Share

บทที่ 5 อย่าลืมข้า (1)

last update publish date: 2026-09-01 13:00:30

“องค์ชาย ถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม”

หลังรถม้าหยุดลง เขาก็ยกร่างระหงขึ้นบนอ้อมแขน แม้แต่เท้าของนางเขาก็ไม่ยอมให้แตะลงบนพื้น

“ข้าเดินเองได้” สุ่ยตัวตัวรีบค้าน

“พื้นสกปรก”

“แต่...”

“อยู่กับข้าทำให้ท่านอึดอัดเพียงนั้นเชียวหรือ”

น้ำเสียงชายหนุ่มอ่อนลงก็จริง ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับขึงตึงอยู่ตลอด

สุ่ยตัวตัวเริ่มรู้สึกผิด ฝ่ามือเรียวจึงเลือกวางลงที่ตรงอกซ้ายของเขา “ขอโทษด้วย ข้าไม่ควรระแวงเจ้า อย่าเอาแต่ดูแลข้าจนลืมใส่ใจตัวเจ้าเอง ข้าว่าเอ่อ…ตอนนี้เจ้าเหมือนกำลังป่วยอยู่”

ถูเข่อหานแค่นเสียง “ท่านมองอย่างไรถึงเห็นว่าข้าป่วย”

สุ่ยตัวตัวยิ้มประหม่า “เจ้าดูต่างไปจากเดิม”

ถูเข่อหานไม่ปริปากอีก เขาเพียงกดยิ้มมุมปาก

สุ่ยตัวตัวไม่อยากรบเร้าต่อให้เสียบรรยากาศ ท่าทางที่พลิกไปมาอาจเป็นเพราะเขาป่วยจริงก็ได้ อย่างไรเสียเขาก็เคยหมดสติไปถึงหนึ่งปี บางทีก็อาจมีช่วงที่เคยสับสน

อาต้าลี่กุลีกุจอเข้ามาช่วยปูหญ้าแห้งลงไปบนพื้น นึกไม่ถึงว่าศาลเจ้าหงอวิ๋นจะดูรกร้างเช่นนี้

“ขอบคุณนะ” สุ่ยตัวตัวเอ่ยขอบคุณอาต้าลี่

“เป็นหน้าที่ของกระหม่อมที่สมควรทำพ่ะย่ะค่ะ” อาต้าลี่รีบร้อนกล่าว

เขาเร่งหักกิ่งไม้ที่ตกเกลื่อนพื้นมากองสุมกัน จากนั้นใช้ตะบันไฟจุดเข้าไปยังกองไม้แห้ง ก่อนจะหันไปค้อมศีรษะให้ผู้เป็นนายแล้วย้ายตัวเองหายไปอีกฝั่งของรูปปั้นเทพเจ้ารวดเร็วประหนึ่งลมกรด ดุจดั่งกลัวว่าหากตนอยู่นานกว่านี้อาจขาดอากาศจนตาย

สุ่ยตัวตัวมองตามแผ่นหลังของอาต้าลี่ตาปริบ ๆ ท่าทีหวาดระแวงของเขาทำให้นางยิ่งทวีความมึนงง 

ถูเข่อหานวางร่างระหงลงแช่มช้า เสื้อตัวนอกของเขาถูกถอดไปคลุมให้กับหญิงสาวก่อนหน้าแล้ว ตอนนี้จึงเหลือปราการอีกสองชั้นที่ยังติดกายอยู่ มือหยาบกร้านเริ่มปลดเข็มขัดบนเอวของตน 

“เจ้าทำอะไร!?” สุ่ยตัวตัวรีบยกมือปิดตา

มือกว้างชะงัก “เปียกเช่นนี้ อยากให้ข้าป่วยจริงหรือ”

“แต่ข้ายังอยู่ตรงนี้นะ”

ถูเข่อหานค้อมตัวลง “แล้วอย่างไร เช่นนั้นท่านบอกข้าที มีส่วนไหนบนเรือนร่างของข้าที่ท่านยังไม่เคยเห็น”

สุ่ยตัวตัวกลืนน้ำลายหนืดเหนียวลงคอ ที่เขาพูดไม่ผิดสักนิด หากแต่นั่นเป็นเรื่องเมื่อเจ็ดปีก่อน เขาเองก็ยังเด็กมาก ซ้ำยังนอนเป็นผักไม่ได้สติ ดังนั้นไม่อาจนับรวมสถานการณ์กระอักกระอ่วนยามนี้ได้

“แต่เจ้าโตแล้วนะ”

“ในเมื่อข้าโตแล้ว พี่หญิงไม่คิดจะรับผิดชอบข้าหน่อยหรือ”

“หา” สุ่ยตัวตัวลดมือลง ใบหน้างดงามแหงนมองคนตัวสูง “พูดเลอะเทอะอะไรของเจ้า”

ริมฝีปากได้รูปกดยิ้มมุมปาก มือที่ค้างคราแรกเริ่มขยับต่ออย่างไม่อนาทรร้อนใจ

สุ่ยตัวตัวรีบเบือนหน้าหนีแก้เก้อ 

“ท่านก็ถอดด้วย”

หญิงสาวตวัดตามองค้อน ครั้นเห็นอีกฝ่ายยังเหลือซับในสีขาวก็ผ่อนหายใจโล่งอก แต่จะให้นางทำเช่นเดียวกับเขาคงดูไม่เหมาะ

“ข้าเป็นสตรีนะ ข้าไม่ถอด”

“เลือกเอา จะถอดเองหรือให้ข้าช่วยท่าน”

“เอ๊ะ”

ขาสูงขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ สายตาชายหนุ่มคมปลาบวาววับ เป็นสัญญาณเตือนว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

สุ่ยตัวตัวยกมือปราม “ถอด ข้าถอดเอง พอใจหรือยัง”

ชายหนุ่มไม่ขยับต่อ เขาพยักหน้า ทั้งยังไม่ละสายตาจากนางเช่นกัน 

“หันหลังไปสิ จ้องเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหน เจ้ากับข้าโตเกินกว่าจะมาแก้ผ้าต่อหน้ากันได้แล้วนะ”

“ท่านเองก็รู้”

“อะไรของเจ้า”

“ในเมื่อท่านรู้ เหตุใดกับเขาถึงจับมือท่านได้ โอบกอดท่านได้ แต่กับข้าท่านดูหวาดกลัว แล้วยังท่าทีรังเกียจนั่น”

“เขาไหน? ที่เจ้าพูดมาก็ไม่ใช่ว่าข้าทำกับเจ้าทั้งนั้นหรือ”

ถูเข่อหานหัวเราะเสียงเย็นยะเยือก เขาหย่อนกายลงนั่งขนาบข้างหญิงสาว สุ่ยตัวตัวตั้งท่าขยับออกห่าง แต่เอวของนางก็ถูกคว้าไว้เสียก่อน

“แล้วนี่อะไร”

สุ่ยตัวตัวประหม่าจนหายใจไม่ทั่วท้อง นางไม่เข้าใจท่าทางประหลาดของเขาสักนิด คุ้มดีคุ้มร้ายจนเดาจิตใจไม่ออก

“ก็เจ้าให้ข้าถอดเสื้อผ้ามิใช่หรือ ขยับอีกหน่อยจะได้ถนัด เบียดเช่นนี้เดี๋ยวก็เผลอโดนเจ้าบาดเจ็บ”

ถูเข่อหานจับไหล่แคบทั้งสองฝั่ง จากนั้นหมุนร่างระหงให้หันมาประจันหน้ากับเขา เสื้อคลุมตัวโคร่งค่อย ๆ ถูกถอดออก ปลายนิ้วหยาบดึงสายรัดเอวเนิบช้า ก่อนที่มันจะหลุดจากร่าง มือเรียวก็รีบขวางเขาไว้ 

“ข้าทำเอง” 

ถูเข่อหานช้อนสายตาขึ้น ความเยือกเย็นและคมกริบกลายเป็นคำตอบของทุกสิ่ง สุ่ยตัวตัวกลืนน้ำลายจนคอขยับ นางไม่กล้าทำให้เขาอารมณ์บูดจึงยอมปล่อยเรือตามน้ำ ให้อีกฝ่ายทำทุกอย่างตามอำเภอใจ อย่างไรก็เคยใช้ชีวิตร่วมกันในวัยเด็กแม้กระอักกระอ่วนไปหน่อยก็ตามที 

อาภรณ์ตัวหนาที่คลุมร่างระหงถูกเปลื้องออกจนเหลือเพียงซับในสีขาว เขานำผ้าเปียกเหล่านั้นไปผึ่งใกล้กองไฟ ก่อนจะย้อนกลับมานั่งข้างกายนางอีกหน

สุ่ยตัวตัวไม่กล้าสู้หน้าของเขา เพราะนางเองก็เป็นสาววัยสะพรั่ง การต้องนั่งร่างกึ่งเปลือยต่อหน้าบุรุษย่อมเป็นเรื่องลำบากใจยิ่ง ที่จริงสุ่ยตัวตัวเข้าใจเจตนาของเขา อย่างไรก็เพราะเป็นห่วงนาง เพียงแต่สถานการณ์หมิ่นเหม่ไปบ้าง หากมีคนรู้เข้าเกรงว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ 

ด้านในศาลเจ้าเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ ไม่รู้เมื่อไหร่ที่อาต้าลี่หายไปดั่งไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

สายตาของชายหนุ่มวาววับเมื่อเห็นเรือนร่างระหงปรากฏเบื้องหน้า ถูเข่อหานวัยนี้โตพอจะรู้เรื่องราวชายหญิงแล้ว ตั้งแต่รู้จักความละเอียดอ่อนเหล่านี้ เขาก็เผลอคิดไม่ซื่อกับคนที่ตนเรียกพี่หญิงไปไม่รู้กี่หน เลือดลมในกายชายหนุ่มเดือดพล่านดุจน้ำมันเดือดบนกระทะร้อน 

“พี่หญิง…” 

เสียงทุ้มเปล่งออกมาแปร่งพร่าจนคนฟังยังต้องหัวใจสั่นหวิวยิ่งกว่าปะทะกับบรรยากาศยามฝนพรำกับค่ำคืนสุดเหน็บหนาวเสียอีก 

“หืม…” สุ่ยตัวตัวกัดลิ้นจนชา นางพยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   ตอนพิเศษ แสงประทีปแห่งชีวิต

    หลังอภิเษกสุ่ยตัวตัวก็ส่งจดหมายบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับพี่ชายทั้งสองทราบ สุ่ยจื่ออันได้อ่านก็โมโหจนไฟออกปาก นึกไม่ถึงว่าถูเข่อหานเล่นแรงเพียงนี้ทว่าสิ่งอื่นใดก็ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของน้องสาว ถูเข่อหานยุบวังหลังทั้งหมดทิ้ง เขากลายเป็นฮ่องเต้หนึ่งเดียวในแผ่นดินที่ชื่อเสียงขจรไกลเรื่องรักเดียว เป็นแบบอย่างให้บุรุษใต้หล้ากระนั้นยังมีบรรดาชายมากอนุอีกหลายคนที่ไม่ชอบฮ่องเต้เช่นเขา เพราะถึงอย่างไรบุรุษต้องยิ่งใหญ่กว่าผืนฟ้า แต่ถ้ามองย้อนประวัติชีวิตของฮ่องเต้อายุน้อยผู้นี้ให้ดี มิใช่ว่าเขาขึ้นมาบนจุดสูงสุดได้เพราะหัวใจรักที่หนักแน่นหรือสุ่ยจื่ออันอ่านข้อความในจดหมายจนถึงบรรทัดสุดท้ายก็ส่ายหน้าพลางอมยิ้ม เขาบรรจงจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี ในเมื่อน้องสาวได้เคียงคู่กับคนที่นางรักและเขาก็รักนาง เพียงเท่านี้ก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวลอีกเจ้าของร่างสูงโอบเอวคอดกิ่วจากทางเบื้องหลัง เขาหนุนคางลงบนไหล่แคบ “ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เช่นนี้ กำลังทำอะไรลับหลังสวามีอยู่หรือ”เสียงใสหัวเราะคิก “เปล่าทำลับหลังเสียหน่อย พี่ใหญ่กับพี่รองตอบจดหมายกลับมา รู้หรือเปล่าว่า

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 17 สัมผัสของใจ (2) (จบ)

    สุ่ยตัวตัวรู้สึกว่าเขาสุขุมมากกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังซ่อนความเป็นเด็กเมื่ออยู่กับนาง“หานเอ๋อร์”“พี่หญิง ข้าไม่ชอบคำว่าหานเอ๋อร์ ข้าโตแล้ว”“ต่อให้เจ้าโตก็ยังเด็กกว่าข้า”“ข้าไม่เด็กแล้ว หากท่านไม่เชื่อไว้ข้าจะพิสูจน์ให้เห็น ต่อไปท่านจะได้เลิกเรียกข้าว่าหานเอ๋อร์เสียที”“เช่นนั้นเจ้าอยากให้ข้าเรียกว่าอะไร”“ท่านพี่”“แบร่ ฝันไปเถอะ”“ก็ได้ ๆ ถ้าจะให้ถูกต้อง ท่านต้องเรียกข้าว่า สวามี ไม่ใช่หรือ”หญิงสาวหน้าร้อนผ่าวทันที นางไม่มีคำใดให้โต้กลับ จึงแสร้งเฉไฉมองทิวทัศน์สองข้างทางถูเข่อหานอมยิ้ม ในยามที่นางเขินอายน่ารักจนหัวใจเขาเต้นระรัว“อ๊ะ น้ำตกสวยจัง”“อยากไปหรือไม่”“อื้อ”ไม่ช้าเขาก็ควบม้ามาหยุดลงที่ริมน้ำตก ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวลงมา พวกเขาหย่อนกายนั่งลงตรงโขดหินที่มีละอองน้ำปลิวมากระทบให้พอเย็นชุ่มฉ่ำสุ่ยตัวตัวเริ่มบทสนทนาแรกก่อน “เหตุใดเจ้าต้องจากไปไม่บอกข้า”“เพราะข้ากลัวว่าหากข้าตายไปจริง ๆ ท่านจะลำบาก ถ้าข้าหายไปเลย แล้วปล่อยให้ท่านโกรธเกลียดข้า ทำเช่นนี้ต่อไปท่านจะไ

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 17 สัมผัสของใจ (1)

    ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มติดขัด หน้าอกด้านซ้ายเต้นระส่ำอย่างไม่อาจควบคุม นางยังไม่พร้อมสู้หน้าเขา จึงตัดสินใจคว้าผ้าคลุมเจ้าสาวมาคลุมศีรษะของตนเอาไว้ พลางได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะแผ่วเบาผ่านลำคอยิ่งทวีความประหม่าให้มีมาก สุ่ยตัวตัวมองเห็นเท้าอีกฝ่ายก้าวมาหยุดไม่ห่างจากตน ร่างสูงยอบกายคุกเข่าลงเบื้องหน้าสุ่ยตัวตัวแทบหยุดหายใจ นึกไม่ถึงว่าเขาจะทำเช่นนี้ ดูเหมือนเขาไม่ได้มาร้ายทั้งยังยื่นมือส่งมาเบื้องหน้า เขานิ่งอยู่อย่างนั้น รอคอยการยอมรับจากหญิงสาวด้วยความอดทนสุ่ยตัวตัวลังเล มือทั้งสองยังคงกำกริชเอาไว้อย่างเหนียวแน่น นางไม่ยื่นมือกลับไปเขาก็ไม่ยอมเคลื่อนไหว แม้แต่ปริปากสักคำก็ยังไม่ทำ ราวกำลังกดดันให้นางไม่มีทางเลือกสุ่ยตัวตัวทำใจดีสู้เสือ “ฝ่าบาท พระวรกายของพระองค์สูงส่งเทียมฟ้า ทำเช่นนี้คงไม่เหมาะกระมังเพคะ”เขาเริ่มขยับตัวอีกครั้ง สุ่ยตัวตัวคิดว่าอีกฝ่ายยอมถอดใจถอยห่างออกไป ทว่าหาได้เป็นเช่นนั้น เขากำลังโน้มตัวใกล้เข้ามาต่างหาก นางรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นระอุเป่าผ่านปราการผืนผ้าบางอย่างเด่นชัดมือหนาเลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นเนิบช้า สุ่ยตัว

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 16 แต่งงานหรือออกทำศึก (2)

    รุ่งเช้ายามเหม่า [1] ชุยช่านช่วยสุ่ยตัวตัวหวีผมไปก็น้ำตาคลอไป เสียงสะอื้นของนางทำให้คนที่ได้ยินต้องยิ้มเอ็นดูออกมา“ไม่ต้องร้อง ข้าไปแต่งงาน ไม่ได้ไปตายเสียหน่อย”“ฮึก ฮื่อ…องค์หญิง ท่านไม่ไปไม่ได้หรือเพคะ หรือถ้าท่านไม่เปลี่ยนพระทัยจริง ๆ ก็ให้หม่อมฉันติดตามไปปรนนิบัติท่านเถิด”สุ่ยตัวตัวคว้ามือสาวใช้เอาไว้ แม้ชุยช่านดูแลข้างกายนางได้ไม่นาน แต่ก็เป็นคนซื่อสัตย์จริงใจ การไปครั้งนี้นางไม่อยากให้ใครจากบ้านเกิดไปลำบากกับนางทั้งนั้น เพราะสุ่ยตัวตัวก็ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าที่เลือกเดินอยู่ถูกต้องหรือไม่ หากผิดพลาดขึ้นมา นางจะขอรับความเสี่ยงไว้เพียงลำพัง“เจ้าอยู่ที่นี่ย่อมดีที่สุด เจ้าเองก็ไม่อยากจากบ้านเกิดไปไกลใช่หรือไม่”ชุยช่านเม้มปาก “แต่องค์หญิงก็ไม่อยากจากไปเช่นกันนี่เพคะ”“ทำไมจะไม่ล่ะ เจ้าก็รู้ว่าข้าหัวแข็งเพียงใด หากข้าไม่เต็มใจใครจะกล้าบังคับข้า ต่อไปไม่มีข้าแล้วเจ้าก็ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี”“ฮื่อ…องค์หญิง…”“ไม่ต้องร้อง พอแล้ว ๆ” สุ่ยตัวตัวกอดปลอบเด็กสาวร่างอว

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 16 แต่งงานหรือออกทำศึก (1)

    อยู่ ๆ หญิงสาวก็เผยโฉมที่ท้องพระโรง บรรยากาศด้านในเงียบเชียบ นายทหารเฝ้าประตูรีบถลาเข้ามา“องค์รัชทายาท กระหม่อมห้ามแล้วแต่องค์หญิงทรง…”“ช่างเถอะ”“พ่ะย่ะค่ะ”สตรีร่างระหงย่างกรายตรงเข้ามาด้วยท่วงท่างามสง่า นางปรายตามองเหล่าคณะทูตจากแคว้นหานโจว พยายามกวาดสายตาเพื่อมองหาคนที่คุ้นเคยแต่กลับไม่มี“น้องหญิงเจ้ากำลังเล่นซนอะไร กลับออกไป เรื่องนี้ข้ากับพี่ใหญ่จะตัดสินใจเอง หากเจ้าไม่เต็มใจผู้ใดก็บังคับเจ้าไม่ได้” สุ่ยจื่ออันรีบขวางสุ่ยตัวตัวคิดมาดีแล้ว นางกำลังหาทางไปเยือนหานโจวอยู่พอดี การใช้วิธีนี้นับว่าไม่เลว หากคำพูดในวันนั้นของถูเข่อหานเป็นจริง นางเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่แน่หากเขารู้ว่านางตัดสินใจแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ถูเข่อหานต้องไม่มีทางนิ่งดูดาย แต่ถ้าเขาไม่โผล่มาชิงเจ้าสาวนางจะเชื่อว่าเขาได้ตายไปแล้วจริง วันเข้าหอนางสัญญาจะกัดลิ้นตายแล้วลงไปตามหาเขาที่ปรโลกเสีย อย่างน้อยก็ไม่ผิดต่อบ้านเมือง และยังไม่ผิดต่อตัวนางกับเขา‘เจ้าบีบบังคับพี่หญิงเองนะ หากเจ้าไม่โผล่มา ข้าจะเกลียดเจ้าไปชั่วชีวิต ต่อให้เจ้าตายไปแล้วข้าก็จะตา

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 15 เพียงข้อเสนอเดียว

    สุ่ยตัวตัวเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นางเอาแต่ร้องฟูมฟายไม่กินไม่ดื่ม ไม่ว่าผู้ใดเกลี้ยกล่อมก็ไม่ใจอ่อน กระทั่งบังเอิญเหลือบไปเห็นบันทึกเล่มหนึ่งที่วางทิ้งไว้สุ่ยตัวตัวปาดคราบน้ำตาส่ง ๆ จากนั้นลุกไปหยิบมันขึ้นมา‘พี่หญิง ต่อไปหากเกิดอะไรขึ้น ท่านจะเชื่อใจข้าได้หรือไม่ ท่านต้องรอข้าไม่ว่าจะได้ยินอะไรมาก็ตาม ข้าไม่มีทางทอดทิ้งท่าน’เสียงของถูเข่อหานสะท้อนขึ้นในหัว ทำให้นางรู้สึกมีหวัง สุ่ยตัวตัวพลิกเปิดบันทึกหน้าแรกด้วยมือสั่นเทาที่แท้บันทึกเล่มนี้ก็คือบทนิยายเรื่องหนึ่ง สุ่ยตัวตัวกวาดสายตาอ่านไปทีละตัวอักษร นางใช้เวลาและสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องราวที่บรรยายออกมาเหล่านั้นสุ่ยตัวตัวยิ่งอ่านก็ยิ่งพบแต่ความตื่นตะลึง ราวกับตนกำลังติดตามชีวิตคนคนหนึ่งอย่างชัดเจน ประหนึ่งผู้บรรยายเป็นพระเจ้าที่กวาดสายตาก็มองทะลุทุกสรรพสิ่งแน่นอนว่าเรื่องราวที่ถูกบรรยายเอาไว้ ตรงกับการใช้ชีวิตของนางทั้งหมด ไม่ว่าสถานะครอบครัว บุคลิกนิสัยส่วนตัว ล้วนตรงกับนางไม่มีผิดเพี้ยนสุ่ยตัวตัวใจเต้นระส่ำ ที่แท้ชีวิตของนางก็ถูกควบคุมไว้ด้วยปลายพู่กันอย่างที่ถูเข่อหานเคยบอก สุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status