เข้าสู่ระบบ“ฉันรับสายตอนนี้ไม่ได้ ฉัน...” เขาอ้าปากค้าง เมื่อการขยับร่างเพียงเล็กน้อยของริษาพาให้เกิดความเสียวสยิวไปทั่วผิวเนื้อ ยิ่งตอนที่หล่อนก้มมองเบื้องล่างแล้วดึงเอาชายชุดเดรสไปกอดไว้ เผยเนินเนื้อนุ่มนูนที่กำลังอ้าอมเอาความใหญ่ยาวแข็งกร้าวไว้จนมิด เขา...ก็แทบจะปามือถือทิ้ง
ครืดๆ ครืดๆ
หมับ!
โทรศัพท์ของภากรถูกแย่งไป พอๆ กับปากเขาที่ถูกหล่อนเอื้อมมือมาปิด ริษาเป็นฝ่ายกดรับสาย ดีแล้ว อย่าให้เขาต้องพูดอะไรกับมารดาตอนนี้เลย
‘ฮัลโหล...’
คนปลายสายส่งเสียงมา ริษาสูบลมหายใจเข้าลึกๆ เพราะเธอกำลังจะโป้ปดคำโต
“เอ่อ...ริษาเองค่ะคุณท่าน”
‘แล้วตากรไปไหน’
มือที่ปิดปากภากรไว้ ต้องเลื่อนมาปิดปากตัวเอง เพราะในขณะที่เธอกำลังแต่งเรื่องโกหกคุณยุภานั้น ลูกชายของคุณยุภากลับกลั่นแกล้งเธอ เขาจับบังคับเอวเธอให้ร่อนส่ายช้าๆ พาความนุ่มอุ่นของกายสาวบดเบียดเสียดสีกับท่อนลำอันแข็งกร้าวแห่งบุรุษ ความเสียวซ่านแล่นพล่านในร่างนี้ พอๆ กับความไม่รักดีที่เธอกำลังทำอยู่
“คุ...คุณกร...เอ่อ...คุยกับช่างค่ะ ระ...รถ รถเรายางแตก”
‘หา!? ได้ยังไง แล้วลูกฉันเป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ ไม่มีใครเป็นอะไร”
“แล้วไป แล้วเมื่อไหร่จะเปลี่ยนยางเสร็จฮะ’
“อ่า...ไม่แน่ใจนะคะ พอดีเพิ่งจะเริ่ม คงไม่ ‘เสร็จ’ ง่ายๆ ค่ะ...อ๊ะ!” เธอหลุดเสียงครางเมื่อคนข้างล่างจับเอวเธอส่ายวนบนตัวเขาเร็วแรงขึ้นอีก คุณยุภาก็กระไร ถามออกมาได้ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ มันไม่เสร็จตอนนี้หรอกน่า!
คนปลายสายมุ่นคิ้วงุนงงเมื่อได้ยินเสียงประหลาดของริษา
‘เป็นอะไรยะแม่คนนี้’
“อ่า...ยะ...ยุงค่ะ ยุงกัด ยุงตัวโตเบ้อเร่อเลยค่า” ตอบแล้วต้องเอามือปิดปากตัวเองกั้นเสียงคราง เพราะสองมือของภากรยกบั้นท้ายเธอขึ้นแล้ววางลงแรงๆ ให้ชิ้นส่วนแห่งชายได้กระทบกระแทกสอดแทรกเข้ามา
‘อือๆ รีบๆ เข้าก็แล้วกัน ดูแลตากรให้ฉันด้วย’
“ค่ะ...คุณท่าน เอ่อ...ขอวางสายนะคะ คุณกรเรียกริษาอยู่ข้างนอกค่ะ”
‘อือๆ’
สิ้นเสียงวางสายของคุณยุภา โทรศัพท์ในมือของริษาก็ถูกขว้างทิ้ง มันหล่นลงบนเบาะข้างตัวภากร
“อา...ริษา...ริษา...อ๊า...”
เขาครางกระเส่าเมื่อตัวตนหล่อนโอบรัดร่างเขาจนปวดไปหมด ริษาผลักร่างเขาใส่พนักพิงแรงๆ ก่อนที่หล่อนจะโยกขยับด้วยตัวเอง สะโพกผายกำลังร่อนส่ายบนตัวเขาด้วยลีลาอันเย้ายวนใจ ใครกันช่างสั่งสอน ใครบอกให้ทำแบบนี้ เก่งเหลือเกินริษา
“คุณท่านบอกให้คุณกร เสร็จเร็วๆ”
“ก็ฉัน...ยังไม่อยากเสร็จ อ๊ะ!”
“ไม่สำนึกอีก เราโกหกคุณท่านนะคะ” ว่าทั้งที่ตัวเองยังส่ายสะโพกโยกร่อนบนตัวเขาซ้ำๆ บดเบียดความชุ่มฉ่ำที่ชื้นแฉะด้วยหยาดธาราแห่งปรารถนาเข้ากับความกร้าวแกร่งแห่งชาย มิรู้ว่าหยาดอะไรต่อมิไรผุดซึมไม่หยุดหย่อน รู้แต่ว่ายิ่งเสียวสยิวมากขึ้นเท่าไร บนตักของภากรก็ได้เปียกชุ่มขึ้นเท่านั้น
“อื้อ...คุณกร!” ริษาร้องดังเมื่อเขาจับเธอพลิกลงไปกับเบาะในแนวนอน ขาเธอถูกจับให้แยกออก ปลายเท้าแทบจะยันกับเพดานรถ ท่อนลำอันแข็งแรงนั้นยังปักคาอยู่ที่ส่วนนั้นของเธอ เขาเริ่มส่งแรงเข้าออก เข้าและออกซ้ำๆ แรงๆ แรง! จนเธอหัวสั่นหัวคลอน
บทรักของหนุ่มสาวยังดำเนินต่อไปอย่างเร่าร้อน หยาดเหงื่อจากสองร่างไหลรวมเป็นหนึ่ง เสื้อสูทเนื้อดีของภากรจำต้องถอดทิ้งก่อนที่มันจะชุ่มเหงื่อมากกว่าที่เป็น แล้วไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ร่างเปลือยของคนทั้งสองก็ได้สัมผัสกันอย่างถนัดถนี่โดยไม่มีอะไรขวางกั้น ปลายถันของทั้งคู่บดเบียดเสียดสี ก่อให้เกิดความเสียวซ่านไม่แพ้การสวมสอดที่เบื้องล่าง เสียงดังพั่บๆ อันเกิดจากการกระทบกระแทกยังดังอย่างต่อเนื่อง พอๆ กับปากร้อนของเขาที่เพียรดูดดึงผิวเนื้อที่ข้างลำคอของหล่อน
“อา…ดีชะมัด!”
“อย่า...คุณกร เดี๋ยวมันเป็นรอย...อื้อ...”
พออ้าปากบ่นว่า เขาก็จูบลงมาถี่ๆ ราวกับไม่อยากให้เธอส่งเสียงใดๆ ราวกับอยากให้เธอเก็บเสียงไว้เพื่อครวญครางเท่านั้น ฝ่ามือเขาขยุ้มขยำที่พุ่มทรวงของเธอ บางคราวปลายนิ้วแข็งแรงก็บี้ปลายถันเบาๆ ให้เธอได้ร้องระงมเพราะความสยิวอันแสนทรมาน
“อีกนิดริษา อีกแค่...นิดเดียว...อ๊า...”
ภากรพร่ำบอกยามโหมร่างใส่คนที่กำลังหัวสั่นหัวคลอน เขารั้งศีรษะหล่อนขึ้นมาใกล้แล้วจูบปาก จูบแก้ม พรมจูบลงไปทั้งหน้าในเวลาที่ใกล้ถึงจุดแห่งความอิ่มเอม มิมีใครทำได้เหมือนริษาสักคน หากได้เริ่มแล้วละก็ ต้องเป็นชั่วโมงกว่าจะเสร็จสมอารมณ์ใคร่ ทว่าพรหมจรรย์อันนุ่มแน่นของหล่อน กลับบีบรัดตัวตนเขาจนไม่อาจทนไหวอีกต่อไป
“คุณกร...อ๊ะ! คุณกร...” เธอเรียกชื่อคนที่กำลังกระหน่ำร่างอัดกระแทกส่วนนั้นของเธอ ในตอนที่ใช้ศอกยันกายเพื่อเฝ้ามองการกระทำอันเร่าร้อนนั้น เธอเห็นตัวตนแห่งชายอย่างชัดเจน ท่อนลำอันยิ่งใหญ่และมันวาว กำลังผลุบเข้าผลุบออกในร่องรูอันเล็กจ้อยของเธอ นำพาหยาดธาราแห่งความเสียวซ่านชโลมเนินเนื้อนุ่มนูนจนชุ่มลื่น เธอโอบแขนรอบคอเขา เหนี่ยวร่างขึ้นไปหาเมื่อเสียงคำรามอย่างสุดจะกลั้นดังออกจากริมฝีปากของภากร และความอุ่นร้อนอย่างของเหลวอันขุ่นข้นพุ่งสู่ร่างของเธอ ช่างเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดนัก มันสุขสมแต่ก็ทรมาน มันเจ็บปวดแต่ก็งดงามเหลือเกิน
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
“แม่ริษา! รองเท้าฉันอยู่ไหน ริษา!” ยุภา ไกรวัลย์ สตรีวัยสี่สิบแปดรูปร่างอวบอิ่มเจ้าเนื้อ ร้องเรียกเด็กที่ตัวเองอุปการะมานานปี ริษาคือคนที่ขับเคลื่อนทุกสิ่งอย่างในบ้านนี้ แม้ว่าอายุหล่อนจะมากกว่าลูกสาวเธอแค่ปีสองปีก็ตาม “มาแล้วค่ะคุณท่าน รองเท้าค่า” ริษาวิ่งออกมาพร้อมรองเท้าสองคู่ที่แตกต่างกัน ยา
...........บทที่ 3ในรถในราก็ไม่เว้น...........อันที่จริง แม้แต่ตอนยืนรอชาไข่มุกของแม่ตัวแสบนั้น แทนไทก็ยังงงอยู่ว่าอะไรทำให้เขาต้องมายืนอยู่ตรงนี้ แต่เขาคิดว่าทำถูกแล้วที่ได้เอ่ยรับปากหล่อนไป อย่างน้อยๆ ก็เห็นแก่ความเป็นเพื่อนระหว่างเขากับภากร การบริการน้องสาวหล่อนบ้างเป็นครั้งคราว คงไม่เหนือบ่
ชายหนุ่มดึงกางเกงขึ้นมาคล้องเอวไว้ลวกๆ เสื้อที่สวมอยู่กระดุมถูกปลดลงถึงสามเม็ดด้วยกัน เขามองคนที่ยืนอยู่ในกระจกเงา โครงหน้าคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสันกับริมฝีปากรูปกระจับที่งดงามไม่แพ้อิสตรีนั้น ทำให้สาวๆ หลงใหลเขาไม่น้อย เขาไม่เคยปฏิเสธเมื่อพวกหล่อนเสนอ เขาตอบแทนคนที่บำเรอรักให้เขาอย่างคุ้มค่าเสมอ หาก
“จบ ป.ตรี ที่นี่แล้วไปเรียนต่อที่อังกฤษนะ มีที่เรียนให้ลูกเลือกเยอะเลย แม่ดูไว้ให้แล้ว แต่ถ้าลูกไม่ชอบละก็ เราค่อยไปดูด้วยกันอีกทีก็ได้”“แม่...กลับเถอะ ผมมีเรียนเช้า” เขาโป้ปดด้วยไม่อยากเห็นหน้ามารดา ไม่อยากเห็นท่าทีใส่ใจของท่านให้เจ็บปวด ก่อนหน้านี้ที่บ้านยังมีแม่นี่นา ยังมีอาหารอุ่นๆ ที่แม่ทำ ม







