LOGINเพราะความแค้นของเขามันมีมากกว่าความรักที่เธอมอบให้ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่แสนเจ็บปวดในชีวิตของเธอ... เชื่อว่าทุกมหา'ลัยจะต้องมีนักศึกษาประเภทอันตราย อันธพาล หรือที่เรียกกันว่าเด็กเกเรแฝงตัวอยู่ การที่ไม่เข้าไปใกล้พวกคนเหล่านี้ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ยกเว้นซะแต่ว่า... “ระ...เรื่องสร้อย คือว่า...” มุมปากของแบล็คกระตุกยิ้มเมื่อฉันพูดเรื่องนี้ออกมา “ขะ...ขอคืนได้ไหม” “แล้วจะได้อะไรเป็นการตอบแทนล่ะ” แบล็คพูดพร้อมกับจ้องมองหน้าฉันอย่างจริงจัง “แบล็คต้องการอะไร” “คบกัน นั่นคือสิ่งที่เธอต้องตอบแทน” “แต่วามีคนที่คบด้วยแล้ว คงคบกับแบล็คไม่ได้ แบล็คไม่มีอย่างอื่นที่ต้องการแล้วเหรอ” ฉันพูดออกไปเสียงเบา “ก็มี” “บอกมาได้เลย” ฉันส่งยิ้มดีใจให้กับเขาอย่างเผลอตัว ในที่สุดก็จะได้สร้อยคืนแล้ว “นอนกับผมสิ”
View Moreบ้านตระกูล สิริรัตนาวดี
“อะไรนะ!” ฉันพูดออกไปด้วยอาการตกใจเมื่อคนตรงหน้าพูดในสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดออกมา
“นะวาริส ขอร้องแกช่วยฉันหน่อย พลีส ไม่งั้นฉันจะต้องโดนพี่มดดีดออกจากวงการนี้แน่ แกก็รู้ว่าฉันต้องหาเลี้ยงตัวเอง และไหนจะค่าเทอมน้อง ค่านู่นค่านี่ค่านั่น...” ฉันได้แต่นั่งถอนหายใจมอง ‘ไลลา’ เพื่อนตัวดีของตัวเองที่กำลังไล่ยาวเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นานา ให้ฉันฟัง งั้นระหว่างที่ไลลากำลังพูดอยู่ฉันขอโอกาสตรงนี้มาแนะนำตัวเองเลยแล้วกัน
ฉันชื่อว่า ‘วาริส’ จะเรียกฉันว่า วา หรือ ริส ก็ได้ตามสะดวกกันเลย ตอนนี้ฉันกำลังศึกษาอยู่ที่มหา’ลัยอาร์เธอร์ และเพิ่งจะขึ้นชั้นปีที่ 4 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่วนคนตรงหน้าที่กำลังพูดไม่หยุดคือเพื่อนสนิทของฉันเองเธอชื่อว่า ‘ไลลา’ พวกเราเจอกันครั้งแรกเมื่อตอนปี 1 ตอนนั้นฉันไม่กล้าเข้าไปคุยกับใคร และบวกกับนามสกุลของฉันเลยทำให้เพื่อนร่วมห้องบางคนแอนตี้หรือไม่ชอบฉันไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่เคยเจอหรือคุยกันมาก่อนเลย
ตระกูลฉันเป็นตระกูลผู้ดีเก่า มีหน้ามีตาในสังคมมาก และทรัพย์สินก็มากเช่นกัน นั่นจึงทำให้หลายครอบครัวไฮโซต่างอิจฉาและไม่ชอบฉัน ไหนจะเรื่องที่ฉันกำลังคบกับ ‘พี่นพี’ ก็ยิ่งทำให้คนพวกนั้นไม่ชอบฉันเข้าไปกันใหญ่
พี่นพี เป็นลูกเพียงคนเดียวของตระกูลภิรมย์อานุนัย เป็นตระกูลผู้ดีเก่าแก่ระดับต้น ๆ ของประเทศไทยเลย แน่นอนว่าผู้หญิงหลายคนก็ต้องต่างหมายปองในตัวพี่เขากันทั้งนั้น แต่พอมีข่าวเรื่องการหมั้นหมายหลุดออกไป นั่นจึงเป็นจุดกำเนิดให้หลายคนไม่ชอบฉัน
ฉันกับพี่นพีเราเพิ่งเริ่มคบกันได้ไม่นาน โดยการคบกันของเราสองคนเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่สั่งมา ฉันเองก็ไม่สามารถปฏิเสธหรือขัดคำสั่งคุณแม่ได้เลย ได้แต่ต้องยอมทำตามไป แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นนะ เพราะพี่นพีนิสัยดีมาก และมีความเป็นสุภาพบุรุษสุด ๆ เราสองคนเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กน้อยแล้ว และคงไม่ยากที่ฉันจะเริ่มมองพี่เขาให้เป็นคนรักแทนพี่ชาย
“วาริส! แกฟังฉันอยู่ไหมเนี่ย!” เมื่อเพื่อนตัวดีเห็นว่าฉันนั่งเหม่อลอยเธอก็รีบเข้ามาเขย่าตัวฉันพร้อมกับตะโกนใส่หน้าเสียงดัง
“ฟังอยู่ ๆ ตะโกนซะเสียงดังเชียว” ฉันจึงทำหน้ามุ่ยตอบเธอไป จากนั้นเธอก็เริ่มเล่าเรื่องความลำบากของตัวเองต่อ ไลลากับฉันมีความแตกต่างกันมาก ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเราจะมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ ไลลาเธอเดินเข้ามาทักฉันในวันที่มีการรับน้องเพราะเราสองคนก็ต่างไม่มีใครอยากคุยด้วย
ในกรณีของไลลาเธอเป็นเด็กทุน และไม่ได้มาจากตระกูลผู้ดีหรือตระกูลไฮโซอะไรทั้งนั้น นั่นจึงทำให้พวกคนอื่นมองเธอเหยียด ๆ ใจจริงฉันก็อยากเข้าไปคุยกับเธอนะแต่ฉันไม่กล้า เพราะไลลามีลักษณะภายนอกที่ดูน่ากลัวและดูเป็นผู้หญิงแรง ๆ มีตอนหนึ่งที่เธอตะโกนด่าพวกคนอื่นที่มองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม นั่นยิ่งเลยทำให้ฉันไม่กล้าเข้าไปทักเธอเข้าไปกันใหญ่
สุดท้ายเป็นเธอเองที่เข้ามาทักฉันด้วยเหตุผลที่ว่า...
“เธอดูเหมือนแม่ชีดี ฉันเลยอยากคุยและอยากเป็นเพื่อนด้วย” นั่นแหละเหตุผลของเธอ
“ตกลงว่าไงวาริส แกจะช่วยฉันไหม หรือแกจะใจร้ายใจดำไม่ยอมช่วยเพื่อนที่แสนจะน่าสงสารคนนี้” ฉันได้แต่นั่งถอนหายใจออกมาด้วยความเครียด งานที่ไลลาว่าก็คือ งานเดินถือป้ายบนเวทีมวย หรือคำที่ไว้ใช้เรียกแบบเฉพาะก็คือสาว ‘ริงเกิร์ล’ นั่นเอง
เห็นว่าเธอไปรับงานนี้ไว้แต่น้องชายของเธอดันไปมีเรื่องถึงกับต้องขึ้นโรงพักเข้า ซึ่งวันที่ทางตำรวจนัดให้ไปคุยมันตรงกับวันงานของเธอพอดี เธอจึงได้มาขอร้องให้ฉันไปแทน แล้วแบบนี้จะไม่ให้ฉันเครียดได้ยังไงกัน เกิดมาไม่เคยทำอะไรแบบนั้น ไหนจะคุณพ่อคุณแม่อีก ถ้าท่านรู้เข้ามีหวังฉันแย่แน่
“ไลลา ฉันก็อยากช่วยแกนะ แต่แกก็รู้ว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่และพี่นพีรู้เข้าจะเป็นยังไง อีกอย่างฉันก็ไม่เคยทำงานแบบนั้นมาก่อน เกิดทำให้แกเสียชื่อเสียงขึ้นมาจะไม่แย่ไปกันใหญ่เหรอ” ฉันจึงหยิบยกเหตุผลหลักออกมาพูด แล้วก็ดูเหมือนว่าจะเป็นผลดีเพราะเธอเริ่มมีความลังเลแล้ว
อันที่จริงสาขาฉันกับไลลามีความเรียนหนักมาก ฉันนับถือไลลามากเลยที่เธอเรียนไปทำงานไป ผลการเรียนของเธอก็ไม่เคยแย่ลงเลยสักครั้ง ช่วงนี้เป็นช่วงที่มหา’ลัยหยุดเนื่องจากเพิ่งสอบกันเสร็จ พวกอาจารย์เลยให้คณะฉันได้หยุดพักกันเป็นเดือน ๆ แทน กว่าจะเปิดเทอมก็คงอีกสักพัก
“เรื่องพ่อแม่แล้วก็พี่นพีสุดที่รักของแก ฉันรับประกันด้วยใบหน้าสวย ๆ ของตัวเองเลยว่าจะไม่มีใครรู้สักคน ส่วนเรื่องชื่อเสียงฉันมันก็ไม่ได้ดีหนักหนาหรอก เพราะงั้นแกสบายใจหายห่วงได้เลยเพื่อนรัก!” ไลลาขยับตัวเข้ามากอดคอฉันพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข แต่ฉันนี่สิที่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเริ่มเข้าใกล้ความซวยในไม่ช้านี้แล้ว
ตอนนี้ครอบครัวฉันกับครอบครัวโลคากำลังมีปิกนิกและเที่ยวด้วยกัน หลังจากออกโรงพยาบาลฉันก็ต้องกลับไปเรียนใหม่อีกครั้งจนจบออกมาในที่สุด และก็ได้พบว่าตัวเองตั้งครรภ์อ่อน ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ต้องถามหาเลยว่าใครเป็นพ่อ เพราะฉันนอนแค่กับแบล็คคนเดียวนั้นจึงทำให้เราแต่งงานกันหลังจากที่เรียนจบ แล้วก็มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า น้องบีว่าน้องบีว่าเป็นลูกสาวของเราที่ได้นิสัยแบล็คไปหมดเลย ลูกสาวของฉันห้าวมาก ไม่ได้ฉันไปเลยสักนิด ยกเว้นหน้าตาเพียงอย่างเดียวที่คล้ายกับฉันแล้วแบล็คก็อีกคน หวงลูกสาวมาก ใครเข้าใกล้ไม่ได้เลย ขนาดลูกของเพื่อนอย่างโลคาก็ยังตามไปด่าลูกเขาอีกบีว่าเป็นเด็กห้าว ทำให้เข้ากับคราเคนลูกชายของโลคาได้ดีเลย สองคนนี้ชอบชวนกันไปเล่นอะไรแรง ๆ และพิเรนทร์ตลอด ทุกครั้งมักจะมีแผลกลับมาบ้านจนฉันชินแล้วแต่สำหรับแบล็คคือไม่ชิน แบล็คจะตามไปด่าโลคาตลอดให้ลูกชายเลิกยุ่งกับลูกสาวของเขา ซึ่งโลคาเองก็ทำหูทวนลมไป“อย่าถือสาเลยนะเลเน่” ฉันหันไปทำหน้าขอโทษขอโพยที่แบล็คพูดคำหยาบให้เด็กอย่างคราเคนได้ยิน แต่คราเคนเองก็แสบไม่เบา ไม่ได้รู้สึกกลัวแบล็คเลย แถมยังมีท่าทีเหมือนพ่อตัวเองกับแบล็คซะอีก ถอดแบบมาเป
“คุณยายต้องช่วยลูกของแม่แน่เลย ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวหรอกลูก พักผ่อนเถอะ” คุณแม่ฉันเดินเข้ามาปลอบใจเสร็จก็ขอตัวกลับไปทำงานกันต่อ โดยที่ฉันเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องเป็นห่วงในส่วนของแบล็คเขาก็ยังคงก้มหน้านั่งอยู่แบบนั้นไม่พูดไม่จา“แล้วนั่นจะนั่งเป็นพระเอกเอ็มวีอีกนานไหม วาริสก็อุตส่าห์ตื่นขึ้นมาแล้ว เลิกรู้สึกผิดสักที” ไลลาตะโกนใส่แบล็ค ฉันได้แต่มองสิ่งที่ไลลาพูดด้วยความรู้สึกงงงวย“เกิดอะไรขึ้นเหรอไลลา แล้วพี่นพีล่ะ” ฉันถามไลลาออกไปเมื่อแบล็คไม่ได้ตอบโต้อะไรไลลา และไลลาเองก็ส่ายหน้าแล้วหันมามองฉันแทน“ถูกจับเข้าคุกไปแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะโดนประหารต่อ มันทำเลวหลายอย่าง สมควรแล้วที่จะโดนแบบนั้น” ไลลาพูดจบฉันเองก็แอบตกใจเหมือนกัน แต่ก็นะ คนเราทำแบบนั้นผลกรรมก็สนองคืนแบบนั้น“แล้วเรื่องบะ...แบล็ค...” ฉันพูดเบา ๆ กับไลลาแล้วก็เงียบลง“ไอ้แบล็คมันไม่กล้าสู้หน้าแก มันเอาแต่โทษตัวเองที่แกเป็นแบบนี้ไปก็เพราะมัน รู้ไหมมันถึงกับไปบ้านแกเพื่อไปกราบขอโทษพ่อแม่แกเลยนะ แถมยังดูแลแกทุกวันไม่ห่างมาตั้งแต่วันแรกที่แกเข้าโรงบาลจนวันนี้ที่แกตื่นขึ้นมา” ฉันพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ไลลากระซิบพูดข้างหู“ขอเวลาหน่อย
มันเป็นภาพที่ฉายไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีแสงแดดเดี๋ยวก็มืด ในเวลาเพียงไม่กี่วิแต่กลับเปลี่ยนคนไปมาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีพ่อแม่ฉันเดี๋ยวก็มีไลลา และสุดท้ายก็จบลงที่แบล็คในตอนกลางคืน ภาพฉายที่ฉันเห็นบ่อยสุดก็คือเขาดูเหมือนเขาจะอยู่ข้างฉันตลอดเลยในช่วงเวลากลางคืน“ฮึก!” และก่อนที่ภาพจะหายไปสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือภาพที่แบล็คกำลังจรดริมฝีปากลงที่หน้าผากของฉัน ใบหน้าของเขามันดูเศร้ามาก ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตามันได้ไหลออกมาตอนไหน ฉันรู้แต่ว่าตัวเองสะอึกร้องไห้ออกมาด้วยใจที่บีบหนักมาก“อะไรที่เขาเคยทำไม่ดีก็ให้มันแล้วต่อกันไปเถอะนะลูก ดูตอนนี้สิ หนูน่าจะมองออกแล้วใช่ไหมว่าเขารักหนูมากแค่ไหน ลองให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งดีไหมจ๊ะ” คุณยายวางมือลงที่ไหล่ของฉัน ท่านส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนฉันได้แต่ยิ้มตอบท่านและก็หันกลับไปมองที่เดิมต่อ แม้ตอนนี้มันจะเห็นเพียงแค่หมอก ไม่ได้เห็นภาพเหมือนเมื่อกี้แล้ว แต่ทุกความรู้สึกมันกลับยังคงตราตรึงอยู่ในใจของฉันไม่หายไปไหน“หนูคงไม่สามารถกลับไปอีกได้แล้ว ตอนนี้หนูตายไปแล้วใช่ไหมคะคุณยาย” ฉันหันไปมองท่านด้วยใบหน้าเศร้า การที่ได้มาเจอคุณยายที่นี่ก็น่าจ
“หุบปาก! มึงก็อีกคนอีตัวดี กูอุตส่าห์ทำดีกับมึงแทบตายเสือกมาตลบหลังกูโดยการไปยุ่งกับมัน!” พี่นพีล็อกคอฉันให้แน่นขึ้น พร้อมกับใช้ปลายกระบอกปืนจี้มาที่ขมับของฉันแรงขึ้นอีก“ปล่อยตัวประกันซะ” ทางตำรวจตะโกนมาอีกครั้งพร้อมกับจ่อปืนมาทางเราเช่นกัน“ถ้าใครเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวหัวอีนี่ได้กระจุยแน่!” พี่นพีตะโกนดังลั่นพร้อมกับค่อย ๆ เดินก้าวถอยหลังไปเรื่อย จนออกมาหน้าห้องที่มีตำรวจอยู่ ฉันเดินไปพร้อมกับพี่นพีโดยการที่โดนพี่เขาบังคับให้เดิน“…” แบล็คเองก็มองฉันด้วยสายตาที่เหมือนเป็นห่วง แต่เขาไม่สามารถเดินตามเรามาได้“พี่นพีอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ มอบตัวเถอะ” เราเดินมาจนถึงชั้นจอดรถแล้ว ฉันก็เพิ่งจะเริ่มกล้าพูดอะไรขึ้นมาบ้างหลังจากที่โดนเขาลากเข้าลิฟต์จนมาถึงยังชั้นจอดรถ“อย่ามาอวดดีสั่งสอนกู!” พี่เขาจับฉันหันกลับหมุนตัวไปมองหน้าเขาอย่างไว พร้อมกับมือหยาบจับเข้าที่คางของฉัน แรงบีบก็เริ่มต้นขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บ“ปล่อยเธอ! แล้วมึงอยากจะหนีไปที่ไหนก็ไป ขอแค่ปล่อยเธอซะไอ้นพี กูสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรกับตำรวจ” เสียงของแบล็คดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันไม่รู้ว่าเขามาได้ยังไง แต่พอโดนจับให้หันไปมองก็เห็นแค่เพียง





