Masukตอนที่6.ทำงานวันแรก
ดรีมเดินคอตกออกมาจากห้องทำงานของพายุ พร้อมกับเดินมาหาพี่เอกคนที่เจอกันก่อนหน้านี้นั่นเอง เมื่อมาถึงชั้นล่างก็ตรงมาที่หน้าโต๊ะทำงานของพี่เอง และเอ่ยถามขึ้นมาในทันที
“พี่เอกคะ หัวหน้าบอกว่าให้หนูมานั่งทำงานข้างล่างนี้ค่ะ และงานแรกนั่นก็คือให้หนูทำลายเอกสารค่ะ”
“ฮะ อะไรนะทำลายเอกสาร อ่อ มานี่มานั่นโต๊ะทำงานของเธอนะ แล้วก็เอกสารอยู่ในห้องนี้ตามพี่มา” เอกเดินนำหน้าดรีมไปที่ห้องเก็บเอกสาร และชี้เอกสารทั้งหมดให้กับดรีมได้ดู
“เดี๋ยวนะคะพี่ อย่าบอกนะคะว่าทั้งหมดนี่ที่หนูต้องทำบ้าไปแล้ว ทำไมมันเยอะแยะมากมายขนาดนี้กันคะเนี่ย”
ดรีมยืนมองดูกองเอกสารที่มีอยู่เป็นจำนวนมากคาดว่าไม่ต่ำกว่า2-3 ปีแน่นอนที่อยู่ในห้องนี้เพราะมันมีจำนวนเยอะมาก
“อืมใช่ทั้งหมดนี้แหละ ปกติพี่จะเป็นคนเข้ามาทำลายเอกสารพวกนี้วันละนิดวันละหน่อย ดีเหมือนกันที่เรามาช่วยพี่ พี่จะได้แบ่งเบาภาระ และมีเวลาไปตามงานเรื่องอื่น”
สองคนที่ยืนคุยกันสักพักก็พากันเดินออกมาจากห้องทำงาน แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าพายุยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเดรีมที่อยู่ชั้นล่าง
“หัวหน้ามีอะไรหรือเปล่าครับ” เอกถามด้วยความสงสัยเพราะเห็นว่าพายุมีแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอย่างมาก
“เธอตามขึ้นมาด้านบนหน่อยมีอะไรจะพูดด้วย”
“คะ ฉันเหรอคะ” ดรีมถามซ้ำอีกครั้ง
“ถ้าไม่ใช่เธอและจะเป็นแมวที่ไหน” พูดจบพายุก็เดินล้วงกระเป๋าแล้วเดินขึ้นไปด้านบนทันที ดรีมหันมามองหน้าเอก
“รีบตามไปเถอะน่า บางทีหัวหน้าอาจจะมีอะไรอยากสอบถามก่อนการเริ่มงานหรือเปล่า”
“ค่ะพี่ ได้ค่ะ” ดรีมพูดจบก็รีบเดินกึ่งวิ่งตามขึ้นไปที่ห้องทำงานของพายุในทันที เมื่อเข้าไปถึงก็พบว่าเขาถือซองเอกสารของเธอเอาไว้แน่น
“หัวหน้ามีอะไรหรือเปล่าคะ” ดรีมเริ่มใจคอไม่ดีเพราะเกรงว่าฝึกงานวันแรกก็จะโดนไล่ออกซะแล้ว
“นั่งสิ” พายุพูดและพยักหน้าให้ดรีมนั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าของเขา ดรีมค่อยๆ ขยับเก้าอี้และนั่งอย่างเงียบ ๆ แต่ต้องตกใจเป็นอย่างมากเมื่ออยู่ ๆ พายุโยนเอกสารของเธอที่เขาถืออยู่ก่อนหน้านั้นไปที่กลางโต๊ะ ทำเอาดรีมถึงกับผงะถอยหลังออกมา
“อะ อะไรคะ นี่มันหมายความว่ายังไง อย่าบอกนะคะว่าจะไล่หนูให้ไปฝึกงานที่อื่น”
“หนู ? หนูอย่างนั้นเหรอ ก่อนหน้านี้เธอมักจะพูดคำว่าฉันไม่ใช่หรอกเหรอ ทำไมวันนี้กลายเป็นหนูได้ล่ะ หืม”
“ก็ ก็ในเวลางานนี่คะ บอกแล้วว่าหนูแยกแยะออกว่าอะไรคืออะไร หนูไม่เอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมาปนกันหรอกค่ะ เราเป็นทนายไม่ว่าจะพอใจหรือไม่พอใจหากรับงานผู้ว่าจ้างมาก็ต้องทำให้เต็มที่จริงไหมคะ ถึงแม้ว่านิสัย คำพูดของบุคคลนั้น ๆ จะไม่เข้าตาหรือทำให้เราไม่พอใจก็ตาม หนูพูดถูกใช่ไหมคะหัวหน้า” ดรีมถามด้วยความใจเย็นเป็นอย่างมาก เพราะเธอจะย้ายที่ฝึกงานไม่ได้เด็ดขาดเพราะเท่าที่รู้มานั้นว่าทุกที่ล้วนแต่เต็ม และบางที่ก็ไม่ได้เปิดรับเด็กฝึกงานด้วย
“ฉันพูดสักคำไหมว่าจะไล่เธอออก เธอกินปูนร้อนท้องไปเองทั้งนั้นจริงไหม”
คราวนี้พายุยกถามด้วยใบหน้าที่ยียวนกวนประสาทเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังควงปากกาเล่นอย่างใจเย็นอีกต่างหาก
“ใช่ค่ะหัวหน้าไม่ได้บอกว่าไล่ออก แต่หัวหน้าเรียกให้มาที่นี่มีอะไรจะถาม หรือว่ามีอะไรจะสั่งงานหนูเหรอคะ บอกมาได้เลยค่ะหนูพร้อมจะทำอย่างสุดความสามารถค่ะ”
“เธอเป็นอะไรกับ พัฒนวานิชสกุล ? ”
พายุถามออกมาหน้าตาเรียบนิ่ง แต่ทว่าสายตาของเขาจับจ้องมองไปที่ดรีมอย่างเอาเรื่องเป็นอย่างมาก
“หนูเหรอคะ หนูก็เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อกับแม่ไงคะ มีอะไรหรือเปล่าคะหรือว่าหัวหน้ารู้จักครอบครัวหนูคะ”
“อืม รู้จัก รู้จักเป็นอย่างดีด้วยแหละ คงมีแต่ครอบครัวของเธอนั่นแหละที่ไม่รู้จักฉัน”
“หัวหน้าหมายความว่ายังไงคะ หนูไม่เข้าใจค่ะ ช่วยอธิบายให้ชัดกว่านี้จะได้ไหมคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก ที่เรียกมานี้เพราะจะบอกว่ามันมีคดีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอ เลยอยากจะถามว่าก่อนหน้านี้ที่เธอบอกว่าจะต้องแยกแยะนั้น เธอยังคงความคิดเดิมหรือเปล่า”
คราวนี้พายุย้อนถามดรีมด้วยสีหน้าท่าทางที่จริงจังเป็นอย่างมาก และนั่นมันก็ทำให้ดรีมถึงกับเงียบไปชั่วอึดใจหนึ่ง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะตอบออกมาด้วยความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก
“ค่ะ หนูยังยืนยันความคิดเดิม นั่นก็คือหนูแยกแยะค่ะว่าเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหนูรับได้ค่ะ เพราะว่าหนูเลือกมาทางนี้แล้ว”
ดรีมตอบออกมาด้วยความมุ่งมั่น
“เอาล่ะที่จะบอกต่อไปนี้ก็คือ งานที่เธอจะต้องทำต่อจากนี้ก็คือสืบหาข้อมูลของคดีรถชนเมื่อ2ปีที่แล้วระหว่าง ครอบครัวของพัฒนวานิชสกุล กับ หญิงสาวที่ชื่อพาฝัน สิริโสภาวิโรจน์” ทันทีที่ได้ยินชื่อสกุลของทั้งสองฝ่ายนั้น ทำเอาดรีมถึงกับนิ่งไปในทันที เพราะมีหลาย ๆ อย่างที่เธอเองก็พอจะรู้มาคร่าว ๆ
“ว่ายังไง คดีนี้คุณจะต้องเป็นลูกมือผมช่วยหาข้อมูลที่แน่ชัด รวมไปถึงการทำคดี สิ่งที่ผมจะบอกคุณต่อจากนี้ก็คือ คุณจะรับได้ไหมถ้าครอบครัวของคุณเป็นผู้กระทำความผิด หรือมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ หรือคุณจะช่วยครอบครัวของคุณปิดบังคดีนี้หรือไม่หากคุณรู้ความจริง คุณยังจะรักษาคำพูดเดิมอยู่หรือเปล่า ที่ผมต้องพูดแบบนี้เพราะว่า เราต้องมีจรรยาบรรณ ใครจะไปรู้เกิดมีข้อมูลหรือหลักฐานแล้วคุณบอกกับครอบครัวหรืออะไรก็แล้วแต่ ผู้เสียหายจะได้รับความเป็นธรรมไหม หรือบางทีอาจจะต้องรื้อคดีนี้ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ แบบนี้แล้วคุณยังจะทำได้อยู่ไหม ”
“ค่ะทำได้ค่ะ บางทีถึงเวลานั้นถ้าครอบครัวเป็นคนผิดจริง ๆ และตอนนั้นหนูสามารถว่าความได้ บางทีหนูจะขอเป็นคนว่าความให้กับเจ้าทุกข์ก็ได้ค่ะ”
“แบบนั้นไม่เท่ากับว่าเธอทำร้ายครอบครัวตัวเองเหรอ ? ”
“ค่ะ มันเป็นไปตามหน้าที่ทั้งที่ในใจหนูอาจจะภาวนาไมให้คนที่ผิดเป็นครอบครัวหนูค่ะ”
“หึ แล้วเรามาคอยดูกันว่าใครเป็นคนผิดใครเป็นคนถูกถึงเวลานั้นถ้าเธอหักหลังหน้าที่ ผมนี่แหละจะเป็นคนจัดการคุณเองจำไว้ !! ”
ตอนที่ 41. ความรักหลายวันผ่านมาหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วนั้น พายุพาดรีมมาที่บ้านพ่อกับแม่เพื่อหวังจะเคลียร์เรื่องราวต่าง ๆ“พายุพ่อกับแม่ขอโทษนะ ที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ จับพ่อส่งตำรวจเถอะนะ อย่างน้อยพ่อก็จะได้สบายใจ” พ่อร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายเลยสักนิด“พ่อคะ” ดรีมเองก็สงสารพ่อจับใจ ก่อนจะตรงเข้าไปกอดพ่อ พายุเดินเข้าไปประคองพ่อและดรีมให้ลุกขึ้นและพาไปนั่งที่โซฟา“ถ้าตอนนั้นที่ผมยังไม่ทราบที่มาที่ไปล่ะก็ ผมคงก็อยากที่จำดำเนินคดีเป็นอย่างมากนะครับคุณพ่อ แต่เมื่อได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด รวมไปถึงได้ตรวจสอบรายงานจากหมอเจนรบก็เข้าใจทุกอย่างได้เป็นอย่างดีครับ ไม่ว่าจะเป็นใบยินยอมที่ญาติเซ็น หรืออะไรก็แล้วแต่ในทางกฎหมาย มันไม่มีอะไรที่ผิดพลาดเลยสักนิดครับ ”“แต่พ่อซื้อขายกัน พ่อเห็นแก่ตัว นี่สิมันคือความจริงถ้าพ่อไม่ตกลงอย่างน้อยตอนนี้พาฝันก็ยังคงมีชีวิต”“คุณพ่อครับผมบอกแล้วไงว่าผมอ่านรายละเอียดมาหมดแล้ว ต่อให้ไม่ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจที่สุดพาฝันก็ต้องจากทุกคนไปอยู่ดีครับ อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ ขืนทำแบบนี้คนที่ไมสบายจะเป็นดรีมนะครับ ส่วนเรื่องของลุงพาฝันที่มาเรียกร้องเอาเงินบ่อยๆ ผมจะจัดการเองครับ
ตอนที่ 40. เลิกแล้วต่อกันปัจจุบัน ดรีมที่อยู่ในห้องพักค่อยๆ ได้สติและมองไปโดยรอบห้อง ก่อนที่เธอจะตั้งสติและค่อย ๆคิดทบทวนว่ามันเกิดอะไรขึ้น กระทั่งจำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี มือเล็กค่อย ๆ เลื่อนมาจับที่หน้าอกตัวเองอย่างช้า ๆ“เจ็บ เจ็บเหลือเกิน ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะไม่เข้าใจจริง ๆ ” ดรีมร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด กับสิ่งที่เธอได้รับและสัมผัสได้ พาฝันจะเจ็บปวดมากเพียงไหนกันนะ เจนรบวิ่งเข้ามาภายในห้องพักของดรีมด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก แต่เมี่อเห็นว่าดรีมนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นก็ตกใจจึงรีบเข้าไปปลอบ“ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องตกใจปลอดภัยแล้ว ไม่มีอะไรนะ” หมอเจนรบยกมือขึ้นลูบที่ศีรษะของดรีมเบา ๆ ด้วยความสงสารหญิงสาวตรงหน้าเป็นอย่างมาก“พี่เจนรบคะ หนูรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แต่ที่หนูไม่เข้าใจก็คือทำไมในเมื่อพ่อบอกว่าพี่พาฝันเป็นเจ้าหญิงนิทรา แล้วทำไมสร้อยเส้นนั้น ” ดรีมพูดไม่ออกได้แต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น“พี่ว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะ พักผ่อนก่อนดีไหม” เจนรบพยายามจะกล่อมให้ดรีมสงบสติ“จะให้หนูพักได้ยังไงคะ ในเมื่อคนหนึ่งบอกว่าพี่พาฝันเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่เรื่องสร้อยนั้นมันคือยัง
ตอนที่39. มาช่วยแล้วเมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยแล้วนั้น ทุกคนต่างก็เริ่มทำตามหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับ พายุขับรถเข้าไปที่โกดังร้างตามที่พวกมันนัดหมายเอาไว้ กล้องวีดีโอขนาดเล็กเท่ากระดุมเสื้อถูกบันทึกไว้ เผยให้เห็นว่าด้านในโกดังมีคนทั้งหมดกี่คน“กูมาตามที่พวกมึงเรียกร้องแล้ว ไหนล่ะผู้หญิงคนนั้นปล่อยเธอออกมาซะ เธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น เธอเป็นแค่พนักงานใหม่ในสำนักงานเท่านั้น หากพวกมึงมีอะไรก็มาคุยกับกู อย่างไปทำกับคนอื่นแบบนี้”พายุตวาดเสียงดังลั่น ทำเอาดรีมที่ถูกจับเอาไว้อีกห้องถึงกับตกใจเป็นอย่างมากเพระไม่คิดว่าพายุจะมา“ไม่คิดว่าจะมาด้วยซ้ำ ไหนอีหนูนั่นบอกว่ามึงไม่มีทางจะมายังไงล่ะ ที่ไหนได้ที่สุดก็รนหาที่ตายทั้งนั้น ก่อนตายมีอะไรจะพูดเหมือนอีหนูนั่นไหม”“หุบปาก มึงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาต่อรองอะไรได้ ตอนทำคดีนี่เก่งดีเหลือเกิน ยังไงก็เก่งให้มันได้ตลอดไปก็แล้วกัน”ดรีมถูกพวกมันลากออกมาจากอีกห้องหนึ่ง เมื่อดรีมออกมาทำเอาพายุและทุกคนที่เห็นดรีมถึงกับโล่งใจที่เห็นว่าเธอปลอดภัยดี“ดรีมเป็นไงบ้าง พวกมันทำหนูเจ็บตรงไหนบ้าง” พายุถามด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก สมุทรหันไปพยักหน
ตอนที่38.คนรักเก่าพายุที่ได้ยินถึงกับโมโหเป็นอย่างมาก เขารีบกดโทรศัพท์ไปหาสมุทรในทันที“ว่าไงไอ้น้องชาย” สมุทรทักทายอย่ายียวนกวนประสาทเป็นอย่างมาก“หาปืนพร้อมเครื่องกระสุนแบบครบชุดให้กูหน่อยอีก 10 นาทีเข้าไปเอา”“เดี๋ยวๆ มึงจะเอาไปทำอะไรไอ้พายุ ทำไมด่วนขนาดนี้”“มึงหาได้ไหม บอกมาแค่นี้ถ้าหาไม่ได้กูจะได้ไปหาที่อื่น”“เอาไปทำไมว๊ะ ต้องบอกกูก่อน”“มึงจะหาให้หรือไม่หา กูถามแค่นี้” พายุตะคอกเสียงดังลั่นรถ ทำเอาสมุทรตกใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่เคยเห็นพายุเป็นแบบนี้มาก่อน เมื่อคิดได้ดังนั้นสมุทรเลยค่อย ๆ พูดออกมาเบา ๆ“โอเค ๆ อีก10นาทีเข้ามาได้เลยจะหาไว้ให้” พูดจบก็รีบวางสายก่อนจะประชุมสายกับพี่น้องที่เหลือ และเล่าให้ทุกคนฟังอย่างรวดเร็ว ที่สุดทุกคนสรุปว่าจะมาหาสมุทรที่ร้านของสมุทรในตอนนี้เลย ร้านของสมุทร ทุกคนมากันอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่อย่างไทม์ หรือบัลลังก์ ณตะวัน และณดาว น้องเล็กของบ้านทุกคนต่างก็รีบมาด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก และแน่นอนพายุที่มาช้ากว่าเพื่อนเพราะว่าเขาออกไปนอกเมืองเพื่อจะไปนครนายกในตอนแรก เลยทำให้มาช้ากว่าคนอื่น เมื่อมาถึงและเห็นพี่น้องทุกคนพายุถึงกับโมโ
ตอนที่ 37. ตามหา 1.พายุได้แต่ฟังเสียงสนทนาอย่างใจจดใจจ่อเป็นอย่างมาก “อีกแค่สามแสนได้ไหม แล้วจะไม่มากวนใจอีกเลยขอร้อง”“ผมจะเอาจากที่ไหนมาให้ ลำพังแค่ให้ไปครั้งแรกก็แทบจะหมดตัวอยู่แล้ว นายเองก็น่าจะรู้”“ก็รู้แต่ว่าใจทั้งดวงเลยนะ แลกกับชีวิตลูกสาวนายถือว่าคุ้มมาก หรือว่าอยากให้หนูดรีมรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นมาทำเอาพายุถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก“อย่านะ อย่าทำอะไรบ้า ๆ ตกลงกูจะหาให้ และถ้าไม่จำเป็นอย่าโทรมาอีก มีอะไรจะโทรกลับเอง”“ได้ถ้าอย่างนั้นอีก 2 ชั่วโมงเจอกันที่เก่าเวลาเดิม ไม่มาถือว่าทุกอย่างยกเลิก และหนูดรีมจะต้องรู้เรื่องนี้แน่ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู”พายุที่ได้ยินเสียงสัญญาณถูกตัดไปก็แทบอยากจะปาโทรศัพท์มันทิ้งเสียตรงนั้น หากแต่ว่าเขาทำไม่ได้เพราะว่าเขาเองต้องค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ให้รอบคอบเสียก่อน“อย่าให้กูเจอนะมึง รับรองอายุไม่ยืนแบบนี้แน่”ในรถตู้...ดรีมที่ถูกจับมานั้นถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ พร้อมกับมองผู้ชายในรถด้วยความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก“พวกพี่จะพาหนูไปไหนคะ เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าเนี่ย” ดรีมถามด้วยความใจเย็นขั้นสุดเป็นอย่างมาก“หุบปากไปเลยถ้าไม่อย
ตอนที่ 36. ตามหาเช้าวันต่อมา สองคนที่นอนหลับใหลต่างตื่นมาด้วยความอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก พายุเอื้อมมือมาแตะที่ศีรษะของดรีมเพื่อดูว่าเธอยังตัวร้อนอยู่หรือเปล่า“นอนพักอีกสักวันไหม ตัวยังอุ่น ๆอยู่เลย” พายุบอกกับดรีมทั้งที่ยังนอนกอดดรีมเอาไว้แน่น “ไม่ค่ะอยากไปทำงานมากกว่า เกรงใจพี่เอก และคนอื่น ๆ ” ดรีมบอกและพยายามจะขยับตัวเพื่อที่จะลุกออกจากที่นอน “จะรีบไปไหน” พายุถามและกดจมูกไปที่ไหล่ของดรีมอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลากและเลื้อยไปทั่วร่างกาย“หยุดเลยค่ะ ไม่ไหวแล้วขอร้อง” ดรีมบอกออกมาตามตรงทำเอาพายุถึงกับหัวเราะออกมา“โอเค งั้นไปอาบน้ำกันจะได้ไปทำงาน”“ไม่ใช่อาบน้ำกันค่ะ ต่างคนต่างอาบค่ะ ห้องน้ำมีตั้งสองห้องแยกกันอาบจะได้เสร็จไว ๆ ” ดรีมบอกและผลักพายุให้ลุกขึ้น พายุจำใจลุกออกจากที่นอนก่อนจะเดินกลับไปยังห้องของตัวเองเมื่อพายุออกไปจากห้องแล้วนั้น ดรีมเดินมาที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนหยิบโทรศัพท์และกดโทรออก แต่เมื่อเธอกดโทรออกแล้วนั้นอยู่ ๆ โทรศัพท์ของพายุที่วางอยู่ที่หัวเตียงของเธอก็สั่นครืด ๆดรีมเดินไปดูก็สงสัยว่าทำไมเธอโทรหาพ่อ แต่โทรศัพท์พายุดันขึ้นชื่อเธอ ไม่รอช้าดรีมรี
ตอนที่30. สองคนที่แปลกไป 1.พายุดึงผ้าเช็ดตัวที่พันเอวของเขาออกแล้วโยนทิ้งไปกองที่ข้างเตียงก่อนที่เขาจะจับสองขาของดรีมแยกออกจากกัน พร้อมกับจับท่อนเอ็นของเขาสอดใส่ในทันที แทบจะไม่มีการเล้าโลมแต่อย่างใด สะโพกสอบขยับและออกแรงกระแทกอย่างแรง ทำเอาดรีมถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ก่อนจะจับส
ตอนที่15. ครั้งแรกบนโต๊ะสนุกเกอร์ที่มีขนาดใหญ่ แต่ทว่าตอนนี้มันดูเล็กไปถนัดตาเมื่อคนสองคนไปนอนคร่อมร่างกันบนนั้น ทั้งที่สภาพของทั้งสองคนนั้นตอนนี้ไม่มีเสื้อผ้าปิดบังร่างกายเลยสักนิด“ปล่อยนะหัวหน้า พี่พายุ นี่พี่เมามากเกินไปแล้ว” ดรีมพูดแทบไม่เป็นภาษาเพราะสองมือของเธอ ตอนนี้กำลังโดนพายุจับรวบแล้ว
ตอนที่11. คนที่กวนที่สุด 1. "ไม่รู้ล่ะ ยังไงวันนี้ผมก็ต้องได้เที่ยวให้ชุ่มปอด ไหนล่ะ สาวตัวท็อปน่ะ ไม่เห็นโผล่มมาเลยสักคน" "ไอ้พายุ กูรู้นะว่ามึงไม่ได้มาเที่ยว" "พี่นี่ก็นะ อย่ามองน้องแง่ร้ายสิ คราวนี้ผมมาเที่ยวจริงๆ”พายุกระตุกยิ้ม และอดที่จะขำพี่ชายไม่ได้ มันสะใจที่เห็นว่าเขามีท่าทีที่ตื่นกล
ตอนที่ 10. คนที่กวนที่สุดระหว่างทางกลับบ้านนั้น ทั้งสองคนต่างก็ไม่พูดอะไรกันแม้เพียงสักคำ แต่พอเห็นว่าพายุกำลังขับรถออกนอกเส้นทาง เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมาในทันที“นี่เราจะไปที่ไหนกันเหรอคะ มันไม่ใช่ทางที่จะไปสำนักงานไม่ใช่เหรอคะ” ดรีมถามด้วยความสงสัยและมองไปรอบ ๆ ทั้งสองด้านเพื่อนที่จะดูว่าท







