Se connecterตอนที่8. เรื่องราวในอดีต
ดรีมเริ่มงานวันแรกโดยการเปิดคอมพิวเตอร์ และดูข่าวเก่าๆ เกี่ยวกับครอบครัวของเธอ เมื่อสองปีที่แล้วที่เกิดอุบัติเหตุกับครอบครัวของเธอ ถ้าย้อนไปเมื่อสองปี่ที่แล้วนั่นก็คือตอนนั้นดรีมยังอยู่ที่โงรงพยาบาล เธอป่วยเพราะเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ ที่ในตอนนั้นอาการค่อนข้างแย่เป็นอย่างมาก และในตอนนั้นครอบครัวของเธอก็ประสบอุบัติเหตุ
รถยนต์ของพ่อแม่ที่รีบเร่งมาดูลูกสาวเพียงเพราะคุณหมอบอกว่าลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านอาการสาหัสเป็นอย่างมาก ต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจโดยด่วน และนั่นเป็นสาเหตุให้มีการรีบเร่ง และระหว่างการเดินทางมาที่โรงพยาบาลสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อรถยนต์ที่พ่อกับแม่เธอที่นั่งมาหาเธอที่โรงพยาบาลเกิดชนกับรถยนต์อีกคันหนึ่ง แต่ทุกคนก็ปลอดภัยเป็นอย่างดี และไม่มีใครเป็นอะไร กระทั่งพ่อกับแม่บอกว่าคุณหมอหาหัวใจเปลี่ยนให้เธอได้แล้ว และนั่นวันเดียวกันนั้นเองเธอก็ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจในทันที
ดรีมนั่งคิดอยู่นานก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรผิดปกติ เพราะว่าทุกอย่างได้รับการชดใช้ให้แก่กันทั้งสองฝ่าย
“แล้วมันผิดปกติตรงไหนกันล่ะ พ่อแม่ก็ทำตัวปกติ ไม่เคยพูดถึงเรื่องอุบัติเหตุในครั้งนั้นอีกเลย จะมีก็แต่....” ดรีมนั่งนิ่งเงียบไปในที่สุด ก่อนจะเริ่มพิมพ์ข้อมูลที่เธอเริ่มคิดได้แต่ละอย่างไว้ในโน๊ตบุ๊คของเธอเอง
“จะเป็นไปได้ไหมนะ ที่พ่อบอกว่าวันนั้นถือว่าเป็นวันเกิดใหม่ของเรา แต่ทำไมมันไปตรงกันกับวันที่คนรักของหัวหน้าเสียชีวิตอย่างนั้นเหรอ แล้วคนรักของหัวหน้าเสียชีวิตเพราะอะไร “ ยิ่งคิดดรีมก็ยิ่งสับสนเป็นอย่างมาก ครั้นอยากจะถามพายุก็ไม่กล้าที่จะขึ้นไปหาเพราะเขาบอกว่าไม่จำเป็นก็อย่ามาห้องทำงานของเขา
“สืบเองก็ได้น่า” ดรีมบ่นและเริ่มเขียนสิ่งที่เธอต้องทำต่อจากนี้อีกครั้งว่าจะต้องทำอะไรบ้างต่อจากนี้ โดยที่เธอเริ่มจาก
-อุบัติเหตุของครอบครัว
-คู่กรณี
-ตัวตนของคนรักของหัวหน้า
-พี่สาวคนนั้นที่ครอบครัวให้ไปไหว้ทุกปี
“ทำไมมันเยอะแยะไปหมดนะ มันเรื่องอะไรกันแน่ หรือว่ามีอะไรที่หัวหน้ารู้และไม่บอกใครอย่างนั้นเหรอ ? แต่ทำไมในเมื่อเป็นคนรักของตัวเองทำไมหัวหน้าไม่ตามสืบเองตั้งแต่สองปีที่แล้วล่ะ มันเรื่องบ้าอะไรกันนะ” ดรีมได้แต่บ่นอยู่เพียงลำพังอีกทั้งยังคิดไม่ตกด้วยซ้ำว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหนก่อนดี
ในระหว่างที่นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้นพี่เอกที่นั่งทำงานอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยขึ้นมา
“น้องดรีมเที่ยงแล้วไปกินข้าวกัน เดี๋ยววันนี้พี่เลี้ยงเอง” เอกพูดขึ้นมาและพยักหน้า แต่ยังไม่ทันที่ดรีมจะพูดอะไรมากไปกว่านี้นั้นก็มีเสียงของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในสำนักงานเสียก่อน
“อ้าววันนี้มีน้องใหม่มาทำงานด้วยเหรอเนี่ย ดีจังสำนักงานจะได้มีสีสันสักทีนะ ” เอกและดรีมถึงกับหันไปมองด้วยความตกใจเป็นอย่างมากว่าใครกันที่เดินเข้ามา ก่อนที่เอกจะทักทาย
“อ้าวสวัสดีครับคุณราเชน คุณชนาธิป”
เอกทักทายทั้งสองคน ทำเอาดรีมยกมือไหว้ทั้งสองตามที่เอกทักทาย
“สวัสดีค่ะ” ดรีมกล่าวคำทักทายทั้งสองคนตามมารยาททำเอาทั้งสองยิ้มออกมาในความน่ารักของดรีม
“ว่าแต่จะไปไหนกันเหรอครับ ถ้าฟังไม่ผิดไปกินข้าวหรือเปล่าได้ยินแว่วๆ ว่าพี่เลี้ยง ” ชนาธิปเอ่ยถาม
“ดรีมนี่ คุณชนาธิป คุณราเชน เพื่อนสนิทของหัวหน้า ส่วนนี่น้องดรีมครับเพิ่งมาทำงานวันนี้เป็นวันแรก รู้จักกันไว้นะครับ” เอกแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกัน ชายหนุ่มทั้งสองคนพยักหน้า
“พี่ว่าถ้ายอย่างนั้นเราไปกินข้าวพร้อมกันดีไหมครับ เพราะว่าพี่สองคนก็นัดไอ้ เอ้ยนัดเจ้าพายุไว้ดีเลยจะได้ฉลองต้อนรับน้องใหม่กันดีไหมครับ ” ราเชนรวบรัดตัดความทันที ทำเอาชนาธิปรีบค้าน
“มึงนี่ก็นะ ไม่ถามน้องเขาสักคำว่าต้องการไปกินข้าวกับพวกเราไหม อย่าทำแบบนี้น้องเขาจะอึดอัดเอาเปล่า ๆ จริงไหมครับน้องดรีม” คราวนี้ชนาธิปถามและยิ้มให้กับดรีม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบอะไรมากไปกว่านี้ ก็มีเสียงของพายุที่เดินลงมาจากบันไดดังขึ้นมาขัดทุกคนเสียก่อน
“น้องคงไม่สะดวกที่จะไปกับพวกเราหรอก อย่าไปรบกวนน้องพวกเราไปกันเองจะดีกว่านะ” พายุพูดขึ้นมาทำเอาทุกคนมองหน้าพายุพร้อม ๆ กันที่โดนเขาตัดบทไปในพริบตา
แต่ใครจะรู้ว่าดรีมกลับแก้ไขสถานการณ์มาได้
“ดีเลยค่ะ หนูขออนุญาตเรียกพี่ ๆ ทุกคนว่าพี่ได้ไหมคะ อย่างน้อยก็จะได้สนิทกันในระยะเวลาที่ฝึกงานที่นี่ หรือว่าถ้าไม่สะดวกหนูเรียกคำสุภาพได้นะคะ ”
ดรีมพูดและส่งยิ้มหวานให้กับทุกคนเว้นเสียแต่พายุเพียงคนเดียวที่ดรีมเมินไปทางอื่น
“ได้ ๆ ไม่ใช่ปัญหาเลยใช่ไหมไอ้ราเชน”
ชนาธิปรีบสะกิดเพื่อน ราเชนพยักหน้าและหันไปมองพายุ ก่อนจะถามเพื่อนอีกที
“ว่าไงไอ้พายุ หรือว่ามึงอยากให้น้องเรียกคำสุภาพ หรือว่าจะให้เรียกว่าพี่”
“แล้วแต่อยากเรียกอะไรก็เรียกใครห้าม ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ห้ามว่าจะเรียกอะไรก็มีแต่ไอ้เอกนั่นแหละที่ติดปากเรียกหัวหน้า ”
พายุตอบเพื่อนและมองหน้าเอก ทำเอาเอกได้แต่ยิ้มแหย ๆ อยู่อย่างนั้น
“เอาเถอะในเมื่อตกลงกันได้แล้วแบบนี้ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันหมดนี่แหละ ไอ้พายุเลี้ยง” ราเชนสรุปทันทีทำเอาพายุส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา
ตอนที่ 41. ความรักหลายวันผ่านมาหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วนั้น พายุพาดรีมมาที่บ้านพ่อกับแม่เพื่อหวังจะเคลียร์เรื่องราวต่าง ๆ“พายุพ่อกับแม่ขอโทษนะ ที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ จับพ่อส่งตำรวจเถอะนะ อย่างน้อยพ่อก็จะได้สบายใจ” พ่อร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายเลยสักนิด“พ่อคะ” ดรีมเองก็สงสารพ่อจับใจ ก่อนจะตรงเข้าไปกอดพ่อ พายุเดินเข้าไปประคองพ่อและดรีมให้ลุกขึ้นและพาไปนั่งที่โซฟา“ถ้าตอนนั้นที่ผมยังไม่ทราบที่มาที่ไปล่ะก็ ผมคงก็อยากที่จำดำเนินคดีเป็นอย่างมากนะครับคุณพ่อ แต่เมื่อได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด รวมไปถึงได้ตรวจสอบรายงานจากหมอเจนรบก็เข้าใจทุกอย่างได้เป็นอย่างดีครับ ไม่ว่าจะเป็นใบยินยอมที่ญาติเซ็น หรืออะไรก็แล้วแต่ในทางกฎหมาย มันไม่มีอะไรที่ผิดพลาดเลยสักนิดครับ ”“แต่พ่อซื้อขายกัน พ่อเห็นแก่ตัว นี่สิมันคือความจริงถ้าพ่อไม่ตกลงอย่างน้อยตอนนี้พาฝันก็ยังคงมีชีวิต”“คุณพ่อครับผมบอกแล้วไงว่าผมอ่านรายละเอียดมาหมดแล้ว ต่อให้ไม่ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจที่สุดพาฝันก็ต้องจากทุกคนไปอยู่ดีครับ อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ ขืนทำแบบนี้คนที่ไมสบายจะเป็นดรีมนะครับ ส่วนเรื่องของลุงพาฝันที่มาเรียกร้องเอาเงินบ่อยๆ ผมจะจัดการเองครับ
ตอนที่ 40. เลิกแล้วต่อกันปัจจุบัน ดรีมที่อยู่ในห้องพักค่อยๆ ได้สติและมองไปโดยรอบห้อง ก่อนที่เธอจะตั้งสติและค่อย ๆคิดทบทวนว่ามันเกิดอะไรขึ้น กระทั่งจำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี มือเล็กค่อย ๆ เลื่อนมาจับที่หน้าอกตัวเองอย่างช้า ๆ“เจ็บ เจ็บเหลือเกิน ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะไม่เข้าใจจริง ๆ ” ดรีมร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด กับสิ่งที่เธอได้รับและสัมผัสได้ พาฝันจะเจ็บปวดมากเพียงไหนกันนะ เจนรบวิ่งเข้ามาภายในห้องพักของดรีมด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก แต่เมี่อเห็นว่าดรีมนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นก็ตกใจจึงรีบเข้าไปปลอบ“ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องตกใจปลอดภัยแล้ว ไม่มีอะไรนะ” หมอเจนรบยกมือขึ้นลูบที่ศีรษะของดรีมเบา ๆ ด้วยความสงสารหญิงสาวตรงหน้าเป็นอย่างมาก“พี่เจนรบคะ หนูรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แต่ที่หนูไม่เข้าใจก็คือทำไมในเมื่อพ่อบอกว่าพี่พาฝันเป็นเจ้าหญิงนิทรา แล้วทำไมสร้อยเส้นนั้น ” ดรีมพูดไม่ออกได้แต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น“พี่ว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะ พักผ่อนก่อนดีไหม” เจนรบพยายามจะกล่อมให้ดรีมสงบสติ“จะให้หนูพักได้ยังไงคะ ในเมื่อคนหนึ่งบอกว่าพี่พาฝันเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่เรื่องสร้อยนั้นมันคือยัง
ตอนที่39. มาช่วยแล้วเมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยแล้วนั้น ทุกคนต่างก็เริ่มทำตามหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับ พายุขับรถเข้าไปที่โกดังร้างตามที่พวกมันนัดหมายเอาไว้ กล้องวีดีโอขนาดเล็กเท่ากระดุมเสื้อถูกบันทึกไว้ เผยให้เห็นว่าด้านในโกดังมีคนทั้งหมดกี่คน“กูมาตามที่พวกมึงเรียกร้องแล้ว ไหนล่ะผู้หญิงคนนั้นปล่อยเธอออกมาซะ เธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น เธอเป็นแค่พนักงานใหม่ในสำนักงานเท่านั้น หากพวกมึงมีอะไรก็มาคุยกับกู อย่างไปทำกับคนอื่นแบบนี้”พายุตวาดเสียงดังลั่น ทำเอาดรีมที่ถูกจับเอาไว้อีกห้องถึงกับตกใจเป็นอย่างมากเพระไม่คิดว่าพายุจะมา“ไม่คิดว่าจะมาด้วยซ้ำ ไหนอีหนูนั่นบอกว่ามึงไม่มีทางจะมายังไงล่ะ ที่ไหนได้ที่สุดก็รนหาที่ตายทั้งนั้น ก่อนตายมีอะไรจะพูดเหมือนอีหนูนั่นไหม”“หุบปาก มึงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาต่อรองอะไรได้ ตอนทำคดีนี่เก่งดีเหลือเกิน ยังไงก็เก่งให้มันได้ตลอดไปก็แล้วกัน”ดรีมถูกพวกมันลากออกมาจากอีกห้องหนึ่ง เมื่อดรีมออกมาทำเอาพายุและทุกคนที่เห็นดรีมถึงกับโล่งใจที่เห็นว่าเธอปลอดภัยดี“ดรีมเป็นไงบ้าง พวกมันทำหนูเจ็บตรงไหนบ้าง” พายุถามด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก สมุทรหันไปพยักหน
ตอนที่38.คนรักเก่าพายุที่ได้ยินถึงกับโมโหเป็นอย่างมาก เขารีบกดโทรศัพท์ไปหาสมุทรในทันที“ว่าไงไอ้น้องชาย” สมุทรทักทายอย่ายียวนกวนประสาทเป็นอย่างมาก“หาปืนพร้อมเครื่องกระสุนแบบครบชุดให้กูหน่อยอีก 10 นาทีเข้าไปเอา”“เดี๋ยวๆ มึงจะเอาไปทำอะไรไอ้พายุ ทำไมด่วนขนาดนี้”“มึงหาได้ไหม บอกมาแค่นี้ถ้าหาไม่ได้กูจะได้ไปหาที่อื่น”“เอาไปทำไมว๊ะ ต้องบอกกูก่อน”“มึงจะหาให้หรือไม่หา กูถามแค่นี้” พายุตะคอกเสียงดังลั่นรถ ทำเอาสมุทรตกใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่เคยเห็นพายุเป็นแบบนี้มาก่อน เมื่อคิดได้ดังนั้นสมุทรเลยค่อย ๆ พูดออกมาเบา ๆ“โอเค ๆ อีก10นาทีเข้ามาได้เลยจะหาไว้ให้” พูดจบก็รีบวางสายก่อนจะประชุมสายกับพี่น้องที่เหลือ และเล่าให้ทุกคนฟังอย่างรวดเร็ว ที่สุดทุกคนสรุปว่าจะมาหาสมุทรที่ร้านของสมุทรในตอนนี้เลย ร้านของสมุทร ทุกคนมากันอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่อย่างไทม์ หรือบัลลังก์ ณตะวัน และณดาว น้องเล็กของบ้านทุกคนต่างก็รีบมาด้วยความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก และแน่นอนพายุที่มาช้ากว่าเพื่อนเพราะว่าเขาออกไปนอกเมืองเพื่อจะไปนครนายกในตอนแรก เลยทำให้มาช้ากว่าคนอื่น เมื่อมาถึงและเห็นพี่น้องทุกคนพายุถึงกับโมโ
ตอนที่ 37. ตามหา 1.พายุได้แต่ฟังเสียงสนทนาอย่างใจจดใจจ่อเป็นอย่างมาก “อีกแค่สามแสนได้ไหม แล้วจะไม่มากวนใจอีกเลยขอร้อง”“ผมจะเอาจากที่ไหนมาให้ ลำพังแค่ให้ไปครั้งแรกก็แทบจะหมดตัวอยู่แล้ว นายเองก็น่าจะรู้”“ก็รู้แต่ว่าใจทั้งดวงเลยนะ แลกกับชีวิตลูกสาวนายถือว่าคุ้มมาก หรือว่าอยากให้หนูดรีมรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นมาทำเอาพายุถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก“อย่านะ อย่าทำอะไรบ้า ๆ ตกลงกูจะหาให้ และถ้าไม่จำเป็นอย่าโทรมาอีก มีอะไรจะโทรกลับเอง”“ได้ถ้าอย่างนั้นอีก 2 ชั่วโมงเจอกันที่เก่าเวลาเดิม ไม่มาถือว่าทุกอย่างยกเลิก และหนูดรีมจะต้องรู้เรื่องนี้แน่ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู”พายุที่ได้ยินเสียงสัญญาณถูกตัดไปก็แทบอยากจะปาโทรศัพท์มันทิ้งเสียตรงนั้น หากแต่ว่าเขาทำไม่ได้เพราะว่าเขาเองต้องค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ให้รอบคอบเสียก่อน“อย่าให้กูเจอนะมึง รับรองอายุไม่ยืนแบบนี้แน่”ในรถตู้...ดรีมที่ถูกจับมานั้นถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ พร้อมกับมองผู้ชายในรถด้วยความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก“พวกพี่จะพาหนูไปไหนคะ เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าเนี่ย” ดรีมถามด้วยความใจเย็นขั้นสุดเป็นอย่างมาก“หุบปากไปเลยถ้าไม่อย
ตอนที่ 36. ตามหาเช้าวันต่อมา สองคนที่นอนหลับใหลต่างตื่นมาด้วยความอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก พายุเอื้อมมือมาแตะที่ศีรษะของดรีมเพื่อดูว่าเธอยังตัวร้อนอยู่หรือเปล่า“นอนพักอีกสักวันไหม ตัวยังอุ่น ๆอยู่เลย” พายุบอกกับดรีมทั้งที่ยังนอนกอดดรีมเอาไว้แน่น “ไม่ค่ะอยากไปทำงานมากกว่า เกรงใจพี่เอก และคนอื่น ๆ ” ดรีมบอกและพยายามจะขยับตัวเพื่อที่จะลุกออกจากที่นอน “จะรีบไปไหน” พายุถามและกดจมูกไปที่ไหล่ของดรีมอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลากและเลื้อยไปทั่วร่างกาย“หยุดเลยค่ะ ไม่ไหวแล้วขอร้อง” ดรีมบอกออกมาตามตรงทำเอาพายุถึงกับหัวเราะออกมา“โอเค งั้นไปอาบน้ำกันจะได้ไปทำงาน”“ไม่ใช่อาบน้ำกันค่ะ ต่างคนต่างอาบค่ะ ห้องน้ำมีตั้งสองห้องแยกกันอาบจะได้เสร็จไว ๆ ” ดรีมบอกและผลักพายุให้ลุกขึ้น พายุจำใจลุกออกจากที่นอนก่อนจะเดินกลับไปยังห้องของตัวเองเมื่อพายุออกไปจากห้องแล้วนั้น ดรีมเดินมาที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนหยิบโทรศัพท์และกดโทรออก แต่เมื่อเธอกดโทรออกแล้วนั้นอยู่ ๆ โทรศัพท์ของพายุที่วางอยู่ที่หัวเตียงของเธอก็สั่นครืด ๆดรีมเดินไปดูก็สงสัยว่าทำไมเธอโทรหาพ่อ แต่โทรศัพท์พายุดันขึ้นชื่อเธอ ไม่รอช้าดรีมรี
ตอนที่11. คนที่กวนที่สุด 1. "ไม่รู้ล่ะ ยังไงวันนี้ผมก็ต้องได้เที่ยวให้ชุ่มปอด ไหนล่ะ สาวตัวท็อปน่ะ ไม่เห็นโผล่มมาเลยสักคน" "ไอ้พายุ กูรู้นะว่ามึงไม่ได้มาเที่ยว" "พี่นี่ก็นะ อย่ามองน้องแง่ร้ายสิ คราวนี้ผมมาเที่ยวจริงๆ”พายุกระตุกยิ้ม และอดที่จะขำพี่ชายไม่ได้ มันสะใจที่เห็นว่าเขามีท่าทีที่ตื่นกล
ตอนที่ 10. คนที่กวนที่สุดระหว่างทางกลับบ้านนั้น ทั้งสองคนต่างก็ไม่พูดอะไรกันแม้เพียงสักคำ แต่พอเห็นว่าพายุกำลังขับรถออกนอกเส้นทาง เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมาในทันที“นี่เราจะไปที่ไหนกันเหรอคะ มันไม่ใช่ทางที่จะไปสำนักงานไม่ใช่เหรอคะ” ดรีมถามด้วยความสงสัยและมองไปรอบ ๆ ทั้งสองด้านเพื่อนที่จะดูว่าท
ตอนที่9. วางมาด“เอาเป็นว่ากูกับมึงไปด้วยกัน เอกก็ด้วย ส่วนพายุก็ไปกับน้องดรีมก็แล้วกันนะ ” ราเชนบอกกับทุกคนทำเอาพายุถึงกับมองเพื่อนด้วยความโมโหเป็นอย่างมาก“แล้วทำไมกูต้องไปกับยัย เอ่อ ไปกับเด็กคนนี้แค่สองคนล่ะ งั้นเอกก็มาด้วยกันก็ได้ พวกมึงกินเสร็จก็จะได้รีบกลับไปเลย” พายุบอกกับเพื่อน“กูรู้ว่าตอ
ตอนที่7. ตามหาความจริงกันเถอะ ดรีมนั่งถอนหายใจอยู่หน้าเครื่องทำลายเอกสาร ก่อนจะคิดอะไรหลาย ๆอย่างเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุรถชนของครอบครัวของเธอในตอนนั้น“หรือว่าจะต้องถามพ่อกับแม่ดี แต่ถ้าถามแล้วพ่อแม่ไม่บอกความจริงล่ะจะทำยังไง ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไปถามหัวหน้าดีกว่าอย่างน้อยเขาคงจะบอกได้ว







