تسجيل الدخولทำไมพี่จอมพลถึงรู้ว่าฉันเป็นเด็กทุนทั้งที่เขาไม่น่าจะจดจำกันได้ ฉันมารู้ก็ตอนกลับถึงห้อง ในมือของฉันมีหนังสือเรียนที่มีแฟ้มใส่ชีสต์ทับอยู่ด้านบนสุด ในซองใสมีซองสีขาวขนาดเล็กที่มีตราปั้มของมหาวิทยาลัย มีตัวอักษรสีดำเขียนว่า 'ทุน' เอาไว้ด้วยตัวเบ้อเริ่ม
ความจริงฉันไม่ได้อยากป่าวประกาศ แม้จะภูมิใจที่เรียนดีจนได้ทุน ดีใจที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่ แต่มันก็ต้องแลกมากับความเกลียดชัง หมั่นไส้และคำพูดบั่นทอน
เฮ้อ! ช่างเถอะ ชินแล้วล่ะ
กลับมาถึงห้องกิจกรรมสำคัญเลยคือซักผ้า จากนั้นก็กวาดห้อง นั่งกินข้าวเย็นพร้อมกับนั่งฟังเรื่องผีในยูทูปเพราะในห้องไม่มีทีวี เสร็จภารกิจตรงนี้ก็หยิบรายงานมาทำ รอจนถึงเวลาสองทุ่มก็ส่งแชทเข้าไปในไลน์กลุ่มตามที่อาจารย์สั่ง
คราวนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าจะมีคนสนใจหรือไม่ ฉันแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อย
ชีวิตที่ไม่มีอะไรน่าสนใจหรือหวือหวาวนลูปเป็นเข็มนาฬิกา ถามว่าเบื่อไหม.. แน่นอนว่าต้องรู้สึกเบื่อ ชีวิตวัยรุ่นของฉันมันไม่แจ่มว้าวเอาเสียเลย บางครั้งก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน
@ตึกคณะศิลปศาสตร์
ฉันมาถึงมหาวิทยาลัยก่อนจะจ๋าสิบนาที มาจับจองโต๊ะไม้ใต้ตัวอาคารที่อยู่ชิดติดกับซอกหลืบ ที่เลือกนั่งตรงนี้เพราะผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาไม่มาก ไม่ต้องถูกใครรบกวนคือความปรารถนาของฉัน
"พี่แก้มหวานคะ"
แต่แล้วก็มีคนเดินมาตรงนี้แบบจงใจ ก่อนจะวางของบางอย่างลงบนโต๊ะ
"มีคนฝากมาให้พี่แก้มหวานค่ะ"
"ใครคะ" ฉันยังไม่ได้หยิบสิ่งนั้นแล้วจ้องหน้ารุ่นน้องที่มั่นใจว่าไม่ได้รู้จัก
"หนูก็ได้รับฝากมาอีกทีค่ะ"
แล้วน้องคนนี้ก็เดินออกไป
ทิ้ง 'ซองดำ' รูปแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าเอาไว้บนโต๊ะ ฉันไม่รีรอหยิบมาเปิดดู มันไม่มีจ่าหน้าซองใดๆ ว่ามาจากไหน ทว่าด้านในมีกระดาษแผ่นเล็กถูกเขียนด้วยลายมือขยุกขยิกว่า..
'เด็กทุนชื่อแก้มหวาน เจอกันที่โซนวอ. บ่ายโมง'
จอมพล
"ซองดำโซนวอ. ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงนะเนี่ย"
เคยได้ยินมาว่าหากใครไปสะกิดต่อมความไม่พอของหนุ่มๆ แก๊งตีนมหาตภัยจะมีซองดำถูกส่งไปหา มันไม่ต่างจากสารข่มขู่ให้รู้สึกหวาดกลัวและยำเกรงในอำนาจของเด็กวิศวะพวกนั้น
แต่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย ถ้าการเอาอาหารไปให้หมาแล้วถูกส่งซองดำมาให้ เจ้าของหมาคงจะบ้าอำนาจเกินไป
@โซนวอ.
ช่วงพักเที่ยงทุกคนมารวมตัวกันในห้องขนาดกว้างภายในอาคารรกร้างที่อดีตเป็นห้องจัดกิจกรรมของคณะวิศวกรรมศาสตร์
โซฟาถูกจับจองโดยคุณ เขากำลังคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงมุ้งมิ้งกับใครสักคน ถัดไปสักหน่อยมีมุมชั้นหนังสือการ์ตูน ไผ่นอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ตรงนั้น ด้านหลังโซฟาเป็นโต๊ะสนุ๊ก เฉินกับจอมพลกำลังประลองฝีมือกันอยู่
"เฮ้อ! พอพวกมึงบ่น กูเลยไม่ค่อยจอยเลย"
จอมพลทำหน้าเซ็ง ออกแรงส่งไม้คิวไปชนลูกกลมๆ สีแดงตรงกลางโต๊ะลงรู หากเป็นปกติเขาคงจะเข้าไปอยู่ในห้องนอน ใช้งานเตียงนอนขนาดห้าฟุตด้วยวิธีขย่มและเขย่ามันแรงๆ โดยมีสาวสวยเอ็กซ์แตกมาร่วมจอยยามพักกลางวัน
ทว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเขาถูกเพื่อนบ่นว่าทำเสียงดังและพาสาวๆ มาบ่อยจนพื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นไม่ส่วนตัว ตั้งแต่นั้นก็ยังไม่ได้พาใครมาใช้งานเตียงนอนในห้องนอนลับอีกเลย
"มึงไปจอยข้างนอกอยู่ดี"
เฉินเอาไม่คิวถองพุงจอมพล ยกยิ้มกวนอย่างรู้ทัน
"อดเดี๋ยวก็ไข่ฟ่อ"
"มึงเลยกลายเป็นคนเจ้าชู้ในสายตาสาวๆ"
และมันก็ทำให้จอมพลดูเป็นคนมีเสน่ห์ในสายตาพวกเธอด้วย แต่นั่นอาจจะไม่ใช่นิสัยที่แท้จริงก็ได้ เขาก็แค่โสดจนไปได้ทั่วถึงเท่านั้น
"แล้วมึงเอาซองดำส่งไปไหน"
คำถามของไผ่ลอยมา คนนั้นยังคงนอนราบอยู่ท่าเดิม หนังสือการ์ตูนยังคงลอยเด่นตรงหน้า
"ส่งไปให้เด็กทุน"
"เด็กทุนไปทำอะไรวะ"
"มาเลี้ยงหมากู"
คุณวางสายจากคนที่คุยพอดีหันหน้ากลับมาถาม
"เลี้ยงไอ้กลิ้งไอ้แก้วเนี่ยนะ"
"เออ"
"ก็มึงปล่อยมันผอม คนเขาเห็นก็ต้องคิดว่ามึงไม่เลี้ยง"
ทุกวันนี้หากคุณขับรถผ่านอู่ซ่อมรถของจอมพลก็จะซื้อไก่ทอดไปให้ไอ้สองตัวนั้นประจำ
"กูเลี้ยงเว้ย แดกอย่างกับพายุ แต่พวกมันผอมกันเองนี่หว่า"
ไอ้พวกชอบผลักความเลวทารุณหมามาให้เขา มันน่าทุบให้หลังหัก
"กลับมาที่เด็กทุนดิ" เฉินสานต่อ
"หน้าหวานๆ ว่ะ ท่าทางเรียบร้อยด้วย เลยให้โดนสักซอง กูอยากรู้ว่าเด็กดีของพ่อกูจะทำหน้ายังไง"
ป่านนี้อาจจะตัวสั่นเหมือนลูกนกและกำลังเดินมาที่นี่ เดี๋ยวเขาจะขอถ่ายรูปหน้าเด็กดีถอดสีเก็บไว้ในมือถือ เผื่อว่าพ่อต้องการให้เขาทำหน้าเหมือนเธอด้วยจะได้มีตัวอย่าง
"อันธพาลฉิบหาย" ไผ่ว่า
"ถ้ารอบนี้ถูกอธิการแบนขึ้นมา เดี๋ยวโซนวอ.ก็ย่อยยับ"
ก่อตั้งโซนวอ.มาตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่ง สามปีเห็นจะได้ที่มากินมานอนมาเล่นกันอยู่ที่นี่ พวกเขาไม่รู้อนาคตว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อ แต่อย่างน้อยมันก็ควรมีอายุเท่าพวกเขาที่ได้เป็นนักศึกษาของที่นี่
วันนี้เหมือนจะปกติสุขดีเหมือนทุกวันหากฉันไม่นึกบางอย่างขึ้นได้ พักเบรครอบบ่ายโมงครึ่งฉันนั่งอยู่ในห้องน้ำชั้นสามของตึกคณะศิลปศาสตร์ มี SMS ถูกส่งเข้ามาที่เบอร์มือถือของฉันด้วยข้อความ'หนึ่งทุ่มโซนวอ. ไม่มารอบนี้..ร้านขนมถ้วยตะไลแสนอร่อยอาจไม่อยู่ดี จอมพล'ลงท้ายด้วยชื่อพี่จอมพลอีกเหมือนเคยตอนนี้แหละถึงเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานฉันได้ซองดำมาและมันก็น่าจะไปนอนอยู่ในถังขยะที่ไหนสักแห่งหนึ่งแล้วแต่นั่นไม่สำคัญเท่าข้อความข่มขู่ จะเล่นถึงร้านขนมถ้วยตะไลของพ่อกับแม่ฉันเลยเหรอเขาจะทำเกินไปแล้วฉันเก็บเอาเรื่องนี้ใส่หัวมาจนถึงเรียนเสร็จตอนสี่โมงครึ่ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรดี ตอนนี้รู้สึกปวดหัวตุบๆ เพราะคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าพี่จอมพลและเพื่อนของเขาทำอะไรได้บ้างนอกจากทำร้ายร่างกายพวกผู้ชายต่างคณะ ขนาดส้มเช้งมาเหน็บแนมข้างหูมันก็ยังไม่เข้าหูฉัน เสียงเรียกของจะจ๋าก็ด้วย"แก้ม! แก้ม!""ห๊ะ!"กว่าจะได้สติหลุดจากอาการเหม่อลอย เพื่อนก็เดินออกไปจากห้องเรียนกันหมดแล้ว"แกเหม่ออะไร มีอะไรหรือเปล่า""เปล่าน่ะ เอ่อ.. แกกลับก่อนเลยนะ เดี๋ยวฉันจะขึ้นตึกอำนวยการ""เรียกไปชมอะไรอีก""คงอยากถามไถ่ปกตินั่นแหละ"บ
พักกลางวันฉันควงจะจ๋ามาซื้อกล้วยฉาบเขย่าผงร้านในโรงอาหาร มันคือขนมของโปรดราคาถูกที่ฉันจับต้องได้ ฉันไม่ใช่คนขี้งก แต่เพราะสถานะทางการเงินที่มีแค่พอใช้มันทำให้ฉันฟุ่มเฟือยไม่เก่งพูดถึงตรงนี้ก็ก้มมองรองเท้าผ้าใบอีกครั้ง อีกนิดก็จะขาดแล้วจริงๆ สงสัยคืนนี้ต้องแปรงร่างเป็นช่างซ่อมรองเท้าเสียแล้วปึก! ผู้คนต่อแถวเบียดเสียดกันชนฉันที่ยืนอยู่ด้านหลังจะจ๋าจนเซถลาถอยหลังมาชนเข้ากับใครบางคน ฉันรีบหันไปมองทันที.."ขอโทษค่ะ.."ทว่าเขากลับไม่มองกันด้วยซ้ำพี่คุณคนหน้าดุวิศวะคอมฯ เดินผ่านเลยไปกับพี่จอมพลที่ก็น่าจะมองไม่เห็นฉัน พวกเขาเดินไปได้หน่อยก็หยุดเดินแล้วพี่จอมพลก็พูดคุยกับสาวๆ โต๊ะหนึ่งด้วยท่าทางขี้เล่นอารมณ์ดี"ฉันเคยได้ยินว่าลูกชายอธิการบดีเจ้าชู้มาก ใครเข้าไปโซนวอ.ไม่ได้ แต่สาวที่พี่จอมพลควงไปถึงจะเข้าได้"ฉันก็เคยได้ยินเรื่องเจ้าชู้ควงสาวไม่ซ้ำหน้ามาบ้างจากคนเป็นพ่อของเขาที่บ่นลูกชายให้ฟังยามเจอะเจอกัน ทุกครั้งฉันก็ได้แต่รับฟัง ใครจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับฉันถึงคิวพวกเราซื้อขนมก็เอ่ยปากสั่งด้วยความคล่องแคล่ว จากนั้นก็ซื้อข้าวคนละกล่องถือมากินที่ตึกคณะเพราะเวลานี้ที่โรงอาหารคนเยอะเกินไ
ทำไมพี่จอมพลถึงรู้ว่าฉันเป็นเด็กทุนทั้งที่เขาไม่น่าจะจดจำกันได้ ฉันมารู้ก็ตอนกลับถึงห้อง ในมือของฉันมีหนังสือเรียนที่มีแฟ้มใส่ชีสต์ทับอยู่ด้านบนสุด ในซองใสมีซองสีขาวขนาดเล็กที่มีตราปั้มของมหาวิทยาลัย มีตัวอักษรสีดำเขียนว่า 'ทุน' เอาไว้ด้วยตัวเบ้อเริ่มความจริงฉันไม่ได้อยากป่าวประกาศ แม้จะภูมิใจที่เรียนดีจนได้ทุน ดีใจที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่ แต่มันก็ต้องแลกมากับความเกลียดชัง หมั่นไส้และคำพูดบั่นทอนเฮ้อ! ช่างเถอะ ชินแล้วล่ะกลับมาถึงห้องกิจกรรมสำคัญเลยคือซักผ้า จากนั้นก็กวาดห้อง นั่งกินข้าวเย็นพร้อมกับนั่งฟังเรื่องผีในยูทูปเพราะในห้องไม่มีทีวี เสร็จภารกิจตรงนี้ก็หยิบรายงานมาทำ รอจนถึงเวลาสองทุ่มก็ส่งแชทเข้าไปในไลน์กลุ่มตามที่อาจารย์สั่งคราวนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าจะมีคนสนใจหรือไม่ ฉันแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อยชีวิตที่ไม่มีอะไรน่าสนใจหรือหวือหวาวนลูปเป็นเข็มนาฬิกา ถามว่าเบื่อไหม.. แน่นอนว่าต้องรู้สึกเบื่อ ชีวิตวัยรุ่นของฉันมันไม่แจ่มว้าวเอาเสียเลย บางครั้งก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน@ตึกคณะศิลปศาสตร์ฉันมาถึงมหาวิทยาลัยก่อนจะจ๋าสิบนาที มาจับจองโต๊ะไม้ใต้ตัวอาคารที่อยู่ชิดติด
รองเท้าผ้าใบฉันจะขาดแหะฉันนั่งมองมันในขณะนั่งเรียนอยู่คลาสเรียนวิชาภาษาไทย ขยับเท้าไปมาแล้วรู้สึกได้ว่าตรงส้นทำท่าจะหลุด'ก็อยู่ด้วยกันมาห้าปีแล้วนะ'มันคือรองเท้าผ้าใบที่พ่อกับแม่ซื้อให้ตอนฉันเข้าเรียนมัธยมที่สี่ ใส่ทีไรมีพลังการเดินทุกที แต่เหมือนว่ามันอยากจะลาโลกเต็มที"ฝากกัลยาณีเข้าไปเตือนเพื่อนเรื่องส่งงานในกลุ่มด้วยนะ"เสียงอาจารย์ลอยมาให้ฉันหลุดจากภวังค์ความคิด เงยหน้ายิ้มตอบรับอาจารย์อารยา อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทยจากนั้นคลาสเรียนก็จบลง ที่อาจารย์ฝากฝังฉันตั้งเวลาเอาไว้สักช่วงสองทุ่ม ตอนนั้นบางคนอาจจะทำกิจกรรมส่วนตัวเสร็จพอดีแล้วก็จะได้เห็นข้อความของฉัน"ไปกินผัดกะเพรากัน"จะจ๋ายิ้มแป้นเมื่อบอกเมนูอาหารที่ร้องอยากจะกินมาตั้งแต่เช้า"เดี๋ยวซื้อกล้วยฉาบเขย่าผงด้วยนะ""กินเหมือนเด็กไม่เลิก""ก็ฉันยังเด็ก""เด็กโข่ง" เพื่อนยู่จมูกใส่แล้วเก็บรวบของเสร็จก่อนเห็นเพื่อนพร้อมแล้วฉันก็รีบเร่งบ้าง"เป็นเด็กทุนก็งี้แหละ เหนื่อยหน่อยนะแก้ม"ฉันเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง ด้านข้างมีเพื่อนร่วมสาขายืนอยู่สองคน ประโยคนั้นไม่มีความเห็นอกเห็นใจเจือปนแม้แต่น้อย สีหน้าของส้มเช้งก็ด้วยที่แสดงออกว่
Zone.วอ หรือ โซนวิศวะ อาคารหนึ่งชั้นสภาพรกร้างที่อยู่ด้านหลังตึกวิศวกรรมศาสตร์ดังกระฉ่อนอีกครั้งในรอบเดือน เพจของมหาวิทยาลัยแชร์ภาพและหัวข้อข่าวว่า..'เด็กสถาปัตย์ตามเอาคืนที่ครั้งก่อนเพื่อนถูกตีหัวแตกยับ แก๊งตีนมหันตภัยรับมือทัน เสยกลับเรียบ' สมาชิกในแก๊งสี่คน คุณ จอมพล เฉินและไผ่ เห็นข่าวก็ได้แต่ถอนหายใจ ครั้งก่อนโน้นมันลื่นล้มหัวฟาดถังขยะ ครั้งที่แล้ววิ่งหนีพวกเขาหกล้ม ครั้งนี้ขนกันมาเป็นกองทัพ สุดท้ายก็วิ่งหนีกันกระเจิงพร้อมกับหัวใจปอดๆ เพียงเห็นพวกเขาออกมาต้อนรับพร้อมหน้าพร้อมตาโยนขี้! ก้อนโตให้พวกเขาเป็นคนร้ายๆ อยู่เสมอทว่าชื่อแก๊งตีนมหันตภัยไม่ใช่แค่นั่งเก็กหน้าหล่ออยู่เฉยๆ แล้วได้มา พวกเขาก็พร้อมอยู่เสมอนั่นแหละหากใครอยากลองดีท้าทาย และใครต่างก็รู้ดีว่านอกจากตีนหนักแล้วพวกเขายังเส้นบิ๊ก หล่อเหลาและโคตรเท่ห์ ถ้าไม่ใช่สาวสวยก็อย่าริอ่านมาลองดีกับพวกเขาดีกว่าราวกับเป็นข้อความสรรเสริญว่าพวกผมมันโคตรเหี้ย ตอกย้ำว่าใช่ด้วยภาพสุดเวทนาของไอ้คนที่ลื่นล้มหัวฟาดถังขยะ ไม่มากวนตีนแหย่ถึงรังมันจะอยู่ในสภาพนั้นไหม นั่นมันก็ทำตัวเองทั้งนั้น"จอมต้องรักษาหน้าพ่อหน่อยนะ"ผมลอบถอนหายใจอีกหน







