Masukครืด... ครืด…ครืด… เสียงโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นขัดจังหวะ เป็นเสียงดนตรีคลาสสิกที่ตั้งไว้เฉพาะ ‘คุณหญิงภรณี’ รังสรรค์ชะงักกึก สีหน้าที่กำลังเคลิบเคลิ้มแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก เขาถอนหายใจยาว ละมือออกจากร่างระหง แล้วมารีบกดรับสายยกขึ้นแนบหู พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูนิ่งและเป็นปกติที่สุด “ครับคุณหญิง... มีอะไรหรือเปล่า โทรมาป่านนี้ที่ไทยน่าจะดึกมากแล้วนะ” วิภาวรรณมองอาการ ‘กลัวเมีย’ ของชายตรงหน้าด้วยสายตาขบขัน เธอไม่เพียงไม่ขยับหนี แต่กลับค่อยๆ ก้าวเข้าไปซุกตัวชิด แกล้งส่งสายตายั่วยวน และเลื่อนมือไปสัมผัสแผ่นอกกว้างอย่างแผ่วเบาเพื่อท้าทายสติของเขา (ปลายสาย) “คุณสรรค์คะ โทรไปตั้งนานทำไมเพิ่งรับสาย งานเจรจาเรียบร้อยดีไหม” “อ่า... เรียบร้อยดีครับ งานราบรื่นดี มีอะไรหรือเปล่า” รังสรรค์พยายามประคองน้ำเสียงไม่ให้สั่นพลิ้ว แต่ฝ่ามือและสัมผัสลูบไล้จากวิภาวรรณกลับเริ่มรุกราน ร่างบางขยับเข้าเบียดชิด ส่งจุมพิตเบาๆ ที่ซอกคอของเขา แล้วขยิบตาให้อย่างมีเลศนัย (ปลายสาย) “พอดีฉันเห็นว่าคุณอยู่ปารีส เลยอยากฝากดูพวกกระเป๋าหนังรุ่นใหม่กับเครื่องประดับที่ช็อปใหญ่ให้หน่อย จะเอาไปออกงานเดือนหน้า…แล้วนี่ทำ
“ปากบนชิมแล้ว ไหนเอาปากล่างชิมซิ ป๋าอยากแตกใน”วิภาวรรณขยับตัวขึ้นนั่งทับสะโพกสอบ จับแกนกายที่ยังคงแข็งตึงบดเบียดลงบนร่องรักของตนเอง เมื่อรังสรรค์ดันสะโพกสวนขึ้นมา วิภาวรรณก็แสร้งทำเป็นร้อง อื้อออ! ร่างกายบิดเกร็งสะท้านและกัดริมฝีปากแน่น ทำทีเป็นเจ็บปวดเหมือนคนที่เพิ่งเคยถูกสอดใส่ครั้งแรก ชาตินี้ไม่เคยโดนความใหญ่โตขนาดนี้รุกรานมาก่อน“อ๊ะ! ป๋าขา... เจ็บ... วิเจ็บจังเลยค่ะ มันแน่นไปหมดแล้ว… ของป๋าใหญ่มาก อ๊าาา” วิภาวรรณส่งสายตาคลอน้ำตาอ้อนวอน แกล้งขยับสะโพกอย่างเงอะงะบริสุทธิ์รังสรรค์ที่กำลังกึ่มฤทธิ์บรั่นดีและโดนจริตมารยาหญิงมอมเมา ไม่ทันได้เฉลียวใจเลยสักนิด ชายวัยลุงเชื่อสนิทใจว่าตนเองได้เย็ดเด็กสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ยอมมอบครั้งแรกให้เขาเพื่อความรักและสถานะ ความภาคภูมิใจในความเป็นชายที่เมียเด็กชมว่าใหญ่โต มันยิ่งสร้างอารมณ์หลงใหลให้พุ่งสูงถึงขีดสุด “เด็กดีของป๋า... ไม่ต้องกลัวนะครับ ป๋าจะเบามือนะ”รังสรรค์ประคองเอวคอดไว้แน่น ยิ้มกว้างด้วยความถูกใจและลุ่มหลงอย่างที่สุด ก่อนจะเริ่มยักย้ายสะโพกตอกกระหน่ำความรักให้เมียลับบนเตียงหรูในปารีสอย่างดุเดือด โดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังตกเป็นเหย
“มาเถอะเมียจ๋า...ให้ป๋าเช็กของดูหน่อย” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รังสรรค์ทอดสายตามองเรือนร่างขาวผ่องในชุดชั้นในลูกไม้บางเบาด้วยความหิวกระหาย วิภาวรรณยืนนิ่งด้วยหัวใจที่เต้นระทึก ความกังวลแล่นผ่านเข้ามาในหัวชั่วครู่ เธอกลัว...กลัวว่ารังสรรค์จะจับได้ว่าเธอเคยผ่านการมีลูกและมีสามีมาก่อน แต่ความกังวลนั้นคงอยู่เพียงแวบเดียว เพราะเธอรู้ดีว่าชายตรงหน้าคือประตูบานใหญ่สู่ชีวิตหรูหราที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด เธอค่อยๆ เอื้อมไปปลดเนกไทให้เขาอย่างนุ่มนวล ตามด้วยกระดุมเสื้อทีละเม็ด ราวกับกำลังแกะห่อของขวัญชิ้นสำคัญด้วยความตั้งใจ ทุกการกระทำเต็มไปด้วยความเอาใจใส่ ไม่ใช่เพราะความเสน่หา...แต่เพราะผู้ชายคนนี้มอบสิ่งที่ชานนท์ไม่มีวันให้เธอได้ เมื่อปลดเสื้อผ้าจนเขาเหลือเพียงกางเกงชั้นใน วิภาวรรณจึงเดินไปยังบาร์เครื่องดื่ม หยิบบรั่นดีรินลงในแก้วทรงสูง ก่อนหมุนตัวกลับมาพร้อมรอยยิ้มสะกดใจ “ดื่มกันหน่อยดีไหมคะป๋าขา... จะได้ผ่อนคลาย” เธอยื่นแก้วให้เขา ดวงตาคู่งามสบมองอย่างมีความหมาย รังสรรค์รับแก้วไป แต่สายตายังจับจ้องเรือนร่างงามไม่วางตา “วันนี้อ้อนเก่งนะเรา” “วิก็เขินเป็นเหมือนกันนะคะ” เธอหัวเร
ฝรั่งเศส นครแห่งความหรูหรา แฟชั่น และศิลปะที่ไม่เคยหลับใหล หลังจากการเจรจาธุรกิจและเซ็นสัญญาฉบับสำคัญผ่านไปอย่างราบรื่น รังสรรค์พาเลขาคู่ใจมาร่วมงานเลี้ยงฉลองกับกลุ่มคู่ค้าระดับมหาเศรษฐีชาวต่างชาติโต๊ะอาหารในร้านหรูเต็มไปด้วยเมนูชั้นเลิศจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ พร้อมด้วยไวน์แดงวินเทจระดับตำนานราคาแพงที่ถูกรินลงในแก้วทรงสูงทีละน้อย วิภาวรรณในชุดเดรสเกาะอกสีดำผ่าสูงแหวกหลังดีไซน์หรู เผยแผ่นหลังขาวเนียนและส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างพอดิบพอดี เธอนั่งละเลียดจิบไวน์รสละมุนด้วยท่วงท่าทรงเสน่ห์ ละอองความสุขและความทะเยอทะยานแล่นพล่านไปทั่วเรือนร่าง สายตาของเธอมองออกไปชมแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนของกรุงปารีสด้วยความพอใจ ก่อนกระตุกยิ้มมุมปากและนึกในใจด้วยความเหยียดหยาม ‘ชีวิตหรูหราแบบนี้... ถ้ายังจมปุกอยู่กับผัวไร้อนาคตอย่างชานนท์ ชาตินี้ทั้งชาติอย่าหวังเลยว่าจะได้มาสัมผัส’ นี่ต่างหากคือชีวิตที่เธอต้องการ ไม่ใช่บ้านหลังเล็กๆ กับอาหารธรรมดาบนโต๊ะ ไม่ใช่สามีที่ไม่มีความทะเยอทะยาน และไม่ใช่ชีวิตที่ต้องคอยประหยัดเพื่อรอเงินเดือนสิ้นเดือน ทุกอย่างที่นี่ดูหรูหราและไร้ขีดจำกัด ความรู้สึกเย่อหยิ่งพองโตขึ้นใ
แสงสว่างยามเช้าทอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนเล็ก น้องพะแพงตื่นนอนขึ้นมาภายในห้อง เด็กน้อยขยี้ตาเบาๆ ก่อนจะมองข้ามเบาะนุ่มมาที่เตียงใหญ่ของพี่เลี้ยง พลันดวงตาใสซื่อก็ฉายแววดีใจสุดขีดเมื่อเห็นพี่เลี้ยงสาวนอนอยู่ตรงนั้น“พี่กวางงง…” พะแพงส่งเสียงใสแจ๋ว ร้องทักอย่างร่าเริงตามประสาเด็กแต่พอเด็กน้อยขยับเข้ามาใกล้ สายตาก็เหลือบไปเห็นคนเป็นพ่อนอนซ้อนอยู่ทางด้านหลังของพี่เลี้ยงสาว พะแพงยิ่งตบมือดีใจใหญ่ ยิ้มกว้างอย่างหัวไว “ปะป๊า! พี่กวาง! นอนด้วยกัน... พะแพงอยากให้ ปะป๊ากับพี่กวางนอนแบบนี้ทุกวันเลย”ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำเอาตกอยู่ในความเงียบกริบ ทว่าเบื้องล่างภายใต้ผ้าผืนหนาที่คลุมร่างของคนทั้งสองไว้ ชานนท์กลับไม่ได้มีความคิดจะหยุดยั้งความหื่นกระหายเลยแม้แต่น้อย“งั้น ปะป๊าจะนอนกับพี่กวางนอนทุกวันเลยนะ” แววตาของคุณพ่อลูกอ่อนเต็มไปด้วยความคึกคักรับเช้าวันใหม่ มือกว้างใต้ผ้าห่มจับแกนกายใหญ่โตที่ตึงขึงแข็งปั๋งขึ้นมาทาบลงบนร่องเนื้อฉ่ำหวานของกวาง แล้วบรรจงกดแทรกความแข็งแกร่งสอดเข้าใส่ร่องรักทางด้านหลัง ทีละนิดจนมิดด้าม“อื้อออ!...” กวางสะดุ้งสุดตัว ดวงตาโตขึ้นด้วยความตกใจและตระหนกสุด
เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตคันหรูของวิภาวรรณดังกระหึ่มขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่ตัวรถจะทะยานออกจากบ้านไปโดยไม่คิดแม้แต่จะบอก หรือใส่ใจว่าสามีและลูกสาวจะเป็นอย่างไร เธอละทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังเพื่อมุ่งหน้าไปหาชีวิตอันหรูหรากับท่านประธานรังสรรค์ ทันทีที่เสียงรถยนต์แล่นลับหายไป ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านหลังเล็ก ชานนท์ที่ลืมตาตื่นอยู่บนเตียงในห้องนอนเด็ก กำลังมองเรือนร่างขาวผ่องเปลือยเปล่าของกวางที่ยังคงนอนหลับอยู่ข้างกายด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มเนียนและซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นจนเมียเด็กเริ่มรู้สึกตัวงัวเงียขึ้นมา “อื้อ... พี่นนท์ขา…” กวางปรือตาขึ้นมอง บิดกายเสียวซ่านยามสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งตึงแน่นที่กำลังบดเบียดอยู่ตรงสะโพก “คุณวิ... ไปแล้วเหรอคะ” “ไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วครับ... ไม่เคยสนใจผัวหรอก” ชานนท์กระซิบพร่า มือกว้างบีบเฟ้นเต้าอกอวบอิ่มอย่างมันมือ “ตอนนี้ทั้งบ้าน... และทั้งเตียงนี้ เป็นของผัวกับหนูคนเดียวแล้ว” ชายหนุ่มขยับตัวเลื่อนพิงหัวเตียง จับกวางให้ขยับลงไปอยู่ระหว่างขา ชูท่อนเอ็นแกร่งที่ยังคงชูชันตึงแน่นท้าทายสายตาขึ้นตรงหน้าเธอ “เมียจ๋า...เด็กดีของผัว ดูดควยให้ผั







