Se connecterลิ้นสาก ๆ ของชายหนุ่มจงใจลากผ่านแอ่งชีพจรบนข้อมือของลลิตรา เธอชาวาบเหมือนโดนไฟช็อต ดึงมือออกอย่างแรงแต่อธิปก็จับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ปล่อยนะ! ปล่อย!”
เธอกัดฟันบอก ไม่ได้กลัวเขามากเท่ากลัวคนอื่นเดินเข้ามาเห็น
ไม่กี่นาทีก่อน ทุกคนยังสลอนกันอยู่ในครัว เธอเองที่ออกปากให้ทุกคนกลับไปพักเพราะเกรงใจที่ทำงานกันมาทั้งวันยังมาช่วยเธอทำขนม
แต่ตอนนี้เธออยากตะโกนเรียกให้ทุกคนกลับมาจริง ๆ
หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า
ปกติเวลาหลังอาหารมื้อเย็น เมื่ออรรถกับลินดารับประทานอาหารเสร็จแล้ว คนในครัวก็จะช่วยกันเก็บล้างทำความสะอาดและแยกย้ายกันไปพักผ่อนห้องใครห้องมัน ถือว่างานวันนั้นได้เสร็จสิ้น
แต่วันนี้ ทั้งแม่ครัว แม่บ้าน และคนงานทุกคนที่พักอยู่ที่เรือนเล็กด้านหลัง มาออกันอยู่ในครัวเพื่อช่วยลลิตราทำขนม
“ป้าเดือนคะ ไม่ต้องช่วยลูกอมจริง ๆ ลูกอมทำเองได้”
ลลิตราพยายามบอก
“ปกติลูกอมก็ทำเองนะคะ แล้วป้ากับคนอื่น ๆ ก็ทำงานกันมาทั้งวันแล้ว ลูกอมไม่รบกวนหรอกค่ะ นี่พูดจริง ๆ นะคะนี่”
ป้าเดือนกำลังจะอ้าปากตอบ แต่หลานสาวที่เป็นผู้ช่วยแม่ครัวนามว่าน้ำค้างพูดขึ้นมาก่อน
“คุณเขาก็พูดถูกนะป้า เขาจ้างเรามาทำอาหารให้คุณท่าน ไม่ได้จ้างให้มาช่วยใครทำขนม แทนที่จะได้พัก...”
“ก็ถ้าเอ็งอยากพักก็กลับไปพักสิ ใครว่าอะไรล่ะ”
ป้าเดือนตอบหลานสาวเสียงดุ
“พวกเอ็งทุกคนก็เหมือนกัน ข้าไม่ได้เกณฑ์ให้มาช่วยคุณหนู วันนี้ข้าแค่ว่าง ๆ แล้วก็ยังไม่ง่วงไม่เหนื่อย ก็เลยอยากอยู่ดูว่าคุณหนูเค้าจะทำอะไรยังไง ใครไม่อยากอยู่ก็กลับไปสิวะ ใครจะห้าม”
“งั้นฉันไป”
น้ำค้างบอกก่อนจะเดินออกจากครัว ไม่สนใจอะไรใครทั้งนั้น
ป้าเดือนก็ไม่สนใจหลานสาวแท้ ๆ คนนี้เหมือนกัน หันมาช่วยลลิตราเช็ดและเจียนใบตองต่อ
“ป้าไม่ได้ทำขนมกินแบบนี้มานานแล้ว เมื่อก่อนสมัยอยู่บ้านล่ะทำบ่อย”
“หมายถึงบ้านที่ไหนหรือคะ”
ลลิตราชวนคุย แม่ครัวคนอื่น ๆ ที่อาบน้ำอาบท่าแล้วก็นั่งพับเพียบแปล้คอยช่วยอยู่ใกล้ ๆ ไปด้วย
“ลำพูนจ้ะ นี่ก็คนลำพูนกันเกือบทั้งหมดเลยนะ ป้าก็คนลำพูน ไอ้ดาวนั่นก็น้องชายป้ามาด้วยกัน ไอ้น้ำค้างนั่นก็หลาน ลูกพี่ชาย ส่วนน้ำตาลนี่ก็ญาติ...”
ป้าเดือนแนะนำทุกคนที่อยู่ในครัวตอนนั้นอีกรอบ น้ำตาลส่งยิ้มมาให้ ไม่กี่วันที่เจ้านายคนใหม่มาอยู่ที่นี่ ก็มีน้ำตาลนี่แหละที่กลายเป็นคนสนิทที่สุดของคุณลินดาไปเสียแล้ว
“สาว ๆ ป้าเคยทำขนมขาย ทำได้แทบทุกอย่างเลยนะ ดีจริงไม่คิดว่าสาว ๆ อย่างคุณหนูก็จะทำขนมขายเหมือนกันด้วย”
“หนูขายทางออนไลน์ค่ะ”
หญิงสาวบอก น้ำตาลจึงหันไปบอกคนเป็นป้าว่าหมายถึงสั่งซื้อได้ทางโทรศัพท์ อย่างที่ป้าฝากให้เธอทำอยู่ทุกเดือนนั่นแหละ
“แล้วใครมาซื้อหรือคะ”
เด็กสาวถามอย่างสงสัย
“ส่วนใหญ่ก็เป็นโรงเรียน บริษัท หน่วยงานราชการอะไรพวกนี้จ้ะ เขาสั่งทีละร้อย ๆ ชุดอย่างที่เห็นนี่แหละ เอาไปเป็นขนมกินตอนเบรกประชุมอะไรแบบนี้”
ลลิตราตอบพลางมือก็พับกระทงใบตองไปพลาง
กลิ่นหอมของกะทิกับเผือกข้าวโพดนึ่งหอมตลบอบอวลไปทั้งครัว ออเดอร์วันพรุ่งนี้คือตะโก้เผือกและตะโก้ข้าวโพด ส่วนน้ำอัญชันมะนาวและน้ำตะไคร้ก็ต้มเสร็จแล้วแค่รอให้เย็นแล้วค่อยกรอกลงขวดใบเล็กขนาดน่ารัก
“แล้วป้าเดือนยังจำสูตรขนมได้ไหมล่ะคะ”
“จำได้สิคะคุณหนู ไม่มีลืมหรอก ถ้าให้ทำอีกก็ทำได้”
“ดีจัง” ลลิตรายิ้มดีใจ “คราวหน้าถ้าลูกอมคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรใหม่ ๆ ก็มาถามป้าดีกว่า สูตรที่ลูกอมทำก็จำ ๆ ดู ๆ มาจากในอินเทอร์เน็ต ถ้าได้สูตรจากคนรุ่นเก่า ๆ น่าจะอร่อยกว่าเยอะ”
“เขาบอกว่าพี่แก่แน่ะ”
น้าเดือนที่นั่งกินข้าวอยู่ด้านหลังเพราะมาทีหลังคนอื่นเอ่ยขึ้นมา เลยโดนพี่สาวแท้ ๆ ที่เป็นหัวหน้าแม่ครัวด่ากลับไปหนึ่งทีเป็นภาษาเหนือ
เสียงหัวเราะในครัวฟังแล้วครื้นเครง ลลิตราทำขนมเผื่อทุกคนในบ้านด้วยเพราะถึงอย่างไรตอนนี้เธอก็ไม่ต้องห่วงเรื่องค่ายาของแม่ สามารถทำเกิน ๆ เพื่อแบ่งคนที่บ้านกินได้
แต่จู่ ๆ เสียงหัวเราะก็หยุดชะงักเมื่อใครบางคนเดินเข้ามาในครัว คนที่ร้อยวันพันปีไม่เคยลงมาเหยียบที่นี่
“คุณอาร์ต...จะรับอะไรหรือคะ”
ป้าเดือนรีบเอ่ยถาม ลลิตราที่นั่งหันหลังให้ตัวแข็งขึ้นมาทันที สักพักก็ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มตอบ
“มาหาป้าเดือน ไม่อยู่เหรอ”
“ป้าเดือนแกลากลับสุโขทัยไปเมื่อเช้านี้ค่ะ ไปช่วยงานบวชหลาน อีกสองสามวันถึงจะกลับ คุณหนูจะให้ป้าทำอะไรให้ทานไหมคะ”
หัวหน้าแม่ครัวถามอย่างใส่ใจเพราะคิดว่าที่เจ้านายลงมาถึงที่นี่คงเพราะหิว เพราะเมื่อมื้อเย็นอธิปยังไม่กลับบ้าน
ชายหนุ่มยังไม่ตอบ แต่เดินเข้ามาในครัวช้า ๆ ทุกคนนิ่งเงียบและก้มหน้าก้มตา นอกจากป้าอ้อม น้าดาว กับป้าเดือนที่อยู่ที่นี่มานานกว่าใคร ก็ไม่มีใครคุ้นเคยกับชายหนุ่มนัก
ยิ่งสามเดือนที่อธิปเพิ่งกลับมา ก็ปะทะคารมกับคุณอรรถไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง พวกเด็ก ๆ แม่บ้านแม่ครัวจึงค่อนข้างหวาด ๆ คุณอาร์ต แม้ว่าตอนแรก ๆ จะตกตะลึงในความหล่อของเจ้านายหนุ่มลูกครึ่งก็ตามที
“แล้วนี่ทำอะไรกันอยู่ ที่บ้านจะมีงานหรือไง”
“เปล่าหรอกค่ะ กำลังช่วยคุณหนูลูกอมทำขนมค่ะ”
“ทำไปทำไม”
อธิปถามเรียบ ๆ แต่น้ำเสียงไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
“ทำขาย” หนนี้ลลิตราเป็นฝ่ายตอบเอง ห้วน ๆ และไม่มองหน้าเขา
“แล้วไง เธอจ่ายเงินจ้างแม่ครัวของบ้านฉันให้มาช่วยเธองั้นเหรอ”
“เปล่า พวกเขามาช่วยด้วยน้ำใจ”
หนนี้เธอเงยหน้าขึ้นมองตอบเขา แววตาเริ่มจะเอาเรื่อง
“อ้างคำว่าน้ำใจ แต่ความจริงคือขูดรีดแรงงาน ใช้งานฟรี พวกนี้เขาทำงานกันมาทั้งวันแล้วยังต้องมาช่วยเธอทำงานส่วนตัวอีกสินะ”
“พวกป้าอาสาเองค่ะคุณอาร์ต ป้าอาสาเอง”
ป้าเดือนรีบบอกก่อนสองคนจะเถียงกันไปมากกว่านี้ แต่อธิปไม่ยอมด้วย
“ผมรู้ป้ามีน้ำใจ แต่วันนี้ถือว่าผมขอ... ให้ลูกสาวคนใหม่ของพ่อผมเขาได้เรียนรู้ซะบ้างว่า แค่มาอยู่ที่นี่ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ เพราะเขาไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินเดือน”
“ค่ะ ค่ะ คุณลูกอมไม่ได้ขอหรอกค่ะ ป้าดื้อจะช่วยเอง...”
ป้าเดือนยังพยายามจะอธิบายต่อ แต่น้าดาวที่รีบอิ่มข้าวทันทีค่อย ๆ ย่อตัวเข้ามาสะกิดพี่สาว
คนอื่น ๆ ที่เหลือก็เริ่มเลิกลั่ก ไม่รู้จะทำตัวยังไงให้ถูกใจลูกชายคนจ่ายเงินเดือน
“ทุกคนกลับไปพักได้แล้ว เดี๋ยวตรงนี้ผมจะอยู่ช่วยน้องสาวผมเอง”
“เอ่อ...”
ป้าเดือนยังลังเล แต่เมื่อน้องชายสะกิดอีกรอบบวกกับเริ่มรับรู้ถึงสีหน้าบึ้งตึงของนายจ้างอย่างอธิป หนึ่งนาทีต่อมาทุกคนก็หายหน้ากลับเรือนพักไปจนหมด
เหลือเพียงชายหนุ่มกับหญิงสาวอยู่ในครัวกันตามลำพัง
ลลิตราไม่แลเขา กระทงพับเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว เหลือแค่ตักเนื้อข้าวโพดที่กวนรอไว้แล้วใส่ไปในกระทงแล้วค่อยหยอดกะทิปิดท้ายเท่านั้น เธอลุกขึ้นไปที่เตา เปิดหม้อข้าวโพดกวนที่ยังระอุอยู่
“เอ๊ะ!”
หญิงสาวอุทานเมื่อจู่ ๆ เงาดำ ๆ สูง ๆ ปราดมาใกล้ ลลิตราสะบัดทัพพีออกไปด้วยสัญชาติญาณ เสียงโลหะกระทบพื้นดังแกร๊ง เนื้อข้าวโพดอุ่นจัดเปรอะเลอะแขนข้างหนึ่ง เธอรีบตรงไปที่ก๊อกน้ำแล้วเปิดล้างทันที
อธิปขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูจากไออุ่น ๆ ที่ลอยจากหม้อก็พอเดาอุณหภูมิได้ เขาก้าวยาว ๆ แค่สองก้าวก็ไปยืนอยู่ข้าง ๆ เธอที่อ่างล้างมือ
ลลิตราผงะหนีเขาอีกรอบ แต่หนนี้เขาจับข้อมือเธอไว้ทันและไม่ยอมปล่อยโดยง่าย
“นาย! ปล่อยนะ”
“ไม่ต้องโอเวอร์แอ็กติ้ง ฉันแค่จะดูแขน มันร้อนไม่ใช่หรือไง”
“เรื่องของฉัน!”
“ประเดี๋ยวเธอก็จะตีหน้าเศร้าเล่าให้พ่อฉันฟังอีกว่าเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว เพราะงั้นเอามือมานี่ มาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้”
เขาสั่งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดและเริ่มโมโห ลลิตรายื้อยุดแต่แค่มือข้างเดียวของเขาก็มีกำลังมากกว่าเธอพยายามออกแรงทั้งตัวเสียอีก
“แขนเธอโดนลวกนี่”
คิ้วเข้ม ๆ ของอธิปขมวดยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นเนื้อขาวผ่องเริ่มมีรอยปื้นแดงจาง ๆ ลลิตรากำลังจะสั่งให้เขาปล่อยแขนเธออีกครั้งแต่ก็พลันชาวาบเหมือนโดนไฟช็อต... เร็วเหมือนโดนตัวอะไรฉก เมื่ออธิปดึงแขนเธอขึ้นไปจรดริมฝีปากเขา แล้วแลบเลียข้อมือแดง ๆ นั้นอย่างอ้อยอิ่ง
ลลิตราช็อกตาตั้ง
“ไอ้บ้า! ปล่อยนะ”
“ฉันปฐมพยาบาลเธออยู่นะ”
เขาเอ่ยอีก และครั้งนี้จงใจตวัดลิ้นสากลากผ่านข้อมือบางอย่างเน้น ๆ
ลลิตราทนไม่ไหวแล้ว เธอเต้นเร่า ๆ เพื่อให้เขาปล่อยมือจากแขนเธอ
แต่อธิปออกแรงอีกเพียงนิดเดียว เธอก็ไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว และก่อนจะทันรู้ตัว จมูกโด่งแหลมก็ก้มลงมาเฉียดขมับ เสียงกระซิบของเขาดังชัดอยู่ข้างหู
“ตัวเธอหอมขนม...น่ากินดีจัง”
ลลิตราหูอื้อไปหมดแล้ว เธอรวบรวมกำลังใจเฮือกสุดท้าย ยกเท้าขึ้นแล้วกระทืบเท้าเขาไปเต็มแรง มันได้ผลเพราะอธิปยอมปล่อยมือทันที... เมื่อเป็นอิสระลลิตราก็วิ่งออกจากห้องครัว เรื่องขนมเอาไว้ก่อน ตอนนี้คือเธอต้องเอาตัวออกมาให้ห่างไอ้คนลามกจกเปรตนี่ นี่เธอต้องตัดแขนทิ้งเลยมั้ย มันจะติดเชื้อหรือเปล่า...ลลิตราโวยวายในใจระหว่างที่วิ่งเตลิดหนีหายไป
ในห้องครัว อธิปเผลอเลียริมฝีปาก หัวเราะหึ ๆ เขาสูดหายใจลึกตั้งสติอยู่สองสามนาทีก่อนจะเดินไปเคาะประตูเรียกหาป้าเดือนอีกรอบ
“คะคุณอาร์ต?”
ป้าเดือนที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่กับน้ำตาลรีบเปิดประตูออกมาทันที
“คุณหนูลูกอมของป้าคงปวดหัวหรือไม่ก็ปวดท้อง ปวดฟัน วิ่งกลับเข้าบ้านไปหายาแล้ว...”
“อ้าวแล้ว...”
“ป้ากับเด็ก ๆ ไปช่วยกันทำที่เหลือให้เสร็จได้ไหม ไม่งั้นยัยนั่นไม่มีของไปส่งลูกค้าโดนฟ้องตายเลย ป้าทำเป็นใช่ไหม”
“เป็นค่ะ ทำได้ค่ะ เอ...แกเป็นอะไรไปนะเมื่อกี้ยังดี ๆ แท้ๆ”
อธิปไม่ตอบ ตายังเป็นประกายรื่นเริงมุมปากเผลอยกยิ้มเล็กน้อยตอนที่ล้วงกระเป๋าเสื้อและกางเกง ได้แบงค์ยู่ยี่กับเหรียญมากำนึงส่งใส่มือป้าเดือน
“ช่วยหน่อยก็แล้วกันนะครับ เดี๋ยวผมจ่ายทิปพิเศษให้...ทำไงก็ได้ให้มีของส่งลูกค้าพรุ่งนี้”
“ได้ค่ะคุณอาร์ต ป้าทำได้ ไม่ต้องให้เงิน...”
“รับไปเถอะครับ ผมมีติดตัวแค่นี้ เดี๋ยวผมเอามาให้อีก...ขอบคุณนะครับป้า”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มไพเราะเป็นครั้งแรกกับป้าเดือน ผู้สูงวัยถึงกับงงงันไปครู่ เพิ่งรู้ว่าคนเย่อหยิ่งอย่างคุณอาร์ตคนนี้ก็ทำเสียงอ่อนเสียงหวานแบบนี้ก็เป็น
"หมู่นี้ไม่มีลูกค้าเลยหรือลูก...แม่ไม่เห็นลูกออกไปส่งขนมที่ไหนเลย"ลินดาถาม มื้อเที่ยงวันนี้หล่อนให้แม่บ้านยกถาดขนมจีนกับแกงเขียวหวานไก่หม้อย่อมๆ มานั่งกินกับลูกสาวที่บ้านฝรั่ง น้ำตาลที่กินอิ่มเรียบร้อยแล้วก็ป้วนเปี้ยนทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ อยู่แถวนั้นพอให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา"ก็พอมีจ้ะแม่ แต่ลูกแค่อยากพักบ้างน่ะค่ะก็เลยยังไม่ค่อยได้รับทำ ได้แต่ส่งออเดอร์ให้เพื่อนๆ ร้านอื่นไปก่อน""แล้วเราจะไม่เสียโอกาสหรือ ถ้าเขาไม่กลับมาจ้างลูกอีกแล้วล่ะ""ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินแล้วนี่จ๊ะแม่"ลลิตราตอบตามตรงพร้อมรอยยิ้มขบขัน ลินดาร้องอ้อเบาๆ แล้วกินขนมจีนต่อคนเป็นลูกสาวนึกละอายอยู่ในใจ... เธอไม่ได้โกหกแม่ เพียงแต่พูดความจริงไม่หมดก็จะพูดได้อย่างไรว่าที่ช่วงนี้แทบไม่ได้ทำขนมเลยเพราะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือ อธิปเข้ามาหาเธอทุกคืนและคืนที่แค่นอนกอดกันจนหลับไปเฉยๆ โดยไม่ได้โรมรัมพันตูนั้นก็แทบจะนับนิ้วได้บางวันลลิตราตื่นมาอย่างเมื่อยขบไปทั้งตัว แค่จะลุกไปอาบน้ำยังเหนื่อย นับประสาอะไรกับทำขนมทั้งที่อยากจะโมโห แต่เธอกลับวูบวาบในช่องท้องจนหน้าแดงนี่โชคดีที่สัปดาห์นี้อธิปติดตามบิดาของ
"คุณโชคะ...ท่านประธานคะ..."ผู้ช่วยเอ่ยเรียกซ้ำเบา ๆ อย่างกังวล เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของคนเป็นเจ้านายตั้งแต่แขกคนสำคัญกลับไป โชติรสก็ดูเหมือนใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และสมาธิก็หลุดลอยไปจากงานที่อยู่ตรงหน้า"เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับท่านประธาน"ผู้ช่วยสองคนพร้อมใจกันถาม โชติรสกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้ม"เวียนหัวนิดหน่อยน่ะ ช่วยบอกแม่บ้านให้ยกน้ำส้มมาให้ทีนะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ"หญิงสาวสั่งเสียงเบาก่อนลุกออกจากห้องประชุมเล็กเธอเข้าไปในใช้ห้องน้ำส่วนตัวในห้องทำงานของตัวเอง ห้องน้ำปูหินโมเสกสีดำดูหรูหรา และตอนนี้มันยิ่งขับให้ผิวที่ขาวเผือดของเธอยิ่งซีดเหมือนกระดาษ...'...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาสัญญาอะไรกับคุณ แต่ถ้าเขาบอกว่าจะหย่า...คุณคงฉลาดพอที่จะรู้ว่ามันเชื่อถือได้แค่ไหน...'เสียงเอเวลินที่เอ่ยกับเธออย่างเนิบนาบใจเย็นตอนที่อยู่ในห้องรับรองเมื่อชั่วโมงก่อน ยังดังอยู่ข้างหูตอนนั้นโชติรสตัวชา ขาชา ได้แต่ยืนแข็งทื่อ ใจเต้นแรง พูดอะไรไม่ออก ไม่ต่างกับคนทำผิดร้ายแรงที่โดนจับได้คาหนังคาเขายิ่งเอเวลินยิ้มหวานให้ โชติรสก็ยิ่งรู้สึกหนาวสะท้านนี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เธอจะรับมือได้เลย'ฉันไม่แคร์หรอก
เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าตอนที่โชติรสเพิ่งเดินออกจากลิฟต์พร้อมผู้ช่วยที่เธอไว้ใจอีก 2 คนที่เดินตามออกมา แต่ละคนสีหน้าเหมือนเพิ่งเอาชีวิตรอดจากการถูกกองเอกสารหลายพันตันถล่มทับ"สองวันนี้พักให้เต็มที่เลยนะ ขอบใจมากที่อยู่ช่วยฉัน"ประธานฯ สาวหันไปบอกผู้ช่วยทั้งสองคน ก่อนจะให้สั่งให้คนขับรถของบริษัทไปส่งคนทั้งคู่ให้ถึงบ้าน"คุณดูเป็นเจ้านายที่ใจดีกว่าที่ผมคิดนะ"โชติรสสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ ๆ มีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นด้านข้าง เธอหันขวับ ใจเต้นแรงยิ่งขึ้น แต่สีหน้ากลับบึ้งตึงเมื่อเห็นว่าเป็นใคร"คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง""ผมก็มารอพบท่านประธานน่ะสิครับ" ภพธรตอบยิ้ม ๆ โชติรสเชิดหน้าขึ้น"ฉันคงต้องโละทีมรักษาความปลอดภัยออกให้หมด โทษฐานที่ปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามายุ่มย่าม...""ขอโทษถ้าทำให้คุณโกรธ แต่ผมแค่อยากเจอคุณจริง ๆ"ภพธรเอ่ยเสียงนุ่ม และก้าวเข้ามาใกล้เธออีกก้าว โชติรสเหลียวซ้ายแลขวา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ล็อบบี้ยังอยู่ครบทุกจุด และเหมือนกำลังมองมาทางนี้ด้วยหางตา...ถ้าหญิงสาวเอ่ยเสียงดังขึ้นกว่านี้อีกนิด เธอก็รู้ว่าพนักงานกะดึกของเธอจะต้องวิ่งเข้ามาพาตัวภพธรออกไปแน่นอนโชติรสกลืนน้ำลาย สูดลม
"ไม่! ฉันคบกับพี่ต้นแล้ว นายจะมาทำแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว!" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด "ใครอีกล่ะ คราวนี้เธอให้ใครมาเล่นละครอีก" "ครั้งนี้ไม่ใช่ คราวก่อนฉันยอมรับว่าฉันโกหกนาย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แล้ว" "งั้นเหรอ งั้นคราวนี้มันเป็นใครล่ะ" เขาถามอย่างอดทน ทั้งที่อยากกดเธอลงบนเตียงเต็มทีแล้ว ลลิตราขยุ้มคอเสื้อแน่นโดยอัตโนมัติ ราวกับว่าแค่สายตาของเขาก็จะทำให้เสื้อผ้าเธอหลุดลุ่ยล่อนจ้อนได้ "เขาเป็นรุ่นพี่ของฉันสมัยเรียน ฉันเคยชอบเขามาก่อนแต่ตอนนั้นเราเด็กเกินไปเลยไม่ได้คบกัน ฉันเพิ่งกลับไปเจอพี่ต้นที่ตราด...ใช่ฉันเพิ่งไปเที่ยวทะเลที่ตราดมา โรงแรมนั่นเป็นของพี่ต้น และฉันกับเขาก็...ตกลงเป็นแฟนกัน" อธิปหัวเราะพรืดทั้งที่แววตาไม่ขำด้วยสักนิด ก็เธอเล่นบอกเขาเหมือนท่องเตรียมมาแล้ว "เลิกตั้งแง่ใส่กันเถอะนะลูกอม เราทั้งคู่ก็รู้อยู่แล้วว่าเรารู้สึกยังไงกัน โชติรสไม่ใช่ปัญหาเลย โชก็อยากถอนหมั้นพอ ๆ กับฉันนั่นแหละ แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพราะ..." อธิปหยุดไปเล็กน้อย ถอนหายใจ เขาสัญญากับโชติรสว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับ "เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ ที่ฉันกับโชยังไม่ถอนหมั้นเพราะมันมีเรื่องธุร
"อาร์ต เมื่อไหร่แม่จะได้รู้จักคู่หมั้นของลูกล่ะ"ออเดรย์ถามขึ้นมาระหว่างที่มือกำลังหั่นสเต๊ก ลลิตราทำเหมือนไม่ได้ยินคำถามนั้น กินอาหารของเธอไปตามปกติแม้จะรู้สึกว่าสายตาของอธิปพุ่งตรงมาที่ตัวเองก็ตามอธิปแทบไม่ชะงักเลยเหมือนกันตอนที่ตอบ"ไม่จำเป็นหรอก เพราะอีกไม่นานผมกับเขาก็จะถอนหมั้นกัน"คราวนี้นายอรรถเงยหน้ามองทันที แม้แต่ลินดาก็ยังอดหันมาด้วยไม่ได้"หมายความว่ายังไง อาร์ต""ตามนั้นแหละครับ"อธิปตอบ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างใจเย็น และเมื่อเห็นว่าพ่อยังคงจ้องเขาอยู่ เขาจึงขยายความ"ยังไม่เป็นทางการหรอกนะครับพ่อ และยังไม่ได้บอกใคร แต่ผมกับโช เราตกลงกันแล้วว่าถ้าผ่านเรื่องยุ่ง ๆ ไปสักระยะ เราค่อยถอนหมั้นกันเงียบ ๆ""เหตุผล?""เหตุผลก็คือ ผมกับโชไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก เราแค่หมั้นกันด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างคลึ่คลาย เราก็จะคืนอิสรภาพให้กัน""ตอนลูกมาขอให้พ่อไปสู่ขอเขา ลูกไม่ได้พูดแบบนี้นี่"อรรถอดตำหนิไม่ได้ อาจเพราะเขาเห็นว่าบนโต๊ะนี้ก็มีแต่คนกันเองจึงเผลอพูดออกมา"ผมทราบ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว...เอาเป็นว่าผมกับโชเราคิดตรงกัน ผมไม่ได้ทำร้ายใจเธอ ถ้าพ่อคิดว่าผม
ลลิตรากลับจากตราดพร้อมของฝากเกินสองมือจะถือได้ไหว เมื่อรถแท็กซี่มาจอด คมสันต์ต้องวิ่งลงมาช่วยหิ้วด้วยหลายถุง เธอยอมรับกับตัวเองว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน คงไม่สามารถจับจ่ายอะไรได้มือเติบแบบนี้"ฉันซื้อขนมของกินมาฝาก เดี๋ยวคมสันต์แบ่งไปได้เลยนะจ๊ะ"ลลิตราบอก รปภ. หนุ่มรุ่นน้อง คมสันต์ตะเบ๊ะแข็งขัน"ครับผม ขอบคุณครับ""แม่อยู่บ้านใช่ไหมจ๊ะ"เธอถามทั้งที่ก็รู้ว่าลินดาคงไม่ได้มีธุระที่ไหน แม่ของลลิตราไม่ใช่คนชอบเที่ยว แม้อรรถจะคะยั้นคะยอให้ออกไปใช้เงินบ้างแต่ลินดาก็พอใจจะนั่งดูโทรทัศน์อยู่บ้าน และเดี๋ยวนี้หล่อนกลับมาถักไหมพรมอีกครั้งอย่างที่จิตแพทย์เคยแนะนำ เวลาเดียวที่ลินดาจะออกไปห้างสรรพสินค้าก็คือตอนที่จะไปซื้อไหมพรมเซ็ตใหม่ ๆ นั่นแหละ"ครับผม คุณผู้ชายก็อยู่ครับ""คุณอรรถอยู่บ้านงั้นหรือ"ลลิตราแปลกใจเพราะนี่ไม่ใช่วันหยุด ปกติอรรถยังไม่กลับจากบริษัทเลยไม่ใช่หรือ คมสันต์รีบอธิบายต่อ"ตอนแรกมีแขกมาหาคุณผู้หญิงครับ แล้วสักพักคุณผู้ชายก็รีบกลับมา""แขก? มาหาแม่เหรอ""ครับ มาหาคุณลินดาครับ คุณผู้ชายโทรบอกผมเองว่าให้เข้าไปได้"คมสันต์รีบบอกเพราะกลัวจะโดนตำหนิว่าปล่อยคนแปลกหน้าเข้าบ้านโดยพลการลลิต
ชลธิชาที่ปกติออกโรงปกป้องสามีตัวเองเสมอแต่ตอนนี้หล่อนกลับทำเหมือนไม่ได้ยินที่น้องสาวพูด กิตติทัศน์รู้ทันทีว่าคงไม่ปกติแล้ว"โถ่...โช ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ งูฮงงูเห่าอะไรฟังดูไม่เป็นมงคลเลย""ถ้าไม่อยากให้พูดถึงงู พูดถึงนกก็ได้นะคะ นกสองหัวเป็นไง""นี่...โชกำลังว่าพี่เหรอ"กิตติทัศน์ฝืนทำเสียงแข็ง อย่า
การล้มป่วยของนายชาญ วรเศรษฐกุลเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเคยคาดคิด แม้แต่เจ้าตัวเองก็เช่นกัน แม้อายุจะเกือบเข้าเลขหกแล้วแต่ชาญเป็นคนสุขภาพแข็งแรง ดูแลตัวเองอย่างดีตลอดเวลาทั้งรูปร่างหน้าตาและสุขภาพภายใน ทุกหกเดือนที่ตรวจร่างกายไม่เคยมีสัญญาณความป่วยไข้ใดๆ แม้แต่น้อย เผลอๆ เขายังจะแข็งแรงกว่าวิภาที่เป็นเม
หากเป็นคู่อื่นที่รักกัน ยิ่งหมั้นหมายกันแล้วก็คงจะยิ่งใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น หวานซึ้งมากขึ้น หรือพูดคุยกันมากขึ้นถึงแผนการในอนาคต...อย่างน้อยๆ ก็อนาคตอันใกล้เช่นเรื่องการแต่งงานแต่นี่เหมือนจะเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือนที่ชายหนุ่มกับหญิงสาวออกมากินข้าวด้วยกันอธิปเลือกภัตตาคารในโรงแรมที่หรูหราแล
แม้จะได้เป็น 'ว่าที่สะใภ้' ของเจ้าของสายการบิน แต่โชติรสยังวางตัวปกติ และขอร้องแกมบังคับให้เพื่อนฝูงทุกคนในสยามเจ็ตทำตัวปกติกับเธอด้วย "ก็แค่คู่หมั้น ใครจะรู้อีกไม่กี่เดือนโชอาจถอนหมั้นก็ได้" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ รุ่นพี่ที่อาวุโสกว่าหลายปีถึงกับตีมือเบาๆ "ทำไมพูดอะไรแบบนั้นฮึ ยัยโช เพิ







