Beranda / โรแมนติก / พี่ผีห้องตรงข้าม / บทที่ 2   เพื่อนใหม่

Share

บทที่ 2   เพื่อนใหม่

last update Tanggal publikasi: 2025-10-30 19:06:10

              ร่างบางที่กำลังยืนอยู่หน้ากระจกเพื่อส่องดูความเรียบร้อยของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือทรงผม เมื่อสำรวจตรวจดูจนเป็นที่พอใจดีแล้ว ขวัญนรีที่อยู่ในชุดนักศึกษาจึงเดินออกจากห้องเพื่อจะไปยังมหาวิทยาลัยและเธอบังเอิญเห็นว่าหนุ่มรุ่นพี่ที่อยู่ห้องตรงข้ามอย่างเรนได้เดินออกมาจากห้องพอดิบพอดี

              มือขาวรีบปิดประตูลง ใบหน้าสวยหันไปมองสบสายตาเข้ากับอีกฝ่าย สองขาเรียวจึงก้าวเดินไปหยุดอยู่ใกล้ ๆ ตัวหนุ่มหล่อ

              “กำลังจะไปไหนเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

              “จะไปดูว่าแม่กินข้าวหรือยังน่ะ…”

              คำตอบที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวงุนงงและแปลกใจอยู่ไม่น้อย ด้วยความข้องใจเจ้าหล่อนจึงเอ่ยถาม

              “พี่เรนอยู่ที่นี่กับคุณแม่เหรอคะ?”

              “ตามมาก่อนสิ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง”

              สาวน้อยก้าวเดินตามอีกฝ่ายโดยมุ่งหน้าไปยังตัวลิฟต์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ทั้งคู่เดินเข้าด้านในก่อนจะกดชั้นที่ต้องการ เกิดความเงียบขึ้นมากะทันหัน ขวัญได้แต่มองดูร่างสูงโปร่งที่ยังคงยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไร ราวกับรับรู้ถึง สายตาคู่สวยมีเสน่ห์ที่มองมา เรนจึงเอ่ยปากพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ

              “แม่ของฉันเป็นเจ้าของหอน่ะ”

              ใบหน้าใสทำท่าทางครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะบรรลุเมื่อนึกไปถึงใบหน้าสวยงามตามอายุของคุณป้าเจ้าของที่พักหอแห่งนี้

              “…คุณป้าแสนใจดีคนนั้นนี่เอง”

             “ใช่แล้ว แม่ฉัน…เป็นคนที่ใจดี” เสียงทุ้มเอ่ยออกมา

แววตาของ ‘ฉัตรธร’ หรือ ‘เรน’ ฉายชัดไปด้วยความรักและเคารพ

             “อ้อ… โอเคค่ะ ขวัญเข้าใจแล้ว” ใบหน้าสวยน่ารักพยักหน้ารับเบา ๆ ดวงตากลมโตยังคงจ้องมองรุ่นพี่หน้าหล่อไม่วางตา

             ไม่นานลิฟต์ก็ได้เปิดเมื่อมาถึงชั้นจุดหมายปลายทางเรนจึงเดินนำหน้าโดยที่มีขวัญนรีเดินตามโดยเว้นระยะเพียง

นิดหน่อย

              “จะไปเรียนใช่ไหม?”

              “ค่ะ วันนี้เปิดเรียนวันแรก เอาจริงก็แอบหวั่นใจอยู่นะคะ ขวัญยังไม่มีเพื่อนสนิทหรือรู้จักใครในนั้นสักคนเลย พูดแล้วเครียด” เสียงใสเอ่ยตอบอย่างแผ่วเบา ดวงตาสุกใสฉายถึงแววกังวล

              “อืม อย่าเพิ่งเครียดหรือท้อสิ วันปฐมนิเทศนี่แหละที่จะทำให้เรารู้จักคนใหม่ ๆ เยอะขึ้น ฉันเชื่อว่าเธอจะได้มีเพื่อนแน่นอน” น้ำเสียงอันอบอุ่นเอ่ยปลอบประโลมขึ้น สาวเจ้าจึงคลี่ยิ้มกว้าง ใบหน้าสวยกลับมายิ้มแย้มเริงร่าอีกครั้งเมื่อได้ฟังหนุ่มรุ่นพี่พูด

              “ขอบคุณสำหรับพลังงานบวกนะคะพี่เรน”

              “ไม่เป็นไร แค่อย่ากังวลมากจนเกินไปก็พอ”

              “ค่ะ ขวัญไปก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่ค่ะ” สาวน้อยฉีกยิ้มจนตาหยี มือขาวยกขึ้นโบกไปมาลารุ่นพี่ผู้อบอุ่นดั่งไมโครเวฟ ก่อนจะหันหลังให้และเดินจากไป ทิ้งให้ร่างสูงได้แต่มองตาม

               ร่างเพรียวระหงเดินออกมาจากหอก็พบเข้ากับคุณป้าใจดีที่เป็นแม่ของหนุ่มรุ่นพี่อย่างเรน ขวัญนรีจึงรีบเร่งเดินเข้าไปหา

               “สวัสดีค่ะ แวะซื้อโจ๊กไปทานเหรอคะ” เสียงเจื้อยแจ้วน่ารักและน่าเอ็นดูเอ่ยถามขึ้น เรียกเอาความสนใจจากกลุ่มคนที่กำลังซื้อขายบริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหญิงวัยกลางคนที่เป็นเจ้าของหอพักให้เช่าอย่างคุณนาย ‘ปฐมาวัลย์’

              “ใช่จ้ะ ป้ายังไม่ได้กินอะไรเลยน่ะ หนูจะไปเรียนสินะ” น้ำเสียงนุ่มละมุนหูเอ่ยตอบและถามกลับเมื่อเห็นการแต่งตัวเด็กสาว

              “เป็นอย่างที่พูดเลยค่ะ หนูเพิ่งแยกจากลูกชายคุณป้าเมื่อกี้เองค่ะ พี่เขาว่าจะมาดูเรื่องอาหารการกินของคุณป้าอยู่พอดีเลย”

               “…”

               ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากบางสีชมพูของคุณนาย สาวน้อยสดใสยังคงเอ่ยเล่าเรื่องราวเหตุการณ์นั้นให้ฟังต่อไป

                “ลูกชายป้า…?”

                “ใช่ค่ะ พี่เรนรักและเคารพคุณป้ามากเลยนะคะ ดูเป็นห่วงมากด้วย หนูเห็นแบบนี้ก็โล่งใจ ลูกชายคุณป้าก็คงไม่ต่างกัน”

                “เมื่อกี้หนูพูดว่า… ลูกชายป้าเหรอ?” น้ำเสียงนุ่มเอ่ยอย่างแผ่วเบา แววตาคู่สวยบนใบหน้างดงามตามอายุดูสั่นระริก

               “ใช่ค่ะ… ทำไมเหรอคะ?” ขวัญเอ่ยถามขึ้นเมื่อจับสังเกต เห็นท่าทางที่แปลกไป

               “เปล่าจ้ะ ป้าชื่อวัลย์นะ ไม่ต้องเรียกว่าคุณป้าเต็มยศก็ได้” ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนคลี่ยิ้มอบอุ่นและอ่อนโยนมาให้ ทำเอาเด็กสาวที่กำลังมองดูอยู่ต้องยกยิ้มตาม แต่ก็ต้องรีบหุบยิ้มลงอย่างรวดเร็วเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองอยู่ตรงนี้นานเกินสมควร

               “ได้ค่ะป้าวัลย์ งั้นหนูขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ”

               “จ้ะ เดินทางปลอดภัยนะลูก” คุณนายวัลย์เอ่ยอวยพรก่อนจะไล่สายตามองตามหลังของร่างเล็กบอบบางที่เริ่มออกตัววิ่งไป

               ขวัญนรีที่วิ่งมาจนถึงมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงค่อย ๆ เดินอย่างสงบเสงี่ยม มือขาวยกขึ้นเช็ดเม็ดเหงื่อบนใบหน้าใส ขาเรียวมุ่งตรงไปยังจุดสำหรับการปฐมนิเทศของนักศึกษาน้องใหม่

               ดวงตากลมโตก้มมองดูนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือก่อนจะพบว่าตนเองนั้นมาได้ทันเวลาสำหรับการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมอยู่ เธอจึงรีบไปสมทบก่อนจะไปตั้งแถวเพื่อทยอยเข้าหอประชุม โดยมีคณะผู้บริหารคณาจารย์รอคล้องพวงมาลัยต้อนรับอยู่

               “ยังไม่เจอคนที่รู้สึกว่าจะสนิทกันได้เลย…” ขวัญพึมพำเบา ๆ

               เมื่อเดินเข้ามาภายในสถานที่ต้อนรับแล้ว ร่างบางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณด้วยความสงสัยและความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

                และทันใดนั้น…

                “เราขอนั่งตรงนี้ได้ไหม?” เสียงเล็ก ๆ น่ารักของหญิงสาวในวัยเดียวกันเอ่ยทักกึ่งถามขึ้น ขวัญนรีจึงรีบหันไปมองยังต้นเสียง

                “ได้สิ… เธอนั่งได้เลยนะ” เสียงใสเอ่ยอย่างเป็นมิตรริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มบาง ๆ ส่งไปให้นักศึกษาสาวที่เป็นเพื่อนร่วมคณะ

               สาวสวยหุ่นเป๊ะหน้าปังนั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะหันมายิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร

              “ฉันชื่อนิรานะ เธอล่ะ…ยายตัวเล็ก” นิรณา หรือ ‘นิรา’ เอ่ยทักอย่างเป็นกันเองพลางมองมายังคนที่ตัวเล็กกว่าอย่างขวัญนรี

              “เรียกเราว่าขวัญได้เลย ยินดีที่ได้รู้จักนะนิรา”

              “เช่นกันนะ ถึงแม้ว่าจะรู้จักแค่ชื่อก็เถอะ…”

              สิ้นสุดประโยค สองสาวก็นั่งหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน เพราะคำพูดคำจาที่น่าเอ็นดูและชวนขบขันไม่น้อยของนิรณา

              ทันใดนั้น…คณบดีและผู้บริหารก็ได้กล่าวคำทักทายต้อนรับนักศึกษาใหม่ สาวสวยทั้งสองต่างนั่งฟังกันอย่างตั้งอกตั้งใจ

               ดวงตาสีน้ำตาลเข้มละความสนใจจากบริเวณด้านหน้าก่อนจะหันไปมองที่นั่งข้างตัว ที่ตอนนี้กำลังมีชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันนั่งอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาได้หันจ้องมองมาที่เธอเช่นกัน นัยน์ตาสุกใสของสองหนุ่มสาวต่างสบสายตาใส่กันอยู่สักพัก

               “…สวัสดี เราตรีนะ แล้วเธอล่ะ…?”

               “อ้อ… เราจัตวาค่ะ หยอกนะ คิกคิก” ขวัญเอ่ยพูดแกมหยอก ใบหน้าสวยน่ารักประดับไปด้วยรอยยิ้ม ทำเอาฝ่ายคนมองดูถึงกับลมหายใจสะดุดราวกับต้องมนตร์หลงใหลในเสน่ห์นั้น

               “…กวนเก่งเหมือนกันนะเนี่ย ฮ่า ๆ” ตรีวิทย์เอ่ยตอบหลังเงียบไปสักพัก ใบหน้าหล่อขึ้นสีระเรื่อเพราะยังคงรู้สึกเขินจากเมื่อกี้

               “ซอรี่ตรี… ติดเล่นไปหน่อย เราขวัญนะ”

               “ชื่อน่ารักเหมือนหน้าตาเลย…” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น สายตาคู่คมยังคงจ้องมองร่างเล็กบอบบางของหญิงสาวอย่างไม่วางตา ริมฝีปากหนาระบายยิ้มกว้างออกมาตามแบบคนอัธยาศัยดี

                “…”

                เกิดความเงียบขึ้นระหว่างทั้งคู่ราวกับมีแค่ทั้งสองคนในตอนนี้ ถึงแม้บรรยากาศภายในห้องจะมีเสียงดังเซ็งแซ่อยู่ตลอดเวลา

                “เป็นอะไร… ฮ่า ๆ เขินเหรอ?”

                “ก็ดูนายพูด…”

                ตรีวิทย์อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมาอย่างเอ็นดู มือแกร่งเตรียมจะเอื้อมไปลูบผมของอีกฝ่ายแต่ก็ต้องค้างชะงักเพื่อหยุดไว้ให้ทัน ขวัญมองดู ไม่ได้ใส่ใจในท่าทีมากนัก มือเรียวขาวผายไปยังด้านข้างตัวเองซึ่งมีสาวสวยเซ็กซี่เต็มสิบไม่หักอย่างนิรานั่งอยู่

                “ส่วนสาวสวยตรงนี้… นิรณา”

               “เรียกนิราก็ได้นะ” ใบหน้ามีเสน่ห์ของสาวเจ้าที่มองไปยังร่างสมส่วนของชายหนุ่มได้สักพักแล้ว ปากกระจับยกยิ้มส่งไปให้

               “ตรีนะ…นิรา”

               นิราที่เอาแต่เฝ้ามองตรีตั้งแต่ที่อีกฝ่ายนั้นเริ่มเดินเข้ามานั่ง แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรมากนัก เพราะสาวเจ้าค่อนข้างพูดน้อย ต่างจากขวัญนรีกับตัวตรีวิทย์ที่เป็นคนอัธยาศัยดีและช่างจ้อ

               “เอาละ…สุดสวยและสุดหล่อ ฉันว่าพวกเราควรตั้งใจฟังที่คุณครูและอาจารย์กำลังพูดนะ เดี๋ยวจะตามคนอื่น ๆ ไม่ทัน” น้ำเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยบอกอย่างจริงจังขึ้นมา หนุ่มสาวที่นั่งขนาบข้างอยู่ต้องพยักหน้ารับและมุ่งความสนใจไปด้านหน้า

                การกล่าวต้อนรับยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ กินเวลาไปหลายสิบนาทีก่อนจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก็คือ…การให้โอวาทนักศึกษา

                “สุดท้ายนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกได้คุ้มครองนิสิต นักศึกษาทุกท่านให้ปราศจากภยันตราย มีความสุข มีความก้าวหน้าในการศึกษาเล่าเรียน และประสบความสำเร็จตามปรารถนาทุกประการเทอญ”

                เมื่อสิ้นสุดคำกล่าวอวยพร ทั่วทั้งบริเวณต่างกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือจากนักศึกษารวมไปถึงบุคลากรที่อยู่ ณ แห่งนั้น

                กิจกรรมยังคงดำเนินต่อไปจวบจนเกือบจะเที่ยงทั้งสามคนจึงได้มีเวลามาพักและนั่งทานข้าวกันที่โรงอาหารรวมที่อยู่ไม่ไกล

                “กลับเข้าหอประชุมกัน ใกล้จะได้เวลาเริ่มรอบบ่ายแล้ว” นิราเอ่ยชวนหลังจากที่เธอก้มมองดูนาฬิกาเรือนหรูหราบนข้อมือ

                ตรีวิทย์กับขวัญนรีต่างพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยก่อนจะพากันเดินกลับเข้าไปนั่งประจำที่เดิม กิจกรรมปฐมนิเทศยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ในช่วงบ่าย ทั้งสามคนรวมไปถึงนิสิตคน

อื่น ๆ ต่างก็ตั้งใจรับฟังและให้ความร่วมมือด้วยเป็นอย่างดี

                เวลาล่วงเลยไปจวบจนท้องฟ้านั้นมืดมิด หน้าปัดนาฬิกาบ่งบอกเวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบนาที เข้าสู่ช่วงสามทุ่มเป็นที่เรียบร้อย และเป็นเวลาเดียวกับที่กิจกรรมแห่งวันปฐมนิเทศได้จบลงไปอย่างราบรื่น

                “ว่าแต่พวกเธอกลับกันยังไงเหรอ” เสียงทุ้มของชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น สองสาวจึงหันไปมองก่อนจะพากันเอ่ยตอบคำถาม

                “ขวัญเดินกลับน่ะ หอที่พักอยู่ใกล้ ๆ แค่นี้เอง”

                “ฉันขับรถมาน่ะ” นิราเอ่ยบอกสั้น ๆ ตามสไตล์

               “โอเค กลับกันดี ๆ นะ ไว้เจอกันใหม่สาว ๆ ผู้น่ารัก” ตรีเอ่ยจบก็โบกมือลาและเดินจากไป สองสาวจึงเริ่มแยกทางกันกลับ

               ในขณะที่ร่างบางกำลังเดินกลับหอพักอยู่นั้น ระหว่างทางขวัญรู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ สัญชาตญาณเริ่มส่งสัญญาณเตือนให้ตัวเธอรีบรับรู้ถึงอันตรายและความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัย เพราะตลอดทางเธอมักจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวตามหลังมา ขาเรียวสวยรีบออกวิ่งในทันทีโดยไม่คิดจะหันกลับไปมองดูด้านหลัง หน้าอกด้านซ้ายที่เต้นแรงราวกับจะออกมาเต้นข้างนอกทำเอาสติของเจ้าหล่อนถึงกับเตลิดไปไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

                ขวัญนรียังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตก่อนจะไปชนเข้ากับแผงอกแกร่งของใครบางคน ดวงตากลมโตรีบหันขึ้นไปมองร่างสูงโปร่งด้านหน้าตนเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

                “พะ…พี่เรน…”

                “เป็นอะไร… วิ่งหน้าตั้งตาตื่นมาขนาดนั้น” น้ำเสียงคุ้นหูที่เอ่ยถามออกมาอย่างราบเรียบ ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับฉายชัดถึงความเป็นห่วงเป็นใยอยู่ ทำเอาสาวเจ้าแทบอยากจะร้องไห้

                “ขวัญรู้สึกว่า… เมื่อกี้มีใครสักคนกำลังเดินตามอยู่”

                “แถวนี้พอตกดึกแล้วมันจะมืด อันตรายมาก ทีหลังถ้าเธอจะกลับดึกก็บอกฉันสิ เดี๋ยวฉันจะไปรับเอง ดีกว่ากลับ

คนเดียว” เรนเอ่ยออกมายาวเหยียด เขาไม่คิดที่จะปิดซ่อนความห่วงใย โดยถ่ายทอดออกไปผ่านคำพูด สีหน้าท่าทางรวมไปถึงแววตา

                 ร่างเล็กบอบบางถึงกับอุ่นวาบไปทั่วทั้งหัวใจ เธอค่อย ๆ ได้สติและสงบลง น้ำเสียงอบอุ่นที่เจือด้วยความเป็นห่วงราวกับเป็นยาบรรเทาและคอยรักษาหัวใจดวงน้อย ๆ ของหญิงสาวเอาไว้

                 “ขวัญ… ไม่มีเบอร์ของพี่เรนนี่นา…”  ใบหน้าสวยน่ารักเริ่มง้ำงอเล็กน้อย เสียงใสแผ่วเบาในทุกคำของประโยค หนุ่มรุ่นพี่จึงพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะยื่นมือหนาของตนไปให้คนตัวเล็ก

                  “ส่งมือถือมาสิ เดี๋ยวฉันจะกดเบอร์ให้”

                  ไม่รอช้า มือเรียวขาวรีบยื่นสมาร์ตโฟนราคาแพงไปให้ร่างสูงตรงหน้า เรนจึงหยิบมากรอกหมายเลขโทรศัพท์ลงไปก่อนจะส่งคืนให้ ซึ่งขวัญนรีก็รีบรับคืนมาหวังจะบันทึกรายชื่อเอาไว้

                  “เอ่อ.. อันนี้เบอร์คุณป้านี่คะ” ดวงตาสุกใสหันกลับไปมองก็พบว่าคนพี่ได้หายไปจากบริเวณนั้นแล้ว ใบหน้าใสฉายชัดถึงแววแห่งความงุนงงและแปลกใจ เมื่อเห็นว่าไร้วี่แววของหนุ่มหล่อผู้พูดน้อยแล้ว ขาเรียวสวยจึงรีบก้าวเดินต่อเพื่อเข้าหอไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   ตอนพิเศษ 3 ครอบครัว

    หลังจากที่ใช้ชีวิตหลังแต่งงานอยู่กินด้วยกันมาหลายเดือน ในที่สุดขวัญนรีก็กำลังตั้งครรภ์เข้าสู่เดือนที่เก้าไปเสียแล้ว และคนที่ดูจะภูมิอกภูมิใจแลดูมีความสุขที่สุดก็คงจะเป็นว่าที่คุณพ่ออย่างฉัตรธรนั่นเอง ซึ่งตอนนี้ร่างสูงกำลังนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดอย่างใจจดใจจ่อ มือหนาชื้นเหงื่อกำเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่าหลัง จากที่หญิงสาวผู้เป็นที่รักและสิ่งมีชีวิตตัวน้อยภายในครรภ์ได้เข้าสู่กระบวนการสำคัญของแม่และเด็ก “ขอให้ปลอดภัย” เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำเบา ๆ ขายาวลุกขึ้นก่อนจะก้าวเดินไปมาอย่างอยู่ไม่สุข ทำเอาผู้เป็นแม่อย่างคุณนายปฐมาวัลย์ถึงกับเริ่มจะวิงเวียนศีรษะจากการกระทำของลูกชาย “ใจเย็นหน่อยจ้ะ คุณพ่อ” เสียงนุ่มละมุนหูเอ่ยเตือนสติอีกฝ่าย เมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่ เรนจึงค่อย ๆ สงบลง ทว่าภายในใจเขานั้นกำลังกระวนกระวายเพราะเป็นห่วงคนที่ยังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนั้น “ผม… เป็นห่วงเมียและลูก” น้ำเสียงที่ฉายชัดถึงแววกังวลเอ่ยบอก หญิงสูงวัยทำได้เพียงพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเข้าอกเข้าใจ

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   ตอนพิเศษ 2 เข้าหอ

    หลังจากที่เข้าห้องหอมาเป็นที่เรียบร้อย สามีหนุ่มหล่อก็จูงมือเจ้าสาวคนสวยมานั่งที่เตียงสีแดงสดที่โรยด้วยกลีบกุหลาบรูปหัวใจเอาไว้อยู่ ซึ่งคนตัวเล็กก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี “ที่รักครับ พี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะ” “ได้ค่ะ เราแกะของขวัญรอได้ไหม?” “ได้สิ เดี๋ยวพี่มาดูด้วยอีกทีนะหนู” เจ้าหล่อนพยักหน้ารับเบา ๆ ชายหนุ่มจึงมุ่งเดินเข้าห้องน้ำไป มือเรียวขาวเอื้อมไปหยิบของขวัญแต่งงานที่ได้จากแขกเหรื่อขึ้นมาแกะดูทีละกล่องด้วยความตื่นเต้นและรอลุ้น “อืม อันนี้ของพี่เขมสินะ” เธอเอ่ยพึมพำและเริ่มเปิดดูของที่อยู่ข้างใน และสิ่งที่ได้เห็นทำเอาขวัญนรีถึงกับหน้าแดงด้วยความเขินอาย เพราะภายในมีเสื้อผ้าเด็กทารกและของอื่น ๆ อีกหลายอย่างสำหรับลูกน้อย “พี่เขมนะพี่เขม หนูก็เขินเป็นนะ” เสียงใสเอ่ยบ่นพี่สาวอย่างไม่จริงจังมากนะ ก่อนจะหันความสนใจไปที่กล่องสี่เหลี่ยมอันถัดไปที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ “อันนี้จากนิราและตรีนี่นา เปิดเลยดีกว่า” สาวเจ้าไม่รอช้า เธอจัด

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   ตอนพิเศษ 1 แต่งงาน

    วันที่ 1 เดือนเมษายน พุทธศักราช 256x ฤกษ์งามยามดีที่ครอบครัวทั้งสองบ้านนั้น จะได้ปรองดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน เป็นวันที่คู่รักทั้งหลายต่างก็ใฝ่ฝันให้เกิด ขึ้นในชีวิตของพวกเขาในสักครั้ง วันที่จะเป็นเหมือนการประกาศถึงความรักและความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวสามี-ภรรยา ซึ่งฉัตรธรกับขวัญนรีเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากที่ทั้งคู่ตกลงคบหาดูใจกันเป็นระยะเวลาอันยาวนาน และวันนี้ก็มาถึง วันที่ทั้งสองจะได้เปิดเผยความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ ถูกต้องและเหมาะสม โดยมีสักขีพยานรักรับรู้ เมื่อบรรดาแขกเหรื่อมากันครบแล้ว พิธีแต่งงานจึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีผู้เป็นมารดาของหนุ่มสาวทั้งสองฝั่งได้เดินไปจุดเทียนที่แท่นบูชาเพื่อเริ่มพิธีสำคัญนี้ หลังจากจุดเทียนเสร็จเป็นที่เรียบร้อย วงดนตรีค่อย ๆ บรรเลงเพลงเพื่อต้อนรับการมาของเจ้าสาว เสียงเพลงเคล้าดนตรีที่นุ่มละมุนหูดังคลอไปทั่วทั้งบริเวณ ประกอบไปด้วยเสียงจากเปียโน ไวโอลิน และเครื่องดนตรีอื่น ๆ ที่เสียงไม่ดังโฉ่งฉ่างนัก ร่างเพรียวระหงที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวลวดลายลูกไม้ห

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   บทที่ 20 คงอยู่ตลอดไป  

    ห้าสิบปีผ่านไป… จากที่เคยเป็นสาวสวยร่างกายก็เปลี่ยนไปตามอายุและวัย ผมที่เคยสีน้ำตาลสวยบัดนี้ได้แปรผันไปเป็นสีขาวหงอก ผิวหนังที่เคยเต่งตึงก็เริ่มเหี่ยวย่นมากขึ้น ดวงตาคู่สวยเริ่มฝ้าฟางจ้องมองไปยังเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ที่นอนนิ่งอยู่บนตัก ขวัญนรีได้ผ่านช่วงเวลาอันยาวนานและมีชีวิตต่อมาอย่างสงบสุข เธอไม่ได้พบรักหรือว่าแต่งงาน เพียงแต่หลังจากเรียนจบเธอก็ทำอาชีพสุจริตและรับเลี้ยงเด็กสาวคนหนึ่งเอาไว้เป็นบุตรบุญธรรมกระทั่งที่อีกฝ่ายได้คลอดลูกน้อยออกมาจนได้ สิบสองขวบเสียแล้ว “คุณยายคะ ช่วยเล่าเรื่องรักแรกหรือความรักของคุณยายให้หนูฟังหน่อยได้ไหมคะ หนูไม่เคยเห็นผู้ชายที่ยายรักเลยค่ะ” น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย พลางจ้องมองไปยังมืออันอบอุ่นที่คอยลูบศีรษะอยู่ “อืม อันที่จริงก็มีอยู่คนหนึ่งนะหลาน” เสียงแหบแห้งเอ่ยบอกพลางนึกไปถึงใบหน้าหล่อใสของชายผู้เป็นที่รักและเป็นหนึ่งเดียวในหัวใจไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป แม้จะเลือนรางไม่เท่าเมื่อก่อน แต่ขวัญนรียังคงจดจำฉัตรธรได้ “โอ้โฮ รักที่มั่

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   บทที่ 19 คุณผีที่รัก

    ฉัตรธรเปิดประตูให้คนตัวเล็กได้เข้าไปภายใน ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนอกสนใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ขวัญนรีได้ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของอีกฝ่าย “ดอกกุหลาบนั่นมันอะไรกัน?” เสียงทุ้มเอ่ยถามออกมาเมื่อสังเกตเห็นดอกไม้ในมือเรียวขาวของคนตัวเล็กที่ยังตื่นเต้นกับการสำรวจห้องของเขาอยู่ “อ้อ เกือบลืมไปเลยแน่ะ” “หือ? ลืมอะไรครับ” “สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ คุณผีที่รัก” เธอว่าออกมายิ้ม ๆ พร้อมกับยื่นกุหลาบขาวแทนใจส่งมาให้ ชายหนุ่มจึงรับเอาไว้ก่อนจะสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ เบา ๆ “ขอบคุณนะครับ” “ด้วยความรักค่ะ” “ต้องด้วยความยินดีสิ” “คิกคิก ก็มันจริงนี่นา” ทั้งสองมองสบประสานกันอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะก้มลงต่ำและโฟกัสไปที่พื้นแทน “พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” “พี่อยู่ได้ถึงพรุ่งนี้นะหนู” ประโยคที่ออกมาจากริมฝีปากหยักทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งอึ้งตะลึงค้าง ขวัญรู้ดีว่าในสักวันหนึ่งเร

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   บทที่ 18 วันวาเลนไทน์  

    และแล้วก็มาถึง… วันที่เหล่าคนโสดนั้นแสนจะเกลียดและขยาด นั่นก็คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือวันวาเลนไทน์นั่นเอง สองสาวเพื่อนรักที่กำลังนั่งอยู่ที่จุดชมวิวของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ในขณะที่กำลังรอตรีวิทย์เดินทางมาอยู่นั้น “เธอจะชวนฉันมาทำไม?” นิราเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคนตัวเล็ก ขวัญจึงยิ้มบาง ๆ ออกมา และเหตุผลที่ทั้งคู่กำลังอยู่ที่นี่ก็คือ เพื่อนชายเพียงคนเดียวในกลุ่มอย่างตรี ได้เอ่ยชวนเธอมาเที่ยว แต่ด้วยความที่รู้ดีว่านิรณาเองก็แอบมีใจให้อีกฝ่ายเลยชักชวนมาด้วยกัน ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะกลัวว่าขวัญจะปฏิเสธ “ก็… เรารู้นะว่าเธอชอบตรี” “ใช่แล้ว แต่ฉันก็นกนั่นแหละ” ใบหน้าสวยของเจ้าหล่อนเริ่มเศร้าสร้อยเมื่อหวนนึกไปถึงคนที่ตนเองแอบชอบ แค่คิดก็ทำเอาเจ็บจนจุก เพราะตรีวิทย์ไม่เคยเหลียวแลนิรณามากกว่าเพื่อนเลย “อย่าเพิ่งท้อสิ ลองดูก่อนนะ” ขวัญเอ่ยอย่างให้กำลังใจพร้อมกับบีบมือเพื่อนสาวเบา ๆ นิราจึงยิ้มรับอย่างขมขื่น และเป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มมาถึ

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   บทที่ 11 ห้อง 013

    ขวัญนรีตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เธอลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมไปมหาวิทยาลัย โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ทำธุระต่าง ๆ จนเสร็จเรียบร้อยดี ขาเรียวก้าวไปที่โซนครัวและเริ่มลงมือประกอบอาหารเมนูง่าย ๆ อย่างเซตมื้อเช้าสไตล์ฝรั่งเศษ เมื่อทำเสร็จเธอก็มุ่งตรงไปที่โต๊ะก่อนจะเริ่มลงมื

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   บทที่ 9 เธอเพียงคนเดียว

    ขวัญนรีที่นั่งดูหนังตั้งแต่เช้าจนเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่และได้หลับไป เปลือกตาเนียนค่อย ๆ เปิดขึ้นมาก่อนจะกะพริบปรับการมอง “หิวจัง คงต้องลุกไปทำอาหารไว้ก่อน” เอ่ยจบ ขาเรียวก็ก้าวลงจากโซฟาก่อนจะมุ่งไปที่โซนครัวเพื่อจะประกอบอาหาร “ชวนพี่เขามาทานด้วยดีกว่า ถ้าไปได้ดีนะ”

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   บทที่ 7 จากไปนานมากแล้ว  

    ขวัญนรีที่กำลังช่วยทำกิจกรรมคณะอยู่ สาวเจ้าแหงนมองดูนาฬิกาที่ติดผนังถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน “เอาละเด็ก ๆ วันนี้พอกันแค่นี้ก่อนจ้ะ” เสียงหวานของรุ่นพี่คนสวยเอ่ยแจ้งขึ้นทำเอาทุกคนถึงกับพึงพอใจเมื่อได้ฟังคำพูดนั้น เพราะตัวของเธอกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ ต่

  • พี่ผีห้องตรงข้าม   บทที่ 6   มีแค่เธอที่เจอฉัน

    ทั้งสองเดินตามทางมาเรื่อย ๆ ระหว่างทางมีเพียงความเงียบงัน ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย แต่หนุ่มสาวกลับไม่ได้อึดอัดใจแต่อย่างใด ทั้งคู่เพียงเดินข้างกันอย่างเงียบ ๆ โดยมีสายตาคู่คมของชายหนุ่มมองร่างบางเป็นระยะ ซึ่งตัวเธอไม่ได้รับรู้หรือใส่ใจ ผ่านไปไม่นาน… ตรีวิทย์กับขวัญนรีก็มา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status