอร์ก็ไม่มีทางยอมอยู่เป็นเป้านิ่งให้กลุ่มคนพวกนั้นเล่นงานได้ง่ายๆ “คนของเราจะมาถึงเมื่อไหร่วะ!!!”ทันทีที่สอยพวกนั้นร่วงไปหนึ่ง..อัชเชอร์ก็หันขวับไปถามคนของตัวเองที่สะบักสะบอมอยู่ไม่ไกล “ครั้งนี้คงจะยากครับนาย…เพราะดูเหมือนเราจะถูกล่อออกมาให้เป็นเป้านิ่งของพวกมันโดยเฉพาะครับ”ลูอิสที่คอยผลัดยิงสกัดศัตรูอีกด้าน..รีบไถลตัวลงโขดหินมารายงานผู้เป็นนายเหนือหัวอย่างตรงไปตรงมา เพราะคิดไตร่ตรองดูแล้วคงจะเป็นแผนซ่อนแผนของศัตรู..ที่ตั้งใจหลอกล่อให้ผู้เป็นนายหลงกล “แม่งเอ้ย!!!…สัญญาณห่าเหวอะไรก็ไม่มี…!”เป็นครั้งแรกที่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาแสดงความไม่สบอารมณ์ออกมาให้เห็น โทรศัพท์เครื่องหรูแทบจะแหลกละเอียดคามือใหญ่ หลังมุมหนึ่งของหน้าจอไม่มีสัญญาณปรากฏ..ราวกับสถานที่ดังกล่าวกำลังถูกรบกวนจากสัญญาณอะไรบางอย่าง ซึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นเป็นฝีมือของอีกฝ่ายที่มีการวางแผนมาอย่างดี..ทำเอาอัชเชอร์ถึงกับกำหมัดแน่น นึกอยากลากคอไอ้พวกลอบกัดพวกนั้นมาระเบิดหัวเรียงคน!..โทษฐานที่ทำเขาเสียเวลาอยู่ที่นี่..! ปังงงงงง!!! ปังงงงง!!! ปังงงงง!!! ปังงงงง!!! พร้อมเดียวกันนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกครั้ง..และดูเหมือนว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะเริ่มตีวงแคบเข้ามายังจุดที่เขาอยู่เรื่อยๆ อัชเชอร์ยอมเก็บโทรศัพท์ที่ไม่มีประโยชน์อะไรลงในกระเป๋ากางเกงแสลก ก่อนจะใช้สมองที่ฉลาดเป็นกรดรีบคิดหาวิธีเอาตัวรอด..ออกไปจากสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ในตอนนี้โดยเร็วที่สุด! “นายครับ..กระสุนผมเหลือไม่กี่นัดแล้วครับ”พร้อมเดียวกันนั้นแคสเปอร์ที่ใช้กระสุนชุดสุดท้ายจัดการอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ก็ตัดสินใจหันมารายงานสถานการณ์สุดวิกฤตของตัวเอง..ที่ตอนนี้กระสุนในรังเพลิงเหลืออยู่เพียงไม่มีนัดเท่านั้น “เราจะฝ่าพวกมันออกไป”อัชเชอร์ใช้ความคิดเพียงไม่นาน..เมื่อเวลามันกระชั้นชิดบวกกับอีกฝ่ายไม่ยอมให้เวลาเขาได้คิดไปมากกว่านี้ อัชเชอร์จึงหันไปหาบอดี้การ์ดที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมานาน..แล้วพูดกับทั้งสองเพียงสั้นๆแต่ได้ใจความ ขวับบบบบ!!!/ขวับบบบบ!!! “แต่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะครับนาย!”เป็นครั้งแรกที่แคสเปอร์ไม่เห็นด้วยกับแผนการเสี่ยงตายของผู้เป็นนายเหนือหัว และไม่ใช่ว่าตัวเองหวาดกลัวกับเหตุการณ์เป็นตายที่อยู่ตรงหน้า แต่เป็นเพราะความปลอดภัยของผู้เป็นนายนั้นสำคัญยิ่ง..จึงทำให้เขาเกิดความลังเลที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้เป็นนายที่เขาเคารพรัก “หรือพวกมึงจะอยู่รอให้พวกมันมาฆ่าถึงที่วะ!!”เสียงเข้มดุดันเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย..เมื่อบอดี้การ์ดของตัวเองเริ่มไม่มั่นใจกับความคิดของตัวเอง พร้อมกันนั้นก็พยายามกวาดสายตามองทะลุผ่านสายฝนหาทางออกไปจากจุดตายในตอนนี้ ซึ่งทุกอย่างมันกำลังบีบให้เขาต้องเลือก!..ฉะนั้นแล้วอัชเชอร์จึงไม่ลังเลที่จะเลือกใช้วิธีเสี่ยงตาย เพื่อพลิกวิกฤตออกไปจากสถานการณ์ในตอนนี้ “ถ้าจำไม่ผิดอีกด้านเป็นแม่น้ำนะครับนาย”ลูอิสที่พยายามหาทางออกที่เสี่ยงตายน้อยที่สุดเอ่ยขึ้นบ้าง..หลังจำได้ว่าด้านหลังของป่าแห่งนี้มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน ซึ่งถ้าหากสามารถฝ่าวงล้อมดงกระสูนพวกนี้ไปจนถึงแม่น้ำที่ว่าได้..โอกาสมีชีวิตรอดก็จะมากขึ้นด้วยเช่นกัน “ยังไงก็ต้องฝ่าพวกมันออกไปอยู่ดี”ข้อมูลจากบอดี้การ์ดคนสนิทสามารถทำอัชเชอร์สนใจไม่น้อย ดวงตาคมดุจดั่งพญาเหยี่ยวในตำนานหรี่ลงก่อนจะใช้ความคิด จากนั้นก็เอ่ยขึ้น..เมื่อยังไงสถานการณ์ในตอนนี้ก็ยังคงหนีไม่พ้นที่จะต้องผ่าวงล้อมศัตรูออกไปอยู่ดี“เฌอคงไม่โง่ฆ่าคุณอัชเชอร์ต่อหน้าลูกน้องนับร้อยหรอกค่ะ”ซึ่งเฌอแตมก็ยังคงยืนยันคำพูดเดิม…พร้อมกับดันปืนที่ไม่มีลูกส่งคืนให้คนตรงหน้า พร้อมกับอธิบายกับเขาอย่างตรงไปตรงมา..เพราะถ้าหากเธอบ้าจี้ทำมันจริงๆขึ้นมา ไม่แคล้วที่ชีวิตของเธอก็คงจะหายลับไปกับเขาด้วย นั่นเพราะบอดี้การ์ดชุดดำนับร้อยพวกนั้น..คงไม่ปล่อยให้เธอกรีดกรายเดินออกไปจากโกดังแห่งนี้อย่างแน่นอน“หึ..ตอนอยู่บนเตียง..ปากดีให้ได้ครึ่งของตอนนี้ก็คงจะดี”คำตอบที่แสนอวดดีนั่นเรียกเสียงแค่นหัวเราะภายในลำคอหนาให้ดังขึ้นเบาๆ ทำเอาคนเก่งเริ่มอกสั่นขวัญแขวน ซึ่งแน่นอนว่าอัชเชอร์ย่อมไม่ปล่อยให้กระต่ายตื่นตูมได้ตั้งตัว..ปลายกระบอกปืนในมือจัดการช้อนปลายคางบุ๋มขึ้นมาเผชิญหน้า ก่อนน้ำเสียงทุ้มแหบพล่าจะลั่นวาจาร้ายกาจออกมา..โดยไม่สนใจว่าบอดี้การ์ดที่อยู่เป็นสักขีพยานจะได้ยินบทสนทนานี้ด้วย“0////0!..คุณอัชเชอร์!”ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว สายตาที่ฉายชัดถึงความต้องการนั้นกำลังแผดเผาร่างกายเธอให้กลายเป็นเถ้าธุลี เฌอแตมพยายามข่มความอับอายเอาไว้แล้วกัดฟันเรียกชื่อเขาอย่างขึงขัง..เพราะการที่เขาพูดบ้าๆแบบนี้ออกมามันกำลังทำให้คนอื่นๆเข้
“นายครับ..”เพียงเธอและเขาก้าวเท้าเข้ามาภายในโกดังขนาดใหญ่..เสียงทักทายของบอดี้การ์ดคนสนิทของเขาก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องละสายตาจากสินค้ามากมายที่ตั้งตระหง่านเรียบเป็นตับอยู่เต็มโกดัง..ที่เขาบอกเธอว่าแค่ชั่วคราวเท่านั้น ก่อนเธอจะกระพริบตาปริบๆหรี่ตามองบอดี้การ์ดคนที่ขับรถไปส่งเธอที่ห้างสรรพสินค้า และหายหน้าหายตาเข้ากลีบเมฆ..ปล่อยให้เธอถูกเจ้านายอำมหิตของเขารังแกจนเกือบชั่วโมง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกว่ายืนอวยชัยให้เขาอยู่ภายในใจเท่านั้น“สินค้าล็อตนี้มีปัญหารึเปล่า”เฌอแตมอดที่จะเป๊ะปากส่งให้แคสเปอร์ไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำแสบๆของเธอย่อมไม่อาจเล็ดลอดผ่านสายตาเฉียบแหลมของอัชเชอร์ไปได้ ฝ่ามือหนาเพิ่มน้ำหนักบีบข้อมือเล็กเป็นการปราม..ก่อนจะหันไปเอ่ยถามสินค้าภายในโกดังกับแคสเปอร์ต่อ“ไม่ครับนาย..ทุกอย่างเรียบร้อยพร้อมส่งต่อในคืนนี้”ไม่ต่างจากบอดี้การ์ดคนสนิทที่จำต้องเก็บงำความสงสัย เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อกับเด็กสาวที่เปลี่ยนไปแทบจะหน้ามือเป็นหลังตีนชั่วคราว ก่อนจะกลับเข้าสู่เรื่องหลัก…เอ่ยรายงานผลการตรวจเช็คสินค้าล็อตนี้ให้กับผู้เป็นนายทราบ“เอามาให้กู..”แต่มีหรือที่อัชเชอร์จะยอมเชื่อง่ายๆหาก
พรึบพรับ!!!“0/////0!…เฌอ..”ไม่ต่างจากเฌอแตมที่พึ่งจะได้สติ..และรู้ตัวว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับเขานั้นมันอันตรายมากแต่ไหน ไม่ต้องรอให้คนข้างนอกเข้ามาเป็นสักขีพยานความน่าอายเพิ่ม..เฌอแตมก็ไม่รอช้าที่จะขยับตัวออกห่างพลางละล่ำละลักกลบเกลื่อนอาการที่เป็นอยู่หมับบบบบ!!! “ทำต่อให้เสร็จสิ..”แต่ยังไม่ทันได้ชักแม่น้ำทั้งห้าสายมาแก้ต่างให้ตัวเองไร้มลทิน..เธอก็ถูกซาตานจอมเจ้าเล่ห์ดึงตัวกลับ พร้อมกับคำพูดกำกวมที่มันสามารถทำให้คนที่ได้ยินเข้าใจผิดได้โดยง่าย และในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเธอก็บังเอิญได้เห็นสายตาแพรวพราวดังราชสีห์ร้าย..บ่งบอกว่าเขานั้นสนุกสนานกับการกลั่นแกล้งเธอมากแค่ไหนซ่าาาาาา!!!“0////0..คะ..คุณอัชเชอร์พูดเรื่องอะไรคะ!!”ใบหน้าหวานถึงคราวต้องร้อนผะผ่าวเป็นเตาผิง ดวงตากลมโตเกิดอาการเลิ่กลั่ก..พลางพูดตะกุกตะกักโวยวายคนน่าไม่อายยกใหญ่“ก็ตรวจต่อให้เสร็จสิ..คิดบ้าอะไรของเธอ!”แต่แล้วก็ต้องรู้สึกเสมือนหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เมื่อคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าไหวไหล่กว้าง..พร้อมกับขยายคำพูดก่อนหน้าให้มันครบถ้วนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่พอรอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏขึ้นมานั้นก็หมายถึงชัยชนะ..ที่เธอไม่มี
แม้สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกตินานแล้ว..แต่อาการแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นก็ยังคงฝังลึกอยู่ในความรู้สึกของเธอ และมีแต่จะเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ..จนเธอถึงกับเป็นกังวลว่ามันจะเป็นอันตรายต่อเธอในอนาคตอันใกล้นี้ ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อขบเม้มจนกลายเป็นเส้นตรง พยายามข่มอาการวุ่นวายทั้งหมดนี้เอาไว้..รวมไปถึงจังหวะหัวใจดวงเล็ก ที่กระหน่ำเต้นรัวแรงจนกลัวว่าคนข้างๆจะพลอยได้ยินมันเข้าไปด้วย“เอ่อ..คือว่า..”เพราะฉะนั้นแล้วเธอจึงเลือกตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่าง..เพียงเพื่อต้องการทำลายความเงียบที่ตลบอบอวลภายในห้องโดยสารนี้ลง ฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างพลันชื้นแฉะเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ..บ่งบอกว่าเธอนั้นกำลังประหม่าที่จะเผชิญหน้ากับคนข้างๆมากแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นแล้วเธอก็รวบรวมความกล้าหาญที่มีทั้งหมด..ค่อยๆหันไปเปิดบทสนทนากับคนข้างๆด้วยสภาวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นกระส่ำ เพราะเขาในตอนนี้ช่างมีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกที่วุ่นวายของเธอเสียเหลือเกิน!“มีอะไรติดอยู่ที่หน้าของฉัน?”แต่แล้วก็ต้องรีบดึงสายตาหลบสายตามีอำนาจพลังอำนาจคู่นั้นอย่างรีบร้อน เมื่อถูกคนที่คิดว่ากำลังยุ่งอยู่กับรายงานในโทรศัพท์..หันขวับมาเลิก