LOGIN...........
บทที่ 5
ถึงร้ายก็รัก
...........
งานเลี้ยงเต้นรำยังคลาคล่ำด้วยผู้คน เสียงเจรจาภาษาธุรกิจยังแว่วมาให้ได้ยินอยู่เนืองๆ ริษาลากขาออกมาจากในงาน หลังจากยืนเคียงข้างเจ้านายอยู่เกือบสองชั่วโมงจนขาล้าไปหมด เธอขอตัวออกมาสูดอากาศ เมื่อเจ้านายทั้งสองดูท่าว่าจะจีบนักลงทุนชาวต่างชาติได้เพิ่มอีกสองคนในชั่วโมงหลัง การได้นั่งพัก ได้สูดหายใจโดยไม่ต้องปั้นยิ้มให้ใครมันดีที่สุดแล้ว
ร่างกายเธอกำลังต่อต้านละนะ มันบอกเจ้าของให้กลับไปนอนเสีย แต่เธอก็ยังต้องอยู่ ต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างมิมีขาดตกบกพร่อง
“น้ำเปล่าหน่อยไหม”
เสียงหนึ่งดังอยู่เบื้องบน พอเงยหน้าขึ้นมองจึงได้เห็นบุรุษร่างสูงหน้าตาใจดียืนอยู่ข้างม้านั่งที่เธอนั่งอยู่ เธอรับเอาแก้วน้ำเปล่าจากมือเขา ทั้งขยับแบ่งที่บนม้านั่งตัวน้อยให้เขาได้หย่อนกายลงมา
อธิป เป็นเลขาคนหนึ่งของผู้บริหารในบริษัทไกรวัลย์ ด้วยงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกันของพวกเลขา ทำให้เธอและเขาต้องเจอกันบ่อยๆ ความสัมพันธ์อันดีจึงก่อเกิดขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่พวกเธอได้พบเจอกัน เขาเป็นผู้ชายใจดี อบอุ่น และเป็นผู้ใหญ่มากทีเดียวในวัยใกล้สามสิบปี
“ขอบคุณนะคะ วันนี้เหนื่อยมากเลย”
“คนเยอะด้วยละมั้ง พี่เห็นดื่มไปหลายแก้วไม่ใช่เหรอ”
เธอยิ้มเมื่อรู้ว่าเขาแอบเห็นเธอดื่มแอลกอฮอล์ ปกติเธอจะเลี่ยงการดื่มในวันที่มีงานแบบนี้ แต่หลังจากเรื่องที่เธอทำกับภากรบนรถนั่น เธอเลยต้องคว้าแก้ววอดก้ามากระดกไปหลายแก้ว กว่าจะกล้าเผชิญหน้ากับบิดามารดาของภากร
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าริษา หรือว่า...เป็นเรื่องที่พี่...”
“โอ...เปล่านะคะ ไม่ใช่เรื่องนั้น”
เขายิ้มเมื่อหล่อนรีบแก้ต่าง
“แล้วมันเรื่องไหนล่ะ พี่รู้ว่าคำพูดของพี่อาจทำให้ริษาไม่สบายใจ”
“เปล่านะคะ ไม่ใช่ว่าไม่สบายใจ แต่ว่า...มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะพี่”
“ทำไมล่ะ พี่ไม่ดีเหรอ”
เธอส่ายหน้าปฏิเสธ น้ำตาเอ่อขึ้นมาในดวงตาคู่สวย
“ไม่มีหวังแล้วค่ะ ทุกอย่างมันจบแล้ว”
“พี่จะรอ”
“คะ?”
“รอวันที่ริษาเปลี่ยนใจ”
ริษาหนักใจในการรอของอธิปนัก เป็นไปไม่ได้หรอก เธอตกหลุมพรางที่ภากรขุดรอไว้ ตกลงไปในนั้นอย่างยินยอมพร้อมใจ แล้วเธอจะขึ้นมาได้อย่างไร คงต้องอยู่ในนั้น รอรับเอาทั้งความสุขและความทุกข์ที่เขาจะมอบให้ ไม่มีวันเป็นอิสระได้อีก แต่เชื่อไหม ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้นึกเสียใจ ส่วนลึกของความรู้สึกมันอิ่มเอมยามรู้ว่าจะได้อยู่ในอ้อมกอดของภากรอีกครั้งในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป หัวใจเธอช่างน่าตีนัก ช่างน่าควักมันทิ้งเหลือเกิน
“มันคงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ ริษาไม่ใช่ผู้หญิงดีๆ อีกต่อไปแล้ว”
“พี่ก็ไม่ได้ต้องการผู้หญิงดีๆ นี่นา พี่ต้องการแค่เธอ”
“พี่อธิป...”
เธอครางชื่อเขาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี เสียใจไม่น้อยที่ต้องทำลายความตั้งใจของผู้ชายที่นั่งข้างๆ เขาเป็นคนดี และเธอกำลังทำร้ายน้ำใจเขาด้วยความเห็นแก่ตัวของเธอเอง
“อย่าคิดมากน่า อันที่จริงเป็นแบบนี้ก็ดี พี่ไม่รู้หรอกว่าคนที่ได้หัวใจของเธอเป็นใคร แต่พี่พอใจแล้วที่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ ได้คุยกับเธอ มองเธอ เห็นเธอยิ้มและหัวเราะ ได้ปลอบเธอยามที่เธอเศร้า แถมเรื่องงานเรายังพูดกันรู้เรื่องอีก มันสมบูรณ์แบบนะว่าไหม”
“แต่ว่า...ยังไงก็อย่าปิดกั้นตัวเองนะคะ ผู้หญิงดีๆ มีตั้งเยอะ ให้โอกาสพวกเธอบ้าง”
“คนเดียวที่พี่อยากให้ให้โอกาส คือเธอนี่นา”
“โธ่...พี่อธิป”
ริษาลำบากใจเหลือเกิน พูดขนาดนี้ยังจะสู้อีกนะ ไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ
มืออุ่นของผู้ชายใจดีวางแหมะบนกระหม่อมของริษา เขาลูบผมเธอเล่นอย่างเอ็นดู จะว่าเขาก็เกรงใจ เลยให้เขาแสดงความจริงใจในรูปแบบนั้น หวังว่าเมื่อเวลาผ่านไป เขาจะเข้าใจทุกอย่าง และล้มเลิกความตั้งใจ ล้มเลิกทุกความรู้สึก...ที่อยากจะคบเธอเป็นแฟน
“ไม่ต้องสนพี่หรอกน่า แค่ริษาไม่โกรธจนเลิกคุยกับพี่ พี่ก็ดีใจแล้ว มันต้องใช้ความกล้ามากเลยในการพูดสิ่งที่มันพูดยากขนาดนั้น”
“ถ้าพูดยากจะพูดทำไมล่ะ!”
เสียงห้วนๆ นั้นไม่ใช่เสียงของริษา แต่เป็นบุรุษที่มาพร้อมแก้ววิสกี้ในมือ วงหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึง บอกได้ดีว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ใด เขาขยับเข้ามายืนตรงหน้าริษา ปัดมืออธิปออกจากศีรษะหล่อนอย่างเสียมารยาท
การกระทำของภากรทำให้อธิปเข้าใจแล้วว่าทำไมริษาถึงได้เอ่ยปฏิเสธเขา ทั้งที่หล่อนก็ปฏิบัติต่อเขาด้วยน้ำใจเสมอมา คงเป็นเพราะผู้ชายตรงหน้านี้กระมัง
“อืม...ผมว่าผมเข้าไปข้างในดีกว่า”
แม้เคืองใจในท่าทีของลูกเจ้านาย แต่ก็ไม่อาจต่อกร ด้วยว่าในอนาคต บุรุษที่อายุน้อยกว่าตนผู้นี้ อาจได้ขึ้นยังตำแหน่งท่านประธานแห่งบริษัทไกรวัลย์ และกลายเป็นเจ้านายของเขาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง
“อย่ายุ่งกับยัยนี่อีก”
“ให้เกียรติเธอเหมือนอย่างที่เธอให้เกียรติคุณด้วยครับ คุณภากร”
อธิปพยายามแล้วที่จะไม่โต้แย้ง แต่ลูกชายนิสัยเสียของเจ้านายนี่สิ จะไม่ให้โต้ตอบก็กระไร
“เรื่องของฉัน!” โต้กลับอธิปด้วยเสียงอันดัง ก่อนจะคว้าเอาแขนของริษา ดึงหล่อนให้ลุกจากที่นั่ง อธิปจะคว้าแขนหล่อนไว้ก็ไม่ทัน
“ถ้ายังอยากมีงานทำก็อย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉัน จำไว้!”
“คุณกร!” ริษาร้องปรามเขา สองมือพยายามแกะมือเขาออกจากท่อนแขนแต่ไม่สำเร็จ เธอถูกลากออกมาจากตรงนั้น ท่ามกลางสายตาห่วงใยของพี่อธิป
“คุณกรปล่อยนะ มันเจ็บ!” ร้องบอกตอนที่เดินจวนจะถึงประตูเข้างาน
ภากรสลัดแขนริษาแรงๆ ราวกับว่าทำอย่างนั้นจะทำให้เขาหายขุ่นเคืองได้
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
“ริษา...เก่งมาก...เก่งมากเลยรู้ไหม” ชื่นชมคนที่ตัวเองกำลังกอดรัดอยู่ รับรู้ถึงแรงหอบหายใจอันรุนแรงของหล่อน เขาผละจากการกอดร่างงาม ดึงหล่อนออกจากอ้อมแขนเพื่อจะพบเจอสตรีที่งดงามที่สุด วงหน้าหล่อนยังแดงเรื่อ ผิวหน้ามันวาวด้วยหยาดเหงื่อ พวงผมยาวๆ ที่เกล้าไว้ดิบดีก็หลุดลุ่ย “เจ็บไหม..” ยามเอ่ยคำถามออกไป
“ฉันรับสายตอนนี้ไม่ได้ ฉัน...” เขาอ้าปากค้าง เมื่อการขยับร่างเพียงเล็กน้อยของริษาพาให้เกิดความเสียวสยิวไปทั่วผิวเนื้อ ยิ่งตอนที่หล่อนก้มมองเบื้องล่างแล้วดึงเอาชายชุดเดรสไปกอดไว้ เผยเนินเนื้อนุ่มนูนที่กำลังอ้าอมเอาความใหญ่ยาวแข็งกร้าวไว้จนมิด เขา...ก็แทบจะปามือถือทิ้งครืดๆ ครืดๆหมับ!โทรศัพท์ของภา
“มีแฟนแล้วแต่ยอมให้ฉันจูบเนี่ยนะ ตลก!”“ทำไมคะ ทีคุณก็ไม่คิดจะรักกัน ยังมาจูบริษาเลย”“หึ! แสดงว่ากับแฟนคงจูบกันด้วยความรักสินะ”“ค่ะ ทั้งรัก...ทั้งหลง”“ถ้าทั้งรักทั้งหลง ป่านนี้คงไม่ได้แค่จูบแล้วมั้ง คงจะไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วสิ”ริษาไม่ตอบคำถาม เธอแค่ยิ้มเยาะเขาไปทีหนึ่ง รอยยิ้มเย็นชาที่ภากรแลเห็
“ทำไม จะปฏิเสธฉันเหรอ” เขาถามแล้วขยับเข้าหาหล่อน เอื้อมมือไปปลดสายเบลท์ของริษา“เราไม่ควรทำแบบนี้”“อย่าจูบตอบสิ แล้วฉันจะไม่ทำ” ถ้อยวาจาที่แสนท้าทายดังขึ้นก่อนร่างที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามอย่างชายหนุ่มจะเคลื่อนไปหาริษา เขารั้งศีรษะหล่อนเข้ามา จ้องดวงตากลมโตที่กำลังวาววับแล้ววางริมฝีปากจุมพิตดิบดี หล่อ







