Se connecterเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ครั้งแรก เธอก็พบกับ ฮ่องเต้ จ้าวเสี่ยวสือ ในชุดเจ้าบ่าวสีแดง ที่กำลังถือดาบจ่อมาที่คอของเธอ พร้อมกับพูดขึ้น “เจ้ามันเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย ข้าเกลียดเจ้ายิ่งนัก” เมี่ยวหรงในร่างของหลี่อันเฉิง พลางพูดกับตัวเองในใจ “แม่นางเจ้าของร่างผู้นี้ไปทำเรื่องบ้าอะไรไว้ล่ะเนี่ย! แล้วข้าต้องมารับกรรมแทนนางซะงั้น”
Voir plusสามีข้าคือฮ่องเต้โฉด
เขียน: ซิงเยียน (บ้านนิยายบายโซ)
วาดปก: Puinoon&Pink
เมี่ยวหรง นักธุรกิจสาวผู้ประสบความสำเร็จ ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าเธอกำลังอยู่ในร่างของหญิงสาวโบราณที่ชื่อว่า หลี่อันเฉิง ผู้เป็นคุณหนูแห่งตระกูลขุนนางที่กำลังสวมชุดเจ้าสาวสีแดง แต่โชคไม่ดี ที่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ครั้งแรก เธอก็พบกับ ฮ่องเต้ จ้าวเสี่ยวสือ ในชุดเจ้าบ่าวสีแดง ที่กำลังถือดาบจ่อมาที่คอของเธอ พร้อมกับพูดขึ้น “เจ้ามันเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย ข้าเกลียดเจ้ายิ่งนัก”
เมี่ยวหรงในร่างของหลี่อันเฉิง พลางพูดกับตัวเองในใจ “แม่นางเจ้าของร่างผู้นี้ไปทำเรื่องบ้าอะไรไว้ล่ะเนี่ย! แล้วข้าต้องมารับกรรมแทนนางซะงั้น”
หลี่อันเฉิง คุณหนูแห่งตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์ได้ถูกหมั้นหมายให้เป็นชายาของฮ่องเต้ตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเติบใหญ่ หัวใจของนางกลับไปตกหลุมรักท่านแม่ทัพฉินห่าวอู และเลยเถิดจนถึงขั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งทางร่างกายต่อกัน
ในวันแต่งงานของหลี่อันเฉินและฮ่องเต้จ้าวเสี่ยวสือได้มาถึง ฮ่องเต้ได้รู้ว่าคุณหนูหลี่ได้ทรยศต่อเขา เขาจึงควักดาบออกมาเพื่อที่จะสั่งหารนาง แต่หลี่อันเฉินที่ถูกวางยาพิษในแก้วชาก็ดื่มยาพิษนั้นเข้าไปจนสลบลงไป แต่ผ่านไปไม่ถึงเพียงเสี้ยววินาที ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ต้องตกใจ เมื่อเมี่ยวหรง ที่ถูกเพื่อนรักแอบวางยาพิษจากโลกปัจจุบัน ได้มาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูหลี่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของนางกันแน่ เพราะเมี่ยวหรงต้องมารับกรรมความแค้นจากฮ่องเต้เสี่ยวสือแทนคุณหนูหลี่ตัวจริงผู้ซึ่งจากไปอย่างสงบแล้ว
บทที่ 1
เพื่อนรักจอมทรยศ
ในยุคปัจจุบัน
เมี่ยวหรง นักธุรกิจสาวชื่อดังที่ประสบความสำเร็จในวัยเพียงแค่ 25 ปี เธอเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางค์และน้ำหอมชื่อดังที่ถูกนำส่งออกไปยังทั่วโลก เมี่ยวหรง เธอสร้างตัวเองมาจากหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่นชอบในการเป็นคนสวยอยู่ตลอดเวลา ทั้งเรื่องการแต่งหน้า แต่งตัว และกลิ่นกายของเธอ ทุกอย่างต้องเพอร์เฟคไปหมดทุกอย่าง เด็กสาวมากมายต่างมีเมี่ยวหรงเป็นไอดอล พวกเธออยากที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จและสวยเพอร์เฟคเหมือนกับเมี่ยวหรง
ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันนี้ เมี่ยวหรงมีเพื่อนรักเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เธอไว้ใจ ซึ่งก็คือเพ่ยเพ่ย เพ่ยเพ่ยและเมี่ยวหรงเป็นหญิงสาวจากหมู่บ้านเดียวกัน เติบโตมาด้วยกัน จนกระทั่งวันที่เมี่ยวหรงประสบความสำเร็จ เมี่ยวหรงก็ไม่ลืมที่จะพาเพื่อนรักอย่างเพ่ยเพ่ยมาทำงานกับเธอด้วย
เพ่ยเพ่ยได้ตำแหน่งเป็นเลขานุการของเมี่ยวหรงหลาย ๆ อย่างที่เป็นการตัดสินใจสำคัญในทางด้านการเงินและธุรกิจ เหมียหลงก็ให้เพ่ยเพ่ยเป็นคนตัดสินใจได้ทันที เมี่ยวหรงเชื่อใจเพ่ยเพ่ยเหมือนกับว่าเพ่ยเพ่ยเป็นพี่สาวคนหนึ่งของเธอ
นอกจากการประสบความสำเร็จทางด้านการงานแล้ว ในด้านของความรักเมี่ยวหรงเองก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน เธอมีแฟนเป็นนักธุรกิจหนุ่มอันดับต้น ๆ ของประเทศ ที่มีชื่อว่า หลิวมู่เหยียน ผู้ซึ่งเป็นผู้ชายที่สาว ๆ มากมายต่างหมายปรอง แต่มีเพียงเมี่ยวหรงเท่านั้นที่ได้ครอบครองหัวใจของเขาไว้
ในค่ำคืนประกาศรางวัลของนักธุรกิจประจำปี 2022 เมี่ยวหรงพาเพ่ยเพ่ยไปร่วมงานนี้ด้วย และเธอก็คว้ารางวัลนักธุรกิจหญิงอายุน้อยที่สุดที่ประสบความสำเร็จแห่งปี 2022
เมื่อขึ้นไปรับรางวัลบนเวที เมี่ยวหรงก็กล่าวขอบคุณครอบครัวของเธอและเพื่อนรักเพียงคนเดียวของเธอด้วย ทุกคนต่างรู้ดีว่าเมี่ยวหรงนั้นรักเพ่ยเพ่ยมากขนาดไหน
หลังจากที่กลับมาจากงานประกาศรับรางวัลแล้ว เมื่อมาถึงที่บ้าน เพ่ยเพ่ยจึงเป็นคนจัดแจงเตรียมน้ำท่ามาให้เมี่ยวหรงดื่ม เมี่ยวหรงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และรู้สึกโชคดีที่มีเพื่อนรักคอยอยู่เคียงข้างแบบนี้
“ดื่มน้ำนี้ให้ชื่นใจก่อนสิ แล้วค่อยขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อน” เพ่ยเพ่ยพูดขึ้น พร้อมกับยื่นแก้วน้ำส้มไปให้กับเมี่ยวหรง
เมี่ยวหรงรับมันมาไว้ และตั้งลงบนโต๊ะ และหลังจากนั้นเมี่ยวหรงก็เดินเข้าไปกอดเพื่อนรักของตัวเองไว้แน่น พร้อมกับพูดขึ้น “ขอบคุณมากนะเพ่ยเพ่ยที่คอยอยู่เคียงข้างฉันมาตลอด ขอบคุณที่กำลังใจสำคัญที่ทำให้ฉันทำทุกอย่างสำเร็จนะ”
เพ่ยเพ่ยกอดเมี่ยวหรงตอบ พร้อมตอบกลับสั้น ๆ “ไม่เป็นไร” แล้วเพ่ยเพ่ยก็ผละตัวเองออกจากอ้อมกอดของเมี่ยวหรง แล้วเธอก็หันไปหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมา แล้วยื่นไปให้เมี่ยวหรงตรงหน้า “ดื่มน้ำส้มนี่ให้สดชื่น แล้วเธอจะได้พักผ่อนให้สบายนะ”
เมี่ยวหรงรับแก้วน้ำส้มมาจากเพื่อนรักอีกครั้ง เธอดื่มมันจนหมดแก้วอย่างไม่ลังเลใจ
แต่แล้ว
“ทำไมฉันรู้สึกแน่นหน้าอกจัง” เมี่ยวหรงพูดขึ้น พร้อมกับจับหน้าอกของตัวเองไว้ เธอรู้สึกแน่นหน้าอกไปหมด พร้อมกับหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงผิดปกติ
เมี่ยวหรงไม่สามารถยืนทรงตัวได้อีกต่อไป เธอล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดรวดราวที่หน้าอกไป เธอรู้สึกหายใจไม่ออก
“ช่วยด้วย! ฉัน ... หา ..ย ใจ ไม่ ... อ อ ก” เมี่ยวหรงเริ่มพูดช้าลง และเธอพยายามร้องเรียกให้เพื่อนรักที่อยู่ตรงหน้าช่วย แต่ภาพที่เมี่ยวหรงกลับยิ่งทำให้เจ็บปวดมากขึ้นกว่าเก่า เพราะเพ่ยเพ่ยได้แต่ยืนมองเมี่ยวหรงนิ่ง ๆ ด้วยสายตาที่ดูแคลน
“ช่ว ... ย ด้ ว ย” เมี่ยวหรงพยายามใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่เหลือน้อยนิดเรียกหาเพื่อนรักอีกครั้ง แต่เพ่ยเพ่ยกับย่อตัวนั่งลงตรงหน้าของเมี่ยวหรงไร้ความกังวลกับเหตุการณ์ตรงหน้า พร้อมกับพูดขึ้น “ไม่! ฉันจะไม่ช่วยแกอีกแล้ว ก่อนตายฉันจะให้แกได้รู้ว่า ฉันนี่แหละคือคนที่ผสมยานอนหลับเกินขนาดให้แกได้กิน ตลอดมาแกก้าวสู่ความสำเร็จขึ้นไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ฉันเป็นได้แค่คนที่คอยช่วยเหลือให้แกประสบความสำเร็จ ฉันเกลียดแก” น้ำเสียงของเพ่ยเพ่ยเต็มไปด้วยความแค้น ทำให้เมี่ยวหรงที่นอนใกล้ตายอยู่ตรงหน้าถึงกลับตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เพื่อนที่เธอรักนักรักหนาจะเกลียดเธอมากขนาดนี้ “ต่อไปนี้ ไม่มีแกแล้ว ทุกอย่างจะกลายเป็นของฉันแค่คนเดียว รวมถึงแฟนของแกด้วย” พูดจบ เพ่ยเพ่ยก็เดินออกไปจากห้องนั้น ปล่อยให้เมี่ยวหรงนอนร้องไห้น้ำตาไหลและหมดลมหายใจสุดท้ายไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเพื่อนรักทรยศและหักหลัง
_______________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
วันนี้ฮ่องเต้ตัดสินใจเดินทางไปยังจวนของตระกูลหลี่พร้อมกับข้าวของมากมายที่นำไปมอบให้ ทำให้เหล่าคนในตระกูลรู้สึกแปลกใจกับการมาของฮ่องเต้ แต่เมื่อรู้จุดประสงค์ว่าเขาจะมาง้อพระชายาให้กับไปยังพระราชวัง ทุกคนจึงเต็มใจช่วยอย่างเต็มทีในขณะที่อันเฉิงกำลังนั่งหน้าเศร้าอยู่ในหอนอนของตนเองอยู่นั้น หลันฮวาก็เปิดประตูเข้ามาตามตัวนางทันที“คุณหนูค่ะ ฮ่องเต้มาหาคุณหนูถึงจวนเลยค่ะ”“อะไรนะ!” อันเฉิงอุทานออกมาด้วยความตกใจทันที“ใต้เท้าหลี่ให้ข้ามาตามคุณหนูไปพบฮ่องเต้ค่ะ”“ไม่! ข้าไม่ไป” อันเฉิงปฏิเสธกลับไปอย่างทันควัน“ไม่ไปไม่ได้นะคะคุณหนู ถ้าคุณหนูไม่ไป ฮ่องเต้กริ้วขึ้นมาแล้วจะเดือดร้อนทั้งตระกูลหลี่เลยนะคะ” หลันฮวาพูดออกมาด้วยความโกรธ เพราะนางได้ยินคนเขาเล่าขานกันมาว่าฮ่องเต้นั้นอารมณ์ร้อนยิ่งนัก หากไม่ได้อะไรได้ใจจะทำให้คนผู้นั้นเดือดร้อนทันทีอันเฉิงจำใจต้องออกมาพบฮ่องเต้จ้าวเสี่ยวสือเพื่อเห็นแก่ความปลอดภัยของตระกูลหลี่ และเมื่อนางปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของเขา ฮ่องเต้ก็รีบพูดขึ้นทันที“ข้านำข้าวของทั้งหมดนี้มาให้เจ้า และข้าอยากให้เจ้ากลับไปรับตำแหน่งฮองเฮาเคียงคู่กับข้า”เหล่าผู้คนในตระกูลต่างเต้นดีใ
เมื่อมาถึงยังชายแดนใต้ ท่านแม่ทัพหลี่ก็เข้านำทัพไปเสริมกับฮ่องเต้ที่ออกไปรบล่วงหน้าแล้ว โดยให้อันเฉิงรออยู่ที่ค่ายโดยมีองครักษ์หวางห่าวอูคอยดูนางอยู่ช่วงเย็นของวันกองทัพของท่านแม่ทัพหลี่ผู้เป็นพี่ชายของนางได้เดินทางกลับมาแล้ว แต่กองทัพของฮ่องเต้ยังไม่ยอมกลับมาเสียที ทำให้อันเฉิงร้อนรนใจรีบวิ่งเข้าไปถามท่านแม่ทัพหลี่ทันที“ท่านพี่! เหตุใดกองกำลังของฮ่องเต้ยังไม่กลับมาอีก?”“อันเฉิง! กองกำลังทหารของฮ่องเต้ถูกบุกเข้าทลายอย่างหนัก แม้แต่ตัวของฮ่องเต้ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครพบ เหล่าทหารที่ไปพร้อมกับฮ่องเต้ก็ล้มตายไปจำนวนมาก พี่ไม่อาจจะรับประกันให้เจ้าได้ว่าฮ่องเต้ยังมีชีวิตรอดหรือไม่”อันเฉิงน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทันทีที่ได้ยินแบบนั้น นางจึงตะคอกใส่ท่านพี่ของนางอย่างที่นางไม่เคยทำต่อเขามาก่อน “ท่านพูดอะไรออกมาเช่นนี้? เหตุใดท่านจึงไม่ยอมกลับไปตามหาฮ่องเต้อีก?”ท่านแม่ทัพหลี่คว้าร่างบางของน้องสาวของตนเข้ามากอดไว้แน่น พร้อมกับพูดขึ้น “เหล่าทหารออกค้นหาฮ่องเต้จนทั่วแล้ว แต่ก็ไม่พบ พี่เกรงว่า ...”ท่านแม่ทัพหลี่พูดยังไม่ทันจบ อันเฉิงก็ตวาดขึ้นใส่เขาด้วยความโกรธทันที “ท่านพี่ไม่ต้องพูดอีกต่อไปแล้ว! ข
แต่เขาก็ไม่สามารถบอกนางได้ฮ่องเต้นั่งเงียบสักพักก่อนจะตอบกลับไป “อีกสามวันข้าจะทำการหย่าให้กับเจ้า” พูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องโถงไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อฮ่องเต้เดินออกจากห้องโถงไปแล้ว อันเฉิงก็ทิ้งตัวนั่งลงร้องไห้กับพื้นด้วยความเจ็บปวดทันที ที่นางติดสินใจขอหย่ากับเขาครั้งนี้ก็เพราะว่านางได้รักเขาไปแล้ว และนางก็ไม่อาจจะสามารถทนอยู่กับเขาโดยรู้ว่าเขามองนางเป็นเพียงแค่ตัวแทนของหลี่อันเฉิงเท่านั้น นางเองก็อยากได้ความรักที่เขารักนางที่ตัวตนของนางเหมือนดั่งองค์ชายเซี่ยหลิวหยาง แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาหลังจากที่อันเฉิงได้สนทนากับฮ่องเต้เรียบร้อยแล้ว นางก็ตัดสินใจเดินทางกลับสู่จวนตระกูลทันทีเมื่ออันเฉิงมาถึงจวนตระกูลหลี่ เหล่าสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็เข้ามาต้อนรับนางด้วยความดีใจ แม้นางจะบอกพวกเขาว่าที่นางกลับมาครั้งนี้ก็เพราะว่านางได้ขอหย่ากับฮ่องเต้แล้ว และนางจะขอกลับมาอยู่ที่บ้าน ทุกคนในครอบครัวก็ไม่มีใครตำหนินางเลยสักคน แถมทุกคนยังยินดีต้อนรับนางกลับบ้านด้วยซ้ำช่วงตลอดระยะเวลา 3 วันที่อันเฉิงเฝ้ารอสารหย่าจากฮ่องเต้จ้าวเสี่ยวสือ นางเองก็เอาแต่นั่งร้องไห้ทุกวันด้วยความเจ็บปวด
อันเฉิงเดินออกมาจากบ้านของปิงเห่อพร้อมกับฮ่องเต้จ้าวเสี่ยวสือ ระหว่างที่เดินกลับออกมานั้น อันเฉิงเห็นสายที่เต็มไปความเศร้าของเขา นางก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเวลานี้ในหัวใจของเขานั้นได้ลืมความแค้นที่มีต่อคุณหนูหลี่อันเฉิงไปแล้ว แต่ความเสียใจที่เสียนางไปนั้นก็ยังคงอยู่และเขาก็มิอาจจะรับความจริงนี้ได้ เพราะเขายังคงเห็นเมี่ยงหรงที่อยู่ในร่างของหลี่อันเฉิงทุกวันเมื่อกลับมาถึงพระราชวัง ฮ่องเต้ก็แยกตัวออกทันที ทำให้อันเฉิงรู้สึกเป็นห่วงเขาเหลือเกิน แต่นางก็ไม่กล้าที่จะถามเขามาก เพราะเขาเป็นคนขี้โมโหและเจ้าอารมณ์ นางจึงขอปล่อยให้เขาอยู่กับตัวเองสักพักตกดึกของค่ำคืนในขณะที่อันเฉิงกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอยู่นั้น เสียงเคาะประตูที่หน้าหอนอนของนางก็ดังขึ้น ทำให้นางสะดุ้งตัวตื่นและรีบออกไปเปิดประตูทันทีและเมื่อเปิดประตูออกมา อันเฉิงก็พบร่างใหญ่ของฮ่องเต้ที่กำลังนั่งเมาอยู่หน้าประตูหอนอน และในมือของเขาก็กำลังกอดขวดสุราไว้แน่น“ฝ่าบาท เชิญเสด็จเข้าข้างในก่อนเพคะ” อันเฉิงพูดขึ้น พร้อมกับพยายามดึงตัวของเขาให้ลุกขึ้นยืน แต่เขากลับดึงร่างบางของนางให้ลงไปนั่งข้าง ๆ เขาซะงั้นฟึบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบเมื่อร่า











