Mag-log in“ถูกใจละสิ หมั่นไส้! โอย…พูดมากแล้วคอแห้งจริงๆ” บ่นแล้วแลหาบริกรที่ยกแก้วเครื่องดื่ม แต่ไม่มีใครผ่านมาสักคน
“ฉันไปชนแก้วกับสาวๆ กลุ่มนั้นหน่อยดีกว่า”
“แล้วแต่…ฉันก็ว่าจะอ่อยผู้ชายอยู่แถวๆ นี้แหละ เผื่อฟลุกแม่มองไม่ทัน”
“ยุ!?”
“อะไร ฉันอ่อยบ้างทำเป็นมีปากมีเสียง”
“ก็เธอจะพูดออกมาทำไมล่ะ”
“ก็ปากฉันนี่ พี่ไม่อยากให้ฉันทำอย่างนั้นก็อยู่เป็นเพื่อนฉันสิ เนี่ย…หิวด้วย มีคนทำฉันเสียพลังงาน หิวมากๆ ตาลายเดี๋ยวเป็นลมพอดี”
แทนไทฟังแม่ตัวแสบเจื้อยแจ้วแล้วส่ายหัว สองขาออกเดินจากตรงนั้น
“พี่แทน! พูดขนาดนี้แล้วยังจะเดินหนีอีก!”
“จะไปหาอะไรมาให้กิน!”
“อ้อ…โอเคๆ พี่นี่น่ารักจริง ไปๆ ขอเค้กจานใหญ่ๆ นะคะพี่ขา น้องจะรอค่า...”
“เฮ้อ…อย่ามาทำเสียงแบบนั้นได้ปะ ขนลุกอะยุ” ร้องว่าแม่ตัวแสบที่ยืนยิ้มแป้นรออยู่ สงสัยว่าวันนี้จะไม่ได้สาวๆ ไปนอนกกแล้วล่ะ เพราะยัยตัวแสบนี่แท้ๆ เชียว ฮึ่ม!
แม้ปากจะครางฮึ่มๆ ขัดใจ แต่สองขาก็เดินหาของกินให้ยุริญดา จนสุดท้ายเค้กส้มชิ้นพอเหมาะในจานสวย ก็ถูกวางใส่มือแม่คนงาม อย่างที่เจ้าตัวต้องการ
...........
เมื่องานเลี้ยงจบลง สมาชิกบ้านไกรวัลย์ก็พากันเดินทางกลับ เฉกเช่นสมาชิกของบ้านหลังข้างๆ แทนไทต้องพยุงบิดาไปขึ้นรถด้วยว่าความเมาของท่านทำเอาเจ้าตัวเดินไม่ไหว
รถสามคันแล่นตามกันมาเรื่อยๆ กระทั่งเลี้ยวเข้าสู่รั้วบ้านสองหลังในเวลาไล่เลี่ยกัน
ชนะชัยกับยุภารวมถึงยุริญดา ต่างก้าวสู่ห้องส่วนตัวเพื่อพักผ่อน ผิดก็แต่ริษาที่ก้าวเข้าห้องเด็กชายสไมล์ที่ชั้นล่าง แทนที่จะก้าวเข้าห้องตัวเองที่อยู่ข้างกัน เธอเข้าไปในห้องของเด็กชาย สำรวจตรวจตราผ้าห่มบนตัวเจ้าหนู จัดการห่มผ้าให้ดีๆ ก่อนจะเพิ่มอุณหภูมิแอร์ในห้องขึ้นอีกนิดเพราะอากาศเย็นเกินไป แล้วค่อยกลับมาออกมา
งานของเธอเสร็จสิ้นแล้วในวันนี้ พอๆ กับสังขารของเธอที่อ่อนแรงเต็มที ไม่รู้ว่าเมาหรือเพลีย แต่ตอนนี้เธออยากทิ้งกายลงบนเตียงเป็นที่สุด เธอรีบอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน แต่ว่าจู่ๆ ประตูที่ล็อกไว้ก็ถูกไขเข้ามา
ภากรในชุดนอนยืนตีหน้ามึนอยู่ตรงนั้น ก่อนที่เขาจะปิดประตูแล้วล็อกมันอีกรอบหนึ่ง
“คุณบ้าไปแล้วแน่ๆ ลงมานี่ทำไม เดี๋ยวแม่คุณก็สงสัยหรอก”
“เข้านอนกันหมดแล้วน่า” ตอบหล่อนขณะเดินเข้าหา
“แล้วไงคะ มีอะไร จะเอาอะไร ริษาก็ง่วงเหมือนกันนะ”
หมับ!
คนถามได้หุบปากฉับเมื่อมืออุ่นๆ ของเขาวางทาบลงมาที่หน้าผาก
“ตัวร้อนนี่นา กินยาหรือยัง”
“แค่ตัวรุมๆ นอนพักก็คงหาย”
“แล้วถ้าไม่หายล่ะ”
พอเข้าย้อนอย่างนั้น ริษาก็ได้พ่นลมหายใจทิ้ง เธอเปิดลิ้นชักหยิบขวดยามาเปิด หย่อนยาเม็ดสีขาวเข้าปากไปเม็ดหนึ่งแล้วดื่มน้ำตามไปหลายอึก
“ดี…นอนได้ละ นอนสิ”
“คุณกลับห้องไปได้แล้ว จะลงมาทำไมก็ไม่รู้”
“บ้านฉันน่า พูดมากจริง ขยับสิ”
“ขยับอะไร”
“จะนอนด้วย”
“คุณกร? ฟูกมันสามฟุตครึ่ง”
“แล้วไง นอนไม่ได้เหรอ” ย้อนถามแล้วเลิกผ้านวมของหล่อนขึ้น ก่อนจะสอดกายเข้าไป
ริษาคร้านจะเถียง แย่งเตียงไม่พอ แย่งหมอนเธออีก
“มานี่” เขาสั่งพลางดึงร่างหล่อนมานอนหนุนแขนกัน และพอทำอย่างนั้น เขาก็สามารถกอดหล่อนได้ง่ายๆ ยามได้โอบกอดคนตัวนุ่มอย่างริษา มันรู้สึกดีจริงๆ นะ
“ปล่อยนะคุณกร อึดอัด” เธอร้องขอ เขายอมคลายอ้อมแขน แต่ยังกอดอยู่ “ต่างคนต่างนอนได้ไหม หายใจไม่ออก”
“ถ้าพูดว่าหายใจไม่ออกอีกที ฉันจะผายปอดให้เธอด้วยปากฉัน”
“โอ…อยู่ๆ ก็หายใจโล่งขึ้นมาเลย นอนดีกว่าเนอะ นอนๆๆ”
ภากรลอบยิ้มยามเห็นท่าทีแม่ตัวแสบ เห็นเงียบๆ นิ่งๆ บทเจ้าเล่ห์ขึ้นมาก็เหลือร้ายเช่นกัน เขากอดกระชับคนในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ทั้งจุมพิตกระหม่อมบางอย่างเอ็นดู เส้นผมหล่อนยังชื้นอยู่ เขาใช้ปลายนิ้วสางผมให้แผ่บนหมอนที่หล่อนหนุนนอน
“ทำอะไรคะ”
“ผมมันชื้น”
“โอย…ไม่เอา…จะนอน” บอกเขาอย่างรำคาญใจ
“ก็ไม่ได้ ‘เอา’ ซะหน่อย สางผมต่างหาก”
“เอ๊ะ คุณนี่?”
“ชู่ว์…นอนได้แล้วน่า นอนๆๆ”
ภากรสั่งเป็นหนสุดท้าย แต่มือข้างหนึ่งยังมิวายสางผมให้คนในอ้อมแขน เขาทำอยู่อย่างนั้น จากที่ได้ยินเสียงบ่น ก็ค่อยๆ เงียบลง จนสุดท้ายริษาก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
“หลับจนได้แฮะ สงสัยจะง่วงจริงๆ” พูดกับคนที่หลับใหล ก่อนจะพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยอีกคน
..........
สามสี่วันให้หลัง บ้านไกรวัลย์
ยุภามองกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง มันช่างงามนัก รุ่นใหม่แบบที่ในเมืองไทยอาจยังไม่มีใครได้เป็นเจ้าของ ใจก็อยากได้ละนะ แต่ว่า…
“จะติดสินบนฉันรึพี่มัท” ถามคนตรงหน้าไปตรงๆ เพราะราคากระเป๋ามันไม่ใช่น้อยๆ
“ของฝากหรอกน่า ไม่ได้เจอกันตั้งนานนี่นา”
“แบบนี้มันก็เกินไป พ่อตากรรู้เข้า บ่นฉันหูชาแน่”
“ก็ไม่ต้องบอกสิ” มัทรีเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม เลื่อนกระเป๋าใบงามไปให้สหายผู้มีมิตรไมตรี ด้วยรู้ดีว่าตอนที่เธอไม่อยู่ แทนไทต้องมาขลุกอยู่ที่นี่แน่ๆ
“ยังไงก็…ขอบคุณนะยุภา ที่ช่วยดูแลลูกชายแทนพี่”
“เด็กๆ เขาดูแลตัวเองน่า พ่อแม่อย่างเรามีหน้าที่แค่อำนวยความสะดวกนั่นแหละ”
“พี่เกรงใจมากเลยรู้ไหม ทั้งรู้สึกผิดที่แม่แท้ๆ อย่างพี่ไม่ได้มาดูแลลูกอย่างที่ควรทำ”
“เราเป็นเจ้าของทุกอย่างไม่ได้นี่นา พี่ทำดีที่สุดแล้ว แล้วนี่บินมาทำธุระเหรอ”
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
“เขาควรได้เจอผู้หญิงดีๆ ที่คู่ควรกับเขาสิ ทำไมเธอต้องมาขวางด้วย ถ้าไม่มีเธอสักคน เขาคงตัดใจแล้วคบหาคนอื่นได้ เธอรักเขาจริงเหรอ หรืออยู่กับเขาเพราะไม่มีที่ไป เธออยากได้เท่าไหร่ล่ะ ให้ฉันจ่ายให้ไหม”น้ำตาของริษาร่วงเผาะ แค่คำพูดทำไมถึงกรีดหัวใจได้มากขนาดนี้นะ เธอทำผิดอะไรนักหนา แ
“กรี๊ดดด!!! วางลงเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวฉันตก อ๊ายยย!!!” ร้องลั่นเมื่อแทนไทรวบเอวเธอขึ้นไปแล้วจับสองขาเธอคล้องไว้ที่เอวเขา ในขณะที่ท่อนลำอันร้อนผ่าว ยังเชื่อมชิดติดกับส่วนนั้นของอิสตรีแทนไทลุกลงยืนข้างเตียง ก่อนจะกระแทกร่างเข้าหาหล่อนซ้ำๆ นำพาความซ่านเสียวปรนเปรอให้อย่างลึกล้
“เชอะ! กลับมาแล้วยังไงล่ะ คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงสั่งให้ใครไปหาก็ได้” บ่นๆๆ แล้วดึงเสื้อตัวสวยออกมาจากไม้แขวน วันนี้เธอแต่งหน้าจัดเต็มมาก สวยแหละ สวยเลิศเลอเอาให้ตะลึงตาค้าง แต่ว่า...เธอจะใส่ชุดไหนดี ให้ตายเถอะ! เสื้อผ้าเต็มตู้ แต่ไม่มีตัวจะใส่!“จะบ้าตาย!” ร้องดังๆ
“อือ…พอมีตังค์สักนิดก็อยากซื้อที่ทางให้ตัวเองน่ะ เผื่อกลับมาอยู่ที่นี่ตอนแก่”“อะไรกัน ไหนว่าตอนหย่าคุณไตรให้พี่เยอะไม่ใช่เหรอ พี่ไม่ต้องทำงานยังได้” ยุภาถามด้วยสงสัยยิ่ง“ดูพ่อตาแทนก่อนเถอะยุภา อีกสิบปีข้างหน้า น่ากลัวจะเหลือแต่ตัว ฉันเลยเก็บส่วนนั้นไว้ให้ลูกดีกว่า เขาจะได้มีทุนรอนตอนแต่งงานบ้าง”







