INICIAR SESIÓN...........
บทที่ 2
พี่แทนของน้อง
...........
พอฝนซาฟ้าก็สดใส ยุริญดาหอบเอาแฟ้มงานหอบใหญ่ออกจากรถของตัวเอง เธอยิ้มให้กับอากาศอันสดชื่นยามเช้า เมื่อคืนฝนตกหนัก พลอยทำต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี เธอชอบบรรยากาศดีๆ แบบนี้ ชอบที่สุดคือได้หลุดออกจากกรงของบิดามารดา แม้เพียงชั่วครู่ชั่วยามก็ยังดี
“บ่ายสองพี่จะมารับนะ รอรับโทรศัพท์พี่ด้วย” ริษาบอกคนที่เธอเพิ่งขับรถมาส่ง
“เลตสักชั่วโมงไม่ได้เหรอ ฉันก็อยากไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง”
ยุริญดาต่อรองกับพี่เลี้ยง แม้อายุห่างกันเพียงสองปี แต่ริษานั้นโตเป็นผู้ใหญ่กว่าเจ้านายมากนัก
“ได้สิคะ ถ้าคุณท่านสั่งมาพี่จะเลตให้ ลองโทรไปหาคุณพ่อดูสิ”
พอพี่เลี้ยงเอ่ยอย่างนั้น ยุริญดาก็ค้อนขวับ
“พี่นี่โหดจริงๆ ไม่คิดจะขัดคำสั่งพ่อฉันบ้างเหรอ”
พี่เลี้ยงสาวยิ้มรับอย่างขออภัย ยุริญดาหอบแฟ้มงานเอาไว้แล้วร่ำลาเจ้าหล่อนดิบดี เพื่อนนักศึกษาเริ่มเดินกันขวักไขว่ ส่วนมากก็คนที่มีเรียนเช้า ส่วนเธอมีเรียนตอนเก้าโมงเศษๆ คิดว่าจะหอบแฟ้มงานไปส่งอาจารย์แล้วค่อยไปหาอะไรกินที่ร้านข้าง ม. เธอรีบออกมาจนไม่ได้กินมื้อเช้าที่ริษาเตรียมไว้ให้
ยุริญดาในชุดนักศึกษาที่กระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า ส่วนตัวเสื้อเหมือนจะใส่เบอร์ใหญ่กว่าปกติไปสองเบอร์ หญิงสาวแต่งหน้าเพียงบางๆ แต่พวงแก้มสวยและดวงตากลมโตดำขลับก็ทำให้คนที่เฝ้าดูอยู่สะดุดตาเอาง่ายๆ
แทนไทก้าวออกมาจากหลังต้นเสาที่หน้าตึกคณะบริหารฯ ยุริญดามองเขาเช่นที่มองเพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ ไม่ได้มีปฏิกิริยาอื่นใดแม้แต่น้อย
“นี่! ใจคอจะไม่ทักฉันหน่อยเหรอ”
แทนไทในชุดนักศึกษาที่ยัดชายลงในกางเกงไม่เรียบร้อยนัก เอ่ยทักน้องสาวเพื่อนด้วยเสียงห้วนๆ วีรกรรมของยุริญดานั้น เขาจำฝังใจทีเดียว
“ทักทำไม รั้วบ้านก็ติดกัน เห็นหน้ากันแทบจะสามเวลาหลังอาหาร”
“แล้วเรื่องเมื่อวานล่ะ”
ยุริญดาทำหน้าครุ่นคิด สองมือยังหอบแฟ้มงาน สองขาก้าวไปยังลิฟต์ตัวที่อยู่ใกล้สุด แทนไทตามเธอมา และคว้าเอาแฟ้มทั้งหมดไปถือไว้เสียเอง
“เรื่องเมื่อวานอะไร อ้อ...” เธอละไว้ในฐานที่เข้าใจ เข้าลิฟต์ไปกำลังจะกดชั้นที่ต้องการ น้องนักศึกษาชั้นปีหนึ่งที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าก็ก้าวขาจะเข้ามาในลิฟต์ด้วย ทว่ารุ่นพี่ปีสี่ขาโหดอย่างแทนไท กลับถลึงตาใส่จนพวกเขาถอยร่นออกไปตามๆ กัน เธอส่ายหัวระอา แต่ก็ยอมกดปุ่มให้ลิฟต์เลื่อนขึ้นไป
“เธอลืมเหรอ ลืมง่ายๆ เนี่ยนะ?”
“แล้วพี่จะมาอะไรกับฉันล่ะ งานฉันเยอะพี่ก็เห็น” เธอชี้ใส่แฟ้มงานในอ้อมแขนเขา
“แต่มันไม่ใช่เรื่องที่จะลืมง่ายๆ เธอนี่มัน...”
แทนไทสุดจะเอ่ยคำใด ได้แต่เม้มปากแน่น ระงับความขุ่นเคือง
ยุริญดากลั้นขำ เอื้อมมือไปหาท่อนแขนตึงเปรี๊ยะที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแขนยาวที่พับแขนขึ้นมาถึงศอก เธอตบแขนเขาเบาๆ ราวกับปลอบประโลม
“เอาน่า...อย่าคิดมาก ฉันไม่บอกใครหรอกว่าของพี่น่ะไม่อร่อย”
แทนไทมึนงง ยัยคนนี้พูดบ้าอะไรนี่
“แน่ะๆๆ ยังมาถลึงตาใส่เราอีก เขินละสิ ไม่ต้องเขินนะพี่ ทั้งดื่มหนักทั้งสูบบุหรี่อย่างพี่น่ะ รสชาติมันก็คงประมาณนั้นแหละ”
“นี่เธอ!?”
“จุ๊ๆๆ ไม่เถียงกันได้ไหม เสียพลังงานมากเลย ฉันหิวนะเนี่ย”
“สรุปว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องเมื่อวานเลยใช่ไหม”
“อะไรวะพี่นี่! พูดไม่รู้เรื่อง ก็ถ้าถามว่ารู้สึกยังไง ก็เออ...เสียวดีนั่นแหละ”
“ยุริญดา!?”
“โอ๊ย! จะมาร้องใส่หน้าฉันทำไมฮะ”
“ก็เธอ...เธอ!”
ป้าบๆๆ
เสียงมือน้อยตบแรงๆ บนบ่าของชายหนุ่ม แทนไทมองมือหล่อนตาขวาง นี่เขาเป็นเพื่อนเล่นหล่อนหรือไง
“ใจเย็นๆ พี่ ฉันเข้าใจพี่นะ แต่ว่า...ฉันโตแล้วไง ถึงจะแอบแรดไปบ้างแต่ฉันก็เลือกนะ หน้าที่ฉันคือเรียนหนังสือ ฉันไม่หาเรื่องใส่ตัวด้วยการมีแฟนให้แม่ด่าหรอก โดยเฉพาะแฟนแบบพี่เนี่ย ตกลงคบกันไปฉันคงน้ำตาเช็ดหัวเข่า โอ๊ย...แค่คิดยังสงสารตัวเอง ไม่ไหวอะพี่ ฉันว่าฉันตั้งใจเรียนดีกว่า”
แทนไทอ้าปากค้างเมื่อพูดไม่ทันแม่คนช่างจ้อ สิ่งที่อยากพูดถูกเบรกจนหมดหนทาง แล้วเขาจะพูดอะไรได้อีก
ติ๊ง!
สัญญาณลิฟต์ดังเมื่อถึงที่หมาย ยุริญดายิ้มร่า เอื้อมมือไปหาแฟ้มงานของตัวเอง แต่ว่า...
โครม!
แฟ้มงานมากกว่าหนึ่งหล่นลงเบื้องล่าง ยุริญดามองมันอย่างตกตะลึง แทนไทยักไหล่ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“พอดีมือฉันไม่มีแรงน่ะ สงสัยร่างกายต้องการคาเฟอีน เธอก็...รีบๆ เก็บแล้วเอาไปส่งอาจารย์เองละกัน” พูดจบก็เดินออกจากลิฟต์ด้วยมาดกวนๆ
ยุริญดาถลึงตาใส่แผ่นหลังกว้างของเขา ก้มลงเก็บเอาแฟ้มงาน ปากก็ให้พรเขาไปด้วย
“ไอ้คนเลว! ขาดคาเฟอีนอย่างนั้นเหรอ หายาโรคประสาทแดกเหอะจะได้หายบ้า! ฮึ่ม!” ครางฮึ่มๆ ด้วยเคืองใจในการกระทำของเพื่อนพี่ชาย พวกเธอเรียนที่เดียวกัน คณะเดียวกันแต่คนละสาขา อันที่จริงเมื่อวานมันคือความผิดพลาดนะ เธอไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นกับใครหรอก ถึงบางทีจะอยากก็เถอะ ต้องโทษฝนนั่นแหละ โทษฝนที่ตกกระหน่ำกับความมือไวใจกล้าหน้าด้านของเขานั่นแหละ!
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
...........วันแรกๆ ที่ไม่มีแทนไท ยุริญดาตื่นเช้ากว่าที่เคย เธอคิดว่าเป็นโรคประหลาด เหมือนจะหูแว่วได้ยินเสียงเครื่องดูดฝุ่น และพอมันเป็นเพียงแค่สิ่งที่เธอคิดไปเอง เธอเลยนอนไม่หลับ คอยแต่จะเงี่ยหูฟังโดยอัตโนมัติเธอกลับมาที่คอนโดฯ คนเดียว แม้ว่ามารดาคะยั้นคะยอให้อยู่บ้า
“คงดีกว่าถ้าคุณกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย อย่างน้อย ผมจะได้เป็นพยานได้ว่าฝีมือของเจ้านายผมไม่ได้ทำให้คุณถึงแก่ชีวิต”ปิ่นมุกเม้มปาก ปัดมือเขาออกอย่างสุภาพที่สุด“เพราะผลประโยชน์สินะ ช่างเป็นเลขาที่เลอค่าเหลือเกิน”“อือฮึ เชิญ...ผมจะไปส่งคุณที่
สารภาพออกมาอย่างเหลืออด ก็ตั้งแต่วันที่ตกลงว่าจะไปจดทะเบียนสมรส จนถึงวันนี้ก็เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้จดสักที ยุริญดาบ่ายเบี่ยงตลอด“พี่อ่า...”ยุริญดาหน้าเง้าหน้างอ อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่เห็นต้องไปจดทะเบียนให้ยุ่งยากเลย“พ่อๆ แม่ๆ ถามพี่ไม่เว้น
“พี่!? คอ! คอจะหักไหม!” ถามเขาแต่เขาหัวเราะใส่ ก็เธอกลัวจริงๆ นี่ เขาเลยจับบั้นท้ายเธอดีๆ ให้ตั้งวางอย่างเหมาะสม ความสาวของเธอกำลังอ้าอมท่อนลำแห่งชาย ในท่านี้นั้นเธอเห็นมันอย่างชัดเจน เขาจงใจสินะ จงใจให้เธอเห็นว่าเขาทำอะไรกับเธอบ้าง และมันช่างสร้างแรงกำหนัดได้ดีเหลือเกิน







