Masukตอนที่7. ตามหาความจริงกันเถอะ
ดรีมนั่งถอนหายใจอยู่หน้าเครื่องทำลายเอกสาร ก่อนจะคิดอะไรหลาย ๆอย่างเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุรถชนของครอบครัวของเธอในตอนนั้น
“หรือว่าจะต้องถามพ่อกับแม่ดี แต่ถ้าถามแล้วพ่อแม่ไม่บอกความจริงล่ะจะทำยังไง ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไปถามหัวหน้าดีกว่าอย่างน้อยเขาคงจะบอกได้ว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่” เมื่อคิดได้ดังนั้นดรีมตัดสินใจยัดเอกสารปึกสุดท้ายเข้าไปในเครื่องทำลายเอกสาร ก่อนที่เธอจะลุกไปหาพายุในห้องทำงานของเขาในทันที
เสียงเคาะประตูห้องทำเอาพายุรีบเก็บภาพถ่ายใบนั้นเอาไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขา
“หัวหน้าคะ คือหนูอยากจะถามว่า หนูต้องเริ่มจากตรงไหนคะในการหาข้อมูลเรื่องอุบัติเหตุของครอบครัวของหนู”
พายุมองหน้าดรีม ก่อนจะถอนหายใจออกมา และมองหน้าเธออย่างใช้ความคิดเป็นอย่างมาก
“เริ่มจากความจริงไง ก่อนอื่นเธอก็ต้องหาความจริงจากครอบครัวของเธอก่อนว่าเหตุการณ์วันนั้น ก่อนหน้าอุบัติเหตุคนในครอบครัวเธอไปที่ไหน ไปทำอะไร ไปเจอใคร และเกิดอะไรขึ้น เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอจะหาคำตอบได้ง่ายที่สุด”
“วันนั้นหนูอยู่ที่โรงพยาบาล พ่อกับแม่มาเยี่ยมหนู...” ดรีมจะเล่าต่อแต่พายุรีบยกมือเบรกเอาไว้
“คำพูดแค่เพียงลมปากใช้เป็นหลักฐานและพยานไม่ได้หรอกนะ แค่นี้เธอก็ไม่ผ่านแล้วสำหรับการเริ่มต้นเป็นทนาย”
“ขอโทษค่ะ ”
“เก็บคำขอโทษของเธอเอาไว้ไปขอโทษญาติผู้เสียหายเถอะ เอาเป็นว่าผมจะให้เวลาคุณเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ถ้าภายในสองเดือนนี้ยังหาคำตอบไม่ได้นั่นแสดงว่าคุณไม่ผ่านการฝึกงาน”
“อ้าว..ทำไมพูดจาหมา ๆ อย่างนี้ละคะ หนูมาฝึกงานไม่ได้มาเริ่มทำงาน อย่าอคติกับหนูสิคะหัวหน้า”
“นี่ก็คือการฝึกงานของสำนักงานนี้ ไม่เชื่อก็ไปถามเอกดูสิว่าตอนที่มันมาฝึกงานที่นี่มันทำคดีอะไร ถ้ารับไม่ได้ก็เก็บของแล้วออไปจากที่นี่ซะ”
“ดูเหมือนว่าหัวหน้าไม่ค่อยชอบหนูเลยนะคะมีอะไรหรือเปล่า หรือว่าการที่เราเจอกันก่อนหน้านั้นมันทำให้หัวหน้าไม่พอใจหนูหรือเปล่าคะ” คราวนี้ดรีมเอ่ยถามออกมาด้วยความอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงจงเกลียดจงชังเธอซะเหลือเกิน
“ผมไม่ได้สนใจหรอกว่าก่อนหน้านั้นที่เราเจอกันมันจะมีอะไร เจอกันดีไหม แต่ที่ผมไม่ค่อยชอบคุณนั่นก็คือ คุณคือคนในครอบครัว พัฒนพานิชสกุล ขอโทษด้วยนะที่ต้องพูดอะไรออกมาตรง ๆ แบบนี้”
“งั้นแสดงว่าหัวหน้าก็ไม่ได้แยกแยะ ระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว”
“จะบอกให้นะครับ ถ้าผมไม่แยกล่ะก็ผมจับคุณโยนออกนอกสำนักงานตั้งแต่ที่ผมอ่านใบรายงานตัวคุณแล้วคนสวย ไม่ปล่อยให้คุณมายืนเถียงผมฉอด ๆ แบบนี้หรอกครับ หากว่าคุณพอใจก็กลับไปทำงาน และหาข้อมูล หากไม่พอใจเก็บของออกไปกินนมแม่ที่บ้านได้เลยครับ ผมไม่ได้สนใจกะอีแค่เด็กฝึกงานคนเดียว เพราะที่นี่ไม่เคยต้องการเด็กใหม่ที่ทำงานไม่รู้เรื่องครับภาระของเพื่อนร่วมงานเปล่า ๆ จบไหม”
พายุพูดรัวออกมาทำเอาดรีมถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“ได้ค่ะฉันจะทำให้พี่ เอ้ยไม่ใช่หนูจะทำให้หัวหน้าเห็นให้ได้ว่าคนอย่างหนูแยกแยะได้ และวันหนึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามหนูก็หวังว่า หัวหน้าจะแยกแยะออกนะคะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ที่สุดต่อให้หัวหน้าจะไม่ชอบคนในครอบครัวหนูยังไง ก็อย่าลืมจัดการกับความรู้สึกของตัวเองด้วยนะคะ”
“ดี !! ผมจะคอยดูว่าคนอย่างเธอจะผ่านมันไปได้สักกี่น้ำ จำเอาไว้เลยว่าฉายาของผมก็คือ พายุร้ายทนายมาเฟีย !! ” พายุพูดจบก็หันหลังไปมองวิวด้านนอกผ่านกระจกบานใหญ่ของสำนักงานของเขา
“หมดธุระแล้วเธอไปทำงานได้ หากไม่เรียกไม่ต้องเข้ามาในห้องนี้ เชิญครับ” พายุพูดขึ้นมาอีกครั้งทำเอาดรีมถึงกับถอนหายใจเพราะไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาพูดกับคนอย่างเขา ก่อนออกไปเธอพูดอยู่คำหนึ่งทำเอาพายุลมออกหูมาในทันที
“น้ำเต็มแก้ว สักวันเถอะถ้าแก้วแตกเมื่อไหร่แล้วจะรู้สึก”
ดรีมพูดจบก็เดินออกไปในทันที พายุหันมามองแต่ก็ไม่พูดอะไรไม่ได้แล้วเพราว่าเธอเดินออกไปเสียก่อนแล้ว
เมื่อออกมาถึงห้องทำงานด้านล่างทำเอาเอกสงสัยเป็นอย่างมากเลยเลือกที่จะสอบถามรุ่นน้องว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมดรีมถึงทำหน้าอย่างนี้
“หัวหน้าเรียกไปทำไมเหรอดรีม พอจะบอกพี่ได้ไหม” เอกถามเบา ๆ และมองไปที่ด้านบนสำนักงาน เพราะเกรงว่าพายุจะเดินลงมาแล้วได้ยินเอาเสียก่อน
“เรียกไปเตือนเรื่องงานค่ะ และก็บอกหน้าที่และงานที่จะต้องทำ เออจริงสิคะพี่เอก หนูอยากจะถามว่าตอนนั้นที่พี่มาฝึกงานที่นี่ครั้งแรก หัวหน้าให้พี่ทำอะไรเหรอคะ ? ”
เอกที่ได้ยินแบบนี้ถึงกับถอนหายใจออกมา เมื่อนึกถึงเรื่องราวในครั้งก่อนตอนที่เขามาทำงานที่นี่ในครั้งแรก
“ครั้งแรกนะเหรอ ก็รับงานคดีฆาตกรรมเลยแหละ สยองมากเลยรู้ไหม ต้องไปตามสืบกับศพสถานที่เกิดเหตุ แล้วผีนะก็ดุมากเฮี้ยนที่สุด”
“หือ..แล้วหัวหน้าเขาปล่อยให้พี่ทำเองเลยเหรอคะ แล้วพี่ทำมันได้ไหมเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะพี่ ขอร้อง”
“อือก็ทำได้นะแต่ก็แทบตายเพราะหัวหน้าให้เวลาแค่สองเดือนเท่านั้น และที่ยากที่สุดคือทุกคนไม่ให้ข้อมูลอะไรเลย พี่เลยต้องหาข้อมูลเอง แต่ดีนะที่หัวหน้าเองเขาก็หาข้อมูลเงียบ ๆเด้วยตัวของเค้าเองไม่ต่างกัน มันเลยง่ายในตอนที่มาสรุปคดี” เอกเล่าออกมาด้วยความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
“อ่อ อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่หัวหน้าทำไมทำหน้าตาดุและเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลาแบบนี้นะ อยากจะรู้จังเลยค่ะว่าตอนที่เขาอยู่กับคนที่เขารัก เขาจะยิ้มบ้างไหมนะ” ดรีมพูดออกมาหน้าตาเฉยโดยที่ไม่ได้คิดว่าพายุจะมีหรือว่าไม่มีคนรักกันแน่
“ชู่วววว อย่าพูดไปเรื่องคนรักของหัวหน้า เพราะเขาเพิ่งจะเสียคนรักไปเมื่อสองปีก่อนนี่เอง พูดไปก็จะไปสะกิดต่อมกระตุ้นเขาอีก เมื่อวานก็เพิ่งครบรอบวันตายของคนรักของหัวหน้าไปเอง”
“อะไรนะคะพี่ เมื่อวานอย่างนั้นเหรอคะ เมื่อวานเป็นวันครบรอบวันตายอย่างนั้นเหรอคะ ” ดรีมถึงกับทวนคำพูดของเอกอีกครั้ง พร้อมกับนึกถึงตอนที่เธอเจอกับพายุที่อัฐิสถานเมื่อวานนั่นเอง
“อย่าบอกนะว่าที่ไปที่นั่นเพราะว่าไปเคารพศพ ถึงว่าหัวหน้าถึงได้ด่าเรากระจายขนาดนั้น หรือว่าอารมณ์เสียคิดถึงคนรักก็เลยพาลไปเสียหมด” ดรีมได้แต่พูดอยู่เพียงคนเดียว ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานของตัวเอง โดยใช้ความคิดอย่างหนักมากในการคิดเรื่องนี้
ตอนที่ 41. ความรักหลายวันผ่านมาหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วนั้น พายุพาดรีมมาที่บ้านพ่อกับแม่เพื่อหวังจะเคลียร์เรื่องราวต่าง ๆ“พายุพ่อกับแม่ขอโทษนะ ที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ จับพ่อส่งตำรวจเถอะนะ อย่างน้อยพ่อก็จะได้สบายใจ” พ่อร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายเลยสักนิด“พ่อคะ” ดรีมเองก็สงสารพ่อจับใจ ก่อนจะตรงเข้าไปกอดพ่อ พายุเดินเข้าไปประคองพ่อและดรีมให้ลุกขึ้นและพาไปนั่งที่โซฟา“ถ้าตอนนั้นที่ผมยังไม่ทราบที่มาที่ไปล่ะก็ ผมคงก็อยากที่จำดำเนินคดีเป็นอย่างมากนะครับคุณพ่อ แต่เมื่อได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด รวมไปถึงได้ตรวจสอบรายงานจากหมอเจนรบก็เข้าใจทุกอย่างได้เป็นอย่างดีครับ ไม่ว่าจะเป็นใบยินยอมที่ญาติเซ็น หรืออะไรก็แล้วแต่ในทางกฎหมาย มันไม่มีอะไรที่ผิดพลาดเลยสักนิดครับ ”“แต่พ่อซื้อขายกัน พ่อเห็นแก่ตัว นี่สิมันคือความจริงถ้าพ่อไม่ตกลงอย่างน้อยตอนนี้พาฝันก็ยังคงมีชีวิต”“คุณพ่อครับผมบอกแล้วไงว่าผมอ่านรายละเอียดมาหมดแล้ว ต่อให้ไม่ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจที่สุดพาฝันก็ต้องจากทุกคนไปอยู่ดีครับ อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ ขืนทำแบบนี้คนที่ไมสบายจะเป็นดรีมนะครับ ส่วนเรื่องของลุงพาฝันที่มาเรียกร้องเอาเงินบ่อยๆ ผมจะจัดการเองครับ
ตอนที่ 40. เลิกแล้วต่อกันปัจจุบัน ดรีมที่อยู่ในห้องพักค่อยๆ ได้สติและมองไปโดยรอบห้อง ก่อนที่เธอจะตั้งสติและค่อย ๆคิดทบทวนว่ามันเกิดอะไรขึ้น กระทั่งจำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี มือเล็กค่อย ๆ เลื่อนมาจับที่หน้าอกตัวเองอย่างช้า ๆ“เจ็บ เจ็บเหลือเกิน ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะไม่เข้าใจจริง ๆ ” ดรีมร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด กับสิ่งที่เธอได้รับและสัมผัสได้ พาฝันจะเจ็บปวดมากเพียงไหนกันนะ เจนรบวิ่งเข้ามาภายในห้องพักของดรีมด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก แต่เมี่อเห็นว่าดรีมนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นก็ตกใจจึงรีบเข้าไปปลอบ“ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องตกใจปลอดภัยแล้ว ไม่มีอะไรนะ” หมอเจนรบยกมือขึ้นลูบที่ศีรษะของดรีมเบา ๆ ด้วยความสงสารหญิงสาวตรงหน้าเป็นอย่างมาก“พี่เจนรบคะ หนูรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แต่ที่หนูไม่เข้าใจก็คือทำไมในเมื่อพ่อบอกว่าพี่พาฝันเป็นเจ้าหญิงนิทรา แล้วทำไมสร้อยเส้นนั้น ” ดรีมพูดไม่ออกได้แต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น“พี่ว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะ พักผ่อนก่อนดีไหม” เจนรบพยายามจะกล่อมให้ดรีมสงบสติ“จะให้หนูพักได้ยังไงคะ ในเมื่อคนหนึ่งบอกว่าพี่พาฝันเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่เรื่องสร้อยนั้นมันคือยัง
ตอนที่39. มาช่วยแล้วเมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยแล้วนั้น ทุกคนต่างก็เริ่มทำตามหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับ พายุขับรถเข้าไปที่โกดังร้างตามที่พวกมันนัดหมายเอาไว้ กล้องวีดีโอขนาดเล็กเท่ากระดุมเสื้อถูกบันทึกไว้ เผยให้เห็นว่าด้านในโกดังมีคนทั้งหมดกี่คน“กูมาตามที่พวกมึงเรียกร้องแล้ว ไหนล่ะผู้หญิงคนนั้นปล่อยเธอออกมาซะ เธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น เธอเป็นแค่พนักงานใหม่ในสำนักงานเท่านั้น หากพวกมึงมีอะไรก็มาคุยกับกู อย่างไปทำกับคนอื่นแบบนี้”พายุตวาดเสียงดังลั่น ทำเอาดรีมที่ถูกจับเอาไว้อีกห้องถึงกับตกใจเป็นอย่างมากเพระไม่คิดว่าพายุจะมา“ไม่คิดว่าจะมาด้วยซ้ำ ไหนอีหนูนั่นบอกว่ามึงไม่มีทางจะมายังไงล่ะ ที่ไหนได้ที่สุดก็รนหาที่ตายทั้งนั้น ก่อนตายมีอะไรจะพูดเหมือนอีหนูนั่นไหม”“หุบปาก มึงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาต่อรองอะไรได้ ตอนทำคดีนี่เก่งดีเหลือเกิน ยังไงก็เก่งให้มันได้ตลอดไปก็แล้วกัน”ดรีมถูกพวกมันลากออกมาจากอีกห้องหนึ่ง เมื่อดรีมออกมาทำเอาพายุและทุกคนที่เห็นดรีมถึงกับโล่งใจที่เห็นว่าเธอปลอดภัยดี“ดรีมเป็นไงบ้าง พวกมันทำหนูเจ็บตรงไหนบ้าง” พายุถามด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก สมุทรหันไปพยักหน
ตอนที่38.คนรักเก่าพายุที่ได้ยินถึงกับโมโหเป็นอย่างมาก เขารีบกดโทรศัพท์ไปหาสมุทรในทันที“ว่าไงไอ้น้องชาย” สมุทรทักทายอย่ายียวนกวนประสาทเป็นอย่างมาก“หาปืนพร้อมเครื่องกระสุนแบบครบชุดให้กูหน่อยอีก 10 นาทีเข้าไปเอา”“เดี๋ยวๆ มึงจะเอาไปทำอะไรไอ้พายุ ทำไมด่วนขนาดนี้”“มึงหาได้ไหม บอกมาแค่นี้ถ้าหาไม่ได้กูจะได้ไปหาที่อื่น”“เอาไปทำไมว๊ะ ต้องบอกกูก่อน”“มึงจะหาให้หรือไม่หา กูถามแค่นี้” พายุตะคอกเสียงดังลั่นรถ ทำเอาสมุทรตกใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่เคยเห็นพายุเป็นแบบนี้มาก่อน เมื่อคิดได้ดังนั้นสมุทรเลยค่อย ๆ พูดออกมาเบา ๆ“โอเค ๆ อีก10นาทีเข้ามาได้เลยจะหาไว้ให้” พูดจบก็รีบวางสายก่อนจะประชุมสายกับพี่น้องที่เหลือ และเล่าให้ทุกคนฟังอย่างรวดเร็ว ที่สุดทุกคนสรุปว่าจะมาหาสมุทรที่ร้านของสมุทรในตอนนี้เลย ร้านของสมุทร ทุกคนมากันอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่อย่างไทม์ หรือบัลลังก์ ณตะวัน และณดาว น้องเล็กของบ้านทุกคนต่างก็รีบมาด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก และแน่นอนพายุที่มาช้ากว่าเพื่อนเพราะว่าเขาออกไปนอกเมืองเพื่อจะไปนครนายกในตอนแรก เลยทำให้มาช้ากว่าคนอื่น เมื่อมาถึงและเห็นพี่น้องทุกคนพายุถึงกับโมโ
ตอนที่ 37. ตามหา 1.พายุได้แต่ฟังเสียงสนทนาอย่างใจจดใจจ่อเป็นอย่างมาก “อีกแค่สามแสนได้ไหม แล้วจะไม่มากวนใจอีกเลยขอร้อง”“ผมจะเอาจากที่ไหนมาให้ ลำพังแค่ให้ไปครั้งแรกก็แทบจะหมดตัวอยู่แล้ว นายเองก็น่าจะรู้”“ก็รู้แต่ว่าใจทั้งดวงเลยนะ แลกกับชีวิตลูกสาวนายถือว่าคุ้มมาก หรือว่าอยากให้หนูดรีมรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นมาทำเอาพายุถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก“อย่านะ อย่าทำอะไรบ้า ๆ ตกลงกูจะหาให้ และถ้าไม่จำเป็นอย่าโทรมาอีก มีอะไรจะโทรกลับเอง”“ได้ถ้าอย่างนั้นอีก 2 ชั่วโมงเจอกันที่เก่าเวลาเดิม ไม่มาถือว่าทุกอย่างยกเลิก และหนูดรีมจะต้องรู้เรื่องนี้แน่ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู”พายุที่ได้ยินเสียงสัญญาณถูกตัดไปก็แทบอยากจะปาโทรศัพท์มันทิ้งเสียตรงนั้น หากแต่ว่าเขาทำไม่ได้เพราะว่าเขาเองต้องค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ให้รอบคอบเสียก่อน“อย่าให้กูเจอนะมึง รับรองอายุไม่ยืนแบบนี้แน่”ในรถตู้...ดรีมที่ถูกจับมานั้นถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ พร้อมกับมองผู้ชายในรถด้วยความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก“พวกพี่จะพาหนูไปไหนคะ เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าเนี่ย” ดรีมถามด้วยความใจเย็นขั้นสุดเป็นอย่างมาก“หุบปากไปเลยถ้าไม่อย
ตอนที่ 36. ตามหาเช้าวันต่อมา สองคนที่นอนหลับใหลต่างตื่นมาด้วยความอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก พายุเอื้อมมือมาแตะที่ศีรษะของดรีมเพื่อดูว่าเธอยังตัวร้อนอยู่หรือเปล่า“นอนพักอีกสักวันไหม ตัวยังอุ่น ๆอยู่เลย” พายุบอกกับดรีมทั้งที่ยังนอนกอดดรีมเอาไว้แน่น “ไม่ค่ะอยากไปทำงานมากกว่า เกรงใจพี่เอก และคนอื่น ๆ ” ดรีมบอกและพยายามจะขยับตัวเพื่อที่จะลุกออกจากที่นอน “จะรีบไปไหน” พายุถามและกดจมูกไปที่ไหล่ของดรีมอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลากและเลื้อยไปทั่วร่างกาย“หยุดเลยค่ะ ไม่ไหวแล้วขอร้อง” ดรีมบอกออกมาตามตรงทำเอาพายุถึงกับหัวเราะออกมา“โอเค งั้นไปอาบน้ำกันจะได้ไปทำงาน”“ไม่ใช่อาบน้ำกันค่ะ ต่างคนต่างอาบค่ะ ห้องน้ำมีตั้งสองห้องแยกกันอาบจะได้เสร็จไว ๆ ” ดรีมบอกและผลักพายุให้ลุกขึ้น พายุจำใจลุกออกจากที่นอนก่อนจะเดินกลับไปยังห้องของตัวเองเมื่อพายุออกไปจากห้องแล้วนั้น ดรีมเดินมาที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนหยิบโทรศัพท์และกดโทรออก แต่เมื่อเธอกดโทรออกแล้วนั้นอยู่ ๆ โทรศัพท์ของพายุที่วางอยู่ที่หัวเตียงของเธอก็สั่นครืด ๆดรีมเดินไปดูก็สงสัยว่าทำไมเธอโทรหาพ่อ แต่โทรศัพท์พายุดันขึ้นชื่อเธอ ไม่รอช้าดรีมรี
ตอนที่6.ทำงานวันแรก ดรีมเดินคอตกออกมาจากห้องทำงานของพายุ พร้อมกับเดินมาหาพี่เอกคนที่เจอกันก่อนหน้านี้นั่นเอง เมื่อมาถึงชั้นล่างก็ตรงมาที่หน้าโต๊ะทำงานของพี่เอง และเอ่ยถามขึ้นมาในทันที“พี่เอกคะ หัวหน้าบอกว่าให้หนูมานั่งทำงานข้างล่างนี้ค่ะ และงานแรกนั่นก็คือให้หนูทำลายเอกสารค่ะ”“ฮะ อะไร
ตอนที่5. เจอกันอีกแล้ว1.เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังครั้งแล้วครั้งเล่าทำเอาดรีมต้องรีบดีดตัวเองลุกจากที่นอนด้วยความงัวเงียเป็นอย่างมาก เพราะนั่นหมายถึงว่าวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่วันใหม่ ใช่ และวันนี้เธอต้องไปฝึกงานที่สำนักงานทนายความเป็นวันแรก เพราะฉะนั้นเธอจะไปสายไม่ได้โดยเด็ดขาด!!“ตายแล้ว ตายแล้ววันแรกซ
ตอนที่4. เจอกันอีกแล้ว“อืม ก็ได้ฉันจะพยายามคิดให้มันเป็นไปในทางที่ดี” ดรีมบอกกับเพื่อน ๆของเธอก่อนจะยกเครื่องดื่มมาดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว พร้อมกับลุกขึ้นและหันมาบอกกับจ๊ะจ๋า และ แมน“ไปห้องน้ำแปบเดี๋ยวมา”“ให้ไปส่งไหมแก” จ๊ะจ๋าถามด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมากแต่ดรีมได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ และส่งยิ้มให้
ตอนที่3. วันเกิดวันตายอัฐิสถาน คือ ช่องเก็บอัฐิตามวัด ปัจจุบันต้องเสียค่าใช้จ่ายราว 1,000–20,000 บาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการเก็บ และขนาดของช่องในการเก็บอัฐิ .บริเวณอัฐิสถาน “พายุ” ยืนมองดูคนในรูปถ่ายที่ติดอยู่หน้าที่เก็บอัฐิด้วยนัยน์ตาที่โศกเศร้าเป็นอย่างมาก มือหนาเอื้อมมือไปสัมผัสรูปถ่ายที่เปื้อ







