LOGINผมหลบหนีจากการถูกจับกุมมาได้ ผ่านการดำน้ำคลองมาเรื่อย ๆ มาโผล่อีกทีก็ถึงสะพานแห่งหนึ่ง เมื่อมั่นใจแล้วว่าปลอดภัยจึงขึ้นไปหลบอยู่ข้างพุ่มไม้ด้วยอาการหนาวสั่น นอนอยู่อย่างนั้นทั้งคืนจนรุ่งเช้า
ตื่นเช้ามาผมได้แต่นั่งเหม่อลอย ไม่รู้จะไปแห่งหนไหนดี ผมต้องใช้ชีวิตคนเร่ร่อนอีกแล้วอย่างนั้นหรือ ตั้งแต่จำความได้ผมก็ไม่เคยคิดร้ายกับใครมาก่อน แต่ความเป็นคนดีนั้นกลับไม่มากพอ ที่จะทำให้ผมรอดพ้นจากอันตรายทั้งปวงได้เลย จากนี้ผมจะไม่ยอมใครอีกแล้ว จะไม่ยอมให้พวกมันมาทำผมอะไรผมอีกแล้ว ผมสาบานว่าจะเอาคืนคนพวกนั้นให้สาสมอย่างที่สุด
“ฮือ ๆ ยายจันทร์ ผมสาบานว่าจะแก้แค้นพวกมันคืนให้ยายนะครับ ตาหนูของแม่จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ แม่คิดถึงหนูมากเหลือเกิน” ผมนั่งกอดเข่าร้องไห้ พร่ำเพ้ออยู่อย่างนั้น มองไปทางไหนทุกอย่างก็ดูเป็นแต่สีเทาไปหมด มันช่างดูหมองหม่น ไร้ซึ่งความหวัง ผมยากจะตายตกตามยายจันทร์ไปเหลือเกิน แต่ถ้าทำอย่างนั้นยายจันทร์ก็ต้องตายเปล่า ผมจะอยู่เพื่อรอสักวัน ที่จะทำให้พวกมันไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่ชีวิต
ผมปาดน้ำตาที่แก้มออกไปจนหมด ตั้งสติคิดหาทางเพื่อเอาตัวรอดจากวิกฤติในครั้งนี้ให้ได้เสียก่อน ตอนนี้ตำรวจกำลังตามจับตัวผม จะทำอย่างไรดีเพื่อจะสามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกโดยไม่มีใครผิดสังเกต จู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว ผมพอมีเงินติดตัวอยู่บ้างจึงเดินเข้าไปในตลาดอย่างระแวดระวังตัว เดินหาร้านขายเสื้อผ้าและวิกผม ในวินาทีนี้ผมจะต้องอำพรางตัวเป็นผู้หญิง เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
“พี่จ๊ะมีวิกผมขายด้วยไหม หนูอยากแต่งหญิงเต็มตัวแล้ว” ผมทำท่าทางเลียนแบบสาวประเภทสองให้เนียนที่สุด คนขายจะไม่ได้ผิดสังเกต
“มีสิจ๊ะ อย่างหนูถ้าได้แต่งหญิงครบเครื่องต้องสวยมากแน่ ๆ” แม่ค้ามองหน้าผมอย่างพินิจพิจารณา ผมได้แต่ยิ้มรับอย่างช่วยไม่ได้
“นี่จ้ะ ทรงนี้เหมาะกับหนูมาก ใส่แล้วลองมาส่องกระจกดูสิ”
ผมรับวิกผมมาใส่ แล้วจ้องมองดูตัวเองในกระจกบานใหญ่ ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ทำเอาผมแทบจำตัวเองไม่ได้ วิกผมหน้าม้ายาวสลวยถึงกลางแผ่นหลัง รับกับใบหน้ารูปไข่ของผมได้เป็นอย่างดี ดูแทบไม่ออกว่าผมเป็นผู้ชายมาก่อน
“สวยมากจ้ะ ถ้าได้สวมชุดยิ่งดูไม่ออกเลยว่าหนูเป็นกะเทย”
“ถ้างั้นหนูขอเปลี่ยนเลยได้ไหมจ๊ะพี่”
“ได้สิจ๊ะเข้าไปเปลี่ยนในนั้นได้เลย”
ผมเดินถือชุดที่เลือกไว้ก่อนหน้านี้เข้าไปในห้องลองเสื้อ จัดการถอดเสื้อผ้าชุดเก่าออกแล้วเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ทันที ชุดที่ผมใส่ตอนนี้เป็นเดรสสั้น สายเดี่ยวสีแดงเพลิง เห็นตัวเองในกระจกแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ นี่คือรูปลักษณ์ใหม่ของผมที่จะแอบเข้าไปหาตาหนูที่โรงพยาบาล ก่อนจะออกจากห้องแต่งตัว ผมก็หยิบเสื้อผ้าชุดเดิมใส่ถุงพลาสติก กะจะเอาไปทิ้งในถังขยะด้านนอกด้วย
“เป็นยังไงบ้างจ๊ะพี่หนูสวยหรือเปล่า” ผมถามแม่ค้าเจ้าของร้าน เธอมองผมอย่างตะลึง เดินเข้ามาสำรวจรอบตัวผมอย่างเหลือเชื่อ
“สวยมากจ้ะหนู พี่ดูไม่ออกเลยว่าหนูเคยเป็นผู้ชายมาก่อน”
“ขอบคุณจ้ะพี่ แล้วพี่ว่าหนูควรซื้ออะไรเพิ่มหรือเปล่า ช่วยแนะนำหน่อยจ้า”
“ชุด ผม ก็โอเคแล้ว จะเหลือก็แค่รองเท้าส้นสูง แล้วก็กระเป๋าสะพายใบเล็ก ๆ ถ้าได้ทั้งหมดนี้รับรองผู้ชายมองตาเป็นมันแน่เลย”
“ถ้างั้นจัดมาเลยจ้ะหนูอยากสวยครบเครื่อง” ผมยิ้มให้แม่ค้าสาว เจ้าหล่อนเดินไปเลือกหยิบของมาให้ผม ในใจตอนนี้ผมคิดแต่เรื่องแก้แค้นคนพวกนั้นเพียงอย่างเดียว
“นี่จ้ะกระเป๋ากับรองเท้า”
“ถ้างั้นหนูใส่เลยนะจ๊ะพี่” ด้วยความไม่คุ้นชินกับการใส่ส้นสูง ทำให้ผมแทบจะล้มลงกับพื้น แต่ก็พยายามใส่แล้วเดินอยู่หลายรอบก็เริ่มคล่องตัว แต่จะติดปัญหาตรงที่มันเจ็บเท้าเพราะเป็นของใหม่
หลังจากจ่ายเงินแล้วผมก็ออกมาจากร้านในรูปลักษณ์ใหม่ โยนเสื้อผ้าชุดเดิมทิ้งลงถังขยะไป สถานที่ซึ่งผมจะมุ่งหน้าไปตอนนี้ก็คือโรงพยาบาล ผมจะไปดูว่าตาหนูเป็นอย่างไรบ้าง ป่านนี้คงจะร้องไห้งอแงอย่างแน่นอน คิดได้อย่างนี้ก็คิดถึงลูกชายมากเหลือเกิน
“เห็นไหมล่ะว่าลูกอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เพราะงั้นนายช่วยรับช่อดอกไม้นี้ไว้ได้ไหม”“ไม่ได้หรอกเพราะผมไม่ได้รักคุณ”“ไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้รัก ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่านายรักฉัน”อาหยางเดินเข้าไปในระยะประชิด ก่อนจะรั้งตัวฮอนเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าทั้งสองอยู่กันใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารด เพียงเสี้ยววินาทีนั้นอาหยางได้ฉกฉวยโอกาสครอบครองริมฝีปากอวบอิ่ม บดเบียดอย่างเนิบนาบแต่ทว่าหนักหน่วง ปลุกความร้อนรุ่มภายในกายของอีกฝ่ายให้ตื่นจากอาการหลับไหลอย่างง่ายดาย“อือ...”เสียงครางฮือในลำคอบ่งบอกว่าร่างหนาพอใจกับรสจูบอันเร่าร้อนนี้มากเพียงใด ฮอนพยายามละใบหน้าออกมาแต่อาหยางไม่ยอมง่าย ๆ กระชับตัวให้แนบชิดยิ่งขึ้น เมื่อหนำใจแล้วก็ยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ รสจูบที่สุดแสนจะหนักหน่วงทำเอาฮอนหายใจเหนื่อยหอบเลยทีเดียว“คุณทำบ้าอะไร ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ”“อายทำไม ในเมื่อวันนี้ฉันตั้งใจจะเอาชนะใจนายให้ได้ ไม่ว่าจะต้องอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าก็จะยอมทำโดยไม่มีข้อแม้”“ถ้าทุ่มเทมากนักผมจะสั่งคุณให้ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม” คนพูดยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดแผนแกล้งชายผู้เป็นที่รักได้“ได้! ฉันยอมทำทุกอย่า
ช่วงค่ำของวันนี้ทุกคนเดินทางมาส่งฮอนกลับเมืองไทยกันอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นอาม่าที่ไม่สะดวกในการเดินทางไกลเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนคนที่สำคัญที่สุดอย่างอาหยางได้แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไม่ได้มาส่งแม้จะสนทนากับคนอื่นอย่างยิ้มแย้มเป็นปกติ หากทว่าภายในใจยังคงโหยหาคนที่ชื่ออาหยาง อยากให้เขามาส่งเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าตัวแอบส่องสายตามองหาอยู่เรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเห็นหน้าของใครบางคนอีกสักครั้งก่อนกลับเมืองไทยในระหว่างรอขึ้นเครื่องเสี่ยวซือและต้นกล้าได้ใช้โอกาสนี้สนทนาปรับทุกข์และเปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว“ขอบใจนะอาซือที่ไม่โกรธเกลียดฉัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกผิดมันจะยังคงอยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเหมือนเดิมนั่นล่ะ” ต้นกล้ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ทว่าแววตานั้นฉายความอ่อนล้าออกมาให้เห็น“ลืมมันไปซะเถอะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยให้มีความสุข ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”“ขอบใจนะ ฉันก็ขอให้นายมีความสุขเช่นกัน” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “เป็นเด็กดีนะครับหลานหลาน เชื่อฟังม๊าของหนูให้มาก ๆ นะ”เด็กชายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นั่นเพราะไม่รู้สึกคุ้นเคยกับต
เสี่ยวซือจับมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ ภายในใจยังคงเชื่อมั่นว่าคนทั้งสองรักกันมาก แต่คงมีบางเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน แต่เชื่อว่าความรักและความโหยหาจะทำให้คนทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันในสักวัน“คุยกันเสร็จหรือยัง จะได้ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าทั้งที” เป็นอาจูที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างคนรัก ยกมือขึ้นวางพาดบนบ่าน้อย ๆ ของเสี่ยวซือแสดงความเป็นเจ้าของ เห็นอย่างนั้นฮอนก็ยิ้มอย่างรู้สึกยินดีด้วย“เอาสิ ไปกันเลยไหม” ฮอนตอบ“แต่เฮียหยางยังไม่ลงมาเลย ซ้อช่วยไปตามให้หน่อยได้ไหมครับ” อาจูออกอุบายให้พี่ชายและพี่สะใภ้มีโอกาสได้พูดคุยกัน เผื่อว่าจะทำให้อะไรดีขึ้น“อาจูไปเองเถอะ พี่ว่าจะไปดูลูกสักหน่อย ขอตัวก่อนนะ”ฮอนส่งยิ้มทิ้งท้ายแล้วเดินไปหาลูกชายที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเสี่ยวหลานและอาม่า อาจูและเสี่ยวซือได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้าหมดหวัง ก่อนที่อาจูจะเป็นฝ่ายไปเรียกพี่ชายลงมาข้างล่างเพื่อถ่ายรูปครอบครัว..ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว ฮอนและลูกชายมาร่ำลาอาม่าก่อนเดินทาง แน่นอนว่าการจากลาเป็นอะไรที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนแก่อย่างอาม่า ไ
ในที่สุดฮอนก็จะได้กลับเมืองไทยสมใจอยากโดยไม่มีอาหยางคอยห้ามปรามเหมือนที่ผ่านมา เจ้าตัวรู้ดีว่าเป็นเพราะตนสนทนากับอาไฉวันนั้นจนทำให้อาหยางน้อยอกน้อยใจ มันคือแผนที่จะทำให้ตนได้กลับเมืองไทยโดยไม่มีห่วง อย่างน้อยก่อนกลับก็ได้มีโอกาสพบหน้าเสี่ยวซืออีกครั้ง หลังจากจัดงานศพให้พี่ชายแล้วเสี่ยวซือและลูกก็มาหาที่บ้าน พาเสี่ยวหลานมาทำความรู้จักกับญาติฝ่ายพ่อเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคนตระกูลเดียวกันในขณะที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันอยู่ภายในห้องนั่งเล่น มีเพียงอาหยางคนเดียวเท่านั้นที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง ปล่อยควันสีขาวให้ลอยคลุ้งไปกับสายลม วันนี้ฮอนและลูกจะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว เขาจึงไม่อยากจะต้องเสียน้ำตาต่อหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอโดยเฉลาะลูกชาย“ขอให้นายโชคดีนะฮอน”กล่าวสั้น ๆ ก่อนจะยืนอยู่อย่างนั้น คิดเรื่องต่าง ๆ ในหัวไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย แต่อีกไม่นานหรอกความเจ็บมันก็จะหายไป เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งให้กลับคืนมาเป็นปกติภายในห้องนั่งเล่นตอนนี้เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างซุกซน อาม่านั่งมองและยิ้มด้วยความอบอุ่นหัวใจ เมื่อเห็นลูกหลานอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเช่นนี้ ฮอนรู
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น รีบเก็บของ ฉันจะพากลับไปหาพี่ชายนาย”ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็ชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิดในใจว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจปุบปับเช่นนี้ หรือเป็นเพราะกลัวว่าตนกับลูกจะหนีไปจากชีวิตงั้นสินะ“ใจคนเรามันไม่มีทางเปลี่ยนไปได้ง่าย ๆ หรอก กลัวว่าฉันจะพาลูกหนีไปสินะ”“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ฉันรู้แล้วว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด ไม่ว่าอดีตจะทำร้ายเราแค่ไหนแต่มันก็เป็นได้แค่อดีต นายกับลูกคือปัจจุบันของฉัน เป็นความสุขที่ฉันไม่อยากให้หายไปจากชีวิต เพราะงั้นนับจากนี้ฉันจะลืมเรื่องราวบาดหมางระหว่างพี่ชายนาย ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเสี่ยวซ่งก็แล้วกัน”“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าวันใดวันหนึ่งคิดจะทำร้ายฉันกับลูกหรอกนะ”“ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันไม่มีวันทำร้ายคนที่ฉันรักหรอกนะ เสี่ยวซือ...ได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะนะ ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับนายและลูกอย่างมีความสุข เราจะเป็นครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจกัน ช่วยกันเลี้ยงดูหลานหลานให้โตขึ้นเป็นคนดี ฉันเชื่อว่านายก็คิดแบบเดียวกัน”อาจูคว้ามือเรียวของร่างเล็กมาถือไว้ ส่งแววตาอันลึกซึ้งและจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนพร้อมจะดูแลและใช้ชีวิตร่วมกันไ
“สำนึกผิดเรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องที่ทำให้นายไม่ชอบ ทุกเรื่องที่ทำให้นายต้องเจ็บปวดและทรมานใจ ทุกเรื่องที่ฉันทำผิดพลาดมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพลาดเลยนั่นคือการพานายเข้าบ้านตั้งแต่ครั้งนั้น”“ไม่จริง คุณพาผมมาเพราะหน้าผมเหมือนใครบางคนที่อยู่ในใจคุณ”“ก็ใช่ ในตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ฉันรักนาย รักนายมาโดยตลอด รักมากกว่าคุณอี้เฟยซะอีก เชื่อฉันเถอะนะ รู้ไหมวันที่ไปวัดกันตอนนั้นฉันไปถอนคำสาบานที่เคยบอกว่าจะรักคุณอี้เฟยคนเดียวตลอดไป เพราะตอนนั้นฉันรักนายเข้าให้แล้ว เชื่อฉันเถอะนะฮอน”“ผมเชื่อคุณก็ได้ แต่ถึงยังไงผมก็จะพาลูกกลับเมืองไทย เราคงไม่ใช่เนื้อคู่กันตั้งแต่แรก”กล่าวจบแล้วก็แกะมือเขาออก เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่แม้จะหันไปมอง นั่นเพราะตอนนี้แก้มทั้งสองแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มันรู้สึกตื้นตันใจเหลือเกินที่ได้ยินคำนี้ คำที่อยากได้ยินปากจากเขาอย่างจริงใจ หากทว่าตอนนี้มันสองจิตสองใจ ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปหรืออยู่จุดนี้ดีคนที่ยืนมองตามหลังรู้ดีว่ามันยากกับการได้ใจฮอนกลับคืนมา แต่ตนก็ยังจะรั้นสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แม้







