LOGINรถเคลื่อนตัวบนท้องถนนตามทิศทางที่มีคนบอกเพียงครั้งเดียว นับตั้งแต่นั้นคนนั้นก็นั่งกอดอกใบหน้าบูดบึ้งไปตลอดทาง
"สิบแปดก็โตแล้วนะ ทำไมๆ" เหมยลี่บ่นพึมพำ ทว่าคนขับได้ยิน
"ไปอ่านในกูเกิ้ลดู"
"เชื่อสิเฮีย ในนั้นต้องมีคนอายุต่ำกว่ายี่สิบอยู่บ้างล่ะ"
"แต่ต้องไม่มีเรามั้ง"
"อดเที่ยวเลย"
"จะรีบเที่ยวไปไหน จะตายวันนี้พรุ่งนี้หรือไง"
"เฮียอย่าพูดแบบนี้"
เหมยลี่ยกนิ้วชี้หน้าเฉิน
"อย่ามาแช่งเหมย เหมยอยากมีชีวิตต่อไปอีก เหมยรอเปลี่ยนโลโก้แบรนด์ลูกอมเป็นรูปลูกสาวของเหมย"
"ยังไงนะ" เฉินหันมาสบตาพลางขมวดคิ้ว
"ตอนนี้รูปในนี้มันคือเหมยไง"
ลูกอมในมือถูกกางออกมาให้เห็นรูปตัวการ์ตูนที่บิดาเอารูปเธอตอนเด็กไปจ้างนักวาดภาพวาด มันน่าเจ็บใจตรงที่วาดออกมาได้เหมือนเป๊ะ ใครเห็นไม่รู้ว่าเป็นเหมยลี่ลูกสาวบ้านนี้ให้เตะก้นเลย
"เหมยไม่ชอบอ่าเฮีย แต่ป๊าม๊าชอบไง เลยต้องรอให้ธุรกิจตกถึงมือเหมยก่อนถึงจะเปลี่ยนได้"
เฉินพยักหน้าเข้าใจ "แต่ก็น่ารักดี"
"รู้ตัวว่าน่ารัก ไม่งั้นป๊าไม่เอาไปเป็นแบบหรอก"
"หมายถึงตัวการ์ตูน ฝีมือวาดดี"
"เฮียอย่าพูดให้เหมยเจ็บใจหนักกว่าเดิมสิ ทั้งที่นักวาดฝีมือดีอยู่ใต้จมูกแท้ๆ ป๊าม๊ายังมองไม่เห็นเลย เอาค่าจ้างหนึ่งหมื่นมาเป็นค่าขนมเหมยดีกว่า"
คนฟังพยายามจับใจความทุกจุดที่เหมยลี่บ่น เหมือนจะมีคนน้อยอกน้อยใจพ่อแม่และเหมือนจะมีคนที่ถูกเมินในบางเรื่อง
"ถึงแล้วค่ะ จอดตรงนี้แหละ เดี๋ยวเหมยจะเข้าซูเปอร์ไปซื้อของค่ะ"
รถจอดนิ่งสนิทหน้าซูเปอร์ใต้ตัวอาคารคอนโดมิเนียมตามคำสั่ง เฉินเมียงมองหันซ้ายหันขวา ความจริงเขาสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่ารถเลี้ยวเข้ามาในซอยลมฤดี 4 ผ่านบ้านของจอมพลจนมาถึงตรงนี้ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมเก่าของคุณ
"เหลือติดกระเป๋าเม็ดสุดท้าย เหมยให้เฮียแล้วกันค่ะ"
ลูกอมเม็ดนั้นถูกยื่นให้
"รสชาติเดียวกันไหม"
"ไม่สปอยค่ะ ไปกินเองนะ"
อาหมวยยิ้มจนตาหยีแล้วโบกมือบ้ายบายก่อนลงจากรถเดินหายเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต
เอาตรงๆ เฉินคิดว่าถูกเธอปั้นปึงใส่ถึงได้นั่งทำหน้าบึ้งมาตลอดทาง ปรากฏว่าไม่ใช่ แถมยังพูดคุยยิ้มแย้มราวกับลืมที่นอยด์เรื่องอายุ
เขาหัวเราะเบาๆ แล้วมองลูกอมในมือ นักวาดเขาก็ฝีมือดีจริงๆ นั่นแหละ ยิ้มจนไม่เหลือลูกตาคือใช่เลย
ช่วงแรกๆ ของการไปอยู่อาศัยคนเดียว ป๊าม๊ามีข้อแม้ขอให้เหมยลี่กลับบ้านในวันเสาร์และอาทิตย์
วันเสาร์เธอตื่นมาใช้ชีวิตอย่างไม่รีบร้อน มาถึงบ้านสองชั้นที่อยู่ในซอยหนึ่งในเวลาเที่ยงด้วยรถที่เรียกมาบริการ
น้อยคนที่จะรู้ว่าภายในบ้านหลังนี้มีเครื่องจักรผลิตลูกอมอยู่ในห้องกระจกด้านในสุดชิดริมรั้วด้านหลัง
ธุรกิจนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่เหมยลี่อายุได้ห้าขวบ เป็นช่วงที่บิดาถูกเลิกจ้างจากบริษัทยักษ์ใหญ่เลยคิดทำธุรกิจที่ตัวเองพอจะมีประสบการณ์และความรู้จากที่ทำงานเก่าจึงออกมาเป็นแบรนด์ลูกอมอาหมวยด้วยเงินทุนที่ทางบริษัทจ่ายชดเชยมาให้
เหมยลี่ชื่นชมบิดาในข้อนี้มากว่าบริหารทุกอย่างออกมาได้ลงตัว แถมยังพามันไปได้ดีในระดับพึงพอใจ อาจจะไม่ได้ไปตีตลาดในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ แต่ก็มีร้านค้าที่เป็นคู่ค้ามากกว่าห้าสิบร้านในปัจจุบัน ซึ่งไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีธุรกิจนี้ก็มีพนักงานอยู่ไม่ถึงสิบคนร่วมเจ้าของ
"อะไรมันก็ดีหมดแหละหนายกเว้นรูปโลโก้"
บ่นพึมพำแล้วแบกกระเป๋าเป้เดินเข้าบ้าน ตรงเข้าห้องครัวก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อหาขนมกิน
"ช่วงนี้ออเดอร์เยอะอีกตามเคยล่ะสิ"
ช่วงเปิดเทอมออเดอร์ลูกอมจะเยอะหน่อยเพราะร้านค้าปลีกจะเอาไปขายเด็กประถม เด็กมัธยม อาหารการกินในบ้านก็จะขาดแคลน
เหมยลี่กดเดลิเวอรี่สั่งอาหารมาแล้วหยิบวัตถุดิบในตู้เย็นที่มีมาทำขนมปังแซนวิชกินไปพลางๆ
"ซื้อขนมปังมาทำไมตั้งเยอะแยะก็ไม่รู้" ไม่พ้นเธอต้องถือกลับไปกินด้วย
"ไงหมวย"
"เหมยเหอะเฮีย"
ย้อนพี่ชายที่เดินเข้ามายีเส้นผมแกล้งแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำดื่ม เม้งมองขนมปังด้วยความสงสัย
"หรือม๊ากำลังจะผลิตขนมแบบไหม"
"ไม่ใช่หรอก เหมยว่าลดราคาแล้วม๊าเสียดายมากกว่า สองวันก็หมดอายุล่ะ"
"เออ เหมยนี้ลูกม๊าตัวจริง รู้ใจม๊าไปหมด"
"เฮียก็ลูกแหละ มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"
"ก่อนหมวยหนึ่งชั่วโมง เฮียหยุดงานวันนี้วันเดียว พรุ่งนี้มีผ่าตัดเคสพิเศษ"
"เป็นหมอก็เหนื่อยหน่อย เป็นนักดนตรียิ้มแป้นไปแล้ว"
เม้งยิ้มเอ็นดูน้องที่รู้จักพูดจารู้ใจเขา
"เฮียก็ยังยิ้มได้อยู่ วันไหนว่างเฮียก็ไปเล่นดนตรี แต่แค่ไม่ได้บอกป๊าม๊า"
"เป็นเหมยก็ทำนะเฮีย ว่างก็ไปวาดรูป ดูสิ.." เหมยลี่หยิบไอแพดมาโชว์รูปที่เพิ่งวาดเมื่อคืน "น้องหมูเด้ง เหมือนป่ะ"
"เหมือน.. เหมือนหมวยเลยอ่า" คนพี่หัวเราะเยาะคนน้อง แต่ก็ต้องชะงัก..
"ได้ข่าวว่าเหมยกับเฮียหน้าเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆๆ"
"ฝากไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวให้ไอ้คุณมันดุให้เข็ด"
"เฮียคุณเขามีแฟน ตอนนี้เป็นสายมุ้งมิ้งไปแล้ว ดุใครไม่เป็นหรอก เหมยซ่าได้เต็มที่"
"พูดแบบนี้แสดงว่าไปซ่ามาแล้ว"
เหมยลี่ทำหน้าเซ็ง "ไม่ได้มีแค่เฮียคุณที่ดุน่ะสิ"
แล้วเธอก็พึมพำต่อด้วยเสียงอันเบาหวิวแล้วนึกถึงใครอีกคนที่ทำท่าจะดุยิ่งกว่าเฮียคุณของเธอ "มีเพื่อนเฮียคุณด้วย"
ขนมปังปิ้งหน้าเนยนมพร้อมเสิร์ฟ เหมยลี่ออกมานั่งกินมัน เอามันจิ้มโอวัลติน กินเหมือนเด็กที่กำลังเตรียมตัวไปโรงเรียน"เหมยก็กำลังไปเรียนนี่ไง เดี๋ยวจะไปกินปาโก๋จิ้มนมต่อด้วยค่ะ""แล้วจะกินไหว?""เหมยกระเพาะใหญ่ค่ะ""อือ จิ๋มก็ใหญ่" แค้กๆๆ เหมยลี่ถึงกับไอโครกครากรีบยกโอวัลตินขึ้นกระดกก่อนจะทำตาโตใส่เขา"พูดอะไรเนี่ย""พูดจริง ไม่ภูมิใจ?""ก็น่าภูมิใจ ถ้าเฮียไม่พูดตอนกิน" ขนมปังทั้งหมดถูกยัดใส่ปากเพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที"ดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องกลับไปเอาของที่ห้อง เดี๋ยวเหมยไปเลยนะคะ" เฉินเก็บรวบของทั้งหมดไปวางในซิงค์ล้างจาน เดินตามหลังเหมยลี่มาหน้าประตูห้อง ย่อตัวนั่งสวมใส่รองเท้าผ้าใบให้อย่างเบามือเหมยลี่ขบกัดริมฝีปาก หัวใจเต้นตึกตัก วันแรกดูแลดีขนาดนี้ พรุ่งนี้เธอจะถูกดูแลแบบนี้ไหม อยากรู้จัง ฉะนั้นพรุ่งนี้เธอก็ต้องอยู่กับเขาต่อพอออกมาจากห้องมือเล็กก็เข้าไปอยู่ในอุ้งมือใหญ่ จับจูงกันลงมาชั้นล่าง มีรถแท็กซี่มาจอดพอดี เหมยลี่เลยปล่อยมือแล้วโบกมือลา"เหมยไปนะคะ" แต่กลับไม่มีการตอบรับนอกจากการมองเฉยๆ เหมยลี่ดึงมือนั้นมาเกาหัวแก้เก้อแล้วขึ้นรถแท็กซี่ ทว่าก้นกลับถูกฟาดตามหลังให้ขยับไปนั่งช
จบรอบสุดท้ายในห้องน้ำก็อาบน้ำให้สดชื่น ทว่าเหมยลี่หลับป็อกไปทันทีที่หัวถึงหมอน คนที่ตั้งใจจะไปหาข้าวให้เธอกินต้องชะงักและเปลี่ยนมาเป็นนั่งไดรฟ์ผมให้แทน ทั้งที่เจ้าตัวนอนคว่ำหน้ากางแขนกางขาเต็มเตียงนอน ทว่าเขาก็มีความสามารถเป่าผมให้เธอได้นั่นแหละติ๊งๆๆ มีเสียงแชทดังแทรกผ่านเสียงไดรฟ์ เฉินกดปิดอุปกรณ์แล้วมองหาจนไปพบเจอกระเป๋าสะพายตกอยู่แถวประตู เสียงแชทยังดังอีกสองครั้ง ด้วยความขี้เสือก อยากรู้จนตัวสั่นว่าใครรัวแชทขนาดนั้นมาหาเหมยลี่ เขาวางไดรฟ์ทิ้งไว้แล้วไปหยิบกระเป๋ามาหามือถือพอเจอเสียงแชทก็เด้งเข้ามาอีกหน 'เงียบไปเลยนะน้องหมวย ให้แก้ตัวเอาไหม นัดเจอกันใหม่ไหมครับ'แชทล่างๆ เป็นสติ๊กเกอร์ที่ส่งเข้ามาเรียก อยากเข้าไปตอบให้ใจจะขาดว่า 'หนูอยู่กับผัว' แต่ดันไม่รู้รหัสมือถือเครื่องนี้ เฉินเดินวนไปวนมา รู้สึกหงุดหงิดฉิบหายจนกลับมามองหน้าจอมือถืออีกครั้ง"ลายนิ้วมือนี่หว่า" เฉินเดินไปหาเหมยลี่ เสี่ยงหยิบนิ้วโป้งมาทาบหน้าจอไม่ผ่าน! เขาก็เปลี่ยนนิ้วใหม่เป็นนิ้วชี้ พลันคนตัวเล็กก็ขยับมานอนตะแคง สองมือใหญ่ยกขึ้น ใจหายวาบเตรียมตัวถูกจับได้ ทว่าทุกอย่างก็นิ่งสนิทไป เฉินรีบเอาหน้าจอมามองดู
เข้ามาในห้องชุดสองห้องนอนสองห้องน้ำเหมยลี่ก็วิ่งปรู๊ดไปมองกรอบรูปที่วางตั้งอยู่บนตู้โชว์ข้างทีวี"คนนี้น้องเฮียเหรอ เหมยจำได้ว่าเคยเจอเขาที่โซนวอ.""ใช่ เดี๋ยวค่อยดู มาคุยกับเฮียก่อน"เฉินยกคนตัวเล็กลอยขึ้นราวกับตุ๊กตาให้มานั่งบนโต๊ะกินข้าวในห้องครัว หันไปหยิบน้ำผลไม้กล่องจากในตู้เย็นมาเจาะหลอดแล้วยื่นให้เธอ "ขอบคุณค่ะ" เหมยลี่รับไปดูด ดวงตาจ้องมองเฉินที่ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงหน้า"เฮียขอคำตอบ""คบนี่คือเป็นแฟนเหรอคะ""ครับ""ไม่ใช่ว่าต้องชอบกันหรือรักกันเหรอคะถึงเป็นแฟนกันได้ ถึงเหมยจะไม่เคยมีแฟน แต่เหมยก็รู้แหละเฮีย""เฮียขอเหมยคบเพราะอยากรับผิดชอบ เกิดไอ้คุณรู้เราจะได้มีเหตุผลตอบมัน""อ๋อ ที่แท้ก็หาทางเอาตัวรอด เหมยแอบคิดว่าเฮียเป็นสุภาพบุรุษงี้""เฮียเป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง เหมยพิสูจน์แล้ว"วันนี้เธอยังสู้เขาไม่ได้เลยนะ เหมยลี่ทำแก้มป่อง พูดคุยจริงจัง"เราไม่พูด เฮียคุณจะรู้ได้ไงคะ""มันไม่รู้หรอก แต่เฮียอาจจะไปบอกมันเองว่าให้ดูแลน้องดีๆ หน่อย นัดสวบกับผู้ชายแต่ดันขึ้นรถผิดคัน เจอไอ้ฆาตรกรโรคจิต มึงคงไม่ได้เห็นหน้าน้อง""พูดจาอะไรน่ากลัว""ชีวิตจริงเลย เหมยจะรู้ได้ไง
เหมยลี่ไม่เข้าใจ แต่เฉินกลับว้าวุ่นใจ หลังจากขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเขาก็กลับมานอน ทว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ สัมผัสคับแน่นยังติดตรึง กลิ่นตัวหอมๆ ก็ด้วยที่ติดจมูกกลับมาถึงว่า! ทำไมคุ้นทั้งเสียงทั้งกลิ่นสิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้เขาว้าวุ่นเท่ากับว่าเขาเอาน้องสาวเพื่อนไอ้คุณรู้กูตายคาตีนมันแน่เขาบอกไม่ได้เลยว่าคุณจะรู้หรือไม่รู้ มันจะเป็นความลับตลอดไปได้หรือไม่ แต่เขาไม่อยากให้เหมยลี่ไปทำแบบนี้กับใครอีกจนมานั่งเสียใจและพูดว่า..ไม่น่าเลยแค่มาพลาดกับเขามันก็ไม่สมควรเกิดขึ้นแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เป็นเขาไม่ใช่คนอื่น"มีเรื่องเครียดเหรอวะ จัดงานแล้วมีปัญหาไง" นั่งทำงานอยู่จอมพลเอ่ยทักเฉิน ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นตลอดเวลา อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขาจะมีปัญหา"ไม่มี""ไม่มีแล้วคิ้วมึงต้องชิดเบอร์นี้เลย""มันเป็นเอง กูพยายามแล้ว"พยายามจะไม่คิดอะไรและเฝ้ารอเวลาตอนเย็นจะไปเอาคำตอบที่ต้องได้ยินว่าตกลงเท่านั้น เขาไม่มีทางยินยอมให้เหมยลี่นัดเดทนัดบอดนัดสวบกับใครอีกแน่ไม่ใช่เฉินคนเดียวที่ออกอาการเครียดและกังวล เหมยลี่ก็ทำหน้าหงิกมาตั้งแต่เมื่อคืน ใช่ว่าจะนอนหลับง่ายเสียเมื่อไหร่ถูกเปิดซิงเจ็บเป็นบ้า
จูบนั้นรุนแรงต่อเนื่องเคล้าเสียงครางต่ำในลำคอ เธออยากเห็นหน้าเขาจัง เสียงครางยังเท่ห์ขนาดนี้ หน้าตาจะต้องหล่อเหลาแค่ไหนทว่าภายในห้องมืดมิด มีเพียงเสียงไฟสีส้มที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานเกร็ดให้พอมองเห็นเลือนราง แต่เขานั่นแหละที่ไม่ให้โอกาสเธอได้มองอะไรนานเลย จูบจนพอใจก็ผละไปชั่วขณะให้เหมยลี่ได้ตั้งสติ เห็นเลือนรางว่าเขาถอดเสื้อ ถอดกางเกงและพุ่งเข้ามารูดรั้งเสื้อฮู้ดของเธอออก ตามด้วยการสอดมือเข้าไปในกระโปรงพลีสรูดรั้งแพนตี้ออกไปอย่างรวดเร็ว "คุณ..อื้อ!"คุณ.. เหมือนคนอดอยาก เธออยากพูดประโยคนี้ เขาพุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ แผ่ขยายความร้อนระอุมาแนบชิดกายดั่งกองเพลิงและแตะต้องเธอเหมือนคนใจร้อนจับสองขาเรียวแบะกว้าง ใช้นิ้วโป้งบดคลึงจุดที่ทำเธอสะท้านไปทั้งตัว เหมยลี่เริ่มตั้งสติไม่อยู่ ความวาบหวามโหมกระหน่ำรุนแรงเดี๋ยวเกร็งเดี๋ยวอ่อนระทวย สะโพกยกลอยนิดๆ สู้นิ้วนั้นและพยายามมองใบหน้าของเขา.. สันกรามคมจังและกลิ่นตัวหอมกรุ่นนี้.. เคยได้กลิ่นจากไหนมาก่อนนะ"อื้อ!" ก่อนจะนึกออกว่ากลิ่นน้ำหอมนี้เป็นของใคร ช่วงล่างที่ปิดสนิทมาตั้งแต่เกิดก็มีบางอย่างสอดแทรกเข้าไป เหมยลี่สะดุ้งเฮือกผวารั้งเ
อีกวันเหมยลี่ชักชวนเพื่อนเดินไปหาเบลล์ถึงตึกคณะเพื่อพูดคุยเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ ตามหาจนพบเจอว่าเธออยู่ในห้องแสดงละครเวที เบลล์เห็นรุ่นน้องที่ไปทาบทามถึงตึกก็ละทิ้งทุกอย่างเดินเข้ามาหา ยิ่งเดินมาใกล้สิ่งที่เหมยลี่เห็นคือตุ๊กตาบลายด์สุดสวย เฉินโง่หรือเปล่าที่ทิ้งเธอคนนี้"น้องเหมยลี่ มาหาพี่แบบนี้..""เหมยมาปฏิเสธค่ะ""ทำไมล่ะ""คือ.. เหมยลองกลับไปเต้นมาแล้วค่ะ มันไม่เหมาะกับเหมยแล้วเหมยก็ไม่ได้กล้าแสดงออกขนาดนั้น""คิดใหม่อีกทีได้ไหม ที่พี่ไปทาบทามเพราะเห็นแววเราจริงๆ นะ"แววจากไหนเหมยลี่ไม่เข้าใจ อัดคลิปเต้นแชร์ในโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่เคย จะมีก็แต่คลิปวาดรูปเล่นเท่านั้น"ขอโทษค่ะพี่เบลล์ เหมยทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ""เฮ้อ! น่าเสียดายจัง จะปั้นเป็นตัวตึงสักหน่อย""ทุกวันนี้ก็ตึงที่สุดในสาขาแล้วค่า" วิชชี่พูดตลบให้อีกที "โอเคๆ แต่เปลี่ยนใจได้ตลอดเลยนะ"การปฏิเสธผ่านไปด้วยดีสามสาวก็ควงแขนเดินเรียงหน้ากระดานมายังโรงอาหารรวม สั่งส้มตำมานั่งกินกันด้วยความสบายใจ"ฉันเครียดมาตั้งสองวันเชียวนะ" "ฟังเรื่องของฉันแกจะหายเครียดไหม" "เรื่องอะไร"สองสาวชะโงกหน้าเข้าไปหาหนึ่งอยากสาว กระพริบตาปริบๆ รอฟัง"

![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





