Accueil / โรแมนติก / พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ / บทที่ 16 วันที่หนึ่ง เขาแพ้ของกิน

Partager

บทที่ 16 วันที่หนึ่ง เขาแพ้ของกิน

last update Date de publication: 2026-09-29 20:59:16

บทที่ 16 วันที่หนึ่ง เขาแพ้ของกิน

---------------------------------------------------

วันที่หนึ่งของข้อตกลงสามสิบวัน ฉันตัดสินใจว่าจะไม่ทำอะไรใหญ่โต

ไม่ส่งดอกไม้

ไม่ถือกาแฟไปยืนหน้าบริษัท

ไม่เขียนโน้ตว่า รักนะคะ รับเป็นแฟนสักที

ถึงจะอยากเขียนก็เถอะ

ฉันนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตอนแปดโมงเช้า มองปฏิทินที่วงวันสุดท้ายเอาไว้ด้วยปากกาสีแดง แล้วเตือนตัวเองว่า สามสิบวันนี้ไม่ได้มีไว้ให้ฉันสร้างความรำคาญจนธามยอมแพ้

ฉันอยากให้เขารู้ว่าฉันชอบเขาจริง ๆ

ไม่ใช่แค่สนุกเพราะผู้ชายข้างบ้านกลับมาแล้วหล่อขึ้น

โทรศัพท์สั่น

ข้อความจากป้านวล

พริม วันนี้ธามน่าจะประชุมยาวทั้งวัน ฝากเตือนมันกินข้าวหน่อยได้ไหมลูก ป้าพูดแล้วไม่ค่อยฟัง

ฉันอ่านแล้วหัวเราะ

นี่ถือเป็นการเปิดทางจากแม่ฝ่ายชายหรือเปล่านะ

ฉันตอบตกลง ก่อนนึกถึงร้านข้าวแกงร้านหนึ่งขึ้นมาได้

ร้านนั้นอยู่แถวโรงเรียนเก่าของเรา

เมื่อก่อนทุกวันพุธฉันเลิกเรียนช้ากว่าปกติ ธามจะเป็นคนมารับ แล้วมักพาแวะกินข้าวร้านนี้ก่อนกลับบ้าน

เขากินเมนูเดิมแทบทุกครั้ง

ข้าวหมูทอดกระเทียม ไข่ดาวไม่สุกมาก และไม่เอาแตงกวา

จำง่ายจะตาย

หรือจริง ๆ คนที่เราชอบ อะไรที่เกี่ยวกับเขาก็จำง่ายหมดนั่นแหละ

สิบโมงครึ่ง ฉันกดสั่งอาหารจากร้านเดิม แม้ค่าส่งจะแพงกว่าค่าข้าวเกือบครึ่ง

ก่อนกดยืนยัน ฉันลังเลเรื่องโน้ตอยู่พักหนึ่ง

สุดท้ายเขียนแค่

จำวันที่พี่เคยพาพริมมากินได้ไหม

วันนี้พริมเลี้ยงค่ะ

ไม่มีคำว่าแฟน

ไม่มีมุกจีบ

ไม่มีหัวใจแม้แต่ดวงเดียว

พอกดสั่งเสร็จ ฉันก็กลับไปทำงานของตัวเอง

คราวนี้ไม่ได้เปิดดูโทรศัพท์ทุกห้านาทีเหมือนตอนส่งกาแฟวันแรกด้วย

โอเค

อาจเปิดทุกสิบห้านาที

ต่างกันอยู่นะ

สิบเอ็ดโมงห้าสิบ โทรศัพท์ดัง

พี่ธาม

ฉันมองชื่ออยู่สองวินาทีก่อนรับ

“คะ”

“ข้าวนี่พริมส่ง?”

“ถ้ามีโน้ตชื่อพริม ก็น่าจะพริมค่ะ”

“ร้านนี้ยังอยู่?”

ฉันยิ้ม จำได้สินะ

“อยู่ค่ะ”

“ไปหามาจากไหน”

“อินเทอร์เน็ตมีไว้ใช้ประโยชน์นะคะพี่”

ปลายสายมีเสียงเหมือนเขาหัวเราะเบา ๆ

“ค่าส่งแพงกว่าข้าวหรือเปล่า”

“อย่าสนใจรายละเอียด”

“เท่าไหร่ เดี๋ยวโอนให้”

ฉันรีบพูด

“ห้ามค่ะ”

“พริม”

“นี่วันที่หนึ่งนะ”

เขาเงียบ

“วันแรกของสามสิบวัน ถ้าพี่โอนคืนทุกอย่าง พริมจะจีบยังไง”

“แล้วส่งข้าวคือจีบ?”

“ค่ะ”

“ไม่เห็นมีอะไรเลย”

ฉันชะงัก

“อะไรคือไม่เห็นมีอะไร”

“ปกติไม่ใช่ต้องมีข้อความกวน ๆ?”

อ้าว

คนนี้ติดโน้ตของฉันไปแล้วหรือไง

ฉันยิ้มกว้างขึ้น

“อยากได้เหรอคะ”

“ไม่ได้บอก”

“พรุ่งนี้จัดเต็มให้ค่ะ”

“ไม่ต้อง”

“ค่ะ”

“พริม”

“คะ”

“พี่บอกว่าไม่ต้อง”

“ได้ยินค่ะ”

ฉันหัวเราะแล้วตัดสายก่อนเขาจะบ่นต่อ

แต่พอวางโทรศัพท์ลง ฉันกลับนั่งยิ้มอยู่พักหนึ่ง

อย่างน้อยเขาก็สังเกตว่าโน้ตวันนี้ต่างจากเดิม

ช่วงบ่ายฉันยุ่งกับงานจนลืมเวลา กว่าจะเงยหน้าขึ้นอีกทีก็เกือบสี่โมง

มินโทรมาพอดี

“วันแรกเป็นไง”

“ดี”

“ทำอะไรไป”

“ส่งข้าว”

“แค่นั้น?”

“อือ”

มันเงียบไป

“ทำไมคราวนี้เบา”

ฉันหมุนเก้าอี้เล่น

“ไม่รู้สิ กูรู้สึกว่าถ้าจะจีบจริง ๆ ก็ควรทำอะไรที่เป็นตัวกู ไม่ใช่พยายามทำให้เขาตกใจทุกวัน”

มินพยักหน้า

“โตขึ้นแล้วนะ”

“กูยี่สิบสี่แล้วค่ะ”

“ก่อนหน้านี้เหมือนสิบเก้า”

“วางสายไปเลย”

มันหัวเราะแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย

ห้าโมงครึ่ง ป้านวลส่งข้อความมาอีก

เมื่อกี้ธามโทรมาบอกว่าปวดหัว คงประชุมเยอะ

ฉันอ่านข้อความแล้วมองนาฬิกา

ใจหนึ่งอยากปล่อย

เขาโตแล้ว

ปวดหัวก็หายากินเองได้

อีกใจหนึ่งลุกไปหยิบกล่องยาในลิ้นชักทันที

สรุปอีกสิบนาทีต่อมา ฉันก็ยืนอยู่หน้าบริษัทธามพร้อมยาแก้ปวดกับน้ำหนึ่งขวด

เกดเห็นฉันก็ยิ้ม

“วันนี้รอบสองเหรอคะ”

“รอบแรกพริมไม่ได้มาค่ะ ส่งแต่ข้าว”

“อ๋อ จริงด้วย”

เธอมองถุงยาในมือฉัน

“บอสปวดหัวค่ะ อยู่ในห้อง”

“ประชุมเสร็จหรือยังคะ”

“เพิ่งเสร็จค่ะ แต่กำลังโทรคุยงานต่อ”

ฉันพยักหน้า

“งั้นไม่รบกวนดีกว่า ฝากนี่ไว้ให้หน่อยได้ไหมคะ”

เกดรับไป

“ได้ค่ะ”

ฉันหยิบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กจากกระเป๋า เขียนแค่

กินยาหลังอาหารนะคะ

แล้วพักบ้าง อายุไม่ได้น้อยแล้ว

เกดอ่านแล้วหัวเราะ

“ประโยคสุดท้ายนี่น่าจะทำให้หายปวดหัวเลยค่ะ”

“หายเพราะโมโห?”

“น่าจะค่ะ”

ฉันยิ้ม

กำลังจะกลับ เสียงธามก็ดังจากด้านใน

“พริม?”

ฉันหัน

เขาเดินออกมาจากห้องทำงาน สีหน้าดูเหนื่อยกว่าปกติ เนกไทคลายออกเล็กน้อย มือยังถือโทรศัพท์อยู่

“มาทำอะไร”

“เอายามาให้ค่ะ”

“ใครบอกว่าพี่ปวดหัว”

“สายข่าว”

เขามองหน้าเหมือนเดาได้ทันที

“แม่?”

“ไม่บอก”

“แม่แน่”

“กินยาด้วยนะคะ”

ฉันยื่นถุงกลับจากมือเกดให้เขาเอง

ธามรับไป

สายตาเหลือบเห็นโน้ต

“อายุไม่ได้น้อยแล้ว?”

“สามสิบเอ็ดแล้วค่ะ”

“พริม”

“เป็นห่วงนะถึงได้บ่น”

ประโยคนี้ทำให้เขาเงียบไปนิดหนึ่ง

ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าพูดออกมาตรงเกินไป

เลยรีบยิ้ม

“กลับแล้วค่ะ”

“เดี๋ยว”

“อะไรคะ”

“กินข้าวหรือยัง”

“ยัง”

“รอสิ พี่จะเสร็จแล้ว”

ฉันเลิกคิ้ว

“ชวนกินข้าว?”

“ก็ไหน ๆ มาแล้ว”

“เหตุผลฟังไม่โรแมนติกเลย”

“งั้นก็กลับไป”

“รอค่ะ”

ฉันตอบทันทีจนเกดต้องหันหน้าซ่อนยิ้มหนี

ธามส่ายหน้าแล้วกลับเข้าห้อง

ฉันนั่งรอที่โซฟาหน้าห้อง ระหว่างนั้นเกดถูกเรียกเข้าไปเอาเอกสาร ฉันเลยถือแก้วน้ำไปวางให้ตรงโต๊ะธาม เพราะเห็นเขาลืมไว้ด้านนอก

ประตูห้องเปิดอยู่

ธามไม่อยู่ น่าจะเดินไปห้องประชุมเล็กด้านหลัง

ฉันวางน้ำลง

แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับลิ้นชักที่เปิดค้างอยู่เล็กน้อย

ไม่ได้ตั้งใจส่อง

จริง ๆ

แต่กระดาษสีเหลืองตรงขอบมันคุ้นเกินไป

ฉันชะงัก

โน้ตจากกล่องข้าววันนี้

วางอยู่บนกองกระดาษเล็ก ๆ

ข้างใต้มีแผ่นสีชมพูจากวันที่ส่งกาแฟ

อีกใบเขียนว่า กินเยอะ ๆ จะได้มีแรงหนีพริม

อีกใบเป็นลายมือฉันเหมือนกัน

ทุกใบ

ไม่ได้ถูกทิ้ง

ฉันยืนมองอยู่สองวินาที ก่อนรีบปิดลิ้นชักกลับไปเหมือนเดิม

ไม่แตะ

ไม่หยิบ

ไม่ถ่ายรูป

และไม่คิดจะถาม

“พริม?”

เสียงธามดังจากข้างหลัง

ฉันหันกลับทันที

“เสร็จแล้วเหรอคะ”

“อือ”

เขาหยิบกุญแจรถ

“ไปกินอะไรดี”

ฉันเดินตามออกจากห้องโดยไม่พูดเรื่องลิ้นชักแม้แต่คำเดียว

แต่ระหว่างทางกลับบ้านคืนนั้น ฉันเผลอยิ้มให้กระจกหน้ารถอยู่หลายครั้ง

สามสิบวันเพิ่งผ่านไปแค่วันเดียว

และเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่า

บางทีฉันอาจไม่ได้กำลังวิ่งไล่ตามอยู่คนเดียวก็ได้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 24 ประโยคที่ได้ยินไม่ครบ

    บทที่ 24 ประโยคที่ได้ยินไม่ครบ--------------------------------------------วันที่ยี่สิบหก ฉันไม่ได้ส่งกาแฟให้ธามอีกวันที่ยี่สิบเจ็ดก็เหมือนกันไม่มีใครตายบริษัทเขายังเปิดโลกยังหมุนและฉันก็เพิ่งค้นพบว่าตัวเองสามารถผ่านหนึ่งวันโดยไม่ส่งข้อความไปถามผู้ชายข้างบ้านว่า กินข้าวหรือยังคะ ได้จริง ๆถือเป็นพัฒนาการที่ดีมินบอกว่าอย่างน้อยฉันก็เริ่มกลับมาเป็นมนุษย์ปกติฉันตอบไปว่ากูปกติมาตลอดมันส่งสติกเกอร์หัวเราะมาแปดตัว เพื่อนดี ๆ มีไว้ทำลายความมั่นใจจริง ๆช่วงสองวันนี้ฉันยุ่งกับโปรเจกต์พื้นที่สร้างสรรค์จนแทบไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นอยู่แล้ว งานเข้าสู่ช่วงเก็บรายละเอียด ทุกอย่างต้องวิ่งพร้อมกัน ทั้งไฟล์สำหรับผลิต ป้ายจริง สีผนัง ตำแหน่งติดตั้ง และงานเปิดตัวที่ลูกค้าเพิ่งขอเพิ่มเข้ามาอีกชุดธามกับฉันยังเจอกันทุกวันคุยกันทุกวันด้วย แต่คุยเฉพาะเรื่องงานเขาเหมือนพยายามหาเรื่องถามอย่างอื่นบ้าง“เมื่อคืนกลับกี่โมง”“สี่ทุ่มค่ะ”“กินข้าวไหม”“กินแล้วค่ะ”“แม่บอกว่าพริมกลับดึก”“ค่ะ”จบถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงต่อว่า ถามละเอียดขนาดนี้สมัครเป็นแฟนเลยไหมคะตอนนี้ไม่พูดแล้วฉันไม่ได้ต้องการลงโทษเข

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 23 วันที่ยี่สิบห้า เริ่มเหนื่อยแล้วจริง ๆ

    วันที่ยี่สิบห้า เริ่มเหนื่อยแล้วจริง ๆ-----------------------------------------------เช้าวันที่ยี่สิบห้า ฉันไม่ได้ส่งกาแฟให้ธามไม่ได้ลืมไม่ได้งอนไม่ได้ตั้งใจเล่นเกมอะไรทั้งนั้นฉันแค่ตื่นมาแล้วรู้สึกว่าไม่อยากทำแค่นั้นเลยโทรศัพท์วางอยู่ข้างหมอน แชตของเขายังอยู่ตรงเดิม ข้อความล่าสุดเมื่อคืนเป็นเรื่องไซต์งานพรุ่งนี้สิบโมงเข้าหน้างานใช่ไหมฉันตอบไปแค่ค่ะจบไม่มีสติกเกอร์ไม่มี ฝันดีนะคะไม่มี คิดถึงได้ไหมไม่มีอะไรต่อ ตอนแรกฉันคิดว่าจะรู้สึกแปลกกว่านี้ แต่กลับโล่ง นิดหนึ่งอาจเพราะหลายวันที่ผ่านมา ฉันพยายามมากเกินไปจนไม่ทันรู้ตัวว่าจะทำให้ตัวเองเหนื่อยเหนื่อยกับการรอคำตอบเหนื่อยกับการตีความสีหน้าเหนื่อยกับการคิดว่าการที่เขาจำของกินได้ การเก็บโน้ต การไปรับ การกอด หรือการเกือบจูบ หมายความว่าอะไรแล้วพอฉันคิดว่าตัวเองเข้าใจเขาก็บอกว่าฉันคิดไปเองฉันไม่ได้โกรธแล้ว เมื่อคืนกลับถึงบ้านก็ไม่ได้ร้องไห้ด้วย แค่ถอดรองเท้า อาบน้ำ แล้วนอนและเช้านี้สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่เปิดแชตเขา ฉันเปิดไฟล์งานนั่นน่าจะดีแล้วสิบโมง ฉันไปถึงไซต์ตรงเวลาธามมาก่อนเขายืนคุยกับทีมช่างอยู่ตรงโซนกิจกรรม พอเห็

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 22 วันที่ยี่สิบสาม เกือบจูบครั้งที่สอง

    วันที่ยี่สิบสาม เกือบจูบครั้งที่สอง-----------------------------------------“พี่ธาม ถ้าพี่ขยับป้ายอีกห้าเซนต์ พริมจะเอาเทปกาวแปะพี่ไว้กับผนังจริง ๆ นะ”ฉันยืนเท้าเอวมองคนตรงหน้าธามเงยจากตลับเมตร“เมื่อเช้าพริมบอกว่าขยับได้”“เมื่อเช้าพูดสามเซนต์”“สองเซนต์เอง”“สองเซนต์ก็เซนต์ค่ะ”“คนทั่วไปมองไม่ออก”“แต่พริมมองออก”“เพราะพริมเป็นคนทำ”“ถูกต้องค่ะ เพราะฉะนั้นเชื่อคนทำ”ธามมองฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปบอกช่างให้ใช้ตำแหน่งเดิมฉันยิ้มอย่างผู้ชนะ“ดีมาก”“สั่งเก่ง”“กับบางคนต้องสั่งค่ะ พูดดี ๆ ไม่ฟัง”“ใครกันแน่”ฉันกำลังจะสวนกลับ แต่ช่างสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หลุดหัวเราะเสียก่อนนี่คือสภาพของเราหลังทำงานด้วยกันต่อเนื่องหลายวันเถียงกันเรื่องระยะ เรื่องสี เรื่องวัสดุ เรื่องว่าป้ายควรสูงเท่าไรแต่แปลกตรงที่งานกลับเดินเร็วขึ้นฉันเริ่มรู้ว่าถ้าธามขมวดคิ้วแบบไหนคือไม่เห็นด้วยจริง แบบไหนคือกำลังคิด ส่วนเขาก็ดูจะรู้แล้วว่าถ้าฉันพูดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่ากำลังจะโมโห ไม่ใช่ตื่นเต้นวันที่ยี่สิบสามของข้อตกลงสามสิบวันจึงผ่านมาตั้งแต่เช้าด้วยงานล้วน ๆแทบไม่มีเวลาจีบถ้านับจริง ๆ สิ่งหวานที่สุดที

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 21 วันที่ยี่สิบ เขาจำทุกอย่างได้

    บทที่ 21 วันที่ยี่สิบ เขาจำทุกอย่างได้ -------------------------------------------------ตอนสามทุ่มสิบเจ็ด ฉันเริ่มสงสัยว่าคำว่า เลิกงาน เป็นเรื่องที่คนทำโปรเจกต์นี้แต่งขึ้นมาหลอกกันเองรึเปล่า ไซต์งานเหลือคนอยู่ไม่ถึงครึ่งจากตอนกลางวัน แต่โต๊ะประชุมชั่วคราวของเรายังเต็มไปด้วยโน้ต ตัวอย่างวัสดุ และแก้วกาแฟที่ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นของตัวเอง วางเกือบเต็มโต๊ะฉันนั่งแก้ตำแหน่งกราฟิกบนแปลนเป็นรอบที่สามธามนั่งฝั่งตรงข้าม คุยโทรศัพท์กับฝ่ายระบบอยู่“ถ้าขยับไฟตรงนั้น ต้องเช็กโหลดใหม่ทั้งหมดครับ...ใช่ พรุ่งนี้เช้าเอาตัวเลขมาให้ผมก่อน”เสียงเขานิ่งเหมือนตอนนี้เพิ่งบ่ายสอง ไม่ใช่สามทุ่มกว่าฉันมองอย่างหมั่นไส้ คนอะไรพลังงานเหลือเยอะขนาดนี้ ส่วนฉันกำลังจะกินปากกาดิจิทัลแทนอาหารเย็นแล้ว“พริม”ฉันเงยหน้าธามวางสายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้“คะ”“หิวไหม”“ไม่ค่ะ”ท้องฉันร้องพอดี ดังด้วย คนในโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง ฉันก้มหน้าทันทีธามพยักหน้าช้า ๆ“ไม่หิว”“ค่ะ”“เสียงเมื่อกี้ระบบแอร์?”“น่าจะค่ะ”มุมปากเขายกขึ้น ฉันชี้ปากกาไปทางเขา“ห้ามหัวเราะ”“ยังไม่ได้หัวเราะ”“หน้าพี่หัวเราะแล้ว”“เดี๋ยวสั่งข้าว”เ

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 20 พริมที่พี่ไม่เคยรู้จัก

    บทที่ 20 พริมที่พี่ไม่เคยรู้จัก--------------------------------------------------------ฉันคิดว่าการทำงานกับคนที่ตัวเองชอบน่าจะมีข้อดีอย่างหนึ่งอย่างน้อยก็ได้เห็นหน้าบ่อยแต่หลังผ่านไปสามวัน ฉันเริ่มสงสัยว่าใครเป็นคนคิดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะสิ่งที่ได้เห็นบ่อยกว่าใบหน้าธามคือแบบแก้ งานเร่ง ลูกค้าเปลี่ยนใจ และคนหน้างานโทรมาตามกันตั้งแต่แปดโมงเช้า“พริมครับ ป้ายตรงโถงหลักติดไม่ได้”ฉันที่กำลังลงจากรถหยุดกึก“ทำไมคะ”หัวหน้าทีมติดตั้งชี้ไปด้านใน“ตำแหน่งที่ส่งมา เจองานระบบพาดอยู่ด้านหลัง ถ้าเจาะตรงนี้มีโอกาสโดนท่อ”ฉันหลับตาหนึ่งวินาทีดีมากวันนี้เพิ่งเริ่มได้สิบห้านาที“งั้นยังไม่ต้องเจาะค่ะ เดี๋ยวพริมดูใหม่”ฉันวางกระเป๋า เปิดแท็บเล็ตแล้วเดินเข้าไปในพื้นที่จริง โถงหลักยังเต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเครื่องมือ คนก่อสร้างเดินสวนกันวุ่นวาย ลูกค้าขอให้งานส่วนนี้เสร็จก่อนวันเปิดพื้นที่ทดลองในอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ตำแหน่งป้ายที่มีปัญหาเป็นจุดสำคัญด้วย ถ้าขยับมั่ว ๆ เส้นทางมองเห็นทั้งพื้นที่จะเสียหมด“ขยับไปซ้ายได้ไหมครับ” ทีมติดตั้งถามฉันส่ายหน้า“ซ้ายไปชนแนวประตูค่ะ แล้วจากทางเข้าจะอ่านไม่ชัด”“ข

  • พี่คะหนูจะจีบพี่แล้วนะ   บทที่ 19 โปรเจกต์ที่บังคับให้เจอกันทุกวัน

    บทที่ 19 โปรเจกต์ที่บังคับให้เจอกันทุกวัน------------------------------------------------------------------สามวันหลังจากเดินออกจากบริษัทธามทั้งที่คุยกันยังไม่จบ ฉันได้รับโทรศัพท์ที่ทำให้ทุกอย่างในหัวต้องถูกพักไว้ก่อน“คุณพริมคะ โปรเจกต์ที่คุยกันไว้ ผู้บริหารเลือกทีมคุณแล้วค่ะ”ฉันที่กำลังนั่งแก้ภาพอยู่บนพื้นห้องชะงัก“จริงเหรอคะ”“ค่ะ อยากนัดคิกออฟให้เร็วที่สุด เพราะมีเวลาเตรียมพื้นที่ไม่มาก”ฉันรีบคว้าสมุดมาจดงานนี้เป็นงานใหญ่ที่สุดตั้งแต่ฉันเริ่มรับงานฟรีแลนซ์ลูกค้ากำลังเปิดพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ มีทั้งคาเฟ่ โซนเวิร์กช็อป ร้านสินค้าออกแบบ และพื้นที่จัดกิจกรรม หน้าที่ของฉันคือทำตั้งแต่ภาพลักษณ์แบรนด์ ไปจนถึงกราฟิกที่ใช้จริงในพื้นที่ถ้างานนี้ออกมาดี มันไม่ใช่แค่เงินก้อนใหญ่มันอาจเป็นงานที่ช่วยให้ฉันขยับจากฟรีแลนซ์คนเดียวไปสู่สตูดิโอที่คิดไว้มานานได้จริง ๆ“ได้ค่ะ พริมพร้อม”ฉันตอบโดยไม่ต้องคิดวางสายเสร็จก็ส่งข้อความหามินทันทีกูได้งานแล้ว!มันตอบกลับมาด้วยสติกเกอร์จุดพลุสามตัวติดฉันยิ้มอยู่คนเดียวเกือบนาทีจากนั้นสายตาก็เผลอเลื่อนไปที่หน้าต่างบ้านธามเงียบสามวันที่ผ่านมาเร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status