Beranda / โรแมนติก / พาล Blaming Her Sin / ตอน 9 ฝันร้าย

Share

ตอน 9 ฝันร้าย

last update Tanggal publikasi: 2025-06-20 22:40:00

"คราวหน้าคุณหนูให้น้าดาวไปส่งสิครับ ถ้าจะซื้อของกลับมาเยอะขนาดนี้ ให้น้าดาวไปส่งน่าจะดีกว่า"

รปภ.หนุ่มน้อยที่ลลิตราทราบชื่อภายหลังว่าชื่อคมสันต์ เอ่ยแนะนำ

"นั่นน่ะสิคะ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันเนาะ"

"ว่าแต่ คุณหนูซื้อมาทำไมเยอะแยะหรือครับ ผมนึกว่าในครัวจะมีของพวกนี้แล้วเสียอีก"

"ซื้อมาทำขนมขายค่ะ ฉันทำขนมไทยขาย"

คมสันต์ตาลุกวาว

"จริงหรือครับ!"

"จริงค่ะ เอาไว้ทำเสร็จแล้วจะเอามาให้ชิมนะคะ"

รถกอล์ฟแล่นมาถึงพอดี น้าดาวนั่นเองที่เป็นคนขับมา และก็เอ่ยเหมือนที่คมสันต์เอ่ยคือคราวหน้ายอมให้เขาขับรถให้เถอะ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาจะตกงาน หญิงสาวเลยตอบรับและหัวเราะเบา ๆ อย่างขัดเขิน

ขนของขึ้นรถไฟฟ้าคันเล็กเสร็จ น้าดาวขับกลับเข้าไปด้านในโดยมีลลิตรานั่งมาด้วย

ก่อนไปถึงเรือนครัวที่อยู่ด้านหลัง จะต้องผ่านโรงรถ

ลลิตราพยายามไม่สองไปยังรถพอร์ชเหลืองที่จอดอยู่...ขนาดแค่หางตาเหลือบเห็น ยังรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ

โชคดีที่ตั้งแต่เธอลงจากรถเขาวันนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ต้องเผชิญหน้ากัน และหญิงสาวก็หวังว่าเธอจะหลบเลี่ยงเขาไปได้เรื่อย ๆ

แต่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งหรือไม่ก็ฟังคำภาวนาผิดไป  เพราะคนที่เพิ่งเดินออกมาจากในตัวบ้านก็คือคนที่ลลิตรากำลังไม่อยากเจออย่างที่สุด!

"นั่นอะไรน่ะน้าดาว"

อธิปถามคนขับรถ พลางปรายตามองไปยังข้าวของที่บรรทุกมาในรถกอล์ฟ

"ของของคุณลูกอมครับ"

หญิงสาวเผลอกัดริมฝีปากโดยไม่มีเหตุผล

แปลกที่วันนี้สีหน้าเขาชาเฉย ไม่เหมือนผู้ชายปากร้ายกวนบาทาที่เธอเคยเจอในวันแรก แถมยังไม่เหลือบมองเธอเลยสักนิด

อธิปเหมือนจะหมดความสนใจแค่นั้น กำลังจะเดินผ่านไป จุดหมายคือโรงจอดรถที่รถกอล์ฟของน้าดาวเพิ่งขับผ่านมา

แต่วินาทีต่อมาเขาก็หยุดกึกแล้วหันกลับมา

"น้าดาว... น้านุชยังอยู่ที่เดิมใช่มั้ย"

น้าดาวยกเท้าแตะเบรกให้รถหยุด ก่อนหันไปหาเจ้านายหนุ่ม

"คุณอาร์ตว่ายังไงนะครับ"

"ผมถามว่าน้านุชยังบวชอยู่ที่เดิมมั้ย..."

"ครับ เท่าที่ผมทราบ คุณผู้หญิงยังอยู่ที่เดิมครับ"

อธิปตอบรับ 'อือ' เบา ๆ ก่อนจะหันกลับไป น้าดาวหันมาสบตาลลิตราแล้วยิ้มอึกอัก

เป็นลลิตราเองที่ทนความสงสัยไม่ไหว

"เดี๋ยวค่ะน้าดาว หยุดตรงนี้ก่อน"

"อ่า ครับ ๆ"

"หนูไม่เคยรู้จักคุณผุ้หญิงคนก่อนเลย คุณจีรานุชใช่ไหมคะ"

"ใช่ครับ คุณนุชครับ ที่จริงเธอไม่ได้เป็นคุณผู้หญิงแล้ว เมื่อกี้ผมติดปากไป ผมขอโทษนะครับ"

น้าดาวเอ่ยจริงจัง ลลิตรายิ้มเหนื่อย ๆ

"จะขอโทษหนูทำไมล่ะคะ หนูแค่อยากรู้จักคุณจีรานุช แต่ไม่รู้จะถามใคร น้าพอจะเล่าให้ฟังได้ไหม ว่าตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหน..."

"อ๋อ ได้ครับ ตอนนี้คุณนุชเธอบวชชีอยู่ที่เชียงใหม่..."

น้าดาวเอ่ยชื่อวัดแห่งหนึ่งที่ลลิตราพอจะเคยได้ยิน

"แล้วคุณนุชไปบวชนานแล้วหรือคะ"

"ก็ตั้งแต่ยังอยู่ที่นี่ เธอก็เวียนไปปฏิบัติธรรมเรื่อย และคงติดใจทางนั้นจริง ๆ พอคุณโอมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ คุณนุชก็โกนหัวบวชชีแล้วก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลย..."

ช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับที่คุณอรรถพบกับแม่ของลลิตรา... หญิงสาวพักเรื่องนั้นไว้ก่อนแล้วถามต่อ

"แล้ว...คุณนุชเป็นคนอย่างไรหรือคะ ฟัง ๆ ดูแล้ว น่าจะเป็นคนใจดีทีเดียวใช่ไหมคะ"

"ใช่ครับ ใจดี ไม่เคยดุด่าอะไรใคร แต่ช่วงหลัง ๆ แกเริ่มหันหน้าเข้าวัดแล้วก็กลายเป็นคนเงียบ ๆ คุณโอมเองก็ดูเงียบ ๆแล้วไม่ค่อยกลับบ้าน ติดเพื่อน ผมเดาว่าแกคงเริ่มเป็นวัยรุ่น คุณนุชคงเครียดเรื่องลูกก็เลยหันหน้าเข้าวัด อันนี้ผมเดาเอาเองล้วน ๆ นะครับ"

น้าดาวบอกยิ้ม ๆ ลลิตราเอ่ยขอบคุณเบา ๆ และตัดสินใจไม่ถามต่อ เอาไว้อยู่ ๆ ไปเธอก็คงจะค่อย ๆ รู้จักแต่ละคนไปทีละนิดเอง

* * * * *

ชมรมบาสเกตบอล มหาวิทยาลัย X

ร่างสูง ๆ ที่ค่อนข้างเก้งก้างของวัยรุ่นหลักสิบคน กำลังรุมยื้อแย่งลูกบอลสีส้มอยู่ในสนามพื้นไวนิลสปอร์ตสีเขียว มีเด็กนักศึกษาอีกหลายคนที่นั่งเชียร์อยู่ขอบสนาม บ้างก็นั่งดูเงียบ ๆ อยู่บนอัฒจรรย์เหมือนอธิปในเวลานี้

เขานั่งรออย่างใจเย็นอยู่นานนับชั่วโมง กว่าเด็กหนุ่ม ๆ พวกนั้นจะแข่งกันเสร็จแล้วแยกย้าย...

มีเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ถอนหายใจแล้วเดินขึ้นมาหาเขา เห็นได้ชัดมาแต่ไกลว่าไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

"มีอะไร"

เสียงห้าว ๆ อย่างคนแตกเนื้อนุ่มโยนคำถามใส่เป็นประโยคแรก

"ไม่มีอะไร แค่แวะมา"

อธิปตอบ แม้เสียงจะทุ่มนุ่มกว่าแต่ก็ไม่ได้อ่อนโยนไปกว่ากัน

เด็กหนุ่มตัวสูงเก้งก้างยักไหล่ แล้วหันหลังกลับก่อนจะหยุดชะงักเมื่ออธิปพูดต่อ

"เสาร์นี้จะไปเชียงใหม่ ไปหาน้านุช บอกไว้เผื่อแกอยากไปด้วย"

"พี่จะไปหาแม่ผมทำไม!"

โอมหันกลับมาทันที

"แม่แก...ก็เหมือนแม่ฉัน"

"จะยังไงก็ช่าง พี่จะไปกวนแม่ทำไม แม่ผมเป็นแม่ชีแล้วนะ ไม่รู้เหรอ"

"รู้สิ..." อธิปตอนเรียบ ๆ

เขายังอยู่ที่อังกฤษตอนที่มีคนส่งข่าวไปบอกว่า นายอรรถบิดาของเขาหย่าขาดจากจีรานุชแล้ว และแม่เลี้ยงก็บวชไม่สึกตั้งแต่นั้น

"ตั้งแต่ฉันกลับมา ยังไม่เคยไปหาน้านุชเลย"

"ไม่ต้องไป ผมสงสารแม่"

"ทำไม?"

อธิปถามกลับเสียงห้วน

การที่เขาจะไปเยี่ยมเยือนคนที่เคยดูแลเขามาในช่วงหนึ่งของชีวิต มันเป็นเรื่องไม่สมควรทำตรงไหน?

โอมหน้าบึ้ง

"แม่คงไม่อยากเจอใครที่เกี่ยวข้องกับพ่ออีก ผมยังเป็นลูกแท้ ๆ แต่พี่ไม่ใช่..."

อธิปเผลอกัดกราม ในใจแปลบปลาบ

นั่นน่ะสิ... ในความรู้สึกของแม่เลี้ยง หรือกระทั่งน้องชายต่างแม่ เขาคงเป็นใครสักคนที่ไม่เคยถูกนับให้เป็นพวกเดียวกัน

โอมคงจะรู้ตัว เขาอึกอักเล็กน้อย

"ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมแค่จะบอกว่า... ผมกลัวแม่จะว้าวุ่น"

ท่าทางเด็กหนุ่มเหมือนไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบาย สีหน้ายุ่งยากใจ อธิปลุกขึ้นช้า ๆ แวบหนึ่งที่มองน้องชายมีความอาทรเจือจางแต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้นจริง ๆ

"ฉันจะมาชวนแกไปกินข้าว ตั้งแต่กลับจากอังกฤษ ฉันยังไม่เคยได้กินข้าวกับแกสักมื้อ..."

"ผมไม่ว่าง นัดกับเพื่อนแล้ว"

โอมตอบโดยไม่มองหน้า สายตาคอยแต่จะมองไปด้านหน้าประตูโรงยิมราวกับอยากออกไปจากตรงนี้เต็มที

อธิปไม่เซ้าซี้ เขาพยักหน้าและเดินลงอัฒจรรย์ไปโดยไม่เอ่ยลา

โอมไม่ได้เดินตามลงไป เขาทิ้งตัวลงนั่ง ถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ

หลายนาทีกว่าเพื่อนร่วมทีมบาสจะเดินกลับเข้ามาตาม

"เฮ้ย! ไอ้โอม ทำไรอยู่วะ รอมึงอยู่คนเดียวเนี่ย"

"เออ ๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ"

เด็กหนุ่มตอบ ก่อนกระโดดลุกขึ้น ปรับสีหน้าให้ร่าเริงอีกครั้งก่อนวิ่งลงไปสมทบกับพวกเพื่อน ๆ ที่ชักชวนกันไปหาอะไรกินกันหลังซ้อม

"โอม เมื่อกี้ใครอะ หล่ออย่างกับดารา ใช่ดาราหรือเปล่า"

น้ำแข็ง เพื่อนร่วมคณะที่อาสามาเป็นผู้จัดการทีมให้เอ่ยถามระหว่างพากันเดินไปด้านหลังมหาวิทยาลัยที่มีร้านอาหารและเครื่องดื่มเรียงราย

"ไม่ใช่"

"งั้นใครอะ พี่ชายเหรอ"

"ไม่รู้สักเรื่องจะ...เป็นอะไรมั้ย"

โอมตอบกลับอย่างเย็นชา เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ โห่ขึ้นมาทันที

"โห แรงว่ะ นี่น้ำแข็ง โอมมันบอกว่าแกเผือกน่ะ"

"แกก็เผือกเหมือนกัน ฉันคุยกับโอมไม่ใช่แกไอ้เจ"

น้ำแข็งโต้กลับ เจหัวเราะชอบใจ แต่น้ำแข็งมองโอมอย่างน้อยใจ

โอมก็เพิ่งจะรู้ตัว...อีกแล้ว

เขาพูดก่อนคิดแบบนี้เสมอหรือไงนะ เด็กหนุ่มด่าตัวเองในใจ

"เออ ขอโทษ ไม่ได้จะบอกว่าเสือก และเออใช่ พี่ฉันเอง พอใจยัง ไม่ต้องถามแล้วนะ หิว รีบ ๆ เดินโว้ย กูหิวจนจะกินควายได้ทั้งตัวแล้ว"

โอมพูดเสียงดังและห้าว เร่งฝีเท้าเดินนำเพื่อน ๆ ไป น้ำแข็งค้อนประหลับประเหลือกทำท่าจะไม่ยอมตามไปด้วย แต่เจกับเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ดึงแขนตามไปด้วยจนได้เด็กสาวจึงค่อยหายงอนแล้วยอมเดินแกมวิ่งตามมาด้วยแต่โดยดี

* * * * *

คืนนั้นเขากับแม่อยู่บนรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดที่พ่อเพิ่งซื้อให้

เขานั่งหลังพวงมาลัย แม่นั่งข้าง ๆ

"โอม! ช้า ๆ หน่อยลูก แม่กลัว"

"เอาน่า แม่คาดเข็มขัดไว้ก็แล้วกัน"

เขาตอบอย่างคึกคะนอง ถนนต่างจังหวัดมืดมิดทั้งสองข้างทาง มีเพียงไฟหน้ารถเท่านั้นที่ส่องสว่างพอให้เห็นทางข้างหน้าแค่ไม่กี่เมตร นาน ๆ ทีจะมีรถสักคันแล่นสวนทางมา

"โอม! หยุดเลยนะ!"

แม่ของเขาดุเสียงดังขึ้น ทั้งโกรธและกลัว

แต่เขากลับยิ่งเหยียบคันเร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ รถแรงขนาดนี้จะให้ขับช้า ๆ เหมือนตอนอยู่ในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร เสียของกันพอดี เข็มบอกความเร็วหน้ารถเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะแตะไปที่ตัวเลขสองร้อย โอมถึงกับร้องออกมาอย่างสะใจ

ร่างกายเขาตื่นตัวด้วยอดรีนาลินจนสั่นด้วยความตื่นเต้น กระทั่งลืมลดความเร็วลงเมื่อรถถึงทางโค้ง มันเป็นโค้งที่ลาดลงไปตามไหล่เขา ด้านหนึ่งเป็นผา ด้านหนึ่งเป็นกำแพงหินมหึมาตามธรรมชาติ

ก็เหมือนอีกหลาย ๆ โค้งที่เขาเพิ่งเหาะผ่านมา

เพียงแต่ว่าโค้งนี้... ยังไม่ทันพ้นโค้ง แสงไฟจากรถอีกคันที่สวนมาก็สาดเข้าสายตาเขาพอดี โอมร้องเสียงดัง...มือหักพวงมาลัย...

"อ๊ากกซซ!!!"

โอมผวาขึ้นจากที่นอน เสียงร้องกลืนหายกลายเป็นเสียงหอบหายใจถี่และหนัก เหงื่อท่วมตัวอย่างกับเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ หัวใจยังเต้นแรงจนเขาคิดว่าตัวเองจะหัวใจวายตายเสียแล้ว

เขาอยู่ที่หอ นอนอยู่บนเตียง หลังกินข้าวเสร็จ พวกไอ้เจกับเพื่อน ๆ ชวนกันไปเที่ยวต่อ แต่เขาขอกลับหอพักก่อน

ถ้าพวกนั้นอยู่ด้วยมันคงจะบ่นเขาเหมือนเดิม

'ไอ้ห่าโอมฝันร้ายอีกแล้ว กูแม่งสะดุ้งตื่น นึกว่าอยู่ในหนังผี'

เพื่อน ๆ ที่เป็นรูมเมตรู้ดีว่าโอมมักฝันร้ายสะดุ้งตื่นกลางดึก เมื่อก่อนเป็นบ่อย เดี๋ยวนี้หลังออกกำลังกายหนัก ๆ ก็ลดลง เดือนนึงอาจจะมีสักคืนเท่านั้นที่ฝันถึงเหตุการณ์นั้น

วันนี้คงเพราะพี่ชายของเขา...พี่อาร์ต...มาหาถึงที่นี่ แถมยังพูดถึงแม่ของเขาอีก

เขาเลยฝันร้ายอีกจนได้

เมื่อหัวใจค่อย ๆ กลับมาเต้นเป็นปกติ เด็กหนุ่มพาร่างสูงเก้งก้างก้าวลงจากเตียง ลุกไปเปิดตู้เย็นหาน้ำเย็นดื่ม ๆ

เหตุการณ์วันนั้น เขากับแม่ปลอดภัย...เจ็บ แต่ก็ยังปลอดภัย 

หลังเหตุการณ์ โอมแทบไม่พูดอะไรยาว ๆ อยู่เป็นเดือน ได้แต่ถามคำ ตอบคำ บางคำก็ไม่ตอบ

เวลาส่วนใหญ่ที่ตื่น ก็จะนั่งน้ำตาไหลเงียบ ๆ

'ลูกชายคุณอรรถกำลังช็อกนะครับ สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือนก็จริง แต่เห็นชัดว่านี่เป็นผลที่เกิดทางใจ ต้องใช้เวลาสักระยะ...'

หมอบอกพ่อเขาอย่างนั้น

ใช่...โอมช็อก

เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้น...ไม่ใช่ทุกคนที่รอดกลับมา...

ลีขิตา Likhita

อ่านแล้วเป็นอย่างไร ฟีดแบ็กได้เลยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้ามาก ๆ ค่าาา

| 2
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พาล Blaming Her Sin   ตอน 115 ไม้ตาย

    "หมู่นี้ไม่มีลูกค้าเลยหรือลูก...แม่ไม่เห็นลูกออกไปส่งขนมที่ไหนเลย"ลินดาถาม มื้อเที่ยงวันนี้หล่อนให้แม่บ้านยกถาดขนมจีนกับแกงเขียวหวานไก่หม้อย่อมๆ มานั่งกินกับลูกสาวที่บ้านฝรั่ง น้ำตาลที่กินอิ่มเรียบร้อยแล้วก็ป้วนเปี้ยนทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ อยู่แถวนั้นพอให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา"ก็พอมีจ้ะแม่ แต่ลูกแค่อยากพักบ้างน่ะค่ะก็เลยยังไม่ค่อยได้รับทำ ได้แต่ส่งออเดอร์ให้เพื่อนๆ ร้านอื่นไปก่อน""แล้วเราจะไม่เสียโอกาสหรือ ถ้าเขาไม่กลับมาจ้างลูกอีกแล้วล่ะ""ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินแล้วนี่จ๊ะแม่"ลลิตราตอบตามตรงพร้อมรอยยิ้มขบขัน ลินดาร้องอ้อเบาๆ แล้วกินขนมจีนต่อคนเป็นลูกสาวนึกละอายอยู่ในใจ... เธอไม่ได้โกหกแม่ เพียงแต่พูดความจริงไม่หมดก็จะพูดได้อย่างไรว่าที่ช่วงนี้แทบไม่ได้ทำขนมเลยเพราะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือ อธิปเข้ามาหาเธอทุกคืนและคืนที่แค่นอนกอดกันจนหลับไปเฉยๆ โดยไม่ได้โรมรัมพันตูนั้นก็แทบจะนับนิ้วได้บางวันลลิตราตื่นมาอย่างเมื่อยขบไปทั้งตัว แค่จะลุกไปอาบน้ำยังเหนื่อย นับประสาอะไรกับทำขนมทั้งที่อยากจะโมโห แต่เธอกลับวูบวาบในช่องท้องจนหน้าแดงนี่โชคดีที่สัปดาห์นี้อธิปติดตามบิดาของ

  • พาล Blaming Her Sin   ตอน 114 ผู้ชายคนนั้นฉันขอนะคะ

    "คุณโชคะ...ท่านประธานคะ..."ผู้ช่วยเอ่ยเรียกซ้ำเบา ๆ อย่างกังวล เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของคนเป็นเจ้านายตั้งแต่แขกคนสำคัญกลับไป โชติรสก็ดูเหมือนใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และสมาธิก็หลุดลอยไปจากงานที่อยู่ตรงหน้า"เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับท่านประธาน"ผู้ช่วยสองคนพร้อมใจกันถาม โชติรสกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้ม"เวียนหัวนิดหน่อยน่ะ ช่วยบอกแม่บ้านให้ยกน้ำส้มมาให้ทีนะ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ"หญิงสาวสั่งเสียงเบาก่อนลุกออกจากห้องประชุมเล็กเธอเข้าไปในใช้ห้องน้ำส่วนตัวในห้องทำงานของตัวเอง ห้องน้ำปูหินโมเสกสีดำดูหรูหรา และตอนนี้มันยิ่งขับให้ผิวที่ขาวเผือดของเธอยิ่งซีดเหมือนกระดาษ...'...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาสัญญาอะไรกับคุณ แต่ถ้าเขาบอกว่าจะหย่า...คุณคงฉลาดพอที่จะรู้ว่ามันเชื่อถือได้แค่ไหน...'เสียงเอเวลินที่เอ่ยกับเธออย่างเนิบนาบใจเย็นตอนที่อยู่ในห้องรับรองเมื่อชั่วโมงก่อน ยังดังอยู่ข้างหูตอนนั้นโชติรสตัวชา ขาชา ได้แต่ยืนแข็งทื่อ ใจเต้นแรง พูดอะไรไม่ออก ไม่ต่างกับคนทำผิดร้ายแรงที่โดนจับได้คาหนังคาเขายิ่งเอเวลินยิ้มหวานให้ โชติรสก็ยิ่งรู้สึกหนาวสะท้านนี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เธอจะรับมือได้เลย'ฉันไม่แคร์หรอก

  • พาล Blaming Her Sin   ตอน 113 เซอร์ไพรส์

    เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าตอนที่โชติรสเพิ่งเดินออกจากลิฟต์พร้อมผู้ช่วยที่เธอไว้ใจอีก 2 คนที่เดินตามออกมา แต่ละคนสีหน้าเหมือนเพิ่งเอาชีวิตรอดจากการถูกกองเอกสารหลายพันตันถล่มทับ"สองวันนี้พักให้เต็มที่เลยนะ ขอบใจมากที่อยู่ช่วยฉัน"ประธานฯ สาวหันไปบอกผู้ช่วยทั้งสองคน ก่อนจะให้สั่งให้คนขับรถของบริษัทไปส่งคนทั้งคู่ให้ถึงบ้าน"คุณดูเป็นเจ้านายที่ใจดีกว่าที่ผมคิดนะ"โชติรสสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ ๆ มีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นด้านข้าง เธอหันขวับ ใจเต้นแรงยิ่งขึ้น แต่สีหน้ากลับบึ้งตึงเมื่อเห็นว่าเป็นใคร"คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง""ผมก็มารอพบท่านประธานน่ะสิครับ" ภพธรตอบยิ้ม ๆ โชติรสเชิดหน้าขึ้น"ฉันคงต้องโละทีมรักษาความปลอดภัยออกให้หมด โทษฐานที่ปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามายุ่มย่าม...""ขอโทษถ้าทำให้คุณโกรธ แต่ผมแค่อยากเจอคุณจริง ๆ"ภพธรเอ่ยเสียงนุ่ม และก้าวเข้ามาใกล้เธออีกก้าว โชติรสเหลียวซ้ายแลขวา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ล็อบบี้ยังอยู่ครบทุกจุด และเหมือนกำลังมองมาทางนี้ด้วยหางตา...ถ้าหญิงสาวเอ่ยเสียงดังขึ้นกว่านี้อีกนิด เธอก็รู้ว่าพนักงานกะดึกของเธอจะต้องวิ่งเข้ามาพาตัวภพธรออกไปแน่นอนโชติรสกลืนน้ำลาย สูดลม

  • พาล Blaming Her Sin   ตอน 112 ระบม

    "ไม่! ฉันคบกับพี่ต้นแล้ว นายจะมาทำแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว!" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด "ใครอีกล่ะ คราวนี้เธอให้ใครมาเล่นละครอีก" "ครั้งนี้ไม่ใช่ คราวก่อนฉันยอมรับว่าฉันโกหกนาย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แล้ว" "งั้นเหรอ งั้นคราวนี้มันเป็นใครล่ะ" เขาถามอย่างอดทน ทั้งที่อยากกดเธอลงบนเตียงเต็มทีแล้ว ลลิตราขยุ้มคอเสื้อแน่นโดยอัตโนมัติ ราวกับว่าแค่สายตาของเขาก็จะทำให้เสื้อผ้าเธอหลุดลุ่ยล่อนจ้อนได้ "เขาเป็นรุ่นพี่ของฉันสมัยเรียน ฉันเคยชอบเขามาก่อนแต่ตอนนั้นเราเด็กเกินไปเลยไม่ได้คบกัน ฉันเพิ่งกลับไปเจอพี่ต้นที่ตราด...ใช่ฉันเพิ่งไปเที่ยวทะเลที่ตราดมา โรงแรมนั่นเป็นของพี่ต้น และฉันกับเขาก็...ตกลงเป็นแฟนกัน" อธิปหัวเราะพรืดทั้งที่แววตาไม่ขำด้วยสักนิด ก็เธอเล่นบอกเขาเหมือนท่องเตรียมมาแล้ว "เลิกตั้งแง่ใส่กันเถอะนะลูกอม เราทั้งคู่ก็รู้อยู่แล้วว่าเรารู้สึกยังไงกัน โชติรสไม่ใช่ปัญหาเลย โชก็อยากถอนหมั้นพอ ๆ กับฉันนั่นแหละ แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพราะ..." อธิปหยุดไปเล็กน้อย ถอนหายใจ เขาสัญญากับโชติรสว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับ "เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ ที่ฉันกับโชยังไม่ถอนหมั้นเพราะมันมีเรื่องธุร

  • พาล Blaming Her Sin    ตอน 111 ดื้อ

    "อาร์ต เมื่อไหร่แม่จะได้รู้จักคู่หมั้นของลูกล่ะ"ออเดรย์ถามขึ้นมาระหว่างที่มือกำลังหั่นสเต๊ก ลลิตราทำเหมือนไม่ได้ยินคำถามนั้น กินอาหารของเธอไปตามปกติแม้จะรู้สึกว่าสายตาของอธิปพุ่งตรงมาที่ตัวเองก็ตามอธิปแทบไม่ชะงักเลยเหมือนกันตอนที่ตอบ"ไม่จำเป็นหรอก เพราะอีกไม่นานผมกับเขาก็จะถอนหมั้นกัน"คราวนี้นายอรรถเงยหน้ามองทันที แม้แต่ลินดาก็ยังอดหันมาด้วยไม่ได้"หมายความว่ายังไง อาร์ต""ตามนั้นแหละครับ"อธิปตอบ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างใจเย็น และเมื่อเห็นว่าพ่อยังคงจ้องเขาอยู่ เขาจึงขยายความ"ยังไม่เป็นทางการหรอกนะครับพ่อ และยังไม่ได้บอกใคร แต่ผมกับโช เราตกลงกันแล้วว่าถ้าผ่านเรื่องยุ่ง ๆ ไปสักระยะ เราค่อยถอนหมั้นกันเงียบ ๆ""เหตุผล?""เหตุผลก็คือ ผมกับโชไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก เราแค่หมั้นกันด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างคลึ่คลาย เราก็จะคืนอิสรภาพให้กัน""ตอนลูกมาขอให้พ่อไปสู่ขอเขา ลูกไม่ได้พูดแบบนี้นี่"อรรถอดตำหนิไม่ได้ อาจเพราะเขาเห็นว่าบนโต๊ะนี้ก็มีแต่คนกันเองจึงเผลอพูดออกมา"ผมทราบ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว...เอาเป็นว่าผมกับโชเราคิดตรงกัน ผมไม่ได้ทำร้ายใจเธอ ถ้าพ่อคิดว่าผม

  • พาล Blaming Her Sin   ตอน 110 ดินเนอร์

    ลลิตรากลับจากตราดพร้อมของฝากเกินสองมือจะถือได้ไหว เมื่อรถแท็กซี่มาจอด คมสันต์ต้องวิ่งลงมาช่วยหิ้วด้วยหลายถุง เธอยอมรับกับตัวเองว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน คงไม่สามารถจับจ่ายอะไรได้มือเติบแบบนี้"ฉันซื้อขนมของกินมาฝาก เดี๋ยวคมสันต์แบ่งไปได้เลยนะจ๊ะ"ลลิตราบอก รปภ. หนุ่มรุ่นน้อง คมสันต์ตะเบ๊ะแข็งขัน"ครับผม ขอบคุณครับ""แม่อยู่บ้านใช่ไหมจ๊ะ"เธอถามทั้งที่ก็รู้ว่าลินดาคงไม่ได้มีธุระที่ไหน แม่ของลลิตราไม่ใช่คนชอบเที่ยว แม้อรรถจะคะยั้นคะยอให้ออกไปใช้เงินบ้างแต่ลินดาก็พอใจจะนั่งดูโทรทัศน์อยู่บ้าน และเดี๋ยวนี้หล่อนกลับมาถักไหมพรมอีกครั้งอย่างที่จิตแพทย์เคยแนะนำ เวลาเดียวที่ลินดาจะออกไปห้างสรรพสินค้าก็คือตอนที่จะไปซื้อไหมพรมเซ็ตใหม่ ๆ นั่นแหละ"ครับผม คุณผู้ชายก็อยู่ครับ""คุณอรรถอยู่บ้านงั้นหรือ"ลลิตราแปลกใจเพราะนี่ไม่ใช่วันหยุด ปกติอรรถยังไม่กลับจากบริษัทเลยไม่ใช่หรือ คมสันต์รีบอธิบายต่อ"ตอนแรกมีแขกมาหาคุณผู้หญิงครับ แล้วสักพักคุณผู้ชายก็รีบกลับมา""แขก? มาหาแม่เหรอ""ครับ มาหาคุณลินดาครับ คุณผู้ชายโทรบอกผมเองว่าให้เข้าไปได้"คมสันต์รีบบอกเพราะกลัวจะโดนตำหนิว่าปล่อยคนแปลกหน้าเข้าบ้านโดยพลการลลิต

  • พาล Blaming Her Sin   ตอน 60 อยู่ให้ห่างจากคนเลว

    อธิปอยากลงมาค้างคืนที่บ้านฝรั่ง และอยู่เช็ดตัวให้เธอด้วยซ้ำถ้าไม่กลัวว่ามันจะโจ่งแจ้งเกินไป เขาอาจไม่มีอะไรจะเสีย แต่เมื่อลลิตรายังไม่พร้อมให้ใครรู้...เขาก็จะยอมตามใจเธอสักพักแต่แน่ล่ะว่า ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำเหมือน 'ไม่มีอะไรเกิดขึ้น'เพราะเขายังคงคิดถึงทุกท่วงทำนองในคืนนั้นซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้เบื

  • พาล Blaming Her Sin   ตอน 57 ฉันจะมาอุ้มเธอไปเอง

    กว่าลลิตราจะฝืนพาตัวเองกลับเรือนเล็กได้ก็เกือบรุ่งสาง และอีกสามวันต่อจากนั้นเธอก็เป็นไข้อ่อนๆ โชคดีที่มีน้ำตาลคอยพยาบาลอยู่ไม่ห่างอธิปคิดว่าเธอแค่หลบหน้าเขา แต่เมื่อเห็นแม่บ้านยกถาดข้าวต้มกับถ้วยใส่ยาใบเล็ก เขาก็เรียกไว้ทันที"เดี๋ยว นั่นจะเอาไปให้ใคร?""คุณลูกอมค่ะ"ป้าอ้อมเป็นคนตอบแทนน้ำตาลที่ถื

  • พาล Blaming Her Sin   ตอน 56 ฉันนี่แหละคือ...คนแรก

    ผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดฝนก็เริ่มซา...แต่ฟ้ายังคงมืด อีกกว่าสองชั่วโมงจึงจะสว่างหญิงสาวนอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้าง น้ำตาเหือดไปแล้ว เหลือเพียงความอดสูและเจ็บปวดทั้งตัวและหัวใจเมื่ออธิปรู้ว่านี่คือครั้งแรกของลลิตรา เขาไม่ได้หยุด...เพียงแต่ทำมันอีกครั้งและอีกหลายครั้งอย่าง...ระมัดระวังมากขึ้นถ้าผู้ช

  • พาล Blaming Her Sin   ตอน 54 คืนฝนตก(2)

    "หรือตั้งใจขึ้นมา...เพราะรู้ว่าวันนี้ฉันกลับบ้าน?""ตลกแล้ว!"เธอเถียง และพยายามดึงแขนออก แต่อธิปออกแรงเบาๆ ทีเดียวเธอก็ถลาเข้าไปปะทะกล้ามเนื้อแข็งๆ ของเขาลลิตราใจหล่นวูบ...เธอได้กลิ่นเหมือนไวน์ เขาคงเพิ่งจะดื่มไวน์มา..."ขึ้นมาแล้วก็มาคุยกันหน่อยสิ ฉันมีอะไรจะคุยกับเธอเยอะเลย""แต่ฉันไม่มี!!!"เธ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status