แชร์

ตอนที่ 5

ผู้เขียน: กาสะลอง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-23 16:28:52

“ผมก็ชมไปตามความจริงน่ะครับ... สวยก็ว่าสวย หรือคุณแม่ยายอยากให้หนุ่มๆ พูดว่าลูกสาวคุณแม่ยายขี้เร๊ขี้เหร่จนดูไม่ได้อย่างนั้นหรือครับ?”

“นี่... ฉันอยากรู้นักว่าถ้าแกหยุดต่อปากต่อคำกับฉันสักเดี๋ยวแกจะตายใช่ไหม”

ว่าแล้วแม่ยายก็สะบัดหน้าไปทางอื่น

ตะวันสังเกตเห็นความโกรธแล่นเป็นริ้วอยู่บนใบหน้าซึ่งแม้จะอายุมากแล้ว หากก็ยังดูสะสวยไม่สร่าง สมกับที่ชีวิตในแต่ละวันของคุณนายชดช้อยวนเวียนอยู่กับการผัดผิวแนะนวดหน้า หล่อนสรรหาเครื่องประทินโฉมมาใช้ไม่หยุด อาบน้ำแร่แช่น้ำนมอยู่เป็นนิตย์ ราวกับต้องการคงวัยให้เป็นอมตะ

“เชิญเข้าบ้านครับ... หลานๆ อยู่ข้างใน”

ตะวันผายมือไปยังประตูไม้บานกว้าง ปรางค์วลัยจูงมือมารดาก้าวขึ้นบันไดขั้นสั้นๆ ของเทอเรสหน้าบ้าน ก่อนจะพากันเข้าไปในบ้านไม้หลังใหญ่ของพ่อเลี้ยงไร่ส้ม

เมื่อเข้ามาภายใน สองแม่ลูกจึงเห็นว่าสภาพของมันช่างดูโอ่อ่ากว้างขวาง เฟอร์นิเจอร์ภายในทุกชิ้นล้วนทำจากไม้เนื้อดีมีราคา ดูเหมาะเจาะลงตัวกับพื้นกระดานซึ่งปูเอาไว้ด้วยไม้แผ่นใหญ่เช่นกัน

ตะวันเคยให้เหตุผลว่าสาเหตุที่เขาชอบบ้านไม้เพราะมันไม่ดูดความร้อนเหมือนบ้านที่สร้างด้วยซีเมนต์

“มะพร้าว มะนาว มาดูซิลูกว่าใครมาหา... รู้จักไหมเอ่ย”

ตะวันเรียกลูกทั้งสองที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่หน้าจอทีวี กำลังดูการ์ตูนกันอย่างเพลิดเพลิน 

มะพร้าวเป็นเด็กผู้ชายอายุ 4 ขวบ ส่วนมะนาวเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 3 ขวบ มะพร้าวมีเค้าโครงหน้าและผิวสีน้ำผึ้งซึ่งถ่ายทอดมาจากตะวันไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนมะนาวนั้นด้วยความเป็นผู้หญิง จึงมีใบหน้าสวยหวานราวกับถอดแบบมาจากรินรดาผู้เป็นมารดา

คำว่า ‘รู้จักไหมเอ่ย?’ ที่ตะวันเอ่ยออกมาเมื่อครู่ก่อนหน้า ทำให้แม่ยายตวัดสายตาขวับ จ้องมองหน้าเจ้าของบ้านด้วยความไม่พอใจนัก ด้วยรู้ว่าตะวันแอบประชดประชันให้หล่อน

“ไม่รู้จักครับคุณพ่อ”

ซึ่งคำตอบของมะพร้าวสะกิดใจคุณนายชดช้อยและลูกสาวอย่างแรง เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่สองแม่ลูกเดินทางมาพบหลาน

“ผู้หญิงสองคนนี่เป็นใครคะคุณพ่อขา”

มะนาวที่ช่างเจื้อยแจ้วเจรจามากว่ามะพร้าวซึ่งเป็นพี่ชายเอ่ยถามกับบิดาในทันที

ซึ่งคุณนายกับลูกสาวก็ไม่แปลกใจที่เด็กๆ ตอบว่าไม่รู้จัก เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เด็กทั้งสองเพิ่งมีโอกาสได้เห็นหน้าคุณยายและคุณน้าเป็นครั้งแรก

“ยายเป็นคุณยายของหนูจ้ะ... ดูสิ หน้าตาน่ารักน่าชังทั้งคู่เลยพ่อคุณแม่คุณของยาย มาให้คุณยายกอดสิจ๊ะ”

คุณนายชดช้อยน้ำตาจะไหล

หล่อนยอบกายลงแล้วอ้าวงแขนกว้าง หากแต่เด็กทั้งสองกลับหันมามองหน้ากันด้วยความลังเล ไม่แน่ใจ ทำให้คุณนายอ้าแขนค้าง ออกอาการเก้อเขินเล็กน้อยที่เด็กๆ ไม่เดินเข้ามาให้กอดเหมือนที่ตั้งใจ ทำให้ตะวันต้องเอามือรุนหลังลูกๆ

“เข้าไปสิลูก คุณยายเป็นแม่ของแม่ริน... เข้าไปให้คุณยายกอดสิลูก รับรองว่าคุณยายไม่ดุ ไม่กัดหรอก”

ตะวันอดแขวะไม่ได้

คุณนายมองหน้าลูกเขยปากร้ายแล้วเท้าสะเอวทำตาขวาง ปากขมุบขมิบใส่ตะวันเหมือนจะด่า ครั้นแล้วก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางอยากเอาคืน

“จากวันนั้นถึงตอนนี้ก็สี่ปีมาแล้วนะ... ”

คุณนายพูดแล้วหยุดเพื่อล่อให้ลูกเขยถาม ซึ่งก็ได้ผล

“สี่ปีแล้วทำไมหรือครับคุณแม่ยาย?”

ได้ทีคุณนายรีบตอบ

“สี่ปีผ่านมาแล้วฉันคิดว่าจะมีคนช่วยผ่าเอาหมาออกจากปากเสียๆ ของแกน่ะสิ ที่ไหนได้... มันยังอยู่นี่นา”

ปรางค์วลัยอดหัวเราะไม่ได้ ลูกเขยกับแม่ยายสองคนนี้ช่างเหมือนมวยถูกคู่ ไม่มีใครยอมใคร

“สวัสดีครับคุณยาย”

ร่างจ้ำม่ำของมะพร้าวเดินเข้าไปยกมือไหว้คุณนายชดช้อย ร่างน้อยๆ ของมะนาวเดินตามพี่ชายไปติดๆ

“สวัสดีค่ะคุณยาย”

“ไหว้พระเถอะหลานยาย มาๆ ขอยายกอดให้ชื่นใจ”

เด็กทั้งสองเข้ามากอดคุณนายชดช้อยเกือบจะพร้อมกัน สิ่งนี้สร้างความปลาบปลื้มให้กับคนเป็นยายถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

คุณนายกอดหลายทั้งสองแนบแน่น ร่างสั้นสะท้านด้วยแรงสะอื้นในอก เวลาสบตากับมะนาวเหมือนได้มองตาของลูกสาวผู้ล่วงลับไม่มีผิด... มะนาวช่างเหมือนรินรดา

“คนนี้น้ามะปรางค์จ้ะลูก... น้ามะปรางค์เป็นน้องสาวของแม่ริน”

ตะวันถือโอกาสแนะนำปรางค์วลัยกับลูกๆ

“ลูกสาวฉันชื่อ ‘ปรางค์วลัย’ ไม่ใช่ ‘มะปรางค์’... มะปรางค์นั่นแกไปเอามาจากไหน? สงสัยชื่อบรรดาเมียน้อยของแกละสิ”

คุณนายชดช้อยรีบขัด ด้วยรู้สึกขัดหูกับชื่อของลูกสาวที่ตะวันแนะนำกับลูกๆ เมื่อครู่

“ก็จะได้เข้ากับชื่อหลานๆ ยังไงล่ะครับคุณแม่ยาย”

“เข้ากันยังไงมิทราบ”

คุณนายย่นหน้าผาก เชิดใบหน้าขึ้นถาม

“ก็หลานๆ ชื่อ ‘มะพร้าว’ กับ ‘มะนาว’ น้าชื่อ ‘มะปรางค์’ ก็คล้องจองกันดีนะครับ”

คำพูดที่ได้ยินจากปากของพี่เขยจอมกวนทำให้ปรางค์วลัยยิ้มออกมา ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดหลาน

ตะวันจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาซาบซึ้ง... มีความสุข ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าในชีวิตจะมีโอกาสได้เห็นภาพเหล่านี้อีกครั้ง

“ที่มาวันนี้เพราะว่าฉันมีเรื่องสำคัญจะคุณกับนาย”

คุณนายชดช้อยพุ่งเข้าประเด็นด้วยความใจร้อน หลังจากหาจังหวะอยู่นานเป็นครู่ ด้วยรู้ว่ามันอาจจะทำให้พ่อเลี้ยงไร่ส้มไม่พอใจเป็นอย่างมาก ดูท่าทางตะวันรักและหวงลูกๆ น่าดู

“มีธุระอะไรเดี๋ยวค่อยคุยกันก็ได้นะครับ ถ้าไม่ด่วนจนรอไม่ได้ ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว ผมเดาว่าคงยังไม่ได้ทานกลางวันกันมาใช่ไหมครับ ประเดี๋ยวผมสั่งให้แม่ครัวตั้งโต๊ะอาการกลางวัน ทานข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนนะครับ”

“เอ่อ... ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 5

    “ผมก็ชมไปตามความจริงน่ะครับ... สวยก็ว่าสวย หรือคุณแม่ยายอยากให้หนุ่มๆ พูดว่าลูกสาวคุณแม่ยายขี้เร๊ขี้เหร่จนดูไม่ได้อย่างนั้นหรือครับ?”“นี่... ฉันอยากรู้นักว่าถ้าแกหยุดต่อปากต่อคำกับฉันสักเดี๋ยวแกจะตายใช่ไหม”ว่าแล้วแม่ยายก็สะบัดหน้าไปทางอื่นตะวันสังเกตเห็นความโกรธแล่นเป็นริ้วอยู่บนใบหน้าซึ่งแม้จะอายุมากแล้ว หากก็ยังดูสะสวยไม่สร่าง สมกับที่ชีวิตในแต่ละวันของคุณนายชดช้อยวนเวียนอยู่กับการผัดผิวแนะนวดหน้า หล่อนสรรหาเครื่องประทินโฉมมาใช้ไม่หยุด อาบน้ำแร่แช่น้ำนมอยู่เป็นนิตย์ ราวกับต้องการคงวัยให้เป็นอมตะ“เชิญเข้าบ้านครับ... หลานๆ อยู่ข้างใน”ตะวันผายมือไปยังประตูไม้บานกว้าง ปรางค์วลัยจูงมือมารดาก้าวขึ้นบันไดขั้นสั้นๆ ของเทอเรสหน้าบ้าน ก่อนจะพากันเข้าไปในบ้านไม้หลังใหญ่ของพ่อเลี้ยงไร่ส้มเมื่อเข้ามาภายใน สองแม่ลูกจึงเห็นว่าสภาพของมันช่างดูโอ่อ่ากว้างขวาง เฟอร์นิเจอร์ภายในทุกชิ้นล้วนทำจากไม้เนื้อดีมีราคา ดูเหมาะเจาะลงตัวกับพื้นกระดานซึ่งปูเอาไว้ด้วยไม้แผ่นใหญ่เช่นกันตะวันเคยให้เหตุผลว่าสาเหตุที่เขาชอบบ้านไม้เพราะมันไม่ดูดความร้อนเหมือนบ้านที่สร้างด้วยซีเมนต์“มะพร้าว มะนาว มาดูซิลูกว่าใคร

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 4

    รถเบนซ์คันหรูชะลอเข้าจอดนิ่งในโรงจอดรถกว้างขวางภายใต้ร่มเงาของประดู่ต้นใหญ่ แผ่กิ่งก้านเป็นร่มเงาอีกชั้นให้กับหลังคาโรงรถที่มุงด้วยกระเบื้องสีเขียวมะกอก “สวัสดีครับ มาหาใครครับ” ลุงชมซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานในไร่เดินออกมาถามผู้มาเยือนด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม ตอนนั้นแกกำลังจัดแจงให้คนงานรื้อหญ้าเก่าออกจากสนามหน้าบ้าน แลเห็นหญ้าใหม่ซึ่งยังเป็นแผ่นสีเขียวๆ กองเทินทับกันอยู่กลางสนาม มีคนงานชายสามคนกำลังช่วยกันลงมือปลูกหญ้าอย่างขะมักเขม้น “ไอ้... เอ่อ นายตะวันเจ้าของไร่อยู่ไหม ช่วยไปบอกทีว่าคุณนายชดช้อยมาหา” คุณนายเกือบจะโพล่งเรียกเจ้าของไร่ว่า ‘ไอ้’ เพราะความชินปาก แต่ก็ระงับไว้ได้ทันท่วงที “อ๋อ... ผมนึกออกละ” ลุงชมหรี่ตาครุ่นคิดถึงเหตุการ์เมื่อสี่ปีก่อน คุณนายชดช้อยคนนี้นี่เองที่เคยทะเลาะกับพ่อเลี้ยงตะวันเจ้าของไร่ส้ม เหตุเพราะว่ามาตามลูกสาวกลับบ้าน แต่ไม่สำเร็จ เลยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขั้นประกาศตัดแม่ตัดลูกกันนับแต่วันนั้น “ตอนนี้พ่อเลี้ยงตะวันอยู่ในบ้านครับ เชิญครับคุณนาย” ลุงชมเดินนำหน้าสต

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 3

    คุณนายเป็นกังวล ด้วยครั้งหนึ่งเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่ไปเหยียบไร่ของตะวัน ถ้าไปก็เท่ากับว่ากลืนน้ำลายตัวเอง “หนูคิดว่าเวลาเปลี่ยน... อะไรๆ ก็เปลี่ยน ไหนคุณแม่เคยบอกว่าจะลดทิฐิ จะอโหสิกรรมต่อกันยังไงล่ะคะ เรื่องมันก็นานมาแล้ว บางอย่างลืมๆ มันไปบ้างก็ได้นะคะ” ปรางค์วลัยว่าให้มารดาฉุกคิด คุณนายชดช้อยนิ่งงันไปชั่วขณะ ครุ่นคิดตามที่ลูกสาวบอก “ไปนะคะแม่ พรุ่งนี้เราไปหาหลานๆ นะคะ” หญิงสาวกุมมือมารดาแล้วบีบเบาๆ ให้กำลังใจ สีหน้าคะยั้นคะยอของปรางค์วลัยทำให้คุณนายชดช้อยใจอ่อนในที่สุด “เอางั้นก็ได้... ” คนที่อยากได้หลานมาเลี้ยงดูเอง พยักหน้าให้ลูกสาว คราวนี้ก็เข้าตำราสุภาษิตโบราณที่ว่า ‘เกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง’ เพราะอยากเห็นหน้าเด็กๆ ใจจะขาด อยากได้เด็กๆ มาอยู่ในความปกครองดูแลของตน แม้ใจจะเกลียดพ่อเด็กราวกับไส้เดือนกิ้งกือก็ตามที ปรางวลัยค์ยิ้มกว้าง ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณนายชดช้อยซึ่งครั้งหนึ่งเคยแรงไปด้วยทิฐิและความต้องการเอาชนะลูกเขย วันนี้ท่าทางของหล่อนดูอ่อนลงมาก บางทีอาจเป็นเพราะการตายของ

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 2

    “ดีแล้วลูก... พ่อดีใจที่เอ็งเข้มแข็ง หลานสองคนพ่อก็รักปานแก้วตาดวงใจ ยังไงพ่อก็ยังอยู่เคียงข้างเอ็งกับหลานๆ เสมอ สู้ๆ นะลูกพ่อ”กำนันเดชตบไหล่ลูกชายเบาๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าร่างกำยำสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นในอก หลังจากปักธูปลงในกระถางตรงหน้าอีกหนึ่งเดือนต่อมา ที่กรุงเทพมหานครเมื่อหายจากอาการเศร้าโศกเสียใจกับข่าวการเสียชีวิตของรินรดาผู้เป็นลูกสาว คุณนายชดช้อยจึงเรียก ‘ปรางค์วลัย’ ซึ่งเป็นสูกสาวคนเล็กมาปรึกษาในเรื่องสำคัญที่ทำให้หล่อนครุ่นคิดจนนอนไม่หลับมาหลายคืน“คุณแม่มีธุระอะไรหรือคะ”ปรางค์วลัยถาม เมื่อเดินมาถึงห้องรับแขก แลเห็นมารดานั่งนิ่วหน้าก็รู้ว่าอารมณ์ไม่ดี“แม่นึกโมโหไอ้ตะวัน”“เรื่องอะไรอีกล่ะคะแม่”“ก็ลูกสาวฉันตายทั้งคน... ใจคอมันไม่คิดจะบอกคนเป็นแม่อย่างฉันสักคำเชียวหรือ? แกเห็นแล้วใช่ไหมยัยปรางค์... ว่าทำไมฉันจึงไม่ยอมรับไอ้ผู้ชายบ้านนอกคนนี้เป็นเขย”คุณนาย ‘ชดช้อย’ เพิ่งได้ข่าวการเสียชีวิตของรินรดาผู้เป็นลูกสาวจากปากของเพื่อนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่“พี่รินไปดีแล้วค่ะ ห่วงก็แต่หลานๆ... ไม่รู้ว่าตอนนี้มะพร้าวกับมะนาวจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”ปรางค์วลัยเป็นห่วงห

  • พี่เขยจัดหนัก   ตอนที่ 1

    “พี่เขย”(นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น)ผู้​เขียน : กาสะลองสงวน​ลิขสิทธิ์​ตาม​พระ​ราช​บัญญัติ พ.ศ.2537ไม่​อนุญาต​ให้​สแกน​หนังสือ​หรือ​คัด​ลอก​เนื้อหา​ส่วน​ใด​ส่วน​หนึ่ง​ของ​หนังสือ เว้น​แต่​ได้​รับ​อนุญาต​จาก​เจ้าของ​หนังสือ​เท่านั้น“พี่เขย”ผู้​เขียนกาสะลองสงวน​ลิขสิทธิ์​ตาม​พระ​ราช​บัญญัติ พ.ศ.2537ไม่​อนุญาต​ให้​สแกน​หนังสือ​หรือ​คัด​ลอก​เนื้อหา​ส่วน​ใด​ส่วน​หนึ่ง​ของ​หนังสือ เว้น​แต่​ได้​รับ​อนุญาต​จาก​เจ้าของ​หนังสือ​เท่านั้น พุทธศักราช ๒๔๙๐จังหวัดเชียงใหม่ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก ‘ไร่ล้อมตะวัน’ เมื่อเดินทางมาถึงศาลาสวดศพ ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของไร่ส้มรู้สึกตัวเบาหวิว จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในสมองของเขาว่างโหวงเหมือนท้องฟ้าในวันที่ไร้เมฆ หากแต่ในความว่างเปล่านั้น... มันช่างเวิ้งว้าง เคว้งคว้างทรมานจนรู้สึกใจหาย เขายังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้... ว่าจะดำเนินชีวิตหลังจากนี้ต่อไปยังไง?ชายหนุ่มยอมรับว่ารู้สึกมืดมนจนคิดอะไรไม่ออก สมองตีบตื้อเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้ใต้ผิวน้ำแข็งขั้วโลก ยากเย็นเหลือเกินสำหรับคุณพ่อลูกสองที่จะต้องดำเนินชีวิตต่อไปโดยปร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status