Mag-log inตอนที่สี่ อกหักรักคุด
หวังเหม่ยฟางตัดสินใจปล่อยเขาเอาไว้เช่นนั้น หากแต่.
ตอนที่สี่ อกหักรักคุด หวังเหม่ยฟางตัดสินใจปล่อยเขาเอาไว้เช่นนั้น หากแต่... “เจียวเจียว เจ้าอย่าได้ทิ้งข้า ข้ารักเจ้า รักมาก ข้ารักเจ้าเพียงผู้เดียว” เสียงอ้อแอ้ที่ได้ยินอยู่ไกลๆกลับพุ่งเข้ามาใกล้แล้วตรงเข้าปล้ำกอดจูบลูบไล้หวังเหม่ยฟาง “เฮ้ย!...เมาแล้วอย่าได้วุ่นวาย” หญิงสาวผลักไสจนชายหนุ่มล้มลงไปกองกับพื้น “ฮือ...เจียวเจียว ไยเจ้าใจร้ายเช่นนี้ ไม่รักไม่ว่า ไยต้องผลักข้าด้วย เจียวเจียว” ชายหนุ่มร้องไห้งอแงราวเด็กน้อยจนหวังเหม่ยฟางอดสงสารไม่ได้ “เอาล่ะ เจ้าลุกขึ้นมาก่อน” หญิงสาวยื่นมือให้เพื่อพยุงร่างโอนเอนให้ยืนขึ้น&nbs
ตอนที่สาม ไม่รู้กระทั่งชื่อแซ่ หวังเหม่ยฟางโดนโยกขยับจนสั่นเกร็งตอดรัดไปอีกสองคราวกว่าชายตรงหน้าจะชักอาวุธออกมาเพื่อหลั่งน้ำข้นเหนียวทิ้งลงพื้น หญิงสาวถูกวางลงบนพื้นหญ้าก่อนจะโดนทาบทับเพื่อโยกขย่มอีกอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มคนนี้ทำราวกับหื่นกระหายไม่ได้ร่วมรักมาเนิ่นนาน เขาปลดปล่อยน้ำขุ่นขาวอีก2ที กว่าจะยอมหยุดแล้วอุ้มร่างซึ่งหลับไปแล้วของหวังเหม่ยฟางลอยออกไป หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดระบม ที่นี่ที่ใดกัน ไยจึงคุ้นตา “ตื่นแล้วหรือ”
ตอนที่สามไม่รู้กระทั่งชื่อแซ่หวังเหม่ยฟางเดินขึ้นเขาในเส้นทางเดียวกับที่เคยมากับบิดาสกุลหวังหลายครั้งหลายคราวหวังหย่งคังพาบุตรสาวออกเสาะหาสมุนไพรเพื่อหมักทำสุรามาตั้งแต่นางยังขาสั้นเดินตามไม่ทัน จนบัดนี้ผ่านมาหลายปีแล้วหวังเหม่ยฟางย่อมจดจำทุกสิ่งอย่างได้เป็นอย่างดี หวังเหม่ยฟางเก็บสมุนไพรใส่ตะกร้าด้านหลังได้พอสมควรแล้ว เมื่อเห็นน้ำตกซึ่งมักมาว่ายเล่นกับบิดาจึงหวนคิดถึงความหลัง หญิงสาวถอดเสื้อผ้าลงเล่นน้ำอย่างคุ้นเคยโดยไม่ได้ระแวดระวัง กว่าจะรู้ตัวว่ามีผู้อื่นอยู่ใกล้ก็ต่อเมื่อโดนอุ้มลอยเหนือน้ำแล้ว “ว๊ายยยยย ปล่อยข้านะ” หญิงสาวร้องโวยวายเสียงดังด้วยความตกใจ
ตอนที่สอง เถ้าแก่เนี้ย ยิ่งการเล้าโลมยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาทำได้เพียงลูบๆคลำๆขยำขยี้จนเต้าหู้ของนางบิดเบี้ยวเท่านั้น อีกทั้งยังคำนวณแรงไม่ถูกจนบางครั้งเจ็บมากเกินไป จากการร่วมรักทีละคน หวังเหม่ยฟางจึงสั่งให้พวกเขารุมนางพร้อมกัน แต่นั่นก็ยังไม่สาแก่ใจด้วยพวกเขาเกรงอกเกรงใจไม่กล้าทำรุนแรงกับนาง จนเมื่อบิดาของนางเสียชีวิต นี่เป็นคืนแรกที่พวกเขาทั้งสามสามารถร่วมรักกันได้โดยไม่ต้องหลบซ่อนอีก แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ทำให้หวังเหม่ยฟางมีความสุขจนพอใจ เช้าวันที่สี่หลังจากที่บิดาเสียชีวิตลง หวังเหม่ยฟางตัดสินใจเปิดโรงสุราตามปกติเพื่อหารายได้จะยังมัวทุกข์เศร้าอยู่ไม่ได้ อย่างไรท้องก็ต้องหิว เงินก็ต้องหา หญิงสาวเรียกประชุมคนงานใ
ตอนที่หนึ่ง คนใกล้ชิด เถ้าแก่เนี้ยหวังเหม่ยฟางกับชายหนุ่มทั้งสอง พวกเขาสามคนเติบโตมาด้วยกัน หวังฟูคือเด็กที่บิดาสกุลหวังอุ้มมาเลี้ยงดูคู่กันกับบุตรสาว ด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกันเขาจึงเป็นทั้งเพื่อนเล่น ผู้ช่วย และคนใกล้ชิดที่สุดของหญิงสาวหวังฉีถูกจูงเข้ามาเมื่อหวังเหม่ยฟางอายุได้7ขวบปี เขามีอายุมากกว่า2ปี จึงคล้ายพี่ชายคนหนึ่ง แต่ด้วยอุปนิสัยอ่อนแอ สุดท้ายจึงกลายเป็นลูกไล่ให้นางกับหวังฟูคอยกดขี่บิดาสกุลหวังฝึกฝนให้พวกเขาเป็นผู้ช่วยดูแลกิจการและคอยคุ้มกันโรงสุราด้วย สองหนุ่มมีฝีมือระดับหนึ่งซึ่งเพียงพอที่จะต่อยตีกับนักเลงยามเมาอาละวาดได้ผู้ที่มีฝีมือมากที่สุดย่อมคือหวังเหม่ยฟาง บิดาของนางฝึกฝนทั้งวิชาการหมักสุราชั้นเลิศและการต่อสู้ให้จนนางเก่งกล้าสามารถพอตัวนั่นจึงทำให้แม้ชายหนุ่มทั้งสองจะรุมนางเพียงคนเดียวแต่พวกเขาก็ไม่อาจสู้แรงอดทนของนางได้ครั้งแรกของพวกเขาคือเมื่อยามหวังเหม่ยฟางมีอายุ14ขวบปี ด้วยความอยากรู้อยากลองและเคยเห็นพี่สาวข้างบ้านร่วมรักกับชายหนุ่มมากหน้าหลายตาอย่างมีความสุข สาวน้อยจึงลอบเข้าไปในห้อง
บทนำหวังเหม่ยฟางนั่งร้องไห้จนตาบวมเป่งมาหลายชั่วยามแล้ว บิดาหวังหย่งคังซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวของนางเพิ่งตายจากไปเมื่อสามวันที่แล้ว หลังเสร็จพิธีฝังศพ นางซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวจึงยังคงเศร้าเสียใจจนไม่เป็นอันทำอื่นใดยามหันไปมองกิจการโรงสุราซึ่งบิดาทิ้งไว้ให้ หญิงสาวได้แต่ทอดถอนใจด้วยช่างอ้างว้างเสียเหลือเกิน แม้จะมีผู้ช่วยหนุ่มซึ่งบิดาพามาเลี้ยงดูเพื่อให้คอยช่วยเหลือบุตรสาว แต่พวกเขาหรือจะเหมือนเช่นบิดาก่อนที่จะเสียชีวิต หวังหย่งคังกำลังเสาะหาชายหนุ่มเพื่อให้มาแต่งงานกับบุตรสาว เขาคงรู้ตัวว่าชีวิตเหลืออีกไม่นานแล้ว มิคาดว่ายังไม่ทันได้ตกลงใจก็จากไปเสียก่อนความจริงเรื่องนี้กลับสร้างความยินดีกับหวังเหม่ยฟางด้วยนางไม่คิดว่าการแต่งงานจะช่วยอันใดได้ แคว้นนี้มีประมุขเป็นฮองเฮาผู้เก่งกาจ นางไม่ได้แต่งตั้งฮ่องเต้คู่กายแต่กลับมีสวามีรับใช้หลายคน พวกเขาล้วนอยู่ในตำแหน่งใหญ่โตแต่ไม่อาจนั่งครองบัลลังค์คู่กันได้ด้วยเหตุนี้ หญิงสาวในแคว้นจึงมักเอาเยี่ยงอย่างผู้ครองแผ่นดิน พวกนางล้วนสร้างฐานะและมีเงินทองเป็นของตนเอง อีกทั้งยังม







