Masukตอนที่ 6. เหมือนออกเดท
“คุณพักที่นี่กับผม” “คะ? พักที่นี่?“ ดวงตากลมโตประพริบปริบๆ ก่อนจะหันมองไปรอบๆห้องนี้ ที่ดูค่อนข้างจะใหญ่โตเกินไปสำหรับเธอ จู่ๆมัลลิกาก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมา เธอเป็นลูกน้อง จะให้มานอนห้องเดียวกันกับเจ้านายได้ยังไง ”ที่นี่มีหลายห้องนอน อยากนอนห้องไหนก็เลือกเอา“ ปากหนาตอบเพียงสั้นๆแค่นั้น ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องพักของตัวเอง ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด “ใหญ่กว่าบ้านที่จันทบุรีอีกแหะ” ปากเล็กบ่นพึมพัม บ้านของเธอที่ล้อมรอบไปด้วยสวนผลไม้ ยังใหญ่ไม่เท่าห้องนี้ด้วยซ้ำ เมื่อเห็นว่าประธานหนุ่มปลีกตัวไปนอนแล้ว คนตัวเล็กจึงค่อยๆเดินสำรวจแต่ละห้องไปอย่างช้าๆ สุดท้ายหญิงสาวเลือกห้องพักที่อยู่ไกลจากห้องของแมทธิวมากที่สุด เพราะแท้จริงแล้วเธอไม่อยากอยู่ใกล้เจ้านายหนุ่มมากเกินไป มีหลายอย่างที่ทำให้มัลลิกาอยากจะรักษาระยะห่างกับเขาเอาไว้มากกว่า เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เธอกลัวเดาใจเขาไม่ถูกจริงๆ หลายชั่วโมงต่อมา ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำให้มัลลิกาที่กำลังนอนเช็คตารางงานของวันพรุ่งนี้อยู่บนเตียง รีบลุกขึ้นพรวดพราด พร้อมกับวิ่งไปยังประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเช็คความเรียบร้อยของตัวเองเล็กน้อย และเปิดประตูออกไป “สวัสดีค่ะท่านประธาน มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “อีกหนึ่งชั่วโมงคุณต้องออกไปทานข้าวเย็นกับผม” แมทธิวบอกเสียงเรียบ เขาจองอาหารเย็นไว้แล้ว จึงเดินมาบอกหญิงสาวเอาไว้ก่อน เนื่องจากวันนี้ไม่ได้มีตารางงานอะไรเป็นพิเศษ และเขาก็อยากคุยเรื่องงานวันพรุ่งนี้กับเธอด้วย ถึงได้จัดแจงให้ไปกินข้าวด้วยกันเย็นนี้เสียเลย “รับทราบค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบแต่งตัวนะคะ” “ผมจะนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก” “ค่ะเจ้านาย” เมื่อคุยกันรู้เรื่องแล้ว หญิงสาวก็ไม่รอช้า เธอรีบค้นหาชุดและแต่งตัวให้สุภาพดูดีที่สุด เนื่องจากการเป็นเลขาของแมทธิวนั้นจะต้องเป๊ะตั้งแต่หัวจรดเท้า มัลลิกาจึงไม่อยากเสี่ยงโดนดุ ถ้าเธอแต่งตัวดูไม่เหมาะสมกับสถานที่ราคาแพงเช่นนี้ ตึก ตึก เจ้าของร่างเล็กที่สูงเพียงร้อยหกสิบสี่เซ็นติเมตร สาวเท้าเข้ามาในห้องนั่งเล่น ด้วยชุดเดรสสีขาวปาดไหล่ความยาวเท่าหัวเข่า นี่เป็นครั้งแรกที่แมทธิวได้มีโอกาสเห็นเลขาคนสวยของตัวเองในโอกาสอื่นๆ แม้จะเคยเห็นเธอใส่ชุดราตรีแบบผ่านๆตามาบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่แมทธิวได้มีเวลาสังเกตุเห็นความสวยสง่าของคนข้างกายตัวเอง “เสร็จแล้วใช่ไหม“ ประธานหนุ่มเอ่ยถาม ในใจรู้สึกเซอร์ไพร์สเล็กน้อย ”ค่ะ“ ”งั้นก็ไปกัน“ ว่าจบ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินตรงดิ่งไปยังลิฟต์หรู ระหว่างสองคนไม่ได้มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นอีก เพราะนี่เป็นครั้งแรก ที่ได้อยู่ด้วยกันโดยปราศจากการทำงาน แม้จะรู้สึกเกร็งเล็กน้อย แต่มัลลิกาก็พยายามทำตัวให้นิ่ง เธอมักจะมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งแมทธิวก็แอบสงสัยว่าหญิงสาวเคยรู้สึกโกรธใครบ้างไหม ติ๊ง~ ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที พนักงานโรงแรมก็พาแมทธิวและมัลลิกาเดินทางมาถึงร้านอาหารชั้นดาดฟ้าสุดหรูของโรงแรม หญิงสาวเดินตามร่างสูงไปนั่งยังโต๊ะติดกับกระจกใส มองจากมุมนี้เธอสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามได้ไกลสุดลูกหูลูกตา จะว่าไป.....มันก็แอบเหมือนการมาเดทเหมือนกัน คิดถึงตรงนั้น คนตัวเล็กก็รีบสะบัดความคิดไร้สาระนี้ออกไป คนอย่างแมทธิวน่ะเหรอจะมาสนใจคนอย่างเธอ ถ้าเป็นพวกดารา นางแบบตัวท็อปก็ว่าไปอย่าง “เมนูอาหารค่ะ” เสียงของพนักงานดังขึ้น ทั้งสองจึงรับเมนูนั้นมาเปิดดูไปพลางๆ “ขออนุญาตแนะนำคอสสำหรับคู่รักนะคะ ถ้าสั่งเป็นเซ็ทนี้ ทั้งสองจะได้ทานซิกเนเจอร์ของทางร้านสองที่ค่ะ” “เอ่อ....” เลขาสาวทำหน้าไม่ถูกเล็กน้อย เมื่อโดนพนักงานคนนั้นเข้าใจผิดว่าเธอกับท่านประธานเป็นคู่รักกัน “ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ ผมขอสั่งเมนูแบบปกติดีกว่า” แมทธิวตอบกลับด้วยท่าทางนิ่งเรียบ เขาไม่ได้คิดอะไรที่คนอื่นจะเข้าใจผิดมองว่าเขากับมัลลิกากำลังมาเดทกันอยู่ ”ค่ะ ถ้าพร้อมสั่งอาหารแล้วกดปุ่มตรงนั้นเรียกพนักงานได้เลยนะคะ“ ”ขอบคุณค่ะ^^“ เมื่อพนักงานเดินออกไปแล้ว ดวงตากลมโตก็หันมาจับจ้องเมนูอาหารตรงหน้าอีกครั้ง แต่พอได้เห็นราคาที่โชว์หราอยู่ในแต่ละเมนู เลขาสาวก็แทบช็อค ราคานี้มันแพงมาก อย่างกับตอนนี้เธออยู่ประเทศแถบยุโรปแน่ะ “เป็นอะไรมัลลิกา” เมื่อเห็นคนตรงหน้าทำสีหน้ากังวล แมทธิวจึงเอ่ยถาม “คือ....คุณแมทธิวไม่คิดว่าราคาอาหารมันแพงไปเหรอคะ?” เธอถามหน้าซื่อ ทำเอาหนุ่มลูกครึ่งแอบขำอยู่ในใจ อาหารราคาแค่นี้เธอยังบอกว่าแพง แล้วถ้ารู้ราคาห้องที่อยู่ตอนนี้ เธอจะไม่ช็อคเป็นลมไปเลยหรือยังไง “คุณลืมหรือไงมัลลิกา คุณมากับผมจะกังวลเรื่องราคาไปทำไม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเบาสบาย ไม่ได้สนใจจำนวนเงินในบัญชีของตัวเองเลยสักนิด เพราะมัน....มีเยอะมาก จนแทบนับไม่ถ้วนยังไงล่ะ “แต่ว่า....ดิฉันเกรงใจค่ะ ถ้าให้ทานอาหารที่แพงขนาดนี้คงกินไม่ลงแน่ๆ“ มัลลิการู้สึกไม่สบายใจ เธอวางเมนูอาหารตรงหน้าลง ก่อนจะทำสีหน้าเคร่งเครียด ทำให้แมทธิวยิ้มออกมาอย่างขบขันกับความคิดมากของเธอ ที่มันมีเยอะจนเกินไป “ท่านประธาน หัวเราะอะไรคะ” “หึ ก็หัวเราะคุณน่ะสิ จะคิดมากไปทำไม ถือซะว่าผมให้โบนัสของปีนี้ก็แล้วกัน” พอเขาพูดออกมาแบบนั้น มัลลิกาก็ยังคงลังเล สุดท้ายก็ต้องยอมรับน้ำใจของเขาเอาไว้อย่างไม่มีทางเลือกมากนัก “ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นคุณแมทธิว ช่วยสั่งให้ดิฉันหน่อยนะคะ ดิฉันไม่รู้ว่าเมนูไหนอร่อย” “อืม ตกลง” เมื่อเคลียร์กันจบเรียบร้อย แมทธิวก็จัดการเรียกพนักงานให้เดินเข้ามาเพื่อสั่งอาหาร ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ การทานอาหารสุดหรูก็จบลง ทั้งสองเดินทางกลับมาที่ห้องพักของโรงแรมเพื่อพักผ่อน เพราะพรุ่งเขาและเธอต้องออกไปพบหุ้นส่วนแต่เช้า อาจจะกินเวลาไปตลอดทั้งวัน “ถ้างั้น....ดิฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ ขอบคุณสำหรับอาหาร อร่อยมากเลยค่ะ“ มัลลิกาหันมาเอ่ยขอบคุณร่างสูง ซึ่งแมทธิวก็พยักหน้ารับ “ฝันดีนะ เจอกันตอนเช้า” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ “ค่ะ^^ ท่านประธานก็เหมือนกันนะคะ” ใบหน้าสวยยิ้มหวานส่งมาให้เขา ทำเอาแมทธิวชะงักไปเล็กน้อย เหมือนตกอยู่ในภวังค์ มัลลิกาเคยยิ้มให้เขาหลายครั้ง แต่ทำไมคราวนี้มันถึงดึงดูดให้เขาชะงักค้างอยู่แบบนี้ ครืด~ ครืด~ ในขณะที่ใจแกร่งกำลังมองตามเลขาของตัวเองไป โทรศัพท์ของเขากลับสั่นไหวขึ้นมาเสียก่อน ประธานหนุ่มดึงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาดู ก่อนจะพบว่าเป็นเมเปิ้ลที่โทรเข้ามาหาเขา “ฮัลโหล” ( ฮัลโหลแมทคะ ถึงสิงคโปร์หรือยังคะ? ) เสียงหวานที่ดังเข้ามาทำให้แมทธิวลืมความรู้สึกก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะเริ่มต้นคุยกับคู่ขาคนโปรดอยู่นานนับชั่วโมงตอนพิเศษ 2. ส่งไม้ต่อให้การแก้แค้น ( จบ ) พรึ่บ~เมื่อแก้วไวน์ทั้งสองถูกยกขึ้น ครีมสีชมพูก็ปรากฏอยู่ในถ้วย มัลลิกากับแมทธิวหันไปมองหน้ากันด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจที่ได้รู้ว่าตัวเองนั้นได้ลูกสาว “ผมกำลังจะมีลูกสาวครับทุกคน!” “เย้!~” ปัง~ ปัง~เสียงทุกคนเฮฮาอย่างมีความสุข คุณหญิงรายากระโดดลุกขึ้นอย่างเก้าอี้ ในที่สุดนางก็จะได้เห็นทายาทของตระกูลเบอร์สันในฐานะผู้หญิงก่อนตาย เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมง การฉลองก็จบลง ทุกคนพากันแยกย้ายกลับ โดยครอบครัวของมัลลิกาตัดสินใจขับรถกลับบ้านที่จันทบุรีภายในวันนี้เลย ทำให้ที่คฤหาสน์ตอนนี้เหลือแต่เพียงคุณหญิงรายา มัลลิกา แมทธิว เรย์ ไรอัน แล้วก็โรมเท่านั้น “แอปเปิ้ลจ้ะหนูมุข ทานเยอะๆน๊ะจ๊ะ หลานสาวแม่จะได้แข็งแรงๆ” คุณหญิงรายายื่นจานแอปเปิ้ลไปให้ลูกสะใภ้ “ขอบคุณค่ะคุณแม่“ ”เออนี่ตาแมท.....“”.....แกได้ข่าวน้องชายแกบ้างไหม ตาแม็กซ์น่ะ“ ”แม่ไม่ได้ติดต่อกับน้องมาหลายเดือนแล้วนะลูก“ แม้วันนี้จะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น แต่เรื่องของแม็กซ์เวลล์ก็ยังค้างคาอยู่ในใจของคุณหญิงรายา มัลลิกาที่พอได้รู้เรื่องราวคร่าวๆมาบ้าง ก็ได้แต่นั่งชิมแอปเปิ้ลกับมองสามีคุยกับมา
ตอนพิเศษ 1. ช่วงเวลาแห่งความสุข หลายวันต่อมา @บริษัท เดอะลัคชูรี่ จำกัด “ยินดีต้อนรับกลับมานะคะท่านประธาน” เสียงของพู่กันเอ่ยขึ้น ก่อนจะคล้องพวกมาลัยที่ทำจากดอกไม้สีสันสดใสลงไปบนบ่าแกร่งของแมทธิวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังจากที่มรสุมทุกอย่างผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย คุณหญิงรายาที่อิ่มเอมใจยิ่งนักจากข่าวดีเรื่องหลาน ก็รีบจัดการยกทุกอย่างกลับคืนไปให้ลูกชายคนโตอย่างว่องไว เห็นทีสมบัติที่มี...คงจะตกไปอยู่กับบุคคลที่อยู่ในท้องของมัลลิกาแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เสียแล้ว“ขอบคุณ“ ปากหนาเอ่ยตอบ ก่อนจะขยับไปยืนบริเวณแท่นวางไมค์ วันนี้คุณหญิงรายาจัดงานเฉลิมฉลองต้องรับท่านประธานคน(เก่า)ที่มาใหม่ ให้กับเหล่าพนักงานทั้งหลายได้รับทราบ แน่นนอนว่าการจูงมือภรรยามาร่วมงานในวันนี้ สามารถทำลายข่าวลือเสียหายก่อนหน้าหนี้ไปได้หมดสิ้น “สวัสดีทุกคนอีกครั้งนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ที่ผมทำให้บริษัทเกิดความวุ่นวาย“ ”....นับจากนี้ไป ผมสัญญาว่าจะไม่สร้างข่าวเสียหายให้แก่บริษัทของเราอีก ผมจะสร้างความมั่นใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรของเรา เพราะตอนนี้ผมไม่ใช่ผู้ชายเสเพลคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ตอนที่ 78. ตอนจบ NC+ วันต่อมา “เดินทางปลอดภัยนะลูก” เสียงของมารดาดังขึ้น ก่อนที่มัลลิกาจะโผเข้าไปกอดคนตรงหน้าด้วยความรัก “ขอบคุณนะคะแม่” ก่อนที่เธอจะหันไปมองหน้าพ่อกับน้องชายอย่างมาร์ค ที่ตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ต่อ ”ไว้มาร์คจะขึ้นไปหานะพี่มุข“ ”อื้ม ถ้าเปลี่ยนใจอยากกลับมาทำงานที่กรุงเทพก็บอกนะ“ เธอยิ้มให้น้องชาย“โทรหาพ่อบ้างนะ แล้วก็ดูแลตัวเองกับดูแลหลานพ่อให้ดีด้วย“ ”หนูรักพ่อนะคะ“ หญิงสาวเอ่ยประโยคสุดท้าย ก่อนจะเดินไปหาสามี “ผมลานะครับ“ เมื่อบอกลาทุกคนเสร็จ แมทธิวก็พาภรรยาของตัวเองเดินทางกลับบ้าน ในที่สุดสิ่งที่เขารอคอยก็มาถึง แมทธิวสามารถพาภรรยากลับบ้านไปพร้อมกับเจ้าจิ๋วในท้องอีกหนึ่งคนได้สำเร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้....มันคือสิ่งที่ดีที่สุดที่น้างสูงเคยได้รับในชีวิตของเขาแล้วจริงๆ มันคือกลิ่นอายของชีวิตที่สมบูรณ์ในอนาคต หลายชั่วโมงต่อมา @เรือนหอ “ยินดีต้อนรับกลับบ้านน๊ะจ๊ะหนูมุข“ ”กลับมาเหนื่อยๆพาภรรยาไปพักเถอะลูก ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้อยู่ด้วย“ คุณหญิงรายาเอ่ยบอกทั้งสองคนด้วยสีหน้าอิ่มเอิบใจเป็นที่สุด เหมือนความฝัน ความหวังที่นางต้องการกำลังเกิดขึ้นจริง ในที
ตอนที่ 77. แม่มาเคลียร์ให้เอง “คุณ.....รักฉันจริงไหมคะ“ เสียงเล็กถามออกไปอย่างไม่มั่นใจนักเธอต้องการได้ยินออกมาจากปากเขา เพื่อให้ตัวเองมั่นใจว่าเขายังรักเธออยู่จริงๆและมากพอที่จะสร้างครอบครัวต่อไปด้วยกันได้ “ผมรักคุณมุข และมันจะไม่เปลี่ยนไป” “ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะนะมุข ผมอยากสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับคุณ“ แมทธิวทำในสิ่งที่หญิงสาวไม่คาดคิด นั่นก็คือการคุกเข่าลงไป จับมือเล็กเอาไว้ก่อนจะเอ่ยขอโอกาสต่อหน้าเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงใจและจริงจังที่สุด มัลลิกาที่ได้ยินแบบน้ำก็น้ำตาซึม หัวใจของเธอเรียกร้องการให้โอกาสแก่เขา เพราะถึงอย่างไร ที่ผ่านมามันก็ใช่ว่าจะแย่ไปเสียหมดและที่สำคัญ....ตอนนี้เธอกำลังจะมีลูก ลูกของเธอต้องการพ่อ“ฮึก ค่ะ ฉันจะให้โอกาสคุณ“ ”แต่เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ“ มือบางเอื้อมไปเช็ดน้ำตาที่จวนจะไหล่ รอยยิ้มดีใจผุดพรายขึ้นมาใบหน้าหล่อ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนแล้วดึงเธอมากอดด้วยความโหยหา “ขอบคุณนะมุข! ขอบคุณมากจริงๆ!” “ตาแมท!“ เสียงของคุณหญิงรายาดังขึ้น ภาพที่นางเห็นคือลูกชายกับลูกสะใภ้ยืนกอดกันกลมอยู่ในโรงพยาบาล “คุณแม่? ไอ้โรม?“ ”สะสวัสดีค่ะ“ พอได้กลับมาเจอคุณหญิงรายา
ตอนที่ 76. ข่าวดี ครืด~ ครืด~เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แมทธิวที่นั่งสังเกตุการณ์อยู่ในรถเงียบๆ เมื่อเห็นว่าใครโทรมาก็รีบกดรับ “ฮัลโหล” “ว่าไงนะ!?” ทันทีที่ได้รับรายงานว่ามัลลิกาเป็นลมล้มพับไปอย่างกระทันหัน แมทธิวก็เห็นรถกะบะที่ขับออกมาจากทางเข้าบ้านของเธอด้วยความเร่งรีบ ก่อนที่เขาจะรีบวางสายลงและขับรถตรงดิ่งตามไปโรงพยาบาลด้วนความเป็นห่วงเธอหลายนาทีต่อมา @โรงพยาบาล ”พ่อกับแม่กลับบ้านไปก่อนเถอะ เดี๋ยวมาร์คอยู่เป็นเพื่อนพี่มุขเอง“ มาร์คหันไปบอกมารดาและบิดาทันทีที่พาพี่สาวมาส่งถึงมือหมอแล้ว “เอางั้นเหรอมาร์ค” “ครับ พ่อกับแม่กลับไปดูคนงานเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ”“ฝากดูแลพี่แกด้วยนะมาร์ค“ สิตาหันไปพยักหน้าให้กับสามี ก่อนที่ทั้งสองจะกลับบ้านไปก่อน เพราะตอนนี้มีคนงานหลายคนที่กำลังทำงานรออยู่ที่บ้านสวน มาร์คที่เห็นแบบนั้นจึงเดินกลับเข้าไปดูพี่สาวที่ดูเหมือนจะฟื้นขึ้นมาแล้วด้วยความเป็นห่วง โดยไม่ทันสังเกตุเห็นว่ามีใครบางคนกำลังยืนแอบมองเขาอยู่เงียบๆอีกฟากหนึ่งแมทธิวสะกดรอยตามทุกคนมาตั้งแต่ต้น และตอนนี้เขากำลังหาทางที่จะได้เข้าไปหาภรรยาสาวอยู่อย่างเงียบๆ “พี่มุข” “มาร์ค” ดวงตากลมโตค่อ
ตอนที่ 75. น่าเวทนา หลายวันต่อมา “......" ดวงตาคมจับจ้องไปยังหน้าทางเข้าบ้านสวนของภรรยาอย่างใจจดใจจ่อ หลายวันมานี้แมทธิวทำตัวไม่ต่างอะไรจากนักสืบเลย เขาตามมาเฝ้าอยู่บริเวณถนนด้านหน้าบ้านของเธอทุกวัน แต่งตัวเหมือนคนปกติธรรมดา ไม่ให้เตะตาใครมากนัก ใส่หมวกกับแว่นตาปิดบังใบหน้าเอาไว้ตลอดเวลา เพราะกลัวคนงานของพ่อตาจะจำได้เหตุก็เพราะก่อนหน้านี้ เขาพยายามขับรถเข้าไปหามัลลิกาที่บ้านของเธออีกครั้ง แต่กลับถูกลูกน้องของพ่อตาไล่ยิงตั้งแต่ขับเข้าไปได้ไม่กี่เมตร พอรู้แบบนั้นร่างสูงก็รีบหนีเอาตัวรอดแทบไม่ทัน พ่อของมัลลิกาโหดมากกว่าที่เขาจิตนาการเอาไว้ แต่โชคดีที่เมื่อวานแมทธิวบังเอิญได้ไปเจอกับคนงานคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ที่บ้านของมัลลิกา ร่างสูงจึงตัดสินใจจ้างคนงานคนนั้นให้คอยรายงานสถานการณ์ในบ้านของเธอให้เขาฟังตลอด โดยเฉพาะที่เมื่อไหร่ที่มัลลิกาจะออกไปข้างนอก เขาสั่งคนงานคนนั้นให้ต้องรายงานเขาทันที เพื่อที่เขาจะได้ขับรถตามติดเธอไปราวกับสตอล์กเกอร์ และหาจังหวะเหมาะๆที่เธออยู่คนเดียวเข้าไปพูดคุยกับเธอซะ แม้การคอยซุ่มตามภรรยาจะดูทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่แมทธิวก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะเขาจะไม่ยอมกลับกรุงเท
ตอนที่ 9. ติดหนี้บุญคุณ ”หะห้าหมื่นงั้นเหรอ!?“ ใบหน้าสวยนิ่งอึ้งไป หลังจากได้ยินจำนวนเงินที่น้องชายของตัวเองเป็นหนี้อยู่ ห้าหมื่นดอลลาร์สิงคโปร์ตีเป็นเงินไทยได้ล้านกว่าบาท ทำเอาคนตัวเล็กแทบเข่าทรุด เงินจำนวนนั้น เธอจะหามาช่วยน้องชายได้ยังไง ปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่น อย่างคิดไม่ตก สภาพของมาร์คตอนน
ตอนที่ 8. บังเอิญเจอปัญหา ตกเย็น @คาสิโน ”อีกสามชั่วโมง เจอกันตรงนี้” แมทธิวหันไปบอกเมฆาทันทีที่รถมาถึงบริเวณด้านหน้าของคาสิโน “ครับเจ้านาย” ร่างหนาก้าวเท้าลงจากรถไป โดยมีมัลลิกาเดินตามไปติดๆ นี่เป็นครั้งแรกเช่นกันที่หญิงสาวได้ก้าวเท้าเข้ามาในคาสิโนที่คึกคักเต็มไปด้วยผู้คนเงินหนาเช่นนี้ แสงสีท
ตอนที่ 7. เลขาไม่ใช่แฟน วันต่อมา รุ่งเช้าเท้าหนาหยุดชะงักไป เมื่อสาวเท้าออกมาแล้วเห็นว่าบริเวณห้องนั่งเล่นถูกเปิดผ้าม่านเอาไว้จนสว่างจ้าไปหมด ดวงตาคมสังเกตุเห็นเลขาสาวของตัวเองกำลังยืนขยุกขยิกอยู่บริเวณห้องครัว จึงรีบเดินเข้าไปดู “ทำอะไรมัลลิกา” “อุ้ย ท่านประธาน” “ดิฉันกำลังจะดื่มนมค่ะ” มัลล
ตอนที่ 5. คำสั่ง “ฟู่ว~ เกือบไปแล้วไหมเรา” “ไม่รู้ไปกินรังแตนที่ไหนมา เฮ้อ” หลังจากเดินหนีออกมาด้านนอกแล้ว เลขาสาวก็แทบปาดเหงื่อ ดวงตากลมโตเหลือบไปมองกองเอกสารตรงหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะรีบกลับไปนั่งเร่งรีบจัดการงานจนกว่าจะเสร็จ ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ วันต่อมา @ห้องประชุม







