เข้าสู่ระบบ“ผมก็ชมไปตามความจริงน่ะครับ... สวยก็ว่าสวย หรือคุณแม่ยายอยากให้หนุ่มๆ พูดว่าลูกสาวคุณแม่ยายขี้เร๊ขี้เหร่จนดูไม่ได้อย่างนั้นหรือครับ?”
“นี่... ฉันอยากรู้นักว่าถ้าแกหยุดต่อปากต่อคำกับฉันสักเดี๋ยวแกจะตายใช่ไหม”
ว่าแล้วแม่ยายก็สะบัดหน้าไปทางอื่น
ตะวันสังเกตเห็นความโกรธแล่นเป็นริ้วอยู่บนใบหน้าซึ่งแม้จะอายุมากแล้ว หากก็ยังดูสะสวยไม่สร่าง สมกับที่ชีวิตในแต่ละวันของคุณนายชดช้อยวนเวียนอยู่กับการผัดผิวแนะนวดหน้า หล่อนสรรหาเครื่องประทินโฉมมาใช้ไม่หยุด อาบน้ำแร่แช่น้ำนมอยู่เป็นนิตย์ ราวกับต้องการคงวัยให้เป็นอมตะ
“เชิญเข้าบ้านครับ... หลานๆ อยู่ข้างใน”
ตะวันผายมือไปยังประตูไม้บานกว้าง ปรางค์วลัยจูงมือมารดาก้าวขึ้นบันไดขั้นสั้นๆ ของเทอเรสหน้าบ้าน ก่อนจะพากันเข้าไปในบ้านไม้หลังใหญ่ของพ่อเลี้ยงไร่ส้ม
เมื่อเข้ามาภายใน สองแม่ลูกจึงเห็นว่าสภาพของมันช่างดูโอ่อ่ากว้างขวาง เฟอร์นิเจอร์ภายในทุกชิ้นล้วนทำจากไม้เนื้อดีมีราคา ดูเหมาะเจาะลงตัวกับพื้นกระดานซึ่งปูเอาไว้ด้วยไม้แผ่นใหญ่เช่นกัน
ตะวันเคยให้เหตุผลว่าสาเหตุที่เขาชอบบ้านไม้เพราะมันไม่ดูดความร้อนเหมือนบ้านที่สร้างด้วยซีเมนต์
“มะพร้าว มะนาว มาดูซิลูกว่าใครมาหา... รู้จักไหมเอ่ย”
ตะวันเรียกลูกทั้งสองที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่หน้าจอทีวี กำลังดูการ์ตูนกันอย่างเพลิดเพลิน
มะพร้าวเป็นเด็กผู้ชายอายุ 4 ขวบ ส่วนมะนาวเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 3 ขวบ มะพร้าวมีเค้าโครงหน้าและผิวสีน้ำผึ้งซึ่งถ่ายทอดมาจากตะวันไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนมะนาวนั้นด้วยความเป็นผู้หญิง จึงมีใบหน้าสวยหวานราวกับถอดแบบมาจากรินรดาผู้เป็นมารดา
คำว่า ‘รู้จักไหมเอ่ย?’ ที่ตะวันเอ่ยออกมาเมื่อครู่ก่อนหน้า ทำให้แม่ยายตวัดสายตาขวับ จ้องมองหน้าเจ้าของบ้านด้วยความไม่พอใจนัก ด้วยรู้ว่าตะวันแอบประชดประชันให้หล่อน
“ไม่รู้จักครับคุณพ่อ”
ซึ่งคำตอบของมะพร้าวสะกิดใจคุณนายชดช้อยและลูกสาวอย่างแรง เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่สองแม่ลูกเดินทางมาพบหลาน
“ผู้หญิงสองคนนี่เป็นใครคะคุณพ่อขา”
มะนาวที่ช่างเจื้อยแจ้วเจรจามากว่ามะพร้าวซึ่งเป็นพี่ชายเอ่ยถามกับบิดาในทันที
ซึ่งคุณนายกับลูกสาวก็ไม่แปลกใจที่เด็กๆ ตอบว่าไม่รู้จัก เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เด็กทั้งสองเพิ่งมีโอกาสได้เห็นหน้าคุณยายและคุณน้าเป็นครั้งแรก
“ยายเป็นคุณยายของหนูจ้ะ... ดูสิ หน้าตาน่ารักน่าชังทั้งคู่เลยพ่อคุณแม่คุณของยาย มาให้คุณยายกอดสิจ๊ะ”
คุณนายชดช้อยน้ำตาจะไหล
หล่อนยอบกายลงแล้วอ้าวงแขนกว้าง หากแต่เด็กทั้งสองกลับหันมามองหน้ากันด้วยความลังเล ไม่แน่ใจ ทำให้คุณนายอ้าแขนค้าง ออกอาการเก้อเขินเล็กน้อยที่เด็กๆ ไม่เดินเข้ามาให้กอดเหมือนที่ตั้งใจ ทำให้ตะวันต้องเอามือรุนหลังลูกๆ
“เข้าไปสิลูก คุณยายเป็นแม่ของแม่ริน... เข้าไปให้คุณยายกอดสิลูก รับรองว่าคุณยายไม่ดุ ไม่กัดหรอก”
ตะวันอดแขวะไม่ได้
คุณนายมองหน้าลูกเขยปากร้ายแล้วเท้าสะเอวทำตาขวาง ปากขมุบขมิบใส่ตะวันเหมือนจะด่า ครั้นแล้วก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางอยากเอาคืน
“จากวันนั้นถึงตอนนี้ก็สี่ปีมาแล้วนะ... ”
คุณนายพูดแล้วหยุดเพื่อล่อให้ลูกเขยถาม ซึ่งก็ได้ผล
“สี่ปีแล้วทำไมหรือครับคุณแม่ยาย?”
ได้ทีคุณนายรีบตอบ
“สี่ปีผ่านมาแล้วฉันคิดว่าจะมีคนช่วยผ่าเอาหมาออกจากปากเสียๆ ของแกน่ะสิ ที่ไหนได้... มันยังอยู่นี่นา”
ปรางค์วลัยอดหัวเราะไม่ได้ ลูกเขยกับแม่ยายสองคนนี้ช่างเหมือนมวยถูกคู่ ไม่มีใครยอมใคร
“สวัสดีครับคุณยาย”
ร่างจ้ำม่ำของมะพร้าวเดินเข้าไปยกมือไหว้คุณนายชดช้อย ร่างน้อยๆ ของมะนาวเดินตามพี่ชายไปติดๆ
“สวัสดีค่ะคุณยาย”
“ไหว้พระเถอะหลานยาย มาๆ ขอยายกอดให้ชื่นใจ”
เด็กทั้งสองเข้ามากอดคุณนายชดช้อยเกือบจะพร้อมกัน สิ่งนี้สร้างความปลาบปลื้มให้กับคนเป็นยายถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
คุณนายกอดหลายทั้งสองแนบแน่น ร่างสั้นสะท้านด้วยแรงสะอื้นในอก เวลาสบตากับมะนาวเหมือนได้มองตาของลูกสาวผู้ล่วงลับไม่มีผิด... มะนาวช่างเหมือนรินรดา
“คนนี้น้ามะปรางค์จ้ะลูก... น้ามะปรางค์เป็นน้องสาวของแม่ริน”
ตะวันถือโอกาสแนะนำปรางค์วลัยกับลูกๆ
“ลูกสาวฉันชื่อ ‘ปรางค์วลัย’ ไม่ใช่ ‘มะปรางค์’... มะปรางค์นั่นแกไปเอามาจากไหน? สงสัยชื่อบรรดาเมียน้อยของแกละสิ”
คุณนายชดช้อยรีบขัด ด้วยรู้สึกขัดหูกับชื่อของลูกสาวที่ตะวันแนะนำกับลูกๆ เมื่อครู่
“ก็จะได้เข้ากับชื่อหลานๆ ยังไงล่ะครับคุณแม่ยาย”
“เข้ากันยังไงมิทราบ”
คุณนายย่นหน้าผาก เชิดใบหน้าขึ้นถาม
“ก็หลานๆ ชื่อ ‘มะพร้าว’ กับ ‘มะนาว’ น้าชื่อ ‘มะปรางค์’ ก็คล้องจองกันดีนะครับ”
คำพูดที่ได้ยินจากปากของพี่เขยจอมกวนทำให้ปรางค์วลัยยิ้มออกมา ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดหลาน
ตะวันจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาซาบซึ้ง... มีความสุข ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าในชีวิตจะมีโอกาสได้เห็นภาพเหล่านี้อีกครั้ง
“ที่มาวันนี้เพราะว่าฉันมีเรื่องสำคัญจะคุณกับนาย”
คุณนายชดช้อยพุ่งเข้าประเด็นด้วยความใจร้อน หลังจากหาจังหวะอยู่นานเป็นครู่ ด้วยรู้ว่ามันอาจจะทำให้พ่อเลี้ยงไร่ส้มไม่พอใจเป็นอย่างมาก ดูท่าทางตะวันรักและหวงลูกๆ น่าดู
“มีธุระอะไรเดี๋ยวค่อยคุยกันก็ได้นะครับ ถ้าไม่ด่วนจนรอไม่ได้ ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว ผมเดาว่าคงยังไม่ได้ทานกลางวันกันมาใช่ไหมครับ ประเดี๋ยวผมสั่งให้แม่ครัวตั้งโต๊ะอาการกลางวัน ทานข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนนะครับ”
“เอ่อ... ”
เมื่อโดนกอด โดนจูบแรงๆ ร่างของสาวเจ้าก็อ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนข้างหนึ่งของอดัมส์ที่สอดรองแผ่นหลังของหล่อนเอาไว้แน่น“ขอดูนมหน่อย... อยากรู้ว่าใหญ่พอที่จะเป็นเลขาของฉันได้ไหม”หญิงสาวปล่อยให้เขาแกะกระดุมเสื้อของหล่อนออกทีละเม็ด หัวใจเต้นแรง ตื่นเต้น กระทั่งกระดุมเม็ดสุดท้ายที่แนวสาบเสื้อถูกแกะออกแคว่ก...อดัมส์แหวกเสื้อของหล่อนจนแบะออกจากกัน“ว้าว... ใหญ่”เขาทำราวกับว่าไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตากระหายวาบวาวเมื่อเห็นว่าสาวเจ้าโนบรา เต้าทรวงอวบใหญ่อะร้าอร่ามผุดเผยออกมาอวดความงดงามจนอดัมส์เผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยากกินนม “ขาวเหลือเกิน” ฝ่ามือใหญ่ลูบโลมตะโบมบีบสองเต้าอย่างแรง หนั่นเนื้อของหล่อนขาวเนียนจนแลเห็นเส้นเลือดสีเขียวๆ กระจายเป็นสายรางๆ อยู่ภายใต้ผิวบอบบางของสองเต้าเต่งตึง ขนาดที่เห็นนั้นอวบใหญ่เสียจนฝ่ามือของเขาที่ว่าใหญ่ก็ยังทาบไม่มิด“เป็นไงคะ... เห็นสองเต้าเต็มตาขนาดนี้... ผ่านไหมคะ”หล่อนหมายถึงคุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นเลขาของเขา“ความใหญ่น่ะเกินผ่านด้วยซ้ำ... แต่ขอทดสอบก่อนว่าอร่อยหรือเปล่า”อดัมส์ลูบไล้ฝ่ามือลงบนความอวบใหญ่ของเต้านม“อ๊อย... ”คนโดนสัมภาษณ์ตัวอ่อนตัวงอ เม
อดัมส์สงสัยว่าคนที่มาสมัครงานในวันนี้ต้องเป็นปานจันทร์อย่างแน่นอน แต่ที่เขาไม่รู้ล่วงหน้าก็เพราะว่าหล่อนอยากเซอร์ไพรส์เขา“โอเค... รีบให้เข้ามา”เสียงของอดัมส์ตื่นเต้นจนเห็นได้ชัด.....ก็อกๆ ๆสิ้นเสียงเคาะประตู อดัมส์ตะลึงกับเรือนร่างเย้ายวนของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในห้อง“ดิฉันมาสมัครงานค่ะ”หญิงสาวทำสุ้มเสียงและวางมาดว่าเพิ่งเคยเห็นหน้าเขาครั้งแรก ทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้าที่มาสมัครงาน และอดัมส์ก็เล่นด้วย“ตำแหน่งเลขาใช่ไหม?”เขาถามเสียงเข้ม ตาวาวมองเรือนร่างเซ็กซี่......“ค่ะ”“เข้ามาใกล้ๆ... รู้ใช่ไหมว่าเลขาส่วนตัวของฉันนั้นงานหนักนะ... แน่ใจนะว่าเธอจะรับไหว”“ไหวค่ะ”“งั้นมานั่งตรงนี้”เขาชี้ลงมาที่ตัก ความเซ็กซี่ของหญิงสาวผู้มาเยือนทำให้โปเกมอนสายพันธุ์ดำ ดุ ทั้งยาว ทั้งใหญ่พองขยายขึ้นมาคับแน่นอยู่ในเป้ากางเกงของอดัมส์ หญิงสาวก้าวเนิบช้าเข้ามาหาร่างสูงใหญ่ด้วยแววตาซึ่งอดัมส์อ่านออกว่าหล่อนคงกำลังคิดถึงเขาเช่นกัน เมื่อสาวสวยหุ่นเซ็กซี่สุดจะบรรยายเดินนวยนาดเข้ามาถึงระยะเอื้อมคว้า อดัมส์ก็รวบเอวหล่อนมานั่งลงบนตัก“อุ๊ย… ”คนที่นั่งทับดุ้นแข็งเต็มแรง อุทานออกมาด้วยคว
สิ่งที่ได้ยินทำให้คนเป็นบิดาถอนใจออกมาเบาๆ ถ้าเป็นแบบนี้เขารู้แล้วว่าเมื่อเดือนที่แล้วตอนที่มาเที่ยวเมืองไทย ปานจันทร์คงไปพักอยู่บ้านพ่อเลี้ยงมาแน่ๆ “ตอนไปเที่ยวเมืองไทย... แสดงว่าหนูไปพักที่บ้านของอดัมส์ใช่ไหม” “ค่ะ... ” ปานจันทร์สารภาพ “เสร็จมันละสิ” โทนี่พอจะเดาเรื่องราวได้รางๆ ปานจันทร์นั่งอึ้งเมื่อบิดารู้ทัน “หนูรักอาดำค่ะ” การที่โทนี่เลี้ยงดูลูกสาวอย่างให้เสรีภาพทางความคิด ทำให้ปานจันทร์กล้าพูดกล้าตัดสินใจ... ไม่เคยมีความลับระหว่างสองพ่อลูกคู่นี้ “ว้าว... แบบนี้หลงมันเข้าแล้ว... พ่ออยากรู้นักว่าไอ้ผู้ชายดำๆ คนนี้มันมีอะไรดีนักหนา... นอกจากจะได้แม่แกไปครอบครอง... ตอนนี้ยังได้แกไปอีกคน... พับผ่าสิ” โทนี่ทำหน้าเศร้า“ที่แม่ทิ้งพ่อไปอยู่กับอาดำก็ว่าเพราะพ่อไม่ชอบผู้หญิงไม่ใช่หรือคะ?”หญิงสาวเถียงแทนมารดา“เอ่อน่ะ... พ่อรู้... ไม่ต้องย้ำ”โทนี่ว่า“ก็อาดำน่ารักค่ะ... แล้วอาดำก็รักหนู... ดีกับหนูทุกอย่าง”ท่าทางชื่นชมพ่อเลี้ยงจนออกนอกหน้าถึงขั้นนี้... พ่อจริงๆ จะขัดอะไรได้ล่ะ“ถ้าหนูแน่ใจว่ารักกั
คนขี้หึงแสดงอาการแหนหวงออกมาชัด“แล้วคุณอาอยากให้ปานทำงานในตำแหน่งอะไรล่ะคะ”หล่อนเหลือบขึ้นมองตาเขา“เลขาส่วนตัวของอา... ช่วยดูแลอา... ดีม๊ะ”พ่อเลี้ยงตอบยิ้มๆ“ค่ะ... ดีที่สุดค่ะ”หญิงสาวยิ้มพลางซบหน้าแนบอกเขา“แล้วปานต้องทำอะไรบ้างคะ”คนในอ้อมกอดนึกสงสัย“ก็ดูแลอา... ทั้งเรื่องงานและเรื่องบนเตียง... แต่เน้นหนักในเรื่องบนเตียง... ได้มั้ย”อดัมส์บอกพลางลูบฝ่ามือขึ้นมาบีบก้นหล่อนให้รู้ว่าเขาหื่น“ได้สิคะ”เพราะหลงรักพ่อเลี้ยงจนหมดใจ งานอะไรปานจันทร์ก็ยอมทั้งนั้น เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดเขาอีกหนึ่งเดือนต่อมา“คุณพ่อคะ”ภายในบ้านที่อเมริกา ปานจันทร์เอื้อมมือไปผลักบานประตูห้องนอนของบิดาเบาๆ เมื่อพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อคเอาไว้ หล่อนจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปเต็มแรงอย่างถือวิสาสะ“อุ๊ย... ” โอ้แม่เจ้า... ปานจันทร์ยกมือขึ้นปิดปากอุทานเบาๆ กับภาพที่เห็น แม้จะมีผ้าห่มคลุมบั้นท้ายเอาไว้ แต่ก็เดาได้ว่าร่างล่อนจ้อนของผู้ชายที่นอนกอดก่ายอยู่กับบิดานั้นคงเป็นลุงวิลเลี่ยมที่อยู่ข้างบ้านนั่นเองลุงวิลเลี่ยมไม่ได้ปิดบังว่าตัวเองเป็นเกย์ ปานจันทร์รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคบหากับโทนี่บิดาของหล่อน แ
“อ๊าค... ”อดัมส์เกร็งสะโพกแข็งแกร่งจนกล้ามเนื้อขึ้นเป็นริ้วที่หนั่นก้นตึงเต็ม เพื่อกลั่นน้ำรักเข้าสู่รูเนื้อนุ่มแน่นของลูกเลี้ยงให้มากที่สุด ขณะสองมือลูบขึ้นมาขยำสองเต้าอวบใหญ่ บีบบี้จนเม็ดหัวนมระบมแดงไปทั้งสองข้าง ชอบใจที่เห็นปานจันทร์เนื้อตัวสั่นเร่า ร้องครวญคราง... ตาหรี่พริ้มแทบขาดใจไปพร้อมกับอาการออกัสซั่มรุนแรงหลังความทรมานลุล่วงลงแล้วในเวลาต่อมาหลังจากช่วงเวลาของพายุสวาทได้ผ่านพ้นไปแล้ว“กลับมาอยู่กับอาที่เมืองไทยนะจ๊ะปานจ๋า”ขณะสองร่างเปลือยเปล่ายังนอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียง อดัมส์ตัดสินใจดีแล้ว ก่อนที่จะเอ่ยประโยคนี้ออกมา“อาดำพูดจริงหรือคะ”“ใช่... ชวนมาร่วมชีวิต ของแบบนี้ใครเค้าพูดเล่นกันล่ะ”พ่อเลี้ยงกระชับกอดร่างเปลือยเปล่าของลูกเลี้ยงแน่นขึ้นอีก“หนูต้องรับผิดชอบที่ทำให้อาใจแตก... ขาดหนูไม่ได้แล้ว”เขาออดอ้อนเสียงอ่อน“ค่ะ... แต่ปานต้องกลับไปเคลียร์กับคุณพ่อก่อน... ถ้าพ่อรู้ว่าปานมาพักที่บ้านอาดำมีหวังโดนด่าหูชาแน่ๆ”“อาก็คิดว่าอย่างนั้น... แต่ก็หวังว่าไอ้โทนี่พ่อหนูน่าจะเข้าใจว่าอารักหนูจริง... ไม่ได้คิดจะฟันเล่นๆ”อดัมส์เชื่อว่าโทนี่ผู้เป็นบิดาของปานจันทร์นั้นเป็นคนมี
“อีกนิด... อาดำขา... อีกนิด”ร้องเร่งแล้วก็แอ่นเด้งเนินเสียวรับท่อนเนื้อที่เสียบกระเด้าเข้ามาแลกน้ำแลกเนื้อกันอย่างถึงพริกถึงขิง“เกือบแล้ว... อีกนิด... อู้ยซี้ดดดด... อาจะแตกแล้วเหมือนกัน ปานจ๋า... อารักหนู อาดำต้องการหนู... วันนี้ขอให้อาดำได้เป็นผัวหนูสมใจเถอะนะ” หัวใจของลูกเลี้ยงพองโตขึ้นมาทันที ใครจะคิดว่าพ่อเลี้ยงจะ ‘บอกรัก’ หล่อนในตอนที่ดุ้นเนื้อของเขากำลังเสียบตรึงเข้ามาในกายบอบบาง“อูย... อาดำพูดจริงหรือคะ”ปานจันทร์ทั้งเสียวทั้งดีใจ“จริงสิ... อารักหนู... อยากได้หนูปานเป็นเมียที่สุด” พ่อเลี้ยงพร่ำบอกทั้งที่ท่อนเนื้อร้อนผ่าวยังกระถดกระถอกเข้าๆ ออกๆ อยู่ในรูเนื้อฟิตแน่นของหญิงสาวที่ร่อนเอวขึ้นรับแรงกระเด้าตอนนั้นปานจันทร์ดูร้อนแรงมาก ท่าทางเร่าร้อนราวกับมีผู้หญิงแรดร่านอีกคนซ่อนอยู่ในตัวตนของหล่อน ซึ่งอดัมส์เท่านั้นที่รู้ดีว่าปานจันทร์ได้ความร้อนแรงนี้มาจากเริงรตีผู้เป็นมารดาของหล่อนนั่นเอง “อาดำเร่งเถอะ... ปานจะเสร็จแล้วค่ะ... อ๊อย”คนใต้ร่างเร่งเร้า พ่อเลี้ยงรีบกดเข่าของหล่อนจนแบะอ้าขึ้นไปชิดกับทรวงอกอวบใหญ่ จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาอัดโขลกดุ้นเนื







