เข้าสู่ระบบ“ริษา...เก่งมาก...เก่งมากเลยรู้ไหม” ชื่นชมคนที่ตัวเองกำลังกอดรัดอยู่ รับรู้ถึงแรงหอบหายใจอันรุนแรงของหล่อน เขาผละจากการกอดร่างงาม ดึงหล่อนออกจากอ้อมแขนเพื่อจะพบเจอสตรีที่งดงามที่สุด วงหน้าหล่อนยังแดงเรื่อ ผิวหน้ามันวาวด้วยหยาดเหงื่อ พวงผมยาวๆ ที่เกล้าไว้ดิบดีก็หลุดลุ่ย “เจ็บไหม..” ยามเอ่ยคำถามออกไป พวงแก้มของริษาก็ได้ซับสีโลหิตมากขึ้นไปอีก
“อือ...”
“แล้ว...ดีไหม...” ถามอีกด้วยใคร่รู้ คราวนี้หล่อนพยักหน้าแล้วหลบเลี่ยงสายตา รอยยิ้มสมใจเลยได้ผุดขึ้นที่มุมปากของเขา
ทั้งสองนั่งเงียบๆ อยู่ในท่านั้นจนหายเหนื่อย ก็ได้พากันจัดการกับตัวเองแล้วกลับไปนั่งที่เบาะข้างหน้า พวกเขาแต่งตัวใหม่อีกรอบหนึ่ง
ริษาเจ็บจุกที่ท้องน้อย อยากกลับไปนอนพักมากกว่าไปงานเลี้ยงใดๆ แต่เธอทำแบบนั้นไม่ได้ งานการของเธอยังรออยู่ เธอสางผมด้วยหวีเล็กๆ ที่มีในกระเป๋า จัดการดึงผมมวยที่ยุ่งเหยิงลงมา หวีดิบดีแล้วปล่อยผมให้ทิ้งตัวระแผ่นหลัง ตอนนี้รอยคิสมาร์กของภากรได้ปรากฏที่ข้างลำคอของเธอแล้ว เธอรีบแตะแป้งพัฟมากลบรอยนั้นไว้
ภากรดึงทิชชูเปียกไปเช็ดแผ่นหลังนอกร่มผ้าให้ริษา เช็ดเหงื่อให้หล่อนอย่างตั้งอกตั้งใจ “กลับบ้านดีไหม ไปพักเถอะ เธอจะมาเดินนานๆ ได้ยังไง”
“ได้ค่ะ เดินได้ ถ้ากลับบ้านไป คุณยุภาคงได้สงสัย”
“ฉันจะบอกว่าเธอไม่สบาย”
“เดือนที่แล้วริษาลากเสาน้ำเกลือไปทำงานนะคะ ถ้าคุณยังจำได้”
“อา...จริงด้วย ขอโทษที พ่อกับแม่ไม่อ่อนโยนกับเธอเลย”
“ทนได้ค่ะ มันเป็นงานนี่นา” เอ่ยด้วยเสียงเนือยๆ เก็บแป้งตลับและหวีลงกระเป๋า ยังรับรู้ถึงแรงที่คนข้างหลังใช้ทิชชูหมาดชื้นเช็ดแผ่นหลังให้กัน เขาจูบลงมาที่หัวไหล่ของเธอ ลากปลายจมูกเข้ามาเรื่อยๆ ผ่านบ่าบางเข้าสู่ซอกคอที่มีเส้นผมคลี่คลุมอยู่ เธออดไม่ได้ที่จะคล้อยตาม ทำไมลมหายใจกับจมูกคมๆ นี่ถึงร้ายกาจนักนะ
“แล้วเรื่องของเราล่ะ คงไม่ใช่...เรื่องงานใช่ไหม” คำถามของเขาถูกโต้ตอบด้วยความเงียบงัน ริษายังไม่ยอมเปิดปาก กระทั่งโทรศัพท์ที่อยู่บนตักหล่อนสั่นครืดๆ ขึ้นมา เขาเหลือบมองผ่านๆ ทว่ากลับสะกิดใจรุนแรง
“ใครโทรมา” เขาถามแต่หล่อนไม่ตอบ หล่อนกดรับสายและพูดคุยด้วยวาจาสั้นๆ ก่อนจะวางสายไป “ฉันถามว่าใคร”
“พี่...ที่ที่ทำงานค่ะ”
“ไม่เชื่อ! ไอ้บ้านั่นใช่ไหม!”
ริษาคร้านจะโต้คารมกับเด็กขี้หวงไม่รู้จักโต “งั้นมั้งคะ”
ฟิ้ว!
ทิชชูชื้นๆ ในมือเขาถูกปาลงบนตักของริษาอย่างเคืองๆ เธอมองเขาอย่างตำหนิ เธอไม่ใช่ถังขยะนะ
“ถ้าโกหกกันก็แล้วไป แต่ถ้ามีจริงๆ ละก็ ไปเลิกกับมันซะ!”
“ไม่ค่ะ”
“นี่! มันเป็นใครฮะ! ทำงานที่บริษัทเหรอ เอาสิ ถ้าไม่เลิกกับมันในวันสองวันนี้ละก็ ฉันจะหาเรื่องไล่มันออก”
“คุณกร! อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนเรื่องงานได้ไหม คุณกำลังพาลนะ”
“อือ...ฉันพาล ฉันไม่ชอบใช้ผู้หญิงร่วมกับคนอื่น ถ้ามีคนของตัวเองอยู่จริงๆ ละก็ ไปจัดการให้เรียบร้อย อ้อ...อย่าลืมกินยาคุมด้วยล่ะ ฉันไม่พร้อมจะเป็นพ่อใครหรอก”
ริษากำหมัดแน่นเมื่อได้ยินวาจาของคนที่เพิ่งจะพรากพรหมจรรย์ของเธอ เมื่อกี้ผีห่าซาตานบังตาหรือไงนะ เธอถึงได้ยอมเขาง่ายๆ
“ค่ะ...ริษารู้ คนอย่างคุณเป็นพ่อใครไม่ได้หรอก เป็นลูกที่ดียังไม่ได้เลย”
“นี่เธอ!”
“จะไปงานไหมคะ ถ้าช้ากว่านี้แม่คุณได้ฆ่าริษาแน่”
ภากรพ่นลมหายใจอย่างเดือดดาล เขาดึงสายเบลท์มาคาด ทว่าพอจะออกรถก็ดันเห็นบางอย่างเข้า เขาเอื้อมมือไปหาหล่อน ริษาเบี่ยงร่างหนี
“อยู่เฉยๆ สิ” สั่งแล้วดึงช่อผมยาวๆ มาไว้ที่ข้างลำคอ ให้มันช่วยปิดรอยคิสมาร์ก “มันยังเห็นรอย”
“ก็บอกแล้วว่าอย่าทำ”
“อดไม่ได้ รสชาติเธอ...มันถูกปาก”
ทั้งสองจ้องตากันชั่วขณะ เหมือนมีล้านคำพูดแต่ไม่อาจสื่อสารด้วยเสียงเจรจา แล้วภากรก็เหนี่ยวลำคอหล่อนเข้ามาหา พาริมฝีปากไปจุมพิตตีตราแม่คนงาม “ฉันไม่ยกเธอให้ใครเด็ดขาด ไม่มีวัน”
ดวงตาคู่สวยของริษาจ้องดวงตาของคนที่อยู่ตรงข้าม ทำไมถึงได้เอาแต่ใจนักนะ “ริษาจะไม่เลิกกับเขา” เธอเอ่ยออกไปอย่างที่ใจคิด
“ถ้าอยากคบซ้อนก็เอาสิ ไอ้บ้านั่นมันคงได้กระอักเลือดตาย”
“เขาไม่รู้เรื่องของเรา เขาไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่คุณสิ”
“ฉันทำไม!”
“คงรำคาญเหมือนมีอะไรทิ่มใจอยู่ทุกวัน การมีอยู่ของผู้ชายคนนั้นจะกวนใจคุณ อ้อ...ถ้าอยากเล่นงานเขาโดยเอาเรื่องส่วนตัวไปปนกับเรื่องงานละก็ ลองดูก็ได้นะ แล้วมาคอยดูกัน ระหว่างริษาที่มีเหตุผล กับผู้ชายที่ไม่รู้จักโตอย่างคุณ คุณท่านจะเลือกเข้าข้างใคร”
“ริษา!”
“อะไรๆ ก็ได้สมใจแล้ว อย่าบังคับกันนักสิคะ ให้พื้นที่ริษาได้หายใจบ้าง ทุกวันนี้นอกจากตอนเข้าห้องน้ำก็แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองแล้ว ริษาเหนื่อยนะคะ บางวันก็เหนื่อยมากจริงๆ” เป็นครั้งแรกที่ริษากล้าพูดแบบนี้กับคนที่เป็นเจ้านาย อาจเพราะเรื่องเมื่อครู่นี้ หากเป็นคนที่รักกันสักหน่อย คงได้พูดออกมาว่ากลายเป็นคนคนเดียวกันแล้ว แต่สำหรับพวกเธอนั้น มันไม่ใช่เลย
ภากรสูบลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เมื่อได้ยินคำสารภาพของคนที่นั่งข้างๆ ความสงสารผลิพุ่งในใจเขาเหมือนกาน้ำร้อนบนเตาที่กำลังเดือดปุดๆ เขาตัดสินใจเงียบเสีย ไม่ได้โต้ตอบอะไร แค่เอื้อมมือดึงสายเบลท์มาคาดให้หล่อน ในเวลาที่ความเงียบงันคลี่คลุมบรรยากาศ
และความเงียบก็ยังปักหลักอยู่เช่นนั้น ตั้งแต่ภากรเริ่มหมุนพวงมาลัย กระทั่งรถจอดสนิทที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง อันเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงวันนี้นั่นเอง
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
ยุริญดามองเขาอย่างไม่เข้าใจ อะไรกันอีกละนี่“เธอยังไม่เสร็จ”“ฉันเสร็จแล้ว” เธอแก้ต่าง เธอสุขสมไปเรียบร้อยตั้งแต่ถูกมือเขาบดบี้ส่วนสงวนนั่นแล้ว“หมายถึงรอบสอง”“หา!? อื้อ...”ยุริญดาไม่ต้องงุนงงอีกต่อไป เมื่อแทนไทซุกหน้าเข้าหาหว่างขาของเธออีกรอบหนึ่ง ปลายลิ้นเขาพลิกพลิ้วตรงเกสรดอกรักที่บวมเป่งขึ้นม
ความต้องการอันมากล้นพาให้ความชุ่มฉ่ำผุดซึมที่ปลายยอดแห่งความเป็นชาย หยาดธาราใสๆ หยดย้อยหนืดเหนอะยามที่แรงปรารถนาเข้าครอบงำ ยิ่งได้เห็นเนินเนื้อที่ไร้แพรไหมสีนิลคลี่คลุม ความต้องการของแทนไทก็พุ่งขึ้นร้อยเท่าพันทวี จะอย่างไรวันนี้ เขาก็ต้องได้เข้าไปอยู่ในตัวของยุริญดา แต่ทว่า...จุ๊บ...เสียงจูบเบาๆ
แทนไทมองคนตรงหน้าอย่างปรารถนายิ่ง ผิวหล่อนช่างเนียนละเอียด ริมฝีปากก็แลดูนุ่มนวลนัก เขาอดใจไม่ไหว บดจูบลงไปยังกลีบปากสีชมพูระเรื่อ ยุริญดาพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่เขาบังคับศีรษะหล่อนไว้ ให้มันตั้งตรงอยู่เช่นนั้น และทำได้เพียงการเผยอปากให้เขาจูบแต่โดยดี“อา...จูบแม่ง...หวานฉิบหาย!” เขาสบถอยู่ตรงหน้า
แทนไทตอบมารดาของเพื่อนด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง กิริยาท่าทีก็ดูสุภาพเรียบร้อย ไม่เหมือนแทนไทตอนที่อยู่กับยุริญดาสักกระผีก“อืม...ดี ดีเลย สอนน้องด้วยสิ ยัยยุเต้นรำไม่เอาไหนเลย ฝากน้องด้วยนะแทน”“แม่คะ?”“หยุดค่ะลูก เต้นกับพี่แทนนะ เต้นกับพี่เขาดีกว่าเต้นกับผู้ชายเจ้าชู้พวกนั้นเยอะเลย นะๆ แม่ไปละ เหมือ







