Mag-log in“อาเซน น้ำเสียงให้มันดีหน่อยสิคะ” เธออ้อนด้วยความตื่นเต้นที่จะได้บอกข่าวดี
“ถ้าไม่พูดอาจะวาง” เขาพูดเสียงห้วนผสมกับความเหนื่อยที่อยากพักเต็มแก่
“อาเซน…อาได้หลานชายนะคะ” วิเวียนเรียกผู้เป็นอาอย่างออดอ้อนแล้วจึงพูดออกไปในที่สุดด้วยความดีใจ
“ดีใจด้วย” เขาตอบเสียงเรียบอย่างไม่ได้บอกถึงความดีใจไปกับหลานสาว ก่อนจะกดวางสายทันที
หลังกดวางสาย ชายหนุ่มเลื่อนสมาร์ตโฟนแล้วเข้าแอปพลิเคชันสีเขียวทันที จรดปลายนิ้วอยู่สองสามที หลังเขาวางมันลงได้เพียงครู่ สายเรียกเข้าจากคนเดิมก็ส่งแรงสั่นขึ้นมาอีกครั้ง และเขาเองก็กดรับเช่นเดิมอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยใจแข็งที่จะเมินเฉยต่อสายหลานสาวคนนี้ได้เลย
“อาเซน นี่มันอะไรคะ” วิเวียนถามทั้งที่รู้อยู่เต็มอก
เพราะกำลังดีใจที่บัดนี้ผู้เป็นอาหายโกรธแล้ว หากยังไม่หายโกรธก็คงไม่ทำอย่างที่ปากพูดไว้ในครานั้นที่รู้เรื่องที่ตนคบหากับเซนนิก้าไม่พอ ยังตั้งครรภ์ได้สิบสัปดาห์แล้ว เขาโกรธจนเงียบไป เวลาโกรธวิเวียนรู้ดีว่าเซนนิก้าน่ากลัวแค่ไหน แต่เพราะเธอคือหลานที่เขาเอ็นดูมากที่สุดจึงเอื้อนเอ่ยบอกไปว่า หากได้ลูกผู้ชาย เธอจะยอมให้เขาเป็นพ่อทูนหัว หากเป็นผู้หญิงเธอจะให้เขาเป็นผู้ปกครอง ทันทีที่ลูกอ้อนของเธอถูกส่งให้กับเขา เจ้าตัวก็ออกปากพูดว่าจะให้เงินห้าล้านยูโรเป็นของขวัญรับขวัญหลานหากเป็นผู้ชาย
เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดแล้วทำจริง
“หลานทั้งคน” เขาตอบรับสั้น ๆ อย่างไม่ยี่หระ
“ขอบคุณนะคะอาเซน เอ่อ อาเซนคะ เซนส่งข้อความมาบอกว่าอากำลังสนใจน้องเอม เพื่อนหนูนิด จริงหรือเปล่าคะ” วิเวียนอึกอักที่จะถาม แต่แล้วท้ายที่สุดก็ถามออกไป
“แค่นี้นะ” สิ้นคำพูด ปลายนิ้วหยาบกร้านก็กดวางสายไปทันทีอย่างตัดบท
ทว่าคนที่ถูกตัดบทเอาแต่มองสมาร์ตโฟนที่หน้าจอดับลงด้วยความกังวลเล็กน้อย เธอรู้ว่าผู้เป็นอาเคยเจอกับความรักที่ขมขื่น เจ็บแค่ไหนเธอก็รับรู้ และไม่ติดขัดอะไรหากเขาจะมีความรักอีกครั้ง เห็นทีครานี้เธอคงต้องซื้อตั๋วบินไปหาผู้เป็นอาเสียแล้ว ถึงเวลาเสียทีที่อาของเธอจะได้มีความรักอีกครั้ง หลุดพ้นจากอดีตเสียที ใช่ว่าจะไม่รู้ที่เซนนิก้าเลือกที่จะอยู่ประเทศไทยมากกว่าเพราะอะไร หากไม่ใช่เพราะกำลังหนีอดีตมากมายที่นี่กับผู้หญิงที่เห็นแก่เงินคนนั้น อาของเธอออกจะจริงใจปานนั้น
เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งไนต์คลับเมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่กลางดึก ช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังกรึ่ม ๆ ได้ที่ เลือดลมสูบฉีดให้อารมณ์เริ่มสนุกสุดเหวี่ยง ทว่าต่างจากเชอเอมที่นั่งมองนักท่องราตรีวาดลวดลายเต้นปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลง หญิงสาวนั่งยกแก้ววิสกีขึ้นดื่มครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่สบอารมณ์ อากัปกิริยาของสาวเจ้าที่นั่งหน้าบึ้งตึง มือเรียวถือแก้ว
วิสกีดื่มไปแล้วสี่แก้วจนเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันที่ยืนมองเริ่มอยู่ไม่สุข สายตาคมยังคงจับจ้องไปที่สาวเจ้าไม่ยอมขยับเท้าที่ยืนนิ่งติดพื้นเสียที หัวคิ้วขมวดเข้าหากันยุ่งจนธีรเดชต้องมองตามสายตาเจ้านายหนุ่มพ่วงด้วยตำแหน่งรุ่นพี่ จึงพบกับเชอเอมที่นั่งดื่มอยู่โซนวีไอพีด้านล่าง“อยากลงไปหาก็ลงไปสิครับ เธอโสด”
ธีรเดชคิดว่าเซนนิก้าลังเลที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับหญิงสาว เพราะคิดว่าสาวเจ้ามีแฟนกระมัง ถึงได้ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่แบบนี้
เซนนิก้าทำเพียงปลายตามองธีรเดชอย่างไม่ค่อยใส่ใจมากนัก แล้วหมุนตัวเดินมายั่งโต๊ะกระจกเตี้ยหน้าโซฟา วางแก้วเครื่องดื่มในมือ ก้าวเดินออกจากห้องไปทันที ไม่ใช่เป็นเพราะคำพูดของเลขาหนุ่มที่รู้จักเขาดีพอไม่ต่างจากเซนโซก้า แต่เป็นเพราะสายตาคมที่จับจ้องเธอตั้งแต่เข้ามาจนถึงตอนนี้เห็นเจ้าตัวลุกขึ้นเดินเซเล็กน้อยไปทางห้องน้ำ
ไม่เข้าใจตัวเอง...
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกเป็นห่วงสาวเจ้าเมื่อรู้ว่าเธอเริ่มเมาได้ที่ ตั้งแต่วันนั้นเขาไม่ได้เจอเธออีกเลย กระทั่งวันนี้ที่ได้เจออีกครั้ง
มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแม้กับอดีตคนรักเพียงคนเดียวที่เขาเคยคบหาด้วยอย่างจริงจังก็ไม่เคยทำให้หัวใจด้านชาดวงนี้เต้นแรงแข่งกับจังหวะเพลงที่เมามันได้ขนาดนี้มาก่อน ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ทั้งสมองทั้งหัวใจถึงได้เฝ้าคิดถึงอยู่แบบนี้
ในหัวเอาแต่คิดถึงเธอจนหยุดไม่ได้!
ในวันงานแต่งงานของขนิษฐา เขาถูกเชิญไปร่วมงาน แต่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งทำให้เขาต้องขึ้นเครื่องไปภูเก็ตเพื่อจัดการปัญหาเล็กน้อยแต่อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต เมื่อรีสอร์ตที่เขากำลังเริ่มทำนอกเหนือจากกิจการสถานบันเทิงกลางคืนยังเริ่มก่อสร้างไม่ได้ ทั้งที่โครงการผ่านมาแล้วสองอาทิตย์
ตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมานี้เกิดเรื่องมากมายจนเขาทั้งหงุดหงิดทั้งปวดหัวจนเหนื่อย วันนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังหงุดหงิดขึ้นมาฉับพลันที่เห็น
เชอเอมกำลังถูกลูกค้าไนต์คลับพยายามลวนลาม หากเข้ามาช้ากว่านี้ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น“ทำอะไร มือก็หยาบกร้านยังจะมาจับอีก ปล่อย!” เชอเอมกระแทกเสียงด้วยความไม่พอใจ พลางปัดมือที่หยาบกร้านออกไปจากแผ่นหลังและแขน หญิงสาวรู้สึกมึนเมาเล็กน้อย แต่ก็ยังพอมีสติผลักไสคนแปลกหน้าที่พยายามเข้ามาตีสนิทและเริ่มลวนลาม
เท้าที่กำลังก้าวเดินตรงไปหาหญิงสาวและผู้ชายอีกคนหยุดชะงัก พลันรอยยิ้มมุมปากก็ยกขึ้นอย่างชอบใจที่ได้เห็นสีหน้าเหวี่ยงวีนของสาวเจ้ามองคนแปลกหน้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตร มือไม้ปัดป้องตัวเอง ทั้งผลักทั้งออกแรงดันจนอีกฝ่ายผละถอยหลังเสียหลักแรงก็แล้ว แต่ก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะพาเธอกลับออกไปด้วย
“อย่าดื้อน่า ไปกับฉัน รับรองเธอมีความสุขกว่ามานั่งดื่มคน...โอ๊ย! ใครวะ!” ชายแปลกหน้าที่พยายามพาเชอเอมออกจากไนต์คลับไปด้วยกันร้องเสียงหลง เมื่อข้อมือถูกคว้าให้หลุดพ้นจากแผ่นหลังขาวเนียนแล้วถูกแรงบิดไปด้านหลังจากชายหนุ่มอีกคนที่ทำให้เชอเอมและเซนนิก้าชะงัก มองไปที่คนร่างสูงบุคคลที่สามเป็นจุดเดียว
ซิกก้า...
เซนนิก้าพึมพำชื่อบุคคลที่สามภายในใจแล้วมองหน้าอีกฝ่ายที่มีเค้าโครงหน้าไม่ผิดเพี้ยนไปจากเขาแม้แต่นิด ยกเว้นก็แต่ดวงตาที่หวานเกินกว่าจะเป็นดวงตาผู้ชาย มีเพียงดวงตาที่แตกต่างจากเขา สีนัยน์ตาที่อ่อนกว่ามาก ทำให้ซิกก้าเป็นผู้ชายที่หน้าสวยเหมือนผู้หญิง ส่วนเขาน่ะหรือ ดวงตาคมดุราวกับหมาป่า มองยังไงก็คือผู้ชาย ทว่าชายหนุ่มจะไม่แปลกใจมากกว่านี้หากเชอเอมไม่ได้พูดชื่อน้องชายที่อายุห่างกับเขาถึงสิบปีออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ แล้วก้าวไปหลบอยู่ด้านหลัง ซิกก้าเป็นลูกหลงที่มีหน้าตาไม่แตกต่างจากเขา นอกจากดวงตาและสีของนัยน์ตา ซึ่งเป็นจุดเดียวเท่านั้นที่ใช้แยกพวกเขา
บทพิเศษ ๔บทพิเศษตอน ความสุขที่พอดีเสียงคลื่นกระทบฝั่งในยามเช้าหอบเอาลมลูกใหญ่พัดเข้าฝั่งให้อากาศเย็นขึ้นเล็กน้อย ทำให้เซนนิก้าที่นอนหนุนตักนุ่มของเชอเอมลืมตาขึ้นมามองเมื่อสัมผัสได้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้ากลุ่มเมฆฝนคงลอยมาเป็นแน่ เพราะลมที่พัดมามีกลิ่นฝนให้ได้รู้สึก ก่อนจะหันไปมองครอบครัวที่น่ารักของญาติผู้น้องที่กำลังวิ่งเล่นกับลูกชายพร้อมกับสามีที่ริมหาดทราย ผลัดกันสาดน้ำทะเลใส่กันพร้อมเสียงหัวเราะร่าของคนทั้งสาม ขณะที่ชายหนุ่มกำลังมองครอบครัวของขนิษฐาด้วยรอยยิ้มกับความรู้สึกที่เรียกว่ามีความสุขกับช่วงเวลานี้ความสุขที่พอดีเมื่อได้อยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองรักในตอนนี้ที่เรียกเขาด้วยน้ำเสียงหวาน เขาละสายตาจากครอบครัวของขนิษฐาดึงสายตามามองเชอเอมที่ก้มลงมามองด้วยรอยยิ้มกว้าง ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เขาชอบมองอยู่ตลอดเวลาจากผู้หญิงคนนี้ที่ไม่คิดเลยว่าครั
บทพิเศษ ๓บทพิเศษตอน บุพเพที่สวนทางมาบรรจบเวนิส, ประเทศอิตาลีนัยน์ตาสีดำขลับทอดมองผืนทะเลกว้างสีครามสวยผ่านหน้าต่างของร้านอาหารธรรมดาในเมืองเวนิสระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟและรอเพื่อนมาถึงร้านอาหาร เชอเอมก็ไม่รู้จะทำอะไรหรือมีแผนอะไรต่อไป ตอนนี้ในหัวของตัวเองมีเรื่องให้คิดจนไม่มีพื้นที่ว่างจะคิดเรื่องต่าง ๆ นานาให้ปวดหัวเพิ่ม เพราะหากอยากจะคิดหาเรื่องมาให้ปวดหัวก็คงไม่ลัดฟ้าลัดทะเลมาไกลถึงอิตาลีประเทศที่เขาคนนั้นอาศัยอยู่ เขาคนนั้นที่ทิ้งปริศนาที่อยู่ในใจให้หญิงสาวต้องตัดสินใจเดินทางมาที่นี่เพื่อหวังจะเจออีกครั้งให้มั่นใจ แต่ไม่คิดว่าจะไปเจอเขากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูจะรักกันดี เธอจึงเปลี่ยนใจนัดเพื่อนมาเที่ยวเวนิสแทนและจบลงด้วยการมานั่งรอที่ร้านอาหารเพราะเป็นเวลาเที่ยงพอดี
บทพิเศษ ๒บทพิเศษตอน รักแรกพบของเชอเอมโรม, ประเทศอิตาลีเสียงเซ็งแซ่ไปทั่วสารทิศรอบ ๆ น้ำพุเทรวี่ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโรมอีกสถานที่หนึ่งและยังมีความเชื่อว่าการได้โยนเหรียญอธิษฐานจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งช่างเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวพากันมาเที่ยวชมกันมากมายหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเชื่อไม่ต่างอย่างเชอเอมก็แทรกกายเดินเข้าไปใกล้หวังจะโยนเหรียญอธิษฐาน จนในที่สุดก็แทรกตัวมาอยู่หน้าสุดจนสำเร็จ หญิงสาวระบายยิ้มพอใจก่อนจะยกมือทั้งสองขึ้นมากุมเหรียญยูโรพลางหลับตาลงก่อนจะเริ่มอธิษฐานถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งเข้าใจว่าต้องการอะไรเมื่อไม่นานมานี้เมื่อรู้สึกว่าความรักที่เหมาะสมและคู่ควรไม่ใช่ความรักที่จะมอบความสบายใจหรือความสุขจากใจจริงได้เลย
บทพิเศษ 1บทพิเศษตอน รักแรกพบของเซนนิก้าเสียงเพลงคลอเบา ๆ ให้เหล่าบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รื่นเริงไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนของปลายฤดูฝนในบาร์สุดหรูหราโอ่อ่าบนชั้นสามสิบหกของตึกการค้าชื่อดังของประเทศในเครือพีเอสกรุ๊ปที่รวมแห่งความบันเทิงและห้างสรรพสินค้ามากมายภายในตึกบาร์แห่งนี้ก็เป็นหนึ่งส่วนที่บรรดาไฮโซ เซเลปและนักธุรกิจมากมายชอบมาดื่มเพื่อผ่อนคลายในสุดสัปดาห์กระทั่ง เสียงกรีดร้องและเสียงเอะอะโวยวายที่มุมหนึ่งของบาร์ไม่ห่างจากที่นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาเลียนนั่งดื่มอย่างสบายใจเมื่อจบการคุยธุรกิจที่ลุล่วงไปด้วยดี ชายหนุ่มจึงตัดสินใจมานั่งดื่มก่อนเดินทางกลับทว่า ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นละครน้ำเน่า…ไม่สิ ละครตบตีกันเรื่องผู้ชาย
บทส่งท้ายเชอเอมระบายยิ้มกว้างด้วยความดีใจหันไปมองเซนนิก้าทันที เพราะหญิงสาวไม่คิดว่าชายหนุ่มยังคงจำสัญญาที่ให้ไว้ได้ว่าจะมาล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกในวันที่เธอกับเขาไปนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรมเทพก่อนเขาจะเร่งรีบกลับอิตาลีอย่างไม่บอกไม่กล่าวในวันต่อมา หากลองคิดทบทวนเวลาก็ล่วงเลยมาครึ่งปีแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะยังจำได้ว่าเคยพูดเช่นไรกับเธอเอาไว้และเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีวันนี้เพราะคิดว่า ถ้าเขาไม่พามาอย่างที่สัญญา เธอเองที่จะพาเขามาล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกถึงแม้ว่าหลังจากที่เขาเดินทางกลับมาที่นี่ก็ไม่มีโอกาสเสียทีด้วยเพราะมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นจนได้บทเรียนมากมายในชีวิตและการเปลี่ยนเส้นทางเดินของเขาที่ตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง ทิ้งแม้กระทั่งตำแหน่งทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลที่ใครต่อใครพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดีหนักดีหนาจนคนเช่นเธอไม่มีทางเหมาะสมและไม่มีทางดีพอสำหรับเขา แ
บทที่25 หลานที่อยากเจอมากที่สุดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่โตยังคงเงียบเหงาแต่น้อยลงกว่าแต่ ก่อนเมื่อหลังจบเรื่องของลูกชายของประมุขบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลูก ๆ หรือหลาน ๆ ก็พากันแวะเวียนมาหาโดยที่โรมันนาสไม่ต้องออกคำสั่งเหมือนทุกครั้งที่ให้มาทานมื้อเช้าในทุกวัน แม้แต่พ่อของเซนนิก้าก็เดินทางพาลูกสะใภ้กลับมาเยี่ยมหลังไม่ได้เจอกันหลายปีทั้งแต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้สละตำแหน่งออกไปใช้ชีวิตของตัวเองบ้านหลังใหญ่โตหลังนี้ไม่เคยรู้สึกถึงความอบอุ่นและเสียงหัวเราะเลยแม้แต่สักปีเดียว กระทั่งในครึ่งปีหลังมานี้ทำให้โรมันนาสปลงกับชีวิตได้อย่างน่าประหลาดใจและปรับตัวจากประมุขของบ้านมาเป็นคุณปู่คุณตาให้กับหลาน ๆ ได้แวะเข้ามาเยี่ยมเข้ามาให้คลายเหงาในวันหยุดของภาคเรียน และมันทำให้โรมันนาสรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ไม่เคยมีมานานแล้วตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไปด้วยโรคร้ายตนมีความสุขแต่ยังไม่สุด เมื่อลึก







