LOGINใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านจนถึงวันอาทิตย์ก็หอบขนมปังกับลูกอมหนึ่งถุงใหญ่นั่งรถกลับเข้ากรุงเทพมหานคร
เหมยลี่คิดไม่ผิดว่าขนมปังต้องตกมาเป็นภาระเธอ
'ช่วยเอาไปกินหน่อย เอาไปแบ่งเพื่อนก็ได้ นี่แม่ก็แจกพวกพนักงานไปหลายอันแล้วนะ'
คิดดูสิว่าต้องซื้อมาเยอะขนาดไหน
วิธีเดียวที่จะทำให้มันหมดเร็วที่สุดคือการทำเป็นแซนวิชแล้วนำไปแจกจ่าย เธอตื่นมาทำแต่เช้าตรู่ของวันจันทร์ แพ็คใส่กล่องพลาสติกที่เคยเป็นกล่องใส่ขนมอื่นๆ แล้วล้างเก็บเอาไว้ได้ทั้งหมดสามกล่องแล้วถือไปมหาวิทยาลัย
จะไปตึกบริหารธุรกิจจะต้องเดินผ่านตึกคณะวิศวกรรมศาตสตร์ เหมยลี่มองไปยังด้านหน้าตึกเผื่อเจอะเจอคุณโดยบังเอิญเพราะไม่อยากไปโซนวอ.ให้ถูกดุ
ทว่าเธอกลับเจอ..เฉิน อีกแล้ว
เหมยลี่ชะงักสองขา หัวคิ้วขมวดมุ่นสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ถึงเจอผู้ชายคนนี้บ่อยจัง บ่อยกว่าพี่ชายเธอด้วยซ้ำ
ดวงสมพงษ์กันตลอดเหรอ..
ไม่ๆๆ อะไรพวกนั้นไม่มีอยู่จริงหรอก ก็คงเรื่องบังเอิญเท่านั้น แต่เจอเขาก็ดีจะได้ฝากของไปเลย
"เฮียเฉิน หวัดดีค่า"
เสียงหวานใสลอยไปก่อนตัวให้เฉินที่นั่งอยู่โต๊ะไม้หน้าตึกละสายตาจากมือถือเงยหน้าขึ้นมอง นอกจากมีคนเดียวที่เรียกเขาแบบนี้ น้ำเสียงหวานใสก็ด้วยที่ได้ยินบ่อยมากในช่วงนี้
"เหมยฝากขนมให้เฮียคุณหน่อยสิคะ"
กล่องขนมปังแซนวิชถูกยื่นให้เฉินรับมามองดู ภายในกล่องเป็นแซนวิชจิ๋วไส้หมูหยองราดมายองเนส หน้าตาน่ากินมาก
"กำชับว่าต้องกินให้หมดเลยนะคะ ห้ามทิ้งไว้แล้ว เหมยทำเองถูกสุขอนามัยแน่นอนค่ะ ส่วนของเฮียเฉินเอาอันนี้ไปค่ะ"
ลูกอมสองเม็ดถูกยื่นให้เขารับ จากนั้นก็เดินแกว่งของในมือเดินจากไป
เฉินมองลูกอมในมือด้วยความรู้สึกอนาถใจ
ค่ามึงมีแค่ลูกอมนั่นแหละว่ะ
แล้วยกกล่องขนมปังขึ้นมามองดูอีกครั้ง
หมั่นไส้ว่ะ แดกแม่ง!
@โซนวอ. เวลาสิบโมงครึ่ง
มีสมาชิกอยู่ในนี้แล้วสี่คนรวมฉัตรเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ชั้นปีสี่จะเข้ามาในมหาวิทยาลัย พรุ่งนี้ทุกคนจะออกไปฝึกงานจึงอยากมาฝากฝังฉัตรให้ดูแลที่นี่ให้ดี
"พยายามมีเรื่องให้น้อยที่สุดนะเว้ย เทอมสองพวกกูยังอยากกลับมามีที่อยู่"
จอมพลกำชับเรื่องสำคัญ ไม่อยากให้โซนวอ.ถูกยุบในเร็ววันนี้ แค่ทุกวันนี้พ่อของเขาผู้เป็นอธิการบดีก็ใจดีมากแล้วที่ปล่อยให้ลูกถืออภิสิทธิ์เหนือใคร
"ครับผม" ฉัตรยกมือทำท่าตะเบะรับทราบ
"หนังสือกูห้ามแตะต้องเด็ดขาด" เรื่องนี้ไผ่ซีเรียสมาก
ในห้องที่อดีตเคยเป็นห้องนอน ตอนนี้กลายเป็นห้องอ่านหนังสือของเขา มีชั้นหนังสืออยู่สองตั้ง มีหนังสือนับร้อยเล่ม เขาหวงแหนมากถึงมากที่สุด
"เดี๋ยวล็อกไว้เลยพี่ ผมไม่เข้าไปอยู่แล้ว"
"มึงไม่เข้าไปก็ห้ามใครเข้ามา พวกกูยังรับมึงแค่คนเดียวนะไอ้ฉัตร"
"โอเคเฮีย"
รับทราบคำสั่งเฉินแล้วมองไปยังประตูที่เพิ่งมีคนเปิดเข้ามาใหม่
"พี่คุณมาๆ มาสั่งเสียผมเร็วพี่ เหลือพี่คนเดียวแล้ว"
ฉัตรลุกจากเก้าอี้ให้รุ่นพี่นั่งแล้วขยับไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นแทน แต่คุณไม่ได้สนใจจะคุยกับฉัตรเลย หันมองซ้ายมองขวาหาอะไรสักอย่างหนึ่งก่อนมาหยุดสายตาเอาไว้ที่เฉิน
"เหมยไลน์มาบอกว่าฝากแซนวิชไว้ที่มึง ไหนวะ"
"หมด" เฉินตอบหน้าตาย
"อะไรคือหมด"
"แดกหมดล่ะ"
"เอ้า! แล้วมึงแดกทำไม น้องเอามาให้กู กูจะเอาไปให้แอล"
"น้องมึงกลัวมันเสีย กูเลยรีบแดกให้เพราะไม่รู้ว่ามึงจะมาตอนไหน"
"แล้วอร่อยไหมวะ" จอมพลถามยิ้มๆ
"งั้นๆ มายองเนสไม่ค่อยถูกลิ้น"
"ก็มึงไม่ชอบมายองเนสแบบนั้น" ไผ่แซวต่อ แต่เหมือนจะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
"เอาเงินมาเลยมึง กูจะซื้อแซนวิชไปให้เมีย"
"ไอ้คุณ! ขี้งกเหรอ" เฉินโวย
"ครั้งก่อนกูโอนเงินขาดไปสิบบาทมันยังทวงเลย มันติดเชื้อเมียมันแล้ว" จอมพลหัวเราะ
"เออ กกขนาดนั้นไม่ติดเชื้อให้มันรู้ไปดิวะ ไม่อยากให้กูฟ้องเหมยว่ามึงแอบแดกขนมปัง เอาเงินมาปิดปากกู"
"ฟ้องแล้วจะเป็นอะไรวะ"
คุณยกยิ้ม หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาเหมยลี่ทันที
"เหมย.. แซนวิชเฮียไม่ได้กินนะ ไอ้เฉินมันกินหมดแล้ว เฮียโคตรเสียใจเลยที่อดกินฝีมือทำขนมปังของเหมย"
สี่คนที่ล้อมวงตั้งใจฟัง แต่เหมือนเฉินจะมีหูทิพย์ได้ยินเสียงปลายสายโวยวายบางอย่าง
จากนั้นคุณก็กดวางสายแล้วเอนตัวพิงผนักเก้าอี้ ยกยิ้มไม่คลายให้คนมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แปลกๆ
"น้องเหมยว่าไง" จอมพลอาสาถามก่อน ดูท่าไอ้คุณมันแปลกๆ
"น้องก็บอกว่า..."
ปึง! ตึง! เสียงตึงตังหน้าประตูดังขึ้นให้ทุกคนสะดุ้ง ไม่ต้องรอให้ใครลุกไปเปิดก็มีคนพุ่งพรวดเข้ามา
จอมพลกับไผ่ลุกจากโซฟาไปอยู่แถวๆ โต๊ะสนุ๊ก ฉัตรก็ถอยหลังไปชิดชั้นวางทีวี มีแค่คุณที่นั่งยิ้มอยู่ที่เดิมและเป็นครั้งแรกที่ไม่คิดจะปรามน้องสาวสุดน่ารักไม่ให้เข้ามาในนี้
น้องสาวที่ว่าเข้ามายืนหอบหายใจทำหน้าบึ้ง สายตามองจ้องเฉินที่คิ้วขมวดมุ่นสู้ แต่จู่ๆ เหมยลี่ก็มีพลังติดสปรี๊ดวิ่งด้วยความเร็วเข้ามาหา กระโดดเข้าใส่เฉินจนเขาหงายหลังล้มลงบนโซฟา หัวสั่นคลอนเพราะถูกคนตัวเล็กนั่งคล่อมทับหน้าท้องกระชากคอเสื้อเขย่า
"จะกินทำไมไม่บอกดีๆ เหมยจะเอาให้อีกกล่อง นั่นมันของพี่ชายเหมยนะ ตายๆๆ เฮียเฉินต้องตาย!!"
เออ! จะตายแล้วโว้ย!
เฉินโวยวายในใจ รวบรวมแรงที่มีผุดลุกขึ้นนั่ง ยกกระเตงคนตัวเล็กให้ขนาบด้านหน้าแล้วลุกขึ้นยืน ความรวดเร็วของเฉินทำให้เหมยลี่ต้องเกาะเขาแน่นเพราะกลัวตก มือไม่ว่างประทุษร้ายก็เลยทำตาถลนข่มขู่
"ตาเท่าเมล็ดฟักทอง กลัวตายล่ะ"
กรี๊ด! "เฮียคุณ เพื่อนเฮียบูลลี่เหมย"
"จัดการมันเลย"
"ไอ้เหี้ยคุณ!"
สองมือเล็กจับใบหน้าเฉินให้หันมาสบตา ดวงตายังคงเบิกโตข่มขวัญ
"รู้ไว้นะเฮีย ทุกคนอาจจะกลัวแก๊งตีนมหันตภัยจนตัวสั่น แต่เว้นเหมยไว้คนหนึ่ง พวกเฮียก็ไม่ต่างจากพวกแก๊งใจแอ๊นท์หรอก เฮียเฉิน..ตายแน่!!"
พูดจบเหมยลี่ก็พุ่งพรวดเข้างับจมูกของเฉิน เป็นครั้งแรกที่มีเสียงร้องโหยหวนดังออกไปจากโซนวอ.ให้ผู้คนสงสัยว่าใครมันจะเก๋าขนาดนั้น
ขนมปังปิ้งหน้าเนยนมพร้อมเสิร์ฟ เหมยลี่ออกมานั่งกินมัน เอามันจิ้มโอวัลติน กินเหมือนเด็กที่กำลังเตรียมตัวไปโรงเรียน"เหมยก็กำลังไปเรียนนี่ไง เดี๋ยวจะไปกินปาโก๋จิ้มนมต่อด้วยค่ะ""แล้วจะกินไหว?""เหมยกระเพาะใหญ่ค่ะ""อือ จิ๋มก็ใหญ่" แค้กๆๆ เหมยลี่ถึงกับไอโครกครากรีบยกโอวัลตินขึ้นกระดกก่อนจะทำตาโตใส่เขา"พูดอะไรเนี่ย""พูดจริง ไม่ภูมิใจ?""ก็น่าภูมิใจ ถ้าเฮียไม่พูดตอนกิน" ขนมปังทั้งหมดถูกยัดใส่ปากเพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที"ดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องกลับไปเอาของที่ห้อง เดี๋ยวเหมยไปเลยนะคะ" เฉินเก็บรวบของทั้งหมดไปวางในซิงค์ล้างจาน เดินตามหลังเหมยลี่มาหน้าประตูห้อง ย่อตัวนั่งสวมใส่รองเท้าผ้าใบให้อย่างเบามือเหมยลี่ขบกัดริมฝีปาก หัวใจเต้นตึกตัก วันแรกดูแลดีขนาดนี้ พรุ่งนี้เธอจะถูกดูแลแบบนี้ไหม อยากรู้จัง ฉะนั้นพรุ่งนี้เธอก็ต้องอยู่กับเขาต่อพอออกมาจากห้องมือเล็กก็เข้าไปอยู่ในอุ้งมือใหญ่ จับจูงกันลงมาชั้นล่าง มีรถแท็กซี่มาจอดพอดี เหมยลี่เลยปล่อยมือแล้วโบกมือลา"เหมยไปนะคะ" แต่กลับไม่มีการตอบรับนอกจากการมองเฉยๆ เหมยลี่ดึงมือนั้นมาเกาหัวแก้เก้อแล้วขึ้นรถแท็กซี่ ทว่าก้นกลับถูกฟาดตามหลังให้ขยับไปนั่งช
จบรอบสุดท้ายในห้องน้ำก็อาบน้ำให้สดชื่น ทว่าเหมยลี่หลับป็อกไปทันทีที่หัวถึงหมอน คนที่ตั้งใจจะไปหาข้าวให้เธอกินต้องชะงักและเปลี่ยนมาเป็นนั่งไดรฟ์ผมให้แทน ทั้งที่เจ้าตัวนอนคว่ำหน้ากางแขนกางขาเต็มเตียงนอน ทว่าเขาก็มีความสามารถเป่าผมให้เธอได้นั่นแหละติ๊งๆๆ มีเสียงแชทดังแทรกผ่านเสียงไดรฟ์ เฉินกดปิดอุปกรณ์แล้วมองหาจนไปพบเจอกระเป๋าสะพายตกอยู่แถวประตู เสียงแชทยังดังอีกสองครั้ง ด้วยความขี้เสือก อยากรู้จนตัวสั่นว่าใครรัวแชทขนาดนั้นมาหาเหมยลี่ เขาวางไดรฟ์ทิ้งไว้แล้วไปหยิบกระเป๋ามาหามือถือพอเจอเสียงแชทก็เด้งเข้ามาอีกหน 'เงียบไปเลยนะน้องหมวย ให้แก้ตัวเอาไหม นัดเจอกันใหม่ไหมครับ'แชทล่างๆ เป็นสติ๊กเกอร์ที่ส่งเข้ามาเรียก อยากเข้าไปตอบให้ใจจะขาดว่า 'หนูอยู่กับผัว' แต่ดันไม่รู้รหัสมือถือเครื่องนี้ เฉินเดินวนไปวนมา รู้สึกหงุดหงิดฉิบหายจนกลับมามองหน้าจอมือถืออีกครั้ง"ลายนิ้วมือนี่หว่า" เฉินเดินไปหาเหมยลี่ เสี่ยงหยิบนิ้วโป้งมาทาบหน้าจอไม่ผ่าน! เขาก็เปลี่ยนนิ้วใหม่เป็นนิ้วชี้ พลันคนตัวเล็กก็ขยับมานอนตะแคง สองมือใหญ่ยกขึ้น ใจหายวาบเตรียมตัวถูกจับได้ ทว่าทุกอย่างก็นิ่งสนิทไป เฉินรีบเอาหน้าจอมามองดู
เข้ามาในห้องชุดสองห้องนอนสองห้องน้ำเหมยลี่ก็วิ่งปรู๊ดไปมองกรอบรูปที่วางตั้งอยู่บนตู้โชว์ข้างทีวี"คนนี้น้องเฮียเหรอ เหมยจำได้ว่าเคยเจอเขาที่โซนวอ.""ใช่ เดี๋ยวค่อยดู มาคุยกับเฮียก่อน"เฉินยกคนตัวเล็กลอยขึ้นราวกับตุ๊กตาให้มานั่งบนโต๊ะกินข้าวในห้องครัว หันไปหยิบน้ำผลไม้กล่องจากในตู้เย็นมาเจาะหลอดแล้วยื่นให้เธอ "ขอบคุณค่ะ" เหมยลี่รับไปดูด ดวงตาจ้องมองเฉินที่ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงหน้า"เฮียขอคำตอบ""คบนี่คือเป็นแฟนเหรอคะ""ครับ""ไม่ใช่ว่าต้องชอบกันหรือรักกันเหรอคะถึงเป็นแฟนกันได้ ถึงเหมยจะไม่เคยมีแฟน แต่เหมยก็รู้แหละเฮีย""เฮียขอเหมยคบเพราะอยากรับผิดชอบ เกิดไอ้คุณรู้เราจะได้มีเหตุผลตอบมัน""อ๋อ ที่แท้ก็หาทางเอาตัวรอด เหมยแอบคิดว่าเฮียเป็นสุภาพบุรุษงี้""เฮียเป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง เหมยพิสูจน์แล้ว"วันนี้เธอยังสู้เขาไม่ได้เลยนะ เหมยลี่ทำแก้มป่อง พูดคุยจริงจัง"เราไม่พูด เฮียคุณจะรู้ได้ไงคะ""มันไม่รู้หรอก แต่เฮียอาจจะไปบอกมันเองว่าให้ดูแลน้องดีๆ หน่อย นัดสวบกับผู้ชายแต่ดันขึ้นรถผิดคัน เจอไอ้ฆาตรกรโรคจิต มึงคงไม่ได้เห็นหน้าน้อง""พูดจาอะไรน่ากลัว""ชีวิตจริงเลย เหมยจะรู้ได้ไง
เหมยลี่ไม่เข้าใจ แต่เฉินกลับว้าวุ่นใจ หลังจากขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเขาก็กลับมานอน ทว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ สัมผัสคับแน่นยังติดตรึง กลิ่นตัวหอมๆ ก็ด้วยที่ติดจมูกกลับมาถึงว่า! ทำไมคุ้นทั้งเสียงทั้งกลิ่นสิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้เขาว้าวุ่นเท่ากับว่าเขาเอาน้องสาวเพื่อนไอ้คุณรู้กูตายคาตีนมันแน่เขาบอกไม่ได้เลยว่าคุณจะรู้หรือไม่รู้ มันจะเป็นความลับตลอดไปได้หรือไม่ แต่เขาไม่อยากให้เหมยลี่ไปทำแบบนี้กับใครอีกจนมานั่งเสียใจและพูดว่า..ไม่น่าเลยแค่มาพลาดกับเขามันก็ไม่สมควรเกิดขึ้นแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เป็นเขาไม่ใช่คนอื่น"มีเรื่องเครียดเหรอวะ จัดงานแล้วมีปัญหาไง" นั่งทำงานอยู่จอมพลเอ่ยทักเฉิน ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นตลอดเวลา อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขาจะมีปัญหา"ไม่มี""ไม่มีแล้วคิ้วมึงต้องชิดเบอร์นี้เลย""มันเป็นเอง กูพยายามแล้ว"พยายามจะไม่คิดอะไรและเฝ้ารอเวลาตอนเย็นจะไปเอาคำตอบที่ต้องได้ยินว่าตกลงเท่านั้น เขาไม่มีทางยินยอมให้เหมยลี่นัดเดทนัดบอดนัดสวบกับใครอีกแน่ไม่ใช่เฉินคนเดียวที่ออกอาการเครียดและกังวล เหมยลี่ก็ทำหน้าหงิกมาตั้งแต่เมื่อคืน ใช่ว่าจะนอนหลับง่ายเสียเมื่อไหร่ถูกเปิดซิงเจ็บเป็นบ้า
จูบนั้นรุนแรงต่อเนื่องเคล้าเสียงครางต่ำในลำคอ เธออยากเห็นหน้าเขาจัง เสียงครางยังเท่ห์ขนาดนี้ หน้าตาจะต้องหล่อเหลาแค่ไหนทว่าภายในห้องมืดมิด มีเพียงเสียงไฟสีส้มที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานเกร็ดให้พอมองเห็นเลือนราง แต่เขานั่นแหละที่ไม่ให้โอกาสเธอได้มองอะไรนานเลย จูบจนพอใจก็ผละไปชั่วขณะให้เหมยลี่ได้ตั้งสติ เห็นเลือนรางว่าเขาถอดเสื้อ ถอดกางเกงและพุ่งเข้ามารูดรั้งเสื้อฮู้ดของเธอออก ตามด้วยการสอดมือเข้าไปในกระโปรงพลีสรูดรั้งแพนตี้ออกไปอย่างรวดเร็ว "คุณ..อื้อ!"คุณ.. เหมือนคนอดอยาก เธออยากพูดประโยคนี้ เขาพุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ แผ่ขยายความร้อนระอุมาแนบชิดกายดั่งกองเพลิงและแตะต้องเธอเหมือนคนใจร้อนจับสองขาเรียวแบะกว้าง ใช้นิ้วโป้งบดคลึงจุดที่ทำเธอสะท้านไปทั้งตัว เหมยลี่เริ่มตั้งสติไม่อยู่ ความวาบหวามโหมกระหน่ำรุนแรงเดี๋ยวเกร็งเดี๋ยวอ่อนระทวย สะโพกยกลอยนิดๆ สู้นิ้วนั้นและพยายามมองใบหน้าของเขา.. สันกรามคมจังและกลิ่นตัวหอมกรุ่นนี้.. เคยได้กลิ่นจากไหนมาก่อนนะ"อื้อ!" ก่อนจะนึกออกว่ากลิ่นน้ำหอมนี้เป็นของใคร ช่วงล่างที่ปิดสนิทมาตั้งแต่เกิดก็มีบางอย่างสอดแทรกเข้าไป เหมยลี่สะดุ้งเฮือกผวารั้งเ
อีกวันเหมยลี่ชักชวนเพื่อนเดินไปหาเบลล์ถึงตึกคณะเพื่อพูดคุยเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ ตามหาจนพบเจอว่าเธออยู่ในห้องแสดงละครเวที เบลล์เห็นรุ่นน้องที่ไปทาบทามถึงตึกก็ละทิ้งทุกอย่างเดินเข้ามาหา ยิ่งเดินมาใกล้สิ่งที่เหมยลี่เห็นคือตุ๊กตาบลายด์สุดสวย เฉินโง่หรือเปล่าที่ทิ้งเธอคนนี้"น้องเหมยลี่ มาหาพี่แบบนี้..""เหมยมาปฏิเสธค่ะ""ทำไมล่ะ""คือ.. เหมยลองกลับไปเต้นมาแล้วค่ะ มันไม่เหมาะกับเหมยแล้วเหมยก็ไม่ได้กล้าแสดงออกขนาดนั้น""คิดใหม่อีกทีได้ไหม ที่พี่ไปทาบทามเพราะเห็นแววเราจริงๆ นะ"แววจากไหนเหมยลี่ไม่เข้าใจ อัดคลิปเต้นแชร์ในโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่เคย จะมีก็แต่คลิปวาดรูปเล่นเท่านั้น"ขอโทษค่ะพี่เบลล์ เหมยทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ""เฮ้อ! น่าเสียดายจัง จะปั้นเป็นตัวตึงสักหน่อย""ทุกวันนี้ก็ตึงที่สุดในสาขาแล้วค่า" วิชชี่พูดตลบให้อีกที "โอเคๆ แต่เปลี่ยนใจได้ตลอดเลยนะ"การปฏิเสธผ่านไปด้วยดีสามสาวก็ควงแขนเดินเรียงหน้ากระดานมายังโรงอาหารรวม สั่งส้มตำมานั่งกินกันด้วยความสบายใจ"ฉันเครียดมาตั้งสองวันเชียวนะ" "ฟังเรื่องของฉันแกจะหายเครียดไหม" "เรื่องอะไร"สองสาวชะโงกหน้าเข้าไปหาหนึ่งอยากสาว กระพริบตาปริบๆ รอฟัง"







