Masukระหว่างวิ่งวนรถจักรยานเพื่อสำรวจข้าวของ ก็พลันได้เจอประตูหนึ่งบานตั้งอยู่ฝั่งขวามือของทางเข้าพื้นที่ว่าง ตอนเข้ามามัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับข้าวของที่อยู่ตามชั้นต่าง ๆ จนไม่ได้สังเกตประตูบานนี้
เธอเอื้อมมือไปเปิดประตูอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และภาพที่เห็นอยู่ข้างในก็ทำให้หญิงสาวเผยอรอยยิ้มเจิดจ้าออกมา
พื้นที่ด้านหลังประตูเหมือนห้องในคอนโดห้องหนึ่ง มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และมีเฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่งอย่างครบครัน แม้แต่เรื่องปรับอากาศก็ยังมีให้ เรียกได้ว่าคนคนหนึ่งสามารถดำรงชีวิตอยู่ในห้องนี้ได้อย่างสบาย เธอมองเครื่องปรับอากาศอย่างชั่งใจก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรีโมทและกดเปิดเครื่อง
ติ๊ด!
สิ้นเสียงสัญญาณเปิดของเครื่องปรับอากาศ เธอก็รู้สึกถึงความแรงของลมที่กำลังพุ่งใส่หน้าเธอ
“ในพื้นที่สามารถใช้ไฟฟ้าได้”
เธอรอดตายแล้ว! เธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ไปจนตายได้ พระเจ้ายังไม่โหดร้ายกับเธอนัก
เมื่อเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบคอนโดส่วนตัว พิริยาก็ได้พบเคาน์เตอร์สี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาวกว้างยาวประมาณหนึ่งเมตรตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่น เคาน์เตอร์นี้ประหลาดตรงที่มีประกายแสงเรืองรองสีขาวโผล่ออกมาเป็นระยะ บนเคาน์เตอร์ไม่มีสิ่งของใด ๆ วางอยู่เลยนอกจากตัวเลขดิจิทัลสีแดงที่มีเลข ‘30’ กะพริบโชว์อยู่ เธอมองอยู่นานอย่างไม่เข้าใจ
เมื่อเหลือบมองนาฬิกาที่โชว์เวลาเกือบจะสี่ทุ่มซึ่งถึงขีดจำกัดของร่างกายตัวเองแล้ว เธอจำต้องนอนพักเอาแรงอย่างรีบด่วน แต่ก่อนนอน พิริยาได้ปั่นจักรยานวนหาของกินสำหรับมื้อค่ำอีกรอบ แล้วเลือกของกินง่าย ๆ อย่างขนมปังสอดไส้หนึ่งก้อนและนมสดขวดเล็กหนึ่งขวด เท่านี้ก็อิ่มท้องพอดี ทีนี้ก็ได้เวลาอาบน้ำเพื่อเตรียมเข้านอนได้
ระหว่างที่กำลังถอดเสื้อผ้าออกจากร่าง สายตาเธอก็พลันไปเห็นกระจกยาวเต็มตัวที่ติดอยู่ตรงผนังห้อง หญิงสาวเผยอยิ้มออกมาอย่างซุกซนพร้อมกับเดินไปที่กระจกบานนั้นอย่างช้า ๆ นี่เป็นการส่องกระจกครั้งแรกของเธอนับตั้งแต่กลายมาเป็นนางสาวปิ่นแก้วคนนี้
มาดูหน่อยสิว่าเธอหน้าตาดีแค่ไหน?
ทันทีที่เงาร่างของนางสาวปิ่นแก้วสะท้อนผ่านกระจกยาวบานนั้นออกมาให้เห็น พิริยาถึงกับอึ้งตาค้างด้วยความตกใจ
นี่คือนางสาวพิริยาในเวอร์ชันผอมชัด ๆ!
ทำไมสาวน้อยปิ่นแก้วถึงได้หน้าตาเหมือนเธอในยุคก่อนขนาดนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
แม้จะยังตกใจแต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะมองสำรวจเรือนร่างของสาวน้อยที่กำลังสะท้อนอยู่เบื้องหน้าอย่างละเอียด นางสาวปิ่นแก้วเป็นหญิงสาวร่างบางที่สูงประมาณเมตรหกสิบ ใบหน้ารูปไข่ คิ้วดกดำและเรียวยาวแบบไม่ต้องอาศัยดินสอเขียนคิ้ว ดวงตาคมโต จมูกสมส่วน ปากรูปกระจับ เรือนผมยาวไปถึงกลางหลัง เป็นภาพลักษณ์ที่เหมาะจะเป็นนางเอกในนิยายไทยเป็นที่สุด
แต่น่าเสียดาย ถึงแม้โครงหน้าและรูปร่างจะดูสมส่วนสวยงาม แต่หญิงสาวในตอนนี้กลับดูหม่นหมองยิ่งนัก ใบหน้าและผิวพรรณคล้ำแดด พิริยามั่นใจว่าไม่ใช่ผิวคล้ำโดยกำเนิด เพราะผิวในร่มผ้าของสาวเจ้านั้นขาวมากจริง ๆ อาจเพราะกรำแดด กรำฝน ช่วยพ่อและแม่ทำงานในสวนและนาตลอดเวลา ทำให้ผิวพรรณดูหมองมัวและหยาบกร้านแบบนี้
ส่วนปากนั้นก็ดูแห้งแตกระแหง ผมแดงแห้งกรอบไม่เป็นทรง และที่สำคัญที่สุด ดวงตาคู่นี้ดูแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความเศร้า เป็นข้อบ่งชี้ว่าได้ผ่านเรื่องที่ทำให้สะเทือนใจมาอย่างแสนสาหัส
“เลยคิดแขวนคอตายใช่ไหม” พิริยาพึมพำออกมา พร้อมกับยกมือขึ้นแตะรอยช้ำแดงที่ปรากฏรอบคอเบา ๆ รอยช้ำแดงนี้เป็นรอยช้ำที่ส่งให้นางสาวปิ่นแก้วตัวจริงจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ และรอยช้ำนี้อีกเช่นกันที่นำพานางสาวพิริยา พลเมืองดียามเผลอมาสวมใส่ร่าง
“หากเธอยังคงวนเวียนอยู่แถวนี้ เราขอสัญญานะว่าจะทำให้ชีวิตของนางสาวปิ่นแก้วไม่ลำบากมากเกินไป เราจะพยายามให้ดีที่สุด” พิริยาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ห้องที่ว่างเปล่า ตอนนี้เธอหวังจริง ๆ ว่าวิญญาณของปิ่นแก้วจะมีโอกาสได้รับรู้ ได้เข้าใจคำพูดและความตั้งใจของเธอ เพื่อที่จะวิญญาณเธอได้เดินทางไปยังโลกหน้าได้อย่างหมดห่วง
พิริยายังคงนอนตาแข็งค้างอยู่บนที่นอน แม้ที่นอนจะนุ่ม ผ้าห่มจะหอมกรุ่น บรรยากาศรอบตัวเย็นฉ่ำด้วยประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ แต่เธอก็ไม่อาจฝืนหลับตาลงได้ ด้วยเพราะความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมเริ่มไหลหลากเข้ามาไม่หยุด ภาพชีวิตอันยากลำบากของนางสาวปิ่นแก้วทำให้พิริยานอนถอนหายใจแบบนับครั้งไม่ถ้วน
เธอจะทำให้ชีวิตนางสาวปิ่นแก้วพลิกกลับมาได้อย่างไรดี เรื่องกินอยู่นั้นไม่น่าห่วงเพราะมีพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้จะกลัวอะไร? แต่ชีวิตนอกเหนือจากนี้ล่ะ ตอนนี้ปิ่นแก้วยังเรียนอยู่ในระดับชั้น ม.4 และด้วยเงินที่เหลือติดตัวแค่ไม่กี่ร้อยของเจ้าของร่างเดิม เธอจะเข็นให้เรียนต่อไหวไหมก็ยังไม่แน่ใจ
“เฮ้อ หนักอก”
ปิ๊ง!
เสียงสัญญาณบางอย่างดังก้องไปทั่วห้อง พิริยาผุดลุกขึ้นจากที่นอนด้วยความตกใจ
“เสียงอะไร” เธอจ้องนิ่งไปยังที่มาของเสียงอย่างหวาดวิตก
เมื่อเหลียวมองดูนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนหนึ่งนาทีแล้ว เธอเม้มปากแน่นพร้อมกับมองที่ประตูห้องนอนอย่างชั่งใจ และตัดสินใจเดินไปเปิดประตูอย่างหวาดหวั่น
เมื่อเปิดประตูห้องออกไปกลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดในห้องนั่งเล่น หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่จะหมุนตัวกลับเข้าไปยังห้องนอน สายตาของเธอก็พลันเห็นถึงความผิดปกติบนเคาน์เตอร์เสียก่อน
เคาน์เตอร์สีขาวในห้องรับแขกที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้กลับมีกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาววางอยู่หนึ่งกล่อง และตัวเลขดิจิทัลสีแดงได้เปลี่ยนเป็นเลข ‘29’ เรียบร้อยแล้ว
พิริยาเดินวนมองรอบเคาน์เตอร์ความประหลาดใจ โดยเฉพาะกล่องสี่เหลี่ยมสีขาวนั้นดูคุ้นตาเธอนัก
เธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปยกกล่องดังกล่าวขึ้น กล่องมีน้ำหนักเล็กน้อย และเมื่อลองเปิดฝากล่องออกมาก็สร้างความประหลาดใจหนักขึ้นไปอีก
ของที่อยู่ในกล่องดูคล้ายกระจกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า รอบขอบกระจกเป็นสีขาว และของชิ้นนี้หญิงสาวรู้จักเป็นอย่างดีเพราะเคยใช้ เคยหยิบจับมานักต่อนักแล้วในชีวิตก่อน แค่เธอคาดไม่ถึงว่าเจ้าสิ่งนี้จะโผล่มาอยู่บนเคาน์เตอร์ประหลาดนี้ได้ เนื่องจากยุคนี้ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเจ้าสิ่งนี้จะมาช่วยเธอดำรงชีวิตในยุคอดีตนี้ได้อย่างไร
ตอนนี้พิริยากำลังจ้องมองแท๊บเล็ตสีขาวด้วยสายตางุนงง สับสน และไม่เข้าใจอย่างที่สุด
เธอหยิบแท๊บเล็ตเจ้าปัญหาขึ้นมา แล้วก็ลองกดปุ่มกลม ๆ ด้านล่างสุดของตัวเครื่อง ฉับพลัน หน้าจอสีฟ้าสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้น ไม่เท่านั้น บนหน้าจอยังมีไอคอนของหลากหลายแอปพลิเคชันที่ดูคุ้นตาปรากฏอยู่ด้วย
พิริยาลองกดเรียกแอปพลิเคชันสำหรับเผยแพร่คลิปวิดีโอชื่อดังขึ้นมา เครื่องหมุนวนทำงานอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเผยภาพคลิปวิดีโอเด่นประจำวันหลายสิบคลิปออกมา เธอมองดูด้วยความตื่นตะลึง
“ทำไมถึงมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้” และที่สำคัญ แต่ละคลิปที่ปรากฏนั้นก็เป็นคลิปที่เกิดขึ้นในยุคที่เธอจากมา และสาบานได้เลยว่าบางคลิปเธอก็เคยดูมาแล้วในชีวิตก่อน!
พิริยาลองสุ่มเปิดคลิปวิดีโอขึ้นมาหนึ่งคลิปเพื่อพิสูจน์ว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตใช้ได้จริงไหม และผลที่ได้คือคลิปวิดีโอนั้นสามารถเปิดแสดงได้อย่างลื่นไหล ชนิดที่ 10G ยังอาย หญิงสาวจุ๊ปากด้วยความทึ่ง
“แล้วแชทได้ไหม?” ไม่พูดเปล่า เธอยังได้ลองกดดูข้อความแสดงความคิดเห็นในคลิป สุดท้ายก็ผิดหวัง เธอไม่สามารถดูข้อความหรือพิมพ์บทสนทนาใด ๆ ได้เลย
เมื่อลองกดออกไปที่หน้าจอเพื่อหาแอปพลิเคชันตัว f สีน้ำเงิน ตัว L สีเขียว และรูปนกสีฟ้า ผลคือไม่มีแอปพลิเคชันเหล่านี้ปรากฏให้เห็น แม้แต่ที่สำหรับดาวน์โหลดก็ไม่มีอยู่ในแท็บเล็ต แท็บเล็ตเครื่องนี้ใช้สำหรับดูได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น!
แล้วถ้านำเจ้าเครื่องนี้ออกไปยังโลกภายนอกล่ะ? ในใจก็อยากทดลองเสียเดี๋ยวนั้น แต่เมื่อนึกถึงบรรยากาศบ้านผีสิงแล้ว เธอจึงเปลี่ยนใจหยิบแท็บเล็ตไปนอนดูคลิปเพื่อรำลึกถึงความหลังในชีวิตก่อนของเธอแทน
“เหนื่อยรึยัง แวะนั่งพักที่ไร่องุ่นข้างหน้าก่อนไหม” แดนดินหันไปถามภรรยาอย่างเอาใจใส่ วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่ปิ่นแก้วฟื้นตัวจากไข้ เขาจึงค่อย ๆ พาเธอเดินออกกำลังกายให้ไกลขึ้นทีละน้อย และวันนี้หลังจากขับรถมาทิ้งไว้ที่ไร่แอปเปิลที่ตีนเขา เขาได้ค่อย ๆ จูงมือเธอเดินเรื่อยมาและตั้งใจจะเดินไปให้ถึงรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ตรงเชิงเขาเลยทีเดียว“สบายมากค่ะ แก้วไม่ใช่คนบอบบางขนาดนั้นนะ”ตลอดทางที่เดินมาด้วยกัน แดนดินไม่ยอมปล่อยมือเธอแม้แต่น้อย ภาพของชายวัยห้าสิบกำลังจับมือภรรยาวัยสี่สิบห้าได้สร้างรอยยิ้มให้กับหนุ่มสาวที่เดินผ่านไปมา จนปิ่นแก้วอดรู้สึกขัดเขินไม่ได้“พี่ไม่อายเหรอไง อายุปูนนี้กันแล้วยังมาเดินจับมือกันอยู่อีก”“อายทำไม พี่จับมือเมียพี่เองใช่ใครอื่นเสียที่ไหน แล้วอายุปูนนี้อีก มันปูนไหนกัน ไม่เห็นเหรอว่าหน้าเรานี่ตึงเปรี๊ยะชนิดที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ยังอายเลยนะ” อันนี้แดนดินไม่ได้เข้าข้างตัวเอง เพราะความที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดินดีน้ำดี ประกอบกับสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี ทำให้เขาและปิ่นแก้วมีใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยไปนับสิบปีปิ่นแก้วยิ้มกว้
หลังจากนอนจับไข้ไม่ได้สติมาสามวัน วันนี้ปิ่นแก้วจึงได้ตื่นขึ้นมาด้วยสภาพร่างกายที่ใกล้เคียงกับปกติในที่สุด เธอเหลียวมองไปรอบ ๆ ห้องนอนอันสว่างไสวและอบอุ่นในเรือนไม้ที่เคยหลังเล็กและมอซอมาก่อน ห้องนอนของเธอและสามีห้องนี้เป็นห้องที่สว่างที่สุดในบ้าน เป็นห้องที่สามีที่รักของเธอใส่ใจและออกแบบตามความชอบของเธอทั้งสิ้นไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะผ่านมาแล้วกี่ปี สามีของเธอคนนี้หากจะคิดจะทำอะไร มักจะยึดเอาความชอบของเธอเป็นที่ตั้งเสมอ ปิ่นแก้วเผยรอยยิ้มพร้อมแววตาที่เจือแววหวานอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเมื่อนึกถึงผู้ชายของเธอ“แค็ก แค็ก”ทันทีที่สิ้นเสียงไอของเธอ ประตูห้องนอนก็ค่อย ๆ แง้มออกมาอย่างช้า ๆ พร้อมกับศีรษะหลากหลายขนาดที่โผล่สลอนมาให้เห็นตั้งแต่ขอบบนยันขอบล่างของประตู เป็นศีรษะของตัวเลขทั้งห้าที่เธอรักอย่างที่สุด“แม่ตื่นแล้ว” ปิ่นตะวัน ลูกสาวคนโตวัยสิบเก้าปีเอ่ยเรียกแม่ด้วยน้ำเสียงดีใจ“แม่นอนไปยาวตั้งสามวันเลยนะ หิวไหมคะ สองทำขนมสูตรใหม่ที่แม่ให้ไว้สำเร็จแล้ว เดี๋ยวหนูไปตัดมาให้นะคะ” สาวน้อยปิ่นจันทร์วัยสิบห้าปีพูดกับแม่เสร็จแล้วก็
“พี่วินเป็นอะไรถึงเที่ยวยุส่งหนึ่งไปให้พี่อาร์ตแบบนี้” ปิ่นตะวันเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดรักษิตหน้าเจื่อนลงขณะที่ภายในใจเขาหงุดหงิดไม่ต่างจากเธอ “อาร์ตสนใจหนึ่งมานาน ฐานะก็ดีเหมาะสมกับหนึ่ง เป็นถึงลูกผู้ว่าเชียวนะ”“อ้อ..ถ้าหนึ่งจะคบกับใครก็ต้องดูฐานะความเหมาะสมเป็นหลักเหรอคะ” สีหน้าและแววตาของหญิงสาวแสดงถึงความน้อยใจสุดขีดยามเมื่อมองตรงไปยังรักษิต“ถ้าพี่มองเขาว่าดีทุกอย่างพี่ก็ไปคบกับเขาเองสิ ไม่ต้องเตะหนึ่งส่งไปแบบนี้ หนึ่งไม่ชอบ” เธอสะบัดหน้าและวิ่งหนีไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดหรือแก้ตัวอะไรแม้แต่น้อย-----“หนึ่ง เป็นอะไรรึเปล่าลูก ให้สองมาตามไปกินข้าวก็ไม่ยอมไป ไม่สบายตรงไหน” ปิ่นแก้วเข้ามายังห้องนอนของลูก เมื่อเห็นเธอนั่งหน้าบึ้งอยู่บนเตียง คนเป็นแม่ก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ น้อยครั้งนักที่สาวน้อยที่มีนิสัยผู้ใหญ่เกินตัวจะแสดงอาการโมโหแบบนี้ออกมา“โมโหคนน่ะค่ะ เห็นหนึ่งเป็นของเล่น คิดจะจับโยนหนึ่งให้ใครก็ได้ทั้งนั้น” ในอารมณ์โมโหมีความน้อยใจแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด
“วินไม่ใช่ลูกโดยสายเลือดของพ่อและแม่”รักษิตวัยสิบแปดปี ที่เพิ่งผ่านพ้นวันเกิดตัวเองไปได้หนึ่งวันถึงกับตัวแข็งทื่อและมองไปที่พ่อกับแม่ของเขาอย่างตกตะลึง“ทำไมพ่อกับแม่ถึงบอกเรื่องนี้ให้ผมรู้” น้ำตาของเขาเอ่อคลออย่างห้ามสัญชาตญาณของร่างกายไม่อยู่“เพราะพ่อกับแม่กลัวว่าในอนาคตลูกอาจไปรับรู้เรื่องนี้จากปากคนอื่นและเข้าใจอะไรผิด ๆ ไป พวกเราจึงตัดสินใจบอกลูกจากปากของเราด้วยข้อมูลที่เป็นความจริงที่สุด”แพงน้ำตาคลอเบ้าไม่น้อยไปกว่าลูก “แม่ขอให้ลูกรับรู้เอาไว้อย่างว่า ถึงลูกจะไม่ใช่สายเลือดเดียวของเรา แต่ลูกคือจิตวิญญาณของพ่อกับแม่ พ่อกับแม่รักลูกมากที่สุดนะ”รักษิตนิ่งเงียบไปหลังจากนั้น “พ่อครับ แม่ครับ ถ้าผมจะถามอะไรที่มากกว่านี้ พ่อกับแม่จะบอกผมตามความจริงไหม”“แน่นอนสิลูก” สุวิทย์ยืนยันหนักแน่น “ในเมื่อพวกเราตัดสินใจบอกลูกในเรื่องนี้แล้ว เรื่องอื่น ๆ ที่วินอยากรู้ พ่อกับแม่จะเล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบังใด ๆ อีก”“ลูกอยากถามอะไรพ่อกับแม่ก็ถามมาได้เลย”คนเป็นลูกส่ายหน้า “ตอนนี้ผมอยากอยู่คนเดียวครับ”รักษิตนั่งอยู่
ตอนพบพ่อครั้งแรกเธอแสดงอาการต่อต้านเขาอย่างรุนแรงเพราะโกรธแทนแม่ แต่ก็เป็นแม่อีกนั่นแหละที่มาพูดให้เธอเข้าใจ ให้เธอแยกแยะ เพราะอย่างไรเสียเขาก็คือพ่อของเธอ แม้เขาจะบกพร่องในหน้าที่สามี แต่ก็ยังนับว่าไม่บกพร่องในหน้าที่พ่อ เห็นได้จากที่เขามอบเงินให้แม่มาเลี้ยงดูเธอและตั้งตัว จะว่าไปที่แม่ตั้งตัวขึ้นมาได้ก็เพราะเงินที่เขามอบให้ในครั้งนั้นหลังจากนั้นเธอจึงค่อย ๆ ยอมรับท่านทีละน้อย ยอมให้ท่านรับเธอไปอยู่ที่บ้านเดือนละสองถึงสามวันแล้วแต่โอกาส ซึ่งแม่เองก็ยอมปล่อยให้เธอไปทำความรู้จักกับญาติข้างพ่อแต่โดยดีในที่สุดก็สืบความมาได้ว่าที่พ่อมาหาเธอและแม่นั้นก็เพราะพ่อเลิกกับภรรยาคนนั้นแล้ว เป็นการจากกันด้วยดีเหมือนคราวที่เลิกกับแม่ สาเหตุการเลิกคือพ่อป่วยหนักมาก่อนหน้านี้จนไม่สามารถมีลูกได้อีก เขาและภรรยาจึงตัดสินใจแยกทางกันเพื่อให้ฝ่ายหญิงไปมีอนาคตที่ดีกว่าเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ ทางครอบครัวของพ่อจึงอยากได้เธอกลับไปในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของครอบครัว ส่วนแม่ของเธอนั้นจะกลับไปหรือไม่ก็แล้วแต่แต่น่าเสียดายที่แม่นารีไม่ใช่นารีคนเดิมที่ต้องพึ่งครอบครัวเ
“นิ่ม เอาหูฉลามไปส่งให้น้าแก้วที” “ได้ค่ะ รอแป๊บ ขอล้างมือก่อน”เสียงใสตะโกนมาจากหลังร้านขายอาหารแห้งชื่อดังของตลาดริมชล และรอไม่นานนักก็มีเสียงวิ่งตึง ๆ มาจากหลังร้านอย่างรวดเร็วบ่งบอกถึงบุคลิกที่ร่าเริงและกระตือรือร้นของเจ้าตัว“ใจเย็น ๆ ลูก วิ่งจนร้านถล่มแบบนี้เงินทองปลิวหายหมด”นิชายิ้มเผล่ แม้จะถูกบ่นแต่เธอไม่กลัวแม้แต่น้อยเพราะรู้ว่าแม่บ่นไปอย่างนั้นเอง ตลอดเกือบสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาหญิงสาวรู้ดีว่าแม่รักเธอมากแค่ไหน“อย่าลืมบอกน้าแก้วด้วยนะว่ากระเพาะปลาที่สั่งไว้ยังไม่ได้ รอของเข้าวันศุกร์นี้แม่จะเอาไปให้อีกที”เสียงแม่ยังคงไล่ตามหลังระหว่างเธอกำลังวิ่งจี๋ออกจากร้าน หญิงสาวทำเพียงแค่หัวเราะเสียงใสตอบกลับไป ระหว่างทางที่เอาของไปส่ง เธอก็ส่งเสียงทักทายบรรดาญาติมิตรในตลาดไปทั่ว เพราะเห็นหน้าและผูกพันกันมานานนับสิบปีนับตั้งแต่จำความได้นิชาก็วิ่งเล่นกินนอนอยู่ในตลาดที่สะอาดสะอ้านแห่งนี้แล้ว ไม่ว่าซอกไหนมุมไหนของตลาดเธอรู้จักหมด เธอสามารถเรียกที่แห่งนี้ว่าบ้านได้อย่างสบายร้านของแม่เป็นร้านค้าอาหารแห้งนำเข้าที่ใ







