LOGINรถเบนซ์คันหรูชะลอเข้าจอดนิ่งในโรงจอดรถกว้างขวางภายใต้ร่มเงาของประดู่ต้นใหญ่ แผ่กิ่งก้านเป็นร่มเงาอีกชั้นให้กับหลังคาโรงรถที่มุงด้วยกระเบื้องสีเขียวมะกอก
“สวัสดีครับ มาหาใครครับ”
ลุงชมซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานในไร่เดินออกมาถามผู้มาเยือนด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม ตอนนั้นแกกำลังจัดแจงให้คนงานรื้อหญ้าเก่าออกจากสนามหน้าบ้าน แลเห็นหญ้าใหม่ซึ่งยังเป็นแผ่นสีเขียวๆ กองเทินทับกันอยู่กลางสนาม มีคนงานชายสามคนกำลังช่วยกันลงมือปลูกหญ้าอย่างขะมักเขม้น
“ไอ้... เอ่อ นายตะวันเจ้าของไร่อยู่ไหม ช่วยไปบอกทีว่าคุณนายชดช้อยมาหา”
คุณนายเกือบจะโพล่งเรียกเจ้าของไร่ว่า ‘ไอ้’ เพราะความชินปาก แต่ก็ระงับไว้ได้ทันท่วงที
“อ๋อ... ผมนึกออกละ”
ลุงชมหรี่ตาครุ่นคิดถึงเหตุการ์เมื่อสี่ปีก่อน คุณนายชดช้อยคนนี้นี่เองที่เคยทะเลาะกับพ่อเลี้ยงตะวันเจ้าของไร่ส้ม เหตุเพราะว่ามาตามลูกสาวกลับบ้าน แต่ไม่สำเร็จ เลยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขั้นประกาศตัดแม่ตัดลูกกันนับแต่วันนั้น
“ตอนนี้พ่อเลี้ยงตะวันอยู่ในบ้านครับ เชิญครับคุณนาย”
ลุงชมเดินนำหน้าสตรีทั้งสองเข้าไปในบ้าน ทว่าไม่ทันจะเข้าไปข้างใน ร่างสูงใหญ่เกินกว่าร้อยแปดสิบเซนมิเมตรก็ปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตู
สองแม่ลูกจ้องมองเจ้าของไร่ สายตาจับอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ กำลังเดินตรงเข้ามาหา
วันนี้พ่อเลี้ยงตะวันช่างหล่อเหลา เขาสวมเสื้อลายสก๊อตสีน้ำตาลสลับเทา เข้ากับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินซีด บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้างสีน้ำตาล บุคลิกท่าทางองอาจของเขาช่างเหมือนกับชาวไร่ในหนังคาวบอยไม่มีผิดเพี้ยน
“สวัสดีครับคุณแม่ยาย”
ตะวันเชิดใบหน้า กล่าวทักทายสตรีผู้อาวุโสกว่า รองเท้าบูทสีน้ำตาลเข้มช่วยส่งให้ร่างซึ่งสูงตระหง่านเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตรนั้นยิ่งแลดูสูงเด่นขึ้นไปอีก มองไวๆ คลับคล้ายพระเอกหนังคาวบอยรุ่นใหญ่ยังไงยังงั้น
“เอากองไว้ตรงนั้นแหละ... แล้วก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่า ‘แม่ยาย’ เพราะฉันไม่เคยมีลูกเขยอย่างแก”
ครั้นพอเห็นท่าทางยียวนกวนอารมณ์ของพ่อเลี้ยงตะวันซึ่งไม่เคยยอมก้มศีรษะให้หล่อนสักครั้ง คุณนายชดช้อยก็มีอันความดันพุ่งปรี๊ด ใบหน้าหยิ่งยโสของลูกเขยสะกิดต่อมเดือดของแม่ยายจนเกิดอาการตั้งแง่ในทันทีที่เจอหน้ากัน
“คุณแม่คะ... ไหนว่าจะไม่... ”
ปรางค์วลัยผู้เป็นลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างหลัง สะกิดแขนให้สติมารดา เพราะว่าก่อนจะเดินทางมาไร่ส้ม คุณนายก็สัญญากับปรางค์วลัยเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าจะอโหสิกรรมให้กับเรื่องราวความบาดหมางทุกๆ อย่างที่ผ่านมาแล้ว
“สี่ปีมาแล้ว... แต่คุณนายยังเหมือนเดินไม่ยอมเปลี่ยน ผมคิดว่ากาลเวลาจะช่วยทำให้อะไรๆ ดีขึ้น”
ตะวันตั้งใจกระทบกระเทียบ คำพูดนั้นสะกิดใจคุณนายชดช้อยเข้าอย่างจัง หล่อนจึงพยายามสะกดเก็บอารมณ์ หลังจากสังเกตเห็นว่าตะวันเองก็ดูสุขุมขึ้นมาก
“ปากร้ายๆ ของแกก็ไม่เปลี่ยนเหมือนกันนั่นแหละ แต่ช่างเถอะ... วันนี้ฉันไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากก่อสงคราม ฉันตั้งใจมาเยี่ยมหลานๆ”
คุณนายพยายามสะกดอารมณ์อย่างถึงที่สุด
“สงบศึกกันก็ดีแล้วครับ... ตอนนี้รัฐบาลกำลังสนับสนุนการปรองดอง”
กล่าวกับแม่ยาย หากสายตาเหลือบไปมองหน้าน้องเมีย
“สวัสดีค่ะพี่ตะวัน”
ปรางค์วลัยกระพุ่มมืออ่อนช้อยไหว้พี่เขยสุดหล่อ นับเป็นเวลานานมากแล้ว... ที่เธอไม่ได้เจอเขา
หากการได้เห็นกันในครั้งนี้ความหล่อเหลาของตะวันไม่ได้ลดน้อยลงสักนิด แต่กลับเพิ่มพูนจนสายตาของเธอจ้องค้าง ตะลึงงันอยู่ที่ใบหน้าของเขานานเป็นครู่ ใครจะเชื่อว่าอาชีพที่ต้องเผชิญแดดลมอยู่ในไร่ส้มกลับไม้ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดลงเลยสักนิด ผิวสีทองแดงคร้ามแดดกลับทำให้เขาดูคมคร้ามยิ่งขึ้น ท่วงท่าการเดินดูองอาจสมเป็นชายชาตรีในทุกกระเบียดนิ้ว รอยยิ้มน้อยๆ ที่จุดขึ้นตรงริมฝีปากรกไปด้วยไรหนวด ทำเอาหัวใจของปรางค์วลัยกระตุกวูบ
“สวัสดีครับ... เจอกันคราวนี้น้องปรางค์โตเป็นสาวเชียว แล้วยังสวย... สวยมากจนพี่เกือบจำไม่ได้แน่ะ ”
ตะวันจ้องมองใบหน้าน้องเมียไม่วางตา ปรางค์วลัยสวยเสียจนเขามองแล้วมองอีก
แวบแรกที่สบตากัน หญิงสาวหารู้ไม่รู้ว่าเธอเองก็เป็นต้นเหตุทำให้หัวใจของพี่เขยคนนี้เกิดอาการหวามไหว... กระตุกวูบขึ้นมาเช่นกัน
ตะวันไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าสาวน้อยตรงหน้านี้มีรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน ผิวพรรณของเธอขาวสะอ้านหมดจด ดวงตาสุกใสปานดวงดาว จมูกโด่งเป็นสันสวย ดวงตาวาววับไปด้วยหยาดแววชีวิตหากประกายของความดื้อรั้นก็ดูน้อยกว่ารินรดาผู้เป็นพี่สาว
การได้เจอกับปรางค์วลัยในวันนี้ ทำให้พ่อเลี้ยงตะวันคิดถึงภรรยาผู้ล่วงลับขึ้นมาจับใจ
“น้องปรางค์โตเป็นสาวแล้วจริงๆ”
สายตาของพี่เขยแทบไม่คลาดไปจากเรือนร่างเอิบอิ่มของน้องเมีย ทั้งสะโพก อก เอว ของปรางค์วลัยช่างอะร้าอร่ามจนเขาตะลึงมองซ้ำแล้วซ้ำอีก สร้างความไม่พอใจให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ยัยปรางค์โตเป็นสาวแล้วมันหนักอวัยวะส่วนไหนของแกหรือยังไง?”
คุณนายชดช้อยสอดขึ้นมาทันที
หล่อนไม่ชอบสายตาของตะวันที่จ้องมองปรางวลัยค์ไม่กระพริบ ด้วยคุณนายเคยปรามาสเขาเอาไว้มากมาย ว่าท่าทางเจ้าชู้ของตะวันจะทำให้รินรดาน้ำตาเช็ดหัวเข่าเข้าสักวัน ถ้าหลงผิดตัดสินใจหนีมาอยู่กับผู้ชายคนนี้
ทว่ารินรดาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอตัดสินใจไม่ผิด... ที่เลือกตะวันเป็นคู่ชีวิต ด้วยที่ผ่านๆ มาเขารักใคร่และเอาใจใส่ดูแลเธอกับลูกๆ เป็นอย่างดี
ตะวันไม่เคยทำหน้าที่ ‘สามี’ บกพร่อง เขาไม่เคยทำเรื่องเจ้าชู้หลายใจให้รินรดาต้องเจ็บช้ำใจอย่างที่คุณนายผู้เป็นมารดาหวังว่าจะได้เห็น
“อยากใช่ไหม... ท่าทางอยากรู้อยากลองเหลือเกินนะแม่คุณ”อดัมส์ตื่นเต้น กลิ่นสุราที่โชยออกมาจากลมหายใจของเขาทำให้หญิงสาวรู้ว่าพ่อเลี้ยงคงเมาอยู่เหมือนกัน เพราะเมื่อครู่เห็นเขานั่งดื่มอยู่ริมสระว่ายน้ำ “ถ้าอยากมากก็ดูดให้หน่อย”อดัมส์บอกพลางขยับเข้ามาใกล้ เขาแอ่นบั้นท้ายสั่นส่ายส่วนปลายแดงก่ำเข้ามาเล็กน้อยเชื้อเชิญหล่อน“เร็วสิ... ชอบไส้กรอกใหญ่ๆ ไม่ใช่หรือ”เขาเร่ง หญิงสาวทำหน้าแบ่งรับแบ่งสู้ จากนั้นท่อนเนื้อที่ผงาดง้ำขึ้นเป็นลำแข็งก็ส่ายเสียดเข้ามาชิดริมฝีปากของหล่อนเสียแล้ว“จัดการสิ... มัวช้าอยู่ทำไม... ”ตอนแรกก็เบือนหน้า คล้ายจะหลับตาไม่มอง หากแรงทะยานของวัยสาวและความอยากรู้อยากลองในเรื่องเพศก็ทำให้มือเรียวค่อยๆ ยกขึ้นโอบท่อนเนื้อสีเข้มคล้ำตรงหน้า“อูย... ”หญิงสาวครางออกมา ของพ่อเลี้ยงใหญ่ยักษ์มาก ขนาดโอบประคองด้วยสองมือก็ยังเหลือส่วนปลายโผล่พ้นขึ้นมาอีกตั้งมากปานจันทร์ตะลึงมองรูปลักษณ์ความเป็นชายชาตรีของเขาด้วยหัวใจเต้นแรง เพราะว่าของพ่อเลี้ยงที่หล่อนกำลังลูบคลำอยู่ในเวลานี้มีขนาดใหญ่กว่าในหนังโป๊ที่เคยเห็นมาเสียอีกด้วยความลืมตัว หญิงสาวค่อยๆ ยกข้อมือขึ้นมาลองเทียบเคีย
หญิงสาวเดินมายืนเกาะขอบหน้าต่าง ตอนนั้นจึงได้รู้ว่าอดัมส์กำลังลงเล่นน้ำอยู่ในสระว่ายน้ำหลังห้อง ที่เตียงอาบแดดริมสระมีแก้ววิสกี้ตั้งอยู่ ปานจันทร์ตัดสินใจก้าวออกมาจากห้องนอนของตัวเอง หล่อนรู้ว่าอดัมส์ไม่ค่อยล็อคประตูห้อง จึงผลักประตูห้องของเขาแล้วรีบก้าวเงียบเชียบเข้ามาในห้องนอนของพ่อเลี้ยงอย่างถือวิสาสะทว่าเพิ่งก้าวเข้ามาในห้องได้เพียงอึดใจสั้นๆ เท่านั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าของห้องที่กำลังเดินกลับเข้ามาจากทางระเบียงหลังห้อง ทำให้ปานจันทร์ตกใจแทบช็อค‘ว้าย’คนบุกรุกเข้ามาในห้องนอนของคนอื่นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ครั้นเมื่อตั้งสติได้ ก็รีบเข้าไปนั่งขดตัวคุดคู้อยู่ในตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ปลายเตียงนอนอดัมส์เปิดประตูเข้ามาในห้อง ตรงมายังตู้เสื้อผ้าซึ่งหารู้ไม่ว่ามีหญิงสาวกำลังนั่งตัวสั่นอยู่ข้างในและในตอนที่ประตูตู้เสื้อผ้าถูกกระชากออกมา คนที่ซ่อนตัวอยู่ข้างในจึงได้รู้ว่าพ่อเลี้ยงอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน‘อูย... ’ปานจันทร์ยกมือขึ้นปิดปาก กักกั้นเสียงอุทานกับภาพของดุ้นเนื้อยาวใหญ่เหวี่ยงส่ายเกือบฟาดหน้าหล่อนตอนที่เขาเอี้ยวกายแหวกราวแขวนผ้าให้ตายเถอะโรบิ้น ให้ดับดิ้นเถอะโรเบิร์ต
“ปานไม่ได้อ่อยค่ะ”ริมฝีปากเม้มสนิท เชิดหน้าเถียงไม่ลดละ “แล้วเสื้อยืดบางๆ แบบนี้คราวหลังให้ใส่เฉพาะตอนอยู่ในห้องนอนเท่านั้นนะ... ห้ามใส่ออกมานอกห้องเด็ดขาด กางเกงก็เหมือนกัน... ขาสั้นจุ๊ดจู๋แบบนี้ฉันไม่ชอบ มันทุเรศ... ก้มๆ เงยๆ รดน้ำต้นไม้เมื้อเช้าดากออกเลยละ รู้ตัวหรือเปล่า”“บ้า... มันสั้นก็จริง แต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะคะ”หญิงสาวเถียงคนปากร้าย“แล้วฉันขอประกาศเอาไว้ตั้งแต่วันนี้ว่ารดน้ำต้นไม่ไม่ใช่งานของเธอ... ”“ก็บอกแล้วไงว่าปานอยากช่วย”“อยากช่วยยังงั้นหรือ... งั้นคราวหลังถ้าอยากช่วยก็กรุณาทำตัวให้เรียบร้อยกว่านี้... อย่าได้เที่ยวออกไปแรดอ่อยผู้ชาย... ฉันไม่ชอบ”“หึงหรือคะ”หล่อนเชิดหน้าถามด้วยแววตาท้าทาย“ผู้หญิงกะโปโลอย่างเธอไม่อยู่ในสายตาฉันหรอกแม่คุณ”ไม่คิดว่าถ้อยคำอำมหิตของพ่อเลี้ยงจะทำให้ปานจันทร์รู้สึกเจ็บแปลบในใจราวกับมีเข็มมากมายปักทิ่มลงมารัวๆ ที่ก้อนเนื้อซึ่งเรียกว่าหัวใจของหล่อน และความอยากเอาชนะคนปากแข็งทำให้หญิงสาวกำมือแน่นด้วยความลืมตัว ปลายเล็บที่จิกเจ็บอยู่ในอุ้งมือช่วยฉุดสติของหล่อนกลับมา ก่อนจะเดินน้ำตาไหลพรากกลับขึ้นมานอนร้องไห้สะอึกสะอื้นในห้องของตัวเอง รู้
และเพียงอึดใจสั้นๆ ต่อมา ไส้กรอกชิ้นมหึมาของอดัมส์ก็พองขยายคับแน่นอยู่ในเป้ากางเกง ปานจันทร์นึกในใจว่าพ่อเลี้ยงคนนี้ช่างร้อนแรงสุดๆ เขาเป็นประเภทไฟซ่อนเชื้อ... เจอน้ำมันอย่างหล่อนกระตุ้นเพียงเล็กน้อยก็แข็งตั้งอย่างที่เห็น“กุ้งตัวใหญ่จัง... ผมตักให้นะครับ”ราชิตช่างเอาอกเอาใจ ค่อยๆ บรรจงตักกุ้งตัวโตใส่ลงในจานของสาวสวยที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ถ้าตอนนั้นทุกคนสังเกตสักนิดจะเห็นแววตาไม่สบอารมณ์ของพ่อเลี้ยงที่ฉายวาบขึ้นมาอย่างมิอาจปิดซ่อนความหึงหวงในตัวลูกเลี้ยงแสนสวยคนนี้ “ขอบคุณนะครับสำหรับอาหารเที่ยงแสนอร่อย”ราชิตกล่าวภายหลังเสร็จจากรับประทานอาหารร่วมกันตอนใกล้ค่ำของวันเดียวกันนั้นหลังจากราชิตขับรถกลับออกไปแล้ว อดัมส์ก็ออกจากบ้านไปตั้งแต่บ่ายเช่นกัน เขามีงานด่วนต้องแวะเข้าไปสะสางที่โรงแรม กลับเข้ามาถึงบ้านอีกทีก็ตอนค่ำ“คุณปานคะ” ป้าดวงรีบเดินขึ้นมาตามปานจันทร์บนห้องนอนของหล่อน “มีอะไรคะ” เสียงของป้าดวงเหมือนมีธุระเร่งด่วน “คุณดำเรียกหา”“ค่ะป้า... ”“หนูรีบไปเถอะ... ท่าทางคุณดำกำลังโกรธ”ป้าดวงไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผู้เป็นนายโกรธ แต่ปานจันทร์พอจะรู้ว่าอ
“เพิ่งรู้ว่าจริงก็คราวนี้แหละ”ปานจันทร์หันมากระซิบกับป้าดวง ตอนนั้นราชิตเดินออกไปล้างมือที่อ่างหลังครัว“อะไรจริงคะคุณปาน?”ป้าดวงทำหน้าสงสัย“ก็ที่เคยได้ยินมาว่าคนชอบกินเผ็ดมักจะเซ็กส์จัด”หญิงสาวกระซิบกับป้าดวงแล้วแอบบุ้ยปากไปทางพ่อเลี้ยง“อุ๊ย... ”ป้าดวงยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจในความกล้าของปานจันทร์ อดัมส์พยายามรักษาความสุขุมเอาไว้ ทำทีว่าไม่ได้ยินที่ลูกเลี้ยงแก่แดดพูดออกมา ทั้งที่รู้ว่าหล่อนจงใจจะว่าเขาเซ็กส์จัด“ตักข้าวเลยครับป้าดวง”สตรีร่างอวบรีบก้มลงตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานให้ชายผู้เป็นเจ้าของบ้าน ตอนนั้นราชิตเดินกลับเข้ามาร่วมโต๊ะพอดี “กินข้าวกันเถอะ”อดัมส์ผายมือขึ้นสองข้างเชื้อเชิญแขกของบ้าน“อาหารเผ็ดคุณปานทานได้ไหมครับ”ราชิตเป็นห่วง แท้จริงเพราะอยากทำคะแนนกับสาวสวย“พอได้ค่ะ”หญิงสาวตอบยิ้มๆ“งั้นลองไส้กรอกนะครับ... ไส้กรอกคงไม่เผ็ด”ราชิตตักไส้กรอกใส่ลงในจานของคนที่นั่งข้างๆ อย่างเอาอกเอาใจ หารู้ไม่ว่าภาพนั้นช่างขัดตาขัดใจอดัมส์เหลือเกิน จู่ๆ ความที่นึกหมั่นไส้ทำให้เขาโพล่งออกมา“ใส่กรอกพวกนี้เล็กไป... ปานเค้าชอบไส้กรอกดุ้นใหญ่ๆ”ป้าดวงยกมือขึ้นปิดปาก ตกใจกั
ราชิตเข้ามานั่งคุยทำความรู้จักกับปานจันทร์อีกพักใหญ่ๆ อาจเป็นเพราะว่าอยู่ในวันเดียวกัน ทำให้หนุ่มสาวทั้งสองพูดคุยกันอย่างออกรสชาติกระทั่งถึงเวลาอาหารเที่ยง ป้าดวงก็ตามให้ทุกคนเข้ามาในห้องอาหาร ตอนนั้นอดัมส์ลงมาถึงก่อน เขารู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าราชิตกับปานจันทร์ลูกเลี้ยงแสนสวยไม่ได้นั่งรออยู่ในห้องอาหาร“ตามสองคนให้ที... นี่จะจีบกันอีกนานไหม”อาการหวงและหึงทำให้อดัมส์เผลอปึงปัง ทำหน้าเซ็งออกมาด้วยความลืมตัว“เดี๋ยวป้าไปตามให้นะคะ... คุณดำนั่งก่อนค่ะ”ป้าดวงรู้ว่าพ่อเลี้ยงหวงลูกสาว“ไม่เป็นไร... เดี๋ยวผมไปตามเอง”เจ้าของบ้านใจร้อน กล่าวพลางลุกขึ้นพรวด ก้าวยาวๆ เข้ามาในห้องรับแขก“คุยกันเสร็จหรือยังหนุ่มสาว... นั่งจีบกันอยู่นั่นละ... เอางี้ ราชิต... ถ้าชอบยัยปานจริงๆ ก็กลับไปบอกให้พ่อมาสู่ขอนะ”อดัมส์ทำทีกล่าวติดตลก แท้จริงต้องการประชด แต่ราชิตเอาจริง และคำพูดนั้นเองที่ทำให้ปานจันทร์รู้สึกเกิดความน้อยใจแล่นวูบเข้ามาในอก พ่อเลี้ยงทำราวกับว่าจะขับไล่ไสส่งให้หล่อนไปเป็นของคนอื่น“ว้าว... ผมเอาจริงนะครับอาดำ”ราชิตเหลือบตามองปานจันทร์ด้วยสีหน้าเขินๆ อดัมส์หารู้ไม่ว่าคำพูดเล่นๆ ของเขากำลังจะน







